1 of 15

2 of 15

หัวข้อเรื่อง (Topics)

4.1 ทักษะการตัดสินใจ

4.2 ทักษะการต่อรอง

4.3 ทักษะการสื่อสาร

3 of 15

4.1 ทักษะการตัดสินใจ

การตัดสินใจ (Decision Making) หมยถึง กระบวนกรในกรคัดเลือกเพื่อกรปฏิบัติที่มีทงเลือกอยู่ หลยทงและผลลัพธ์มีควมแตกต่งกัน ในกรตัดสินใจจะมีขั้นตอนที่เริ่มต้นจกกรที่ได้ตระหนักถึงปัญหและ ขั้นตอนสุดท้ยที่จะนำไปสู่กรตัดสินใจอย่งมีเหตุผล

การตัดสินใจ คือกระบวนการในการคัดเลือกเพื่อการปฏิบัติที่มีทางเลือกอยู่หลายทาง

และผลลัพธ์มีความแตกต่างกัน

4 of 15

4.1.1 ความสำคัญของการตัดสินใจ

1. มีส่วนช่วยในกระบวนการจัดการทั้งในระดับครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

2. มีอยู่ในแทบทุกขั้นตอนและทุกกระบวนการของการทำงาน

3. เป็นหัวใจของการปฏิบัติงานและการบริหารงาน

4. เป็นขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของคนทั่วไป

4.1.3 ขั้นตอนการตัดสินใจ มี 5 ขั้นตอน ดังนี้

1.กำหนดขอบเขต/ความสำคัญของการตัดสินใจ

2. รวบรวมทางเลือกที่มีทั้งหมดออกมา

3. ศึกษาและกำหนดขอบเขตของแต่ละทางเลือก

4. ตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดตามทางเลือกที่ได้ศึกษามา

5. ประเมินการตัดสินใจ หลังจากการตัดสินใจไปแล้ว

5 of 15

4.1.4 ปัญหาที่ทำให้การตัดสินใจไม่มีประสิทธิภาพ ได้แก่

1. ขาดกระบวนการตัดสินใจที่ดีและมีประสิทธิภาพ

2. ไม่มีความรู้ ทักษะ และแนวทางในการตัดสินใจในการแก้ปัญหาแบบต่าง ๆ

3. ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ต้องรอผู้รับผิดชอบหรือผู้นำเพียงอย่างเดียว

4. การกลัวการตัดสินใจ ทำให้ไม่กล้าคิด กล้าทำในสิ่งใหม่ ๆ

5. ขาดการสื่อสารระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการตัดสินใจนั้น

6. การตัดสินใจขึ้นอยู่กับคนเพียงคนเดียว

4.1.5 การพัฒนาทักษะการตัดสินใจ

1. ฝึกวิเคราะห์สถานการณ์

2. ถามความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจ

3. ต้องวิเคราะห์ถึงผลดีและผลเสียที่จะเกิดตามมา

4. ควรเลือกตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง

5. ตัดสินใจให้ทันเวลา

6. ควรมีแผนสำรองเสมอ

6 of 15

ทักษะการตัดสินใจ คือความสามารถในการพิจารณาเลือกแนวทาง

ในการปฏิบัติต่อสถานการณ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามสิ่งที่เราต้องการ

4.2 ทักษะการต่อรอง

4.2.1 ความหมายของการต่อรอง

การต่อรอง (Negotiation) หมยถึง กรสนทนที่มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหควมขัดแย้ง โดยสันติวิธี เพื่อให้เกิดกรประนีประนอม หข้อตกลงที่ยอมรับได้ของคู่สนทนทั้งสองฝ่

7 of 15

การต่อรอง คือการสนทนาที่มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี

เพื่อให้เกิดการประนีประนอม หาข้อตกลงที่ยอมรับได้ของทั้งสองฝ่าย

4.2.2 ความสำคัญของการต่อรอง

1. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง ทำให้เกิดความสงบสุข

2. ใช้ในการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน

3. ใช้ในการปกป้องและรักษาสิทธิของตนเอง รวมทั้งการเคารพสิทธิของผู้อื่น

4. สามารถนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย

5. ใช้สร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างบุคคลและกลุ่มคน

8 of 15

4.2.3 วิธีการสร้างการเจรจาต่อรองที่เหมาะสม มีดังนี้

1. ไม่แสดงความตกใจ ความเครียด หรือความหวาดกลัวจนเกินเหตุต้องตั้งสติให้ดี

2. ยอมรับฟังข้อเสนออย่างตั้งใจ

3. ไม่แสดงการตอบรับหรือปฏิเสธทันที

4. แสดงท่าทางที่เป็นมิตรด้วยการพูดจาที่สุภาพ

5. แสดงความรู้สึกของตนเองพร้อมเหตุผลประกอบที่สามารถโต้แย้งได้

6. เลือกกิจกรรมอื่นมาทดแทน

7. หลีกเลี่ยงออกจากสถานการณ์

4.2.4 สาเหตุที่ทำให้การเจรจาต่อรองไม่ประสบผลสำเร็จ มีดังนี้

1. ไม่ได้ศึกษาคู่เจรจาต่อรองทำให้เกิดข้อขัดแย้งได้ง่าย

2. ข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายไม่เป็นที่น่าพอใจ

3. ผลประโยชน์ที่ได้รับไม่คุ้มค่าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย

9 of 15

4.2.5 การเจรจาต่อรองให้มีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติดังนี้

1. การเจรจาต่อรองเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ

2. ต้องศึกษาคู่เจรจาต่อรอง คาดเดาความต้องการของคู่เจรจา

3. ต้องเตรียมตัวและเตรียมการวางแผนล่วงหน้า

4. ต้องเปิดกว้างในการที่จะรับฟังฝ่ายตรงข้าม

5. เมื่อเริ่มการเจรจาต่อรองให้พูดและฟังตามปกติ

6. ควรใช้ไหวพริบในการโน้มน้าวใจ การจูงใจ การฟัง

7. การเจรจาต่อรองมีความเหมาะสมและสามารถยืดหยุ่นได้

8. แม้จะไม่สามารถตกลงกันได้ระหว่างสองฝ่ายหรือผลการเจรจาไม่เป็นที่น่าพอใจ ก็ควร จากกันด้วยดี เพราะอาจต้องมีการเจรจาได้อีกในอนาคต

10 of 15

4.2.6 การพัฒนาทักษะการต่อรอง

1. การสร้างปฏิสัมพันธ์ก่อนเจรจา

2. อย่าประมาทในความสามารถของคนอื่น อย่าพยายามโกหก

3. ทางออกของการเจรจาต่อรองที่ดีที่สุด คือการที่ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะ

4. รักษาบรรยากาศระหว่างการเจรจาต่อรอง

5. รู้จักใช้จังหวะในการเจรจาต่อรอง

ทักษะการต่อรอง เป็นกระบวนการติดต่อสื่อสารเพื่อร่วมกันตัดสินใจและแก้ไขปัญหา

เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยรักษาไว้ซึ่งสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน

11 of 15

4.3 ทักษะการสื่อสาร

4.3.1 ความหมายของการสื่อสาร

การสื่อสาร (Communication) หมยถึง กระบวนกรในกรส่งสรหรือแลกเปลี่ยนข่วสร ควมรู้สึก ควมคิด ควมต้องกร ระหว่งผู้ส่งสรและผู้รับสร มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับสร มีปฏิกิริยตอบกลับมา

การสื่อสาร คือกระบวนการในการส่งสารหรือแลกเปลี่ยนข่าวสาร

ความรู้สึก ความคิด ความต้องการ ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร

12 of 15

4.3.2 ความสำคัญของการสื่อสาร

1. ทำให้เกิดความเข้าใจและทำความตกลงกันได้ในการอยู่รวมกันเป็นสังคม

2. มี บทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเนื่องจากคนเราต้องทำการสื่อสารอยู่ตลอดเวลา

3. เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพัฒนาความเจริญก้าวหน้าทั้งตัวบุคคลและสังคม

4. เป็นเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจการงานประสบผลสำเร็จ

4.3.3 วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร มีดังนี้

1. เพื่อแจ้งให้ทราบ

2. เพื่อสอนหรือให้การศึกษา

3. เพื่อการเรียนรู้ การแสวงหาความรู้ของผู้รับสาร

4. เพื่อเสนอหรือชักจูงใจ

5. เพื่อสร้างความพอใจหรือให้ความบันเทิง

6. เพื่อตัดสินใจ

13 of 15

4.3.4 องค์ประกอบของการสื่อสาร ประกอบด้วย

1. ผู้ส่งข่าวสาร (Sender) หมยถึง ผู้ที่ทำหน้ที่ในกรส่งสร หรือเป็นแหล่งกำเนิดสร ที่เป็น ผู้เริ่มต้นส่งสรด้วยกรแปลสรนั้นให้อยู่ในรูปของสัญลักษณ์

2. ข้อมูลข่าวสาร (Message) หมายถึง เรื่องราวที่มีความหมายหรือสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในรูปของข้อมูล ความรู้ ความคิด ความต้องการ อารมณ์ เป็นต้น

3. สื่อหรือช่องทางการสื่อสาร (Media or Channel) หมายถึง สิ่งที่เป็นพาหนะของสาร ทำหน้าที่ นำสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร

4. ผู้รับสาร (Receivers) หมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล หรือมวลชนที่รับเรื่องราวข่าวสารจาก ผู้ส่งสาร และแสดงปฏิกิริยาตอบกลับต่อผู้ส่งสาร

14 of 15

4.3.5 อุปสรรคในการสื่อสาร

คือสิ่งที่ทำให้การสื่อสารไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้สื่อสารและผู้รับสาร ประกอบไปด้วย

1. อุปสรรคที่เกิดจากผู้ส่งสาร

2. อุปสรรคที่เกิดจากสาร

3. อุปสรรคที่เกิดขึ้นจากสื่อหรือช่องทาง

4. อุปสรรคที่เกิดจากผู้รับสาร

4.3.6 การพัฒนาทักษะการสื่อสาร

1. สร้างความสัมพันธ์ที่ดี

2. พูดให้จูงใจผู้ฟัง

3. รับฟังความต้องการของผู้ฟัง

4. เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์

5. มองผู้ฟังด้วยทัศนคติที่ดี

15 of 15

ทักษะการสื่อสาร เป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต เป็นพื้นฐานของ

การติดต่อของมนุษย์ และเป็นเครื่องมือสำคัญของกระบวนการทางสังคม