ABCDEFGHIJKLMNOPQRSTUVWXYZAA
1
วิธีการใช้ template แผนงบการเงินประจำปีส่วนตัว
2
3
Step 1: ระบุรายรับ
4
ก่อนอื่นให้ใส่ตัวเลขรายรับครับ ยกตัวอย่างเช่นเงินเดือนของงวดสิ้นเดือนธันวาคม ผมเอามาใส่เป็นรายรับของเดือน
5
มกราคม เพราะผมจะใช้เงินส่วนนี้ในการบริหารเงินออมและค่าใช้จ่ายของรอบเดือนมกราคมครับ
6
7
ในทีนี้ผมใส่ “เงินเดือน”, “โบนัส” และ “อื่นๆ” ไว้ สามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มแถวได้เลยครับหากใครมีรายรับทางอื่นด้วย
8
ที่สำคัญ อย่าลืมเช็คสูตร sum ให้แน่ใจว่าผลรวมของรายรับทุกช่องทางถูกรวมเข้าด้วยกันอย่างถูกต้องด้วยนะครับ
9
10
Step 2: เก็บเงินออม
11
เงินออมเพื่อความมั่นคงในชีวิต
12
•
เงินสำรองฉุกเฉิน - อยากให้ลองพิจารณาดูครับว่าเราต้องแบ่งเงินมาออมตรงส่วนนี้เดือนละเท่าไหร่เพื่อที่จะมีเงินสำรอง
13
ฉุกเฉินเก็บไว้เท่ากับ 3-6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน
14
•
เงินลงทุน - ตรงนี้จะเป็นการเก็บเงินให้เป็นก้อนๆ เพื่อนำเงินไปลงทุนให้งอกเงยสร้างความมั่งคั่งในอนาคตครับ
15
ซึ่งอาจจะเป็นหุ้น หรือกองทุนรวม SSF เป็นต้น
16
•
ประกันชีวิต - ประกันชีวิตทั้งแบบสะสมทรัพย์และหรือแบบตลอดชีพล้วนแล้วแต่มีมูลค่าในตัว ยิ่งนานมูลค่ายิ่งเพิ่มและ
17
สามารถแปลงเป็นเงินฉุกเฉินได้ครับ ผมจึงรวมเข้าไปในหมวดเงินออมเพราะถือว่าไม่ได้จ่ายแล้วทิ้ง เราได้ประโยชน์
18
กลับมาเต็มๆ ทั้งในด้านการดูแลคุ้มครองชีวิต สะสมทรัพย์ หรือเพื่อเป็นเงินมรดก รวมไปถึงการลดหย่อนภาษีครับ
19
•
ประกันสุขภาพ - ผมแนะนำให้ทุกคนเก็บเงินออมสำหรับซื้อประกันสุขภาพไว้เพื่อความมั่นคงในชีวิตและรองรับสิ่งที่ไม่
20
คาดฝันครับ ไม่อย่างนั้นหากเกิดอะไรรุนแรงขึ้นกับชีวิต เราอาจจะต้องนำเงินที่ออมไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นมาเป็นค่า
21
รักษาพยาบาลที่อาจจะสูงเหยียบแสนเหยียบล้าน ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตเปลี่ยนไปเลย ดังนั้นออมเงินเก็บไว้ซื้อความมั่นคง
22
ให้กับชีวิตจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำครับ และยังลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
23
•
เงินเพื่อการเกษียณ - เงินออมส่วนนี้ก็เป็นเงินอีกส่วนที่คนมองข้ามเยอะเหมือนกันครับ กว่าจะนึกได้ว่ามันสำคัญก็ใกล้
24
เกษียณไปแล้วและอาจจะช้าไปสักนิดสำหรับการวางแผนการเงินให้ชีวิตอีก 20-30 ปีหลังเกษียณ ผมเองก็ไม่คิดว่าจะ
25
มีชีวิตอยู่ยาวถึง 90 แต่ถ้าจะตายก่อน ก็ขอตายในขณะที่ยังมีเงินครับ 555 บนโลกนี้มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากมายที่
26
ให้ผลตอบแทนที่ดีหลังเกษียณไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญและ RMF เป็นต้นครับ ซึ่งที่ว่ามาทั้งหมดก็สามารถ
27
นำไปลดหย่อนภาษีได้อีกเหมือนกัน
28
29
เงินออมเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ
30
•
ตรงนี้สามารถใส่เพิ่มเติมได้เลยครับ ถ้าหากว่าในปีนี้เรามีแผนจะซื้อของชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ เช่นเคสมือถือ
31
โทรศัพท์เครื่องใหม่ หรือหม้อทอดไร้น้ำมัน หรือออมเงินสำหรับทริปเที่ยวประจำปี และอยากซอยเงินแต่ละเดือนมา
32
ออมเก็บ ก็สามารถทำได้ครับ
33
34
Step 3: หักรายจ่าย
35
ในหัวข้อรายจ่ายผมได้แยกหมวดย่อยๆ ไว้หลายหมวดมาก ซึ่งสิ่งที่ผมใส่เตรียมไว้ให้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับของทุกคน
36
สามารถลบและเพิ่มได้เลยนะครับ เพียงแต่เราต้องตั้งสติดีๆ แล้วนึกให้ออกว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนมีอะไรบ้าง
37
ง่ายๆ เลยอยากให้ลองมองค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ครับ
38
39
•
จ่ายรายเดือน รู้จำนวนแน่นอน - เงินส่วนนี้จัดการง่ายมากครับ เราอยู่กับมันทุกเดือนจนเรียกได้ว่าชิน เงินที่ได้มาแต่ละ
40
เดือนก็เอามาปิดหนี้ส่วนนี้ได้ตรงๆ เช่น ค่าบริการโทรศัพท์รายเดือน, ค่า internet บ้าน, ค่า Netflix (ใครแชร์กับเพื่อน
41
อย่าลืมจ่ายให้เพื่อนด้วยนาจา), ค่า Spotify Premium, ค่าฟิตเนส, ค่า EasyPass, เงินเติมเที่ยวบัตร Rabbit
42
รายเดือน เป็นต้น หรือใครมีหนี้ที่ต้องผ่อนบัตรเครดิตก็ใส่ได้เช่นกันครับ แต่แนะนำว่ารวมทั้งหมดแล้วไม่ควรเกิน 35%
43
ของรายได้นะครับ
44
•
จ่ายรายปี รู้จำนวนแน่นอน - อาจจะเป็น ค่าประกันรถยนต์ หรือค่าส่วนกลางคอนโด เงินส่วนนี้ก็จัดการไม่ยากครับ
45
แต่หลายคนเลือกที่จะไม่จัดการและหวังพึ่งโบนัสอย่างเดียว (เหมือนผมสมัยก่อน) วิธีจัดการง่ายๆ คือ เอาจำนวนที่ต้อง
46
จ่ายตั้ง หารด้วย 12 เดือน เท่านี้เราก็จะรู้ว่าต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่เพื่อที่จะปิดหนี้ก้อนนี้โดยไม่ต้องเบียดเบียน
47
โบนัสที่ควรจะเป็นเงินออมครับ
48
•
รายจ่ายผันแปรที่ไม่รู้จำนวนแน่นอน - รายจ่ายในส่วนนี้นี่แหละครับที่มักจะสร้างปัญหาให้เรา เพราะคาดเดาได้ยากง่าย
49
แตกต่างกันไป อาจจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ที่บางเดือนมีใช้มากใช้น้อยต่างกัน ก็จัดการด้วยการสำรวจประวัติการ
50
จ่ายในช่วง 1-2 ปีหลัง แล้วคาดการณ์เอาได้ครับ หรืออาจจะเป็นอะไรที่คาดเดายากขึ้นเช่นเงินใส่ซองงานแต่ง งานบวช
51
หรือเงินค่าของขวัญสำหรับวันเกิดหรืองานเลี้ยง ตรงส่วนนี้ก็สามารถหักเงินบางส่วนแต่ละเดือนเก็บไว้ใช้เป็นงบเข้า
52
สังคมฉุกเฉินก็ได้ครับ
53
54
Step 4: เงินเหลือเอาไว้ใช้
55
ทีนี้ ในช่อง “เงินเหลือ” ด้านล่าง เราก็จะเห็นตัวเลขหลังจากนำ รายได้ - เงินออม - รายจ่าย ซึ่งเงินเหลือตรงนี้คือค่าใช้จ่าย
56
ส่วนตัวที่เราต้องบริหารใช้ให้พอดีใน 1 เดือนเช่นค่าอาหาร ขนม ช้อปปิ้งจิปาถะ เป็นต้นครับ และพอสิ้นเดือน หากเงินใน
57
ส่วนนี้ยังเหลือ เราก็สามารถเอาไปเก็บไว้ในบัญชีเงินออมได้อีกต่างหาก เวิร์คสุด!
58
59
60
เริ่มวางแผนและลงมือจัดการวันนี้ ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองพูดคำว่า “รู้งี้ทำซะตั้งนานแล้ว” ในวันที่สายไปครับ ซึ่งผมก็หวังว่าไฟล์ที่
61
ผมแจกไปน่าจะเป็นประโยชน์และช่วยชีวิตได้ประมาณหนึ่ง ไฟล์นี้สามารถนำไปดัดแปลงแก้ไข ประยุกต์ใช้ในแบบที่เหมาะกับ
62
แต่ละคนได้เลยครับ สำหรับใครที่มีคำถามเกี่ยวกับ template นี้ หรือเกี่ยวกับตัวประกันเพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิตและนำไป
63
ลดหย่อนภาษี สามารถถามเข้ามาได้ตามช่องทางติดต่อที่ผมให้ไว้ในไฟล์ได้เลยนะครับ ยินดีช่วยเหลือครับผม :)
64
65
ข้อแนะนำในการใช้ template นี้
66
•
เปิดทำในคอมพิวเตอร์จะสะดวกกว่าครับ เพราะเอาเม้าส์คลิ๊กจะค่อนข้างแม่นยำกว่าเอานิ้วจิ้มเวลาเลือก cell และกรอกข้อมูล
67
•
มีตัวอย่างให้ดูใน sheet ชื่อ “Example” ครับ
68
•
หากทำเสร็จแล้ว แนะนำให้อัพโหลดลง Google drive (ฟรีแน่นอน) แล้วตั้ง private ไว้เพื่อการเรียกเปิดและแก้ไขจาก
69
อุปกรณ์ไหนที่ไหนก็ได้ และป้องกันการสูญหายของไฟล์ด้วยครับ อุตส่าห์นั่งทำตั้งนานเนอะ :)
70
•
อย่าลืมทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ เพราะสถานะทางการเงินของเรามักจะเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ ครับ
71
•
แนะนำให้แยกเงินไปจัดเก็บหลายๆ บัญชีสำหรับแต่ละจุดประสงค์ของการเก็บเงิน เพื่อความไม่งุนงง ผมเคยเก็บที่เดียวกัน
72
แล้วงงมาก แต่ถ้าจัดการได้และไม่งงก็โอเคตามสะดวกได้เลยครับ
73
74
75
76
77
78
79
80
81
82
83
84
85
86
87
88
89
90
91
92
93
94
95
96
97
98
99
100