1 of 32

โครงการอบรมยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

“พี่จูงน้อง สู่เป้าหมาย..เข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น”

ระหว่างวันที่ 2 – 4 เมษายน 2568

ณ Banana Resort and Spa

ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี

1

นางใกล้รุ่ง เกตะวันดี

ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี

2 of 32

ตารางสรุปกรอบระดับตำแหน่งพนักงานมหาวิทยาลัย�ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ระดับชำนาญการพิเศษ และระดับชำนาญการ�ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2568

2

ประเภท

ระดับ

รวม

ปฏิบัติการ

ชำนาญการ

ชำนาญการพิเศษ

พนักงานมหาวิทยาลัย

147/(75.38)

48/(24.62)

0/(0.00)

195/(100.00)

รวม

147/(75.38)

48/(24.62)

0/(0.00)

195/(100.00)

ประเภท

ระดับ

รวม

ปฏิบัติการ

ชำนาญการ

ชำนาญการพิเศษ

พนักงานมหาวิทยาลัย

140/(71.79)

55/(28.21)

0/(0.00)

195/(100.00)

รวม

140/(71.79)

55/(28.21)

0/(0.00)

195/(100.00)

ตารางสรุปกรอบระดับตำแหน่งพนักงานมหาวิทยาลัย�ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ระดับชำนาญการพิเศษ และระดับชำนาญการ�คาดการณ์ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

3 of 32

ตารางสรุปจำแนกของพนักงานมหาวิทยาลัย�ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ระดับชำนาญการพิเศษ และระดับชำนาญการ �ตามอัตราเงินเดือน ณ 1 เมษายน 2568

3

ตารางสรุปจำแนกของพนักงานมหาวิทยาลัย

ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ระดับชำนาญการพิเศษ และระดับชำนาญการ

ตามอัตราเงินเดือน ณ 1 ตุลาคม 2568

ประเภท

เงินเดือน

รวม

22,500-35,000

35,001-40,350

40,350 ขึ้นไป

พนักงานมหาวิทยาลัย

51/(26.15)

107/(54.87)

37/(19.98)

195(100.00)

รวม

51/(26.15)

107/(54.87)

37/(19.98)

195(100.00)

ประเภท

เงินเดือน

รวม

22,500-35,000

35,001-40,350

40,350 ขึ้นไป

พนักงานมหาวิทยาลัย

48/(24.61)

103/(52.82)

44/(22.57)

195(100.00)

รวม

48/(24.61)

103/(52.82)

44/(22.57)

195(100.00)

4 of 32

รางวัลสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งชำนาญการ / ชำนาญการพิเศษ

4

1. ค่าตอบแทนเมื่อกำหนดระดับตำแหน่งชำนาญการ และกำหนดผู้ประเมินจริยธรรมและคุณธรรรม�2. ค่าตอบแทนเมื่อผู้บริหารลงนามในคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการ/ชำนาญการพิเศษ�3. การประเมินเลื่อนเงินเดือนตามรอบปีการประเมิน�4. มีคุณสมบัติและประสบการณ์สำหรับการประเมินดำรงตำแหน่งหัวหน้างาน และประเภทบริหารระดับผู้อำนวยการกอง หรืออำนวยการกองหรือเทียบเท่า และผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี��

5 of 32

ผลเสีย

  • ตามความในข้อ 16 วรรคสองแห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ว่าด้วย พนักงานมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2563 "ในระหว่างระยะสัญญาจ้าง พนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ ตำแหน่ง อาจารย์ ต้องพัฒนาผลงานทางวิชาการ โดยต้องได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือพนักงานมหาวิทยาลัย สายปฏิบัติการ ต้องดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นในระดับ ชำนาญการ ทั้งนี้ หากพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ ตำแหน่ง อาจารย์ หรือพนักงานมหาวิทยาลัย สายปฏิบัติการ ได้รับเงินเดือนเต็มขั้นในระยะเวลาห้าปี ตามบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานมหาวิทยาลัยคนใดยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ให้งานการเจ้าหน้าที่ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี เสนอให้อธิการบดีสั่งเลิกจ้างโดยความเห็นชอบของ ก.บ.ม."

5

6 of 32

หัวข้อการบรรยาย

  • เส้นทางความก้าวหน้าของบุคลากรสายปฏิบัติการ
  • ภาระงาน
  • การวิเคราะห์และการประเมินค่างาน
  • การเขียนคู่มือปฏิบัติงานหลัก
  • การประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ตามองค์ประกอบ

6

7 of 32

เส้นทางความก้าวหน้า�ของบุคลากรสายปฏิบัติการ

7

ประเภทผู้บริหาร (ไม่มีวาระ)

  • หัวหน้างาน
  • ผู้อำนวยการกอง / ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่า
  • ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี

ประเภทผู้บริหาร (มีวาระ)

  • ตามข้อบังคับและประกาศคณะกรรมการสรรหา....เรื่อง คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา........
  • ตามข้อเสนอแนะของอธิการบดี

ประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ

  • ปฏิบัติการ
  • ชำนาญการ
  • ชำนาญการพิเศษ
  • เชี่ยวชาญ
  • เชี่ยวชาญพิเศษ

8 of 32

ภาระงาน

8

“ ภาระงานที่ปฏิบัติอยู่ ณ ปัจจุบัน

ไม่น้อยกว่า 6 งาน (+) ”

9 of 32

ขั้นตอนการวิเคราะห์ค่างาน

  • ชื่องานที่ปฏิบัติ
  • รายละเอียด/ขั้นตอน ทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไร
  • ตรวจสอบงานที่ปฏิบัติกับมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
  • วิเคราะห์องค์ประกอบที่ 1 หน้าที่และความรับผิดชอบ ให้ครบทั้ง 4 ด้าน (ด้านปฏิบัติการ ด้านวางแผน ด้านการประสาน และด้านการให้บริการ)
  • วิเคราะห์องค์ประกอบที่ 2 คุณภาพและความยุ่งยาก ให้ครบทั้ง 4 ด้าน เช่นเดียวกับองค์ประกอบที่ 1

2.1 คุณภาพ – ปริมาณ ประหยัด ทันเวลา พึงพอใจ ถูกต้อง (เดิม/ใหม่)

2.2 ความยุ่งยากซับซ้อน – บางครั้งพบว่า (เดิม/วิธีแก้)

  • วิเคราะห์องค์ประกอบที่ 3 การกำกับตรวจสอบ
  • วิเคราะห์องค์ประกอบที่ 4 การตัดสินใจ

9

10 of 32

การประเมินค่างาน

10

  • หมายถึง กระบวนการวัดคุณค่างานของตำแหน่ง โดยนำงานมาเปรียบเทียบกันภายใต้องค์ประกอบที่เป็นตัววัดหลักเพื่อตีค่างาน (เอกสารแนบ 5 ท้ายประกาศ ก.พ.อ. เรื่องมาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น พ.ศ. 2553
  • เป็นวิธีการดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อตีค่างาน โดยเป็นการกระบวนการวัดความ สัมพันธ์หรือคุณค่างานของตำแหน่งที่ไม่ใช่วัดปริมาณงาน ซึ่งเป็นการนำงาน ทั้งหมดมาเปรียบเทียบกันภายใต้ปัจจัยหรือองค์ประกอบที่เป็นตัวหