| A | B | C | D | E | F | G | H | I | J | K | L | M | N | O | P | Q | R | S | T | U | V | W | X | Y | Z | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
1 | ลำดับ | โครงการ | กิจกรรม | วัตถุประสงค์ | ตัวชี้วัดโครงการ | กลุ่มเป้าหมาย/จำนวน | รายละเอียดค่าใช้จ่าย | งบประมาณ | ผู้รับผิดชอบโครงการ | เริ่มต้น | สิ้นสุด | |||||||||||||||
2 | 1 | 1.โครงการอบรมหน่วยเบิกเวชภัณฑ์ยา | จัดอบรมหน่วยเบิกทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ | เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเบิกจ่ายเวชภัณฑ์ในเครือข่ายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ | ระดับความสำเร็จ 100% | 100 แห่ง/หน่วย | ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม 100 คน x 30 บาท | 3,000 | งานคลังเวชภัณฑ์ | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | |||||||||||||||
3 | 2 | 2.โครงการพัฒนาการบริหารงานคลังเวชภัณฑ์ เพื่อมาตรฐานความปลอดภัยด้านยา | 1. จัดหาระบบรักษาความปลอดภัยโดยใช้ระบบ scan หน้า หรือนิ้วมือ และสัญญาณกันขโมย | คลังมีระบบรักษาความปลอดภัยโดยใช้ระบบ scan หน้า หรือนิ้วมือ และสัญญาณกันขโมย | มีการดำเนินการ 100% | คลังเวชภัณฑ์ 3 ห้อง | เครืองละ 20,000 บาทx 3 ห้อง | 60,000 | งานคลังเวชภัณฑ์ | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | |||||||||||||||
4 | 3 | 1. โครงการพัฒนาศักยภาพงานวิจัย/R2R กลุ่มงานเภสัชกรรม 2569 | 1. วิเคราะห์ปัญหาจากงานประจำหรือตัวชี้วัดที่ยังไม่บรรลุผล 2. กำหนดหัวข้อ R2R , เขียนโครงร่าง ,วัตถุประสงค์ , วิธีการดำเนินการ ฯลฯ 3. เก็บข้อมูล สรุปผล , วิเคราะห์ข้อมูล 4. นำเสนอผลงาน | 1.เพื่อพัฒนางานประจำให้มีคุณภาพ 2.เพื่อพัฒนาศักยภาพเภสัชกรและเจ้าหน้าที่ในกลุ่มงานเภสัชกรรม | ผลงานวิจัยหรือ R2R ในหน่วยงานอย่างน้อยหน่วยงานละ 1 เรื่อง ในปี 69 | หน่วยงานในกลุ่มงานเภสัชกรรม จำนวน 8 หน่วยงาน | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานพัฒนาระบบยาและวิจัยพัฒนา | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
5 | 4 | 2. การสำรวจความชุกของการติดเชื้อในโรงพยาบาลและระบบสนับสนุนการสั่งใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผลร่วมกับสถาบันบำราศนราดูร | 1. ออกแบบรูปแบบการเก็บข้อมูล กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วย และกำหนดวันลงเก็บข้อมูล 2.เก็บข้อมูลบนหอผู้ป่วยร่วมกับทีมพยาบาล ทุกหอผู้ป่วย สำรวจให้แล้วเสร็จภายใน 3 สัปดาห์ 3.พยาบาลบันทึกข้อมูลผู้ป่วยใน patient form กำหนด patient code เภสัชกรบันทึกข้อมูลการสำรวจการใช้ยาปฎิชีวนะ สรุปข้อมูลการสำรวจและรายงานต่อศูนย์ข้อมูลเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลและเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพผ่าน www.nicc-ipcprogram.org 4.สะท้อนข้อมูล วิเคราะห์และสรุปผลการติดเชื้อภาพรวมของโรงพยาบาล | 1. เพื่อสำรวจการติดเชื้อในโรงพยาบาล 2. เพื่อประเมินระบบสนับสนุนการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล 3. เพื่อการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล | 1.จำนวนผู้ป่วยในที่มีการติดเชื้อที่เข้าเกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วย 2.การประเมินความเหมาะสมการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะ | ผู้ป่วยในทุกราย ที่มีรายชื่อ admit ในหอผู้ป่วย เวลา 9.00 น. ณ วันที่สำรวจ | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานพัฒนาระบบยาและวิจัยพัฒนา | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
6 | 5 | 3.โครงการให้ความรู้และส่งเสริม การรายงาน ADR จากสหสาขาวิชาชีพ | 1. พัฒนาช่องทางการรายงาน และการเข้าถึงข้อมูล ADR สำหรับแพทย์ พยาบาลผ่าน Line Official 2. จัดกรรมให้ความรู้ ADR / ระบบป้องกันแพ้ยาซ้ำบนหอผู้ป่วย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. รายงานผลตามรอบ วางแผนพัฒนาปรับปรุง | 1.กระตุ้นการรายงาน ADR จากแพทย์ พยาบาล 2. สามารถนำข้อมูลรายงาน ADR ที่เกิดไปวางแนวทางเพื่อวางป้องกัน Prevetable ADR ของโรงพยาบาล | 1.มีช่องทางการรายงาน ADR ที่เข้าถึงง่ายสะดวกต่อการใช้งาน 2. มีรายงาน ADR จากสหสาขาวิชาชีพเพิ่มมากขึ้น | หอผู้ป่วยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานพัฒนาระบบยาและวิจัยพัฒนา | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
7 | 6 | 4.โครงการพัฒนาโปรแกรมเก็บข้อมูลเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากยาโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | 1.พัฒนาโปรแกรมการรายงานและจัดเก็บข้อมูลเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่สามารถรายงานผลในรูปแบบชุดข้อมูล (data set) เพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ(HPVC)ได้ | 1.มีโปรแกรมการรายงานและจัดเก็บข้อมูลเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ วางแผนพัฒนานโยบายด้านยาของโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ2.มีรายงานผลในรูปแบบชุดข้อมูล (data set) ที่สามารถส่งไปยังศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ(HPVC)ได้ช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน | 1.มีโปรแกรมการรายงานและจัดเก็บข้อมูลเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่สามารถรายงานผลในรูปแบบชุดข้อมูล (data set) | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานพัฒนาระบบยาและวิจัยพัฒนา | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | |||||||||||||||||
8 | 7 | 5.โครงการจัดทำ Website กลุ่มงานเภสัชกรรม | 1.ร่าง template content 2.ประสานศูนย์คอมพิวเตอร์ 3.จัดทำข้อมูล และ upload 4.ประชาสัมพันธ์ website 5.ประเมินผลการเข้าใช้งาน | เพื่อเพิ่มช่องการการเข้าถึงข้อมูลด้านยา | 1.ได้ website กลุ่มงานเภสัชกรรม 2.จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม มากกว่า 200 ครั้ง/ปี | บุคลาการทางการแพทย์ ทั้งภายในและนอกองค์กร | ไม่ใช้งบประมาณ | งานพัฒนาระบบยาและวิจัยพัฒนา | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
9 | 8 | 6. เยี่ยมประเมินระบบยาในหน่วยงานภายในโรงพยาบาล | 1.วางแผนประเด็นสำคัญในการติดตาม 2.ประชุมทีมเภสัชกร 3.ประสาน สื่อสารความเข้าใจกับหน่วยงาน 4.นัดหมายหน่วยงาน 5.เยี่ยมประเมิน | เพื่อทบทวน/สื่อสารแนวทางปฏิบัติระบบยาที่สำคัญ | จำนวนหน่วยงานที่ลงเยี่ยมได้ ร้อยละ 80 | ทุกหอผู้ป่วยและหน่วยงานพิเศษ | ไม่ใช้งบประมาณ | งานพัฒนาระบบยาและวิจัยพัฒนา | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
10 | 9 | 1.การประกวดราคา e-bidding | 1.พิจารณารายการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และทำสเปคยา 2จัดเตรียมเอกสารเพื่อรายงานขอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 3บันทึกข้อความขอนุมัติประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 4ประกาศประกวดราคา e-bidding ในเว็บไซด์ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกรมบัญชีกลาง 5เปิดโครงการ 6. รายงานผล/ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูล 7.รายงานผลการเปิดซอง 8.ทำสัญญาประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 9.บริหารสัญญา | 1. เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ 2. เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม 3.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดซื้อจัดจ้าง 4. เพื่อสนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในตลาด | ทุกรายการที่จัดซื้อยาตามแผนจัดซื้อที่มูลค่าตั้งแต่ 500,000.00 บาทขึ้นไป | ทุกรายการที่จัดซื้อยาตามแผนจัดซื้อที่มูลค่าตั้งแต่ 500,000.00 บาทขึ้นไป | ไม่ใช้งบประมาณ | งานจัดซื้อ | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
11 | 10 | 2. ประเมินผู้ขายซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเวชภัณฑ์ยาให้กับรพ.กาฬสินธุ์ | 1.เพื่อควบคุมคุณภาพยา ตรวจสอบให้มั่นใจว่ายาที่จัดซื้อมาจากแต่ละบริษัทมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด 2. เพื่อบริหารความเสี่ยง ลดความเสี่ยงจากการได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือการขาดส่งมอบยา 3.พื่อสร้างระบบจัดซื้อที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ส่งเสริมการมีคู่ค้าอย่างเป็นธรรมและตรวจสอบย้อนกลับได้ 4.เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจจัดซื้อในอนาคต ใช้ข้อมูลจากการประเมินในการพิจารณาต่ออายุ/ยกเลิก/เพิ่มคู่ค้าในรอบปีถัดไป | ทุกบริษัทที่ทำการซื้อ-ขาย เวชภัณฑ์ยาให้กับรพ.กาฬสินธุ์ | ทุกบริษัทที่ทำการซื้อ-ขาย เวชภัณฑ์ยาให้กับรพ.กาฬสินธุ์ | ไม่ใช้งบประมาณ | งานจัดซื้อ | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | |||||||||||||||||
12 | 11 | 1.อบรมให้ความรู้เรื่องงานผลิตยาสำหรับเภสัชกรโรงพยาบาลชมชน | 1.จัดประชุมวิชาการเรื่องการเทคนิคการผลิตยาเตรียมเฉพาะรายสำหรับโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ | เพื่อให้โรงพยาบาลชุมชนเตรียมยาที่มีความจำเป็นต้องใช้ได้ถูกต้องตามมาตรฐานการผลิตยา | โรงพยาบาลชุมชนเตรียมยาได้ที่จำเป็นต้องใช้เองได้ | เภสัชกรโรงพยาบาลชุมชน | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | นางสาวพึงพิศ บรรณสาร | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
13 | 12 | 1.พัฒนาระบบส่งต่อข้อมูลการใช้ยา และแพ้ยาระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | 1. พัฒนาโปรแกรมส่งต่อข้อมูลการใช้ยา และแพ้ยาระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 2. ติดตั้งและอบรมการใช้งาน 3. รวบรวมปัญหาข้อเสนอแนะ | 1.ส่งต่อข้อมูลการใช้ยา และแพ้ยาระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | 1. มีระบบส่งต่อข้อมูลการใช้ยา และแพ้ยาระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | 1. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานเภสัชกรรมปฐมภูมิ | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
14 | 13 | 1.โครงการลดระยะเวลารอรับยาห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก | 1. ประชุมทีมเภสัชกรและ OPD เพื่อหาแนวทางลดระยะเวลารอรับยา 2. ปรับปรุงกระบวนการทำงานและระบบคิวอัจฉริยะ (คิว 1000–6000) 3. คัดกรองใบสั่งยาและพิมพ์ฉลากผ่านโปรแกรม PharMS พร้อมใช้คิวตะกร้า 4. เพิ่มเวร pre-pack ยา ลดภาระงานเวรเช้า 5. จัดอัตรากำลังเภสัชกร/เจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมในช่วง Peak hours 6. เพิ่มตำแหน่ง manager คอยช่วย flow งานและติดตามประสิทธิภาพ 7. ใช้เทคโนโลยีช่วย เช่น pop-up เตือน Lab/ประวัติยา, monitor แจ้งคิว/เวลา 8. สรุปและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานรายเดือนโดยใช้ Dashboard | 1. ลดระยะเวลารอรับยาให้น้อยกว่า 20 นาที 2. ลดความแออัดและการร้องเรียนจากผู้ป่วย 3. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความพึงพอใจของผู้รับบริการ | 1. ร้อยละของผู้ป่วยที่รอรับยาไม่เกิน 20 นาที ≥ 80% 2. ระยะเวลาเฉลี่ยในการรอรับยา ≤ 30 นาที 3. ความพึงพอใจต่อเวลารอคอย > 80% 4. อุบัติการณ์การร้องเรียนเรื่องรอรับยา = 0 | ผู้ป่วยที่มารับบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอกในเวลาราชการ | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | เภสัชกรงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอกและเภสัชกรงานบริบาลผู้ป่วยนอก | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
15 | 14 | 2.โครงการพัฒนาระบบบริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) ในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | 1.ประชุมทีมสหวิชาชีพเพื่อกำหนดแนวทางบริบาลเภสัชกรรมและติดตามการใช้ยาทางไกล 2.ดำเนินการ Telepharmacy ผ่าน Line Official /โทรศัพท์ บันทึก DRP และการแก้ไข ใน PharMS 3.จัดส่งยาทางไปรษณีย์ผ่านโครงการ Health rider 4.สรุปและประเมินผลการดำเนินงาน | 1.ศึกษาปัญหาการใช้ยาและแนวทางแก้ไขในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รับยาทางไปรษณีย์ 2.ประเมินความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการใช้บริการ Telepharmacy 3.พัฒนาแนวทางระบบบริการเภสัชกรรมทางไกลให้ครอบคลุมผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่น ๆ 4.เพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดความแออัด และลดการรอคอยในโรงพยาบาล | 1.จำนวนและประเภทปัญหาการใช้ยาที่ถูกวิเคราะห์และแก้ไขได้ 2.ระดับความพึงพอใจของผู้ป่วย ≥ 80% 3.ความถูกต้อง ความทันเวลา และสภาพยาที่ได้รับสมบูรณ์ ≥ 95% | ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการ Telemed และผู้ป่วยที่ส่งยาทางไปรษณีย์ที่มีปัญหาด้านยา เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน (DM) และความดันโลหิตสูง (HT) ที่มีอาการคงที่,ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะคงที่ (CKD stable) และผู้ป่วยฟอกไต (ESRD on HD), ผู้ป่วยคลินิกระบบสมองและหลอดเลือด, ผู้ป่วย Asthma/COPD และผู้ป่วย ARV เป็นต้น | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | เภสัชกรงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอกและเภสัชกรงานบริบาลผู้ป่วยนอก | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
16 | 15 | 3.โครงการจัดส่งยาถึงบ้านด้วยบริการ Health Rider | 1. ประสานงานกับบริษัท I Net ที่ให้บริการ Health rider 2. จัดทำระบบการตรวจสอบและติดตามการจัดส่งยา 3. จัดทำขั้นตอนการบรรจุยาและเอกสารสำคัญให้ครบถ้วนก่อนส่งมอบ 4. ประชาสัมพันธ์โครงการและลงทะเบียนผู้ป่วยที่สนใจร่วมกับสหวิชาชีพ | 1. พัฒนาบริการเภสัชกรรมเคลื่อนที่เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการบริการด้านยาสำหรับพื้นที่ห่างไกล 2. ลดปัญหาการขาดยาและความไม่ต่อเนื่องในการรักษา(ลดอัตราการสำรองยา) 3. ลดระยะเวลาการรอคอยรับยา 4. เพื่อลดความแออัดในสถานพยาบาล | 1. ผู้ป่วยได้รับยาภายใน 3 วันทำการ 100% 2.ไม่พบอุบัติการณ์ความคลาดเคลื่อนจากผู้ป่วยหลังได้รับยา 3. ผู้ป่วยมีความพึงพอใจจากการส่งยาในระบบhelth rider >80% | 1.ผู้ป่วยที่ได้รับบริการแพทย์ทางไกล(telemed) 2. ผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจจากแพทย์แล้วมีความประสงค์กลับบ้านก่อนเพื่อรอรับยาที่บ้าน 3. ผู้ป่วยนอกเขตที่เข้าระบบ refill ยาทางไปรษณีย์ | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | เภสัชกรผู้รับผิดชอบโครงการ health Rider | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
17 | 16 | 4.การพัฒนาแนวทางป้องกันการเกิดภาวะ MALA จากการได้รับยา Metformin ขนาดไม่เหมาะสม | 1. ประชุมระดมสมอง หาเพื่อหาแนวทางแก้ไขการจ่ายยา Metformin ขนาดไม่เหมาะสม 2. กําหนดมาตรการเป็นแนวทางปฏิบัติ 3. ตรวจสอบความเหมาะสมของขนาดยา Metformin ที่จ่ายไปแล้ว ภายใน 24 ชั่วโมง ในวันทำการ 4. สรุปและประเมินผล | เพื่อป้องกันการเกิดภาวะ MALA จากการได้รับยา Metformin ขนาดไม่เหมาะสม | ไม่มีผู้ป่วยเกิดภาวะ MALA จากการได้รับยา Metformin ขนาดไม่เหมาะสม | ผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับยา Metformin และมีค่า eGFR < 60 ml/min/1.73m² | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | เภสัชกรงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
18 | 17 | 5.การบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีการใช้ยาฉีด insulin | 1.พัฒนาสื่อเอกสารแนวทางการให้คำปรึกษาและความรู้ด้านยาอินซูลิน 2.การบริบาลทางเภสัชกรรม ได้แก่ 2.1.การประเมินการใช้ยาอินซูลินของผู้ป่วย 2.2 การประเมินความรู้เรื่องการฉีดอินซูลิน 2.3.การประเมินปัญหาการใช้ยา การสืบค้นปัญหาจากการใช้ยาของผู้ป่วย 3. การติดตามระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดและระดับน้ำตาลตอนอดอาหาร | 1.เพื่อพัฒนาระบบงานให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง ปลอดภัยและเหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองและจัดการปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาได้ 2.เพื่อศึกษาปัญหาการใช้ยาของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้และได้รับการฉีดยาอินซูลิน 3.เพื่อประเมินความร่วมมือในการใช้ยาและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วย 4.เพื่อเปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือดก่อนและหลังการบริบาลทางเภสัชกรรม | 1.ผู้ป่วยมีความเข้าใจและสามารถใช้ยาเทคนิคพิเศษได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ 2.หลังการให้การบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามเกณฑ์เป้าหมาย | ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับการรักษาด้วยยาฉีดอินซูลินและไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | เภสัชกรงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
19 | 18 | 6.โครงการ "ชะลอไตเสื่อม": บริบาลเภสัชกรรมเชิงรุกสำหรับผู้ป่วย eGFR ลดลงมากกว่า 25% | 1. พัฒนาระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ: ตั้งค่าระบบคอมพิวเตอร์ให้แจ้งเตือนเภสัชกรหรือแพทย์เมื่อพบว่าค่า eGFR ของผู้ป่วยลดลงมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับค่าเดิมในรอบการตรวจที่ผ่านมา 2. การวิเคราะห์สาเหตุที่อาจเป็นสาเหตุของการลดลงของ eGFR ได้แก่ การใช้ยาที่อาจเป็นพิษต่อไต (เช่น NSAIDs), อาหารเสริม สมุนไพร หรือพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม 3. การให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหา: ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์เพื่อปรับการใช้ยาหรือปรับพฤติกรรมการบริโภคโดยทันที 4. พัฒนาระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ: ตั้งค่าระบบคอมพิวเตอร์ให้แจ้งเตือนทันทีเมื่อมีการสั่งยาในรายการที่กำหนดร่วมกัน 5. การติดตาม/ทบทวนอย่างสม่ำเสมอ สรุปผลเป็นรายเดือน | 1.เพื่อชะลออัตราการลดลงของค่า eGFR ในผู้ป่วยนอกที่มีค่า eGFR ลดลงมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับค่าเดิมภายใน 6 เดือน2.เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตนเองและการใช้ยาที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับไต | o จำนวนครั้งที่เภสัชกรสามารถเข้าแก้ไขปัญหาการใช้ยา/อาหารที่อาจส่งผลกระทบต่อไตได้ทันท่วงที | ผู้ป่วยทุกรายในโรงพยาบาลที่มีค่า eGFR ลดลงมากกว่า 25% จากค่าเดิม | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | เภสัชกรงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก,งานบริบาลเภสัชกรรมและกลุ่มงานเภสัชกรรม | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
20 | 19 | 7.การบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะที่ 4 เพื่อชะลอไตเสื่อม (CKD stage 4 slowing progression to stage 5) | 1. การคัดกรองและประเมินผล: เภสัชกรจะทำการคัดกรองและระบุผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 (eGFR 15-29 มล./นาที) ที่มีแนวโน้มการทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็ว 2. การให้คำปรึกษาแบบเข้มข้น (Intensive Counseling): ให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวหรือผ่าน Telepharmacy โดยเน้นการให้ความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างถูกต้อง (เช่น การปรับขนาดยา), การควบคุมอาหาร (ลดเค็ม, ลดโปรตีน), การดื่มน้ำอย่างเหมาะสม และการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง 3. การติดตามผลและนัดหมาย: จัดทำระบบติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เช่น การนัดหมายเพื่อติดตามค่า eGFR และประเมินพฤติกรรมการใช้ยาและอาหารทุก 1-3 เดือน 4. การประสานงานกับทีมสหวิชาชีพ: ทำงานร่วมกับแพทย์ นักกำหนดอาหาร และพยาบาล เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างครอบคลุม | 1.เพื่อให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 4 ให้ได้รับยา/อาหาร/ผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วย 2.เพื่อชะลอการเข้าสู่ไตระยะที่5 และการฟอกไต | ร้อยละของผู้ป่วยที่มีอัตราการลดลงของ eGFR ลดลงจากเดิม | ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 ที่มีค่า eGFR อยู่ในช่วง 15-29 มล./นาที | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | เภสัชกรงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
21 | 20 | 1.โครงการพัฒนาระบบประสานรายการยา (Medication Reconciliation) ในงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยใน | 1.ออกแบบรายงานการเก็บข้อมูลความครอบคลุม การทำ MR ภายใน 24 ชม. 2.อบรมให้ความรู้เภสัชกรในการเก็บข้อมูล 3.เก็บรวบรวมรายงานความคลาดเคลื่อนทางยาในกระบวนการทำ MR 4.รวบรวมปัญหา วิเคราะห์และสรุปผล | 1.เพื่อลดความคลาดเคลื่อนทางยาจากการสั่งใช้ยาในทุกรอยต่อของการรักษา 2. เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาที่สมควรได้รับอย่างต่อเนื่อง เหมาะสม ปลอดภัย | 1.ความคลาดเคลื่อนทางยาการสั่งใช้ยาจากกระบวนการทำ MR ลดลงร้อยละ 30 2.ความครอบคลุมในกระบวนการทำ MR ภายใน 24 ชม.มากกว่าร้อยละ 80 | เภสัชกรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | ภญ.ชลิตา ศิริรักษ์ | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
22 | 21 | 2.การส่งเสริมการปฏิบัติตามนโยบายการคืนยาในหอผู้ป่วยและ ติดตามการคืนยาผ่านฐานข้อมูล Hos-XP และ Pharm-Ms | 1. เก็บข้อมูลความรู้ และการรับรู้การปฏิบัติตามนโยบายการคืนยาในหอผู้ป่วย 2.ประชุมผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการคืนยา 3.ออกแบบ Dashboard ในการเก็บข้อมูล 4.เก็็บข้อมูลการคืนยาและการปฏิบัติตามนโยบายการคืนยาของหอผู้ป่วย 5.รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ปัญหาและจัดการข้อมูล | 1.เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยาจากการนำยาค้างบนหอผู้ป่วยมา บริหาร 2.เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการปฏิบัติตามนโยบายการคืนยาในหอผู้ป่วย | 1.อุบัติการณ์แพ้ยาซ้ำ จากการนำยาค้างบนหอผู้ป่วยมาบริหารเท่ากับ 0 2.การปฏิบัติตามนโยบายการคืนยาเพิ่มขึ้น 3. รายงานความคลาดเคลื่อนจากกระบวนการตามรอยยาคืน | บุคลากรทีปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยและบุคลากรในกลุ่มงานเภสัชกรรม | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | ภญ.ศรัณยา สีกรม | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
23 | 22 | 3.โครงการพัฒนาระบบคัดกรองใบสั่งยาผู้ป่วยใน | 1. ปรับปรุงหน้าต่างการ consult การรานงาน Medication error และการสรุปรายงานทีพบจากกระบวนการ Screen 2.ประชุมวางแผนปรับปรุง SOP Prescription Screening IPD และยาโฟกัส (1) Acyclovir (2) Enoxaparin, (3) Vancomycin inj. (4) warfarin และ (5)TB drugs) 3. KM เภสัชกร SOP Prescription Screening IPD update 2569 และประเมินผล 4.การ Audit ใบสั่งกลุ่มโฟกัส 5. รวบรวมรายงานความคลาดเคลื่อนทางยาในกระบวนการคัดกรองใบสั่งยาผู้ป่วยใน และ ผลการ Audit ใบสั่งยากลุ่มโฟกัส 6. วิเคราะห์และสรุปผล | 1.เพื่อพัฒนาระบบคัดกรองใบสั่งยาผู้ป่วยใน และ ปรับปรุง SOP Prescribtion Screen IPD 2569 2. เพื่อประเมินอัตรา และประเภทของความคลาดเคลื่อนในการสั่งใช้ยา 3. เพื่อศึกษาผลการคัดกรองใบสั่งยาในกลุ่มโฟกัส 4. เพื่อลดระดับความรุนแรงของความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยายา น้อยกว่าระดับ D ให้ผู้ป่วยได้รับยาที่ เหมาะสม ปลอดภัย | 1.ผลลัพธ์ความคลาดเคลื่อนจากการสั่งใช้ยาจากการกระบวนการคัดกรองใบสั่งยา 2.ความรู้และความพึงพอใจของเภสัชกรต่อการใ้ช้โปรแกรมคัดกรองที่พัฒนามากกว่าร้อยละ 80 | เภสัชกรที่ปฏิบัติงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานบริการเภสัชกรรมผู้ป่วยใน และ ภก.เกรียงไกร | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
24 | 23 | 4.พัฒนาระบบ consult ในโปรแกรม PharMs และเพิ่มพูนองค์ความรู้เภสัชกร ในการแก้ไขปัญหาการใช้ยาอย่างเป็นระบบ ห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน | 1.มีการอบรมพัฒนาความรู้เภสัชกรและการให้คำปรึกษาด้านยาที่เหมาะสม | เพื่อวิเคราะห์ปัญหาด้านต่างๆที่ทำให้เกิดการ consult ที่ไม่เหมาะสมแล้วนำมาแก้ไขและพัฒนางานให้ถูกต้องเหมาะสม | เภสัชกรเข้าร่วมอบรมและมีองค์ความรู้มากกว่าร้อยละ 80 | เภสัชกรที่ปฏิบัติงาน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | ภญ.วิภาวี | ต.ค.-68 | ธ.ค.-68 | ||||||||||||||||
25 | 24 | 5.พัฒนาแนวทางการเบิกจ่ายยา Multiple dose Insulin ในระบบผู้ป่วยใน ผ่านโปรแกรม PharMS | 1.สำรวจการเบิกจ่ายยา Multiple dose insulin ผ่านโปรแกรม PharMS เพื่อประเมินปริมาณ จำนวนวัน และความถี่ในการเบิกยา | 1.เพื่อวัดปริมาณการใช้ Multiple dose Insulin ในหอผู้ป่วยโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และจำนวนวันในการเบิกยา มีความสอดคล้องกันหรือไม่ | 1.ปริมาณยา Multiple dose insulin ที่มีการใช้ สอดคล้องกับจำนวนวันที่เบิก มากกว่า 80% | หอผู้ป่วยทั้งหมดในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | ภก.เทพพิทักษ์ ดวงดี | ต.ค.-68 | ธ.ค.-68 | ||||||||||||||||
