ABCDEFGHIJKLMNOPQRSTUVWXYZ
1
แนวทางการพิจารณาคัดเลือกข้อสอบแก้ตัวจากคลังข้อสอบ
2
1.วิเคราะห์ข้อสอบรายข้อในคลังข้อสอบที่ถูกใช้ในการสอบของรายวิชา
3
คณาจารย์ผู้สอนพิจารณากำหนดเกณฑ์ผ่านของข้อสอบรายข้อในคลังข้อสอบที่ถูกใช้ในการสอบของรายวิชาด้วยวิธี EBEL ตามความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์ของเนื้อหาและเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภา (ศรว.) พ.ศ. 2555 ได้แก่ ต้องรู้, ควรรู้ หรือน่ารู้ ร่วมกับระดับความยากง่ายของข้อสอบ แสดงดังตาราง
4
ต้องรู้ควรรู้น่ารู้
5
ง่าย
ปานกลาง
ยาก ง่ายปานกลางยาก ง่าย
ปานกลาง
ยาก
6
0.90.80.70.60.50.40.30.20.1
7
โดยเกณฑ์ผ่านรายข้อ พิจารณาจากค่าเฉลี่ยของค่าที่ได้จากการประเมินโดยคณาจารย์ทุกท่าน หรือในกรณีที่ค่าต่ำสุดหรือค่าสูงสุดที่ได้จากผู้ประเมินแตกต่างจากผู้ประเมินท่านอื่นๆ (แตกต่างตั้งแต่ 0.2 คะแนนขึ้นไป) ให้พิจารณาตัดค่าต่ำสุดและ/หรือสูงสุดแล้วจึงหาค่าเฉลี่ย
8
2.วิเคราะห์ข้อสอบรายข้อเพื่อหาค่าความยาก (difficulty index, p) ในคลังข้อสอบที่ถูกใช้ในการสอบของรายวิชา
9
2.1 หาค่าความยากของแต่ละข้อ โดยพิจารณาร้อยละของผู้ตอบถูกต้องจากจำนวนผู้ตอบทั้งหมด
10
2.2 เกณฑ์การแปลความหมายค่าความยากของข้อสอบ แสดงดังตาราง
11
pความหมาย
12
0.00-0.20ยากมาก
13
0.20-0.40ค่อนข้างยาก
14
0.40-0.60ปานกลาง
15
0.60-0.80ค่อนข้างง่าย
16
0.80-1.00ง่ายมาก
17
18
3.ขั้นตอนการเลือกข้อสอบแก้ตัวจากคลังข้อสอบที่ถูกใช้ในการสอบของรายวิชา
19
3.1 เปรียบเทียบค่าเกณฑ์ผ่าน (ตามวิธี EBEL) ของข้อสอบรายข้อในคลังข้อสอบที่ถูกใช้ในการสอบ (ข้อ 1) และค่าความยากของข้อสอบ (ข้อ 2) จากนั้นเลือกข้อสอบที่มีความแตกต่างของค่าดังกล่าวไม่เกิน ±0.1 (หรืออนุโลม ± 0.2 ในกรณีที่ข้อสอบไม่ครบในแต่ละจุดประสงค์) และพิจารณาขั้นตอนต่อไปในข้อ 3.2
20
3.2 การเลือกใช้ข้อสอบให้จำแนกตามการตัดสินผลของนักศึกษา โดยพิจารณาเกรดก่อนการสอบแก้ตัว ออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ ดังนี้
21
3.2.1 กรณีเกรดตั้งแต่ C ขึ้นไป: เกณฑ์การเลือกข้อสอบแก้ตัว มีขั้นตอน คือ
22
3.2.1.1 เลือกข้อสอบที่นักศึกษากลุ่มนี้ตอบถูกต้อง ตั้งแต่ร้อยละ 60 ขึ้นไป
23
3.2.1.2 เลือกข้อสอบตามจุดประสงค์และอยู่ในกลุ่มต้องรู้ (พิจารณาจากผลวิเคราะห์ในข้อ 1)
24
3.2.1.3 เลือกข้อสอบระดับความเข้าใจขึ้นไป
25
26
3.2.2 กรณีเกรดต่ำกว่า C: เกณฑ์การเลือกข้อสอบแก้ตัว มีขั้นตอน คือ
27
3.2.2.1 เลือกข้อสอบที่นักศึกษากลุ่มนี้ตอบผิดทุกคน (หรืออนุโลมตอบถูกต้องน้อยกว่า
ร้อยละ 60 ในกรณีที่ข้อสอบไม่ครบในแต่ละจุดประสงค์)
28
3.2.2.2 เลือกข้อสอบตามจุดประสงค์และอยู่ในกลุ่มต้องรู้ (พิจารณาจากผลวิเคราะห์ในข้อ 1)
29
3.2.2.3 เลือกข้อสอบระดับความเข้าใจขึ้นไป
30
แนวทางการพิจารณาเลือกข้อสอบใหม่คู่ขนานจากคลังข้อสอบ
31
1.นักศึกษาทั้ง 2 กลุ่ม ใช้ข้อสอบใหม่คู่ขนานชุดเดียวกันได้หรือแตกต่างกันได้ตามความเหมาะสม
32
2.หลังจากเลือกข้อสอบจากคลังข้อสอบ (ตามแนวทางทางการพิจารณาคัดเลือกข้อสอบแก้ตัวจากคลังข้อสอบข้อ 3) เรียบร้อยแล้ว ให้พิจารณาว่าข้อสอบที่เลือกมีจำนวนครบตามจุดประสงค์ของเนื้อหาหรือไม่ หากไม่ครบตามจุดประสงค์ พิจารณาออกข้อสอบใหม่หรือปรับข้อสอบในคลังข้อสอบให้เป็นข้อสอบใหม่คู่ขนานจนครบตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนด
33
3.เกณฑ์การเลือกข้อสอบในคลังข้อสอบเพื่อสร้างเป็นข้อสอบใหม่คู่ขนาน ให้พิจารณาเลือกข้อสอบในคลังข้อสอบระดับความเข้าใจขึ้นไปที่มีค่า p เท่ากับ 0.81-1.00 (หรืออนุโลมค่า p ตั้งแต่ 0.60 ขึ้นไป ในกรณีที่ข้อสอบไม่ครบในแต่ละจุดประสงค์)
34
4.แนวทางในการสร้างข้อสอบใหม่คู่ขนานจากข้อสอบในคลังข้อสอบ
35
หากค่าเกณฑ์ผ่าน (ตามวิธี EBEL) ของข้อสอบรายข้อในคลังข้อสอบที่ถูกใช้ในการสอบ และค่าความยากของข้อสอบมีความแตกต่างของค่าดังกล่าวไม่เกิน ±0.1 (หรืออนุโลม ± 0.2 ในกรณีที่ข้อสอบไม่ครบในแต่ละจุดประสงค์) สามารถปรับข้อสอบที่ตำแหน่งตัวลวงหรือปรับคำถามใหม่ โดยอาศัยค่าอำนาจจำแนกประสิทธิภาพตัวลวงจากการวิเคราะห์ข้อสอบ
36
ทั้งนี้หากอาจารย์ผู้สอนต้องการออกข้อสอบใหม่ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ สามารถออกข้อสอบที่มีเนื้อหาอยู่ในกลุ่มต้องรู้และวัดความรู้ระดับความเข้าใจขึ้นไปให้ครบตามจำนวนที่กำหนด โดยให้พิจารณาตามดุลยพินิจของสาขาวิชา
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
53
54
55
56
57
58
59
60
61
62
63
64
65
66
67
68
69
70
71
72
73
74
75
76
77
78
79
80
81
82
83
84
85
86
87
88
89
90
91
92
93
94
95
96
97
98
99
100