26 | 25 | 6.พัฒนาระบบการแจ้งเตือนการปรับขนาดยาปฏิชีวนะตามสภาวะการทำงานของไตในกลุ่มผู้ป่วยเด็กผ่านโปรแกรม PharMS | 1. รวบรวมและจัดทำข้อมูลขนาดยาอ้างอิง (Dose Reference) ในโปรแกรม PharMS สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาการปรับขนาดยาปฏิชีวนะตามสภาวะการทำงานของไตในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก 2. เพิ่มหัวข้อการคำนวณค่าการทำงานของไต (eGFR (ml/min/1.73 m2)) ในกลุ่มผู้ป่วยเด็กในโปรแกรม PharMS เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการปรับขนาดยา 3. เก็บข้อมูลและประมวลผลลัพธ์ในรูปแบบตัวชี้วัดเพื่อสรุปผลความเหมาะสมในการดำเนินการตามบทบาทของเภสัชกร | 1. เพื่อพัฒนาระบบการแจ้งเตือนการปรับขนาดยาตามสภาวะการทำงานของไตให้ครอบคลุมในกลุ่มผู้ป่วยเด็กซึ่งจัดเป็นผู้ป่วยกลุ่มพิเศษ (special population) ที่มีเงื่อนไขจำเพาะในการพิจารณาการปรับขนาดยาที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ 2. เพื่อสนับสนุนบทบาทของเภสัชกรให้มีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการติดตามให้ผู้ป่วยได้รับยาในขนาดยาที่ปลอดภัยและเหมาะสม 3. เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยาในกลุ่มผู้ป่วยเด็กจากการได้รับขนาดยาที่ไม่เหมาะสมกับสภาวะการทำงานของไต | ร้อยละความถูกต้องของการประเมินความเหมาะสมของขนาดยาที่ผู้ป่วยได้รับและสภาวะการทำงานของไตในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก (มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80) | เภสัชกรงานบริการเภสัชกรรมผู้ป่วยในและเภสัชกรในกลุ่มงานเภสัชกรรมที่ปฏิบัติงานบริการเภสัชกรรมผู้ป่วยใน | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานบริการเภสัชกรรมผู้ป่วยใน, ภก. เกรียงไกร ลีธนาวาณิชย์ | ต.ค.-68 | ก.ย.-69 | ||||||||||||||||
27 | 26 | 7. การส่งเสริมการปฏิบัติตามนโยบายการใช้ยาความเสี่ยงสูง (HAD) | 1.จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับนโยบายการใช้ยาความเสี่ยงสูงให้กับสหวิชาชีพ (แพทย์ พยาบาล เภสัชกร) 2. พัฒนาการลงข้อมูลในระบบ โดยใช้โปรแกรม PharMS 3.ออกแบบ Dashboard ในการเก็บข้อมูล 4. วิเคราะห์ปัญหาและนำเสนอข้อมูล | 1. เพื่อให้มีการปฏิบัติตามนโยบายการใช้ยาความเสี่ยงสูงได้อย่างถูกต้อง 2.เพื่อให้สามารถลงข้อมูลการปฏิบัติการใช้ยาความเสี่ยงสูงได้อย่างเป็นระบบ 3. เพื่อให้เห็นข้อมูลภาพรวมของการปฏิบัติการใช้ยาความเสี่ยงสูง | มีการปฏิบัติตามนโยบายการใช้ยาความเสี่ยงสูง มากกว่าหรือเท่ากับ ร้อยละ 80 | 1. แพทย์ 2. พยาบาลปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วย 3.เภสัชกรผู้ป่วยในและเภสัชกรบริบาลผู้ป่วยใน | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | ภญ.สุทธินี ศิลาไสล | Oct-68 | Sep-69 | ||||||||||||||||
28 | 27 | 1.โครงการนำร่องการบูรณาการพัฒนาระบบติดตามผู้ป่วยหลังได้รับการบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยในสู่เครือข่าย | 1.จัดทำแนวทางปฏิบัติในการบริบาลผู้ป่วยใน ในกลุ่มโรคสำคัญตามที่กำหนด 2.จัดทำโปรแกรมติดตามผู้ป่วยหลังได้รับการบริบาลเภสัชกรผู้ป่วยใน 3.จัดทำโปรแกรมส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยสู่สถานพยาบาลต้นสังกัด 4.ติดตามผลลัพธ์ทางคลินิก ประเมินความรู้ ความพึงพอใจต่อการบริบาลเภสัชกรรมของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ | 1เพื่อพัฒนาระบบการติดตามผู้ป่วยหลังได้รับบริบาลเภสัชกรรมเพื่อส่งต่อข้อมูลแก้ชุมชน 2.เพื่อติดตามผลลัพธ์ทางคลินิกและความรู้ความพึงพอใจของผู้รับบริบาลและบุคลากรทางการแพทย์ | 1.คะแนนความรู้ความพึงพอใจของผู้รับบริบาลเภสัชกรรม 2.ความพึงพอใจของบุคลากรทางการแพทย์และเครือข่าย | 1.ผู้ป่วยในแผนกอายุรกรรม 2.เจ้าหน้าที่ รพ.สต.เขตอำเภอเมือง | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานบริบาลเภสัชกรรม | Oct-68 | Sep-69 | ||||||||||||||||
29 | 28 | 2.พัฒนาระบบการประเมินเภสัชกรผู้ให้ข้อมูลด้านยาแก่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล | 1.จัดทำคู่มือคลิปวิดีโอให้ความรู้แก่ผู้ป่วย 2.ประเมินความรู้ผู้ป่วยก่อน-หลังการได้รับบริบาลเภสัชกรรม 3.ติดตามผลลัพธ์ทางคลินิก เช่น ระดับน้ำตาล ระดับความดันโลหิต 4.ติดตามความพึงพอใจต่อการบริบาลเภสัชกรรมของผู้ป่วยใน | 1.เพื่อพัฒนาการให้ข้อมูลผู้ป่วยได้ครอบคลุมครบถ้วนและสามารถรับชมย้อนหลังได้ 2.เพื่อประเมินความรู้และความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการบริบาลเภสัชกรรม | 1.ความรู้และความพึงพอใจผู้ป่วยต่อการใ้ห้บริบาลเภสัชกรรมมากกว่าร้อยละ 80 | ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่ได้รับการบริบาลเภสัชกรรม | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานบริบาลเภสัชกรรม | Oct-68 | Sep-69 | ||||||||||||||||
30 | 29 | 3.โครงการนำร่องพัฒนาบริบาลผู้ป่วยตามบ้านตามกลุ่มโรค | 1.กำหนดบทบาทหน้าที่เภสัชกรร่วมกับสหวิชาชีพในการเยี่ยมบ้านในกลุ่มโรคสำคัญ รวมถึงรายการยาที่นำออกเยี่ยมบ้านพร้อมให้บริการผู้ป่วย 2.จัดทำคู่มือการเยี่ยมบ้านสำหรับแต่ละกลุ่มโรค 3.ดำเนินการเยี่ยมบ้านร่วมกับทีมสหวิชาชีพ 4.รวบรวมปัญหา วิเคราะห์และสรุปข้อมูลการดำเนินการ | 1.เพื่อขยายการให้บริบาลสู่ชุมชนโดยเภสัชกรร่วมกับสหวิชาชีพ | 1.ความรู้และความพึงพอใจผู้ป่วยและญาติต่อการให้บริบาลเภสัชกรรมมากกว่าร้อยละ 80 | ผู้ป่วยประคับประคองระยะท้าย | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานบริบาลเภสัชกรรม | Oct-68 | Sep-69 | ||||||||||||||||
31 | 30 | 4.พัฒนานำร่องการดูแลผู้ป่วยประคับประคองแบบองค์รวมโดยเภสัชกร | 1.อบรมให้ความรู้แก่เภสัชกรเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและเสริมความมั่นใจในการให้การดูแลผู้ป่วยประคับประคองระยะท้าย 2.ฝึกปฏิบิติงานการดูแลผู้ป่วยประคับประคองในโรงพยาบาลอย่างน้อยคนละ 2 เคส 3.ฝึกปฏิบิติงานการดูแลผู้ป่วยประคับประคองที่บ้านอย่างน้อยคนละ 1 เคส 4.รวบรวมปัญหา วิเคราะห์และสรุปข้อมูลการดำเนินการ โดยวัดผลความรู้ ความพึงพอใจ ทัศนคติ ความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยประคับประคอง | 1.เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและความมั่นใจเภสัชกรต่อการให้บริบาลเภสัชกรรมในกลุ่มผู้ป่วยประคับประคอง | 1.เภสัชกรมีความรู้มากกว่าร้อย80 2.เภสัชกรมีความมั่นใจต่อการให้บริบาลเภสัชกรรมมากขึ้น | ไม่ใช้งบโรงพยาบาล | งานบริบาลเภสัชกรรม | Oct-68 | ||||||||||||||||||
32 | ||||||||||||||||||||||||||
33 | ||||||||||||||||||||||||||
34 | ||||||||||||||||||||||||||
35 | ||||||||||||||||||||||||||
36 | ||||||||||||||||||||||||||
37 | ||||||||||||||||||||||||||
38 | ||||||||||||||||||||||||||
39 | ||||||||||||||||||||||||||
40 | ||||||||||||||||||||||||||
41 | ||||||||||||||||||||||||||
42 | ||||||||||||||||||||||||||
43 | ||||||||||||||||||||||||||
44 | ||||||||||||||||||||||||||
45 | ||||||||||||||||||||||||||
46 | ||||||||||||||||||||||||||
47 | ||||||||||||||||||||||||||
48 | ||||||||||||||||||||||||||
49 | ||||||||||||||||||||||||||
50 | ||||||||||||||||||||||||||
51 | ||||||||||||||||||||||||||
52 | ||||||||||||||||||||||||||
53 | ||||||||||||||||||||||||||
54 | ||||||||||||||||||||||||||
55 | ||||||||||||||||||||||||||
56 | ||||||||||||||||||||||||||
57 | ||||||||||||||||||||||||||
58 | ||||||||||||||||||||||||||
59 | ||||||||||||||||||||||||||
60 | ||||||||||||||||||||||||||
61 | ||||||||||||||||||||||||||
62 | ||||||||||||||||||||||||||
63 | ||||||||||||||||||||||||||
64 | ||||||||||||||||||||||||||
65 | ||||||||||||||||||||||||||
66 | ||||||||||||||||||||||||||
67 | ||||||||||||||||||||||||||
68 | ||||||||||||||||||||||||||
69 | ||||||||||||||||||||||||||
70 | ||||||||||||||||||||||||||
71 | ||||||||||||||||||||||||||
72 | ||||||||||||||||||||||||||
73 | ||||||||||||||||||||||||||
74 | ||||||||||||||||||||||||||
75 | ||||||||||||||||||||||||||
76 | ||||||||||||||||||||||||||
77 | ||||||||||||||||||||||||||
78 | ||||||||||||||||||||||||||
79 | ||||||||||||||||||||||||||
80 | ||||||||||||||||||||||||||
81 | ||||||||||||||||||||||||||
82 | ||||||||||||||||||||||||||
83 | ||||||||||||||||||||||||||
84 | ||||||||||||||||||||||||||
85 | ||||||||||||||||||||||||||
86 | ||||||||||||||||||||||||||
87 | ||||||||||||||||||||||||||
88 | ||||||||||||||||||||||||||
89 | ||||||||||||||||||||||||||
90 | ||||||||||||||||||||||||||
91 | ||||||||||||||||||||||||||
92 | ||||||||||||||||||||||||||
93 | ||||||||||||||||||||||||||
94 | ||||||||||||||||||||||||||
95 | ||||||||||||||||||||||||||
96 | ||||||||||||||||||||||||||
97 | ||||||||||||||||||||||||||
98 | ||||||||||||||||||||||||||
99 | ||||||||||||||||||||||||||
100 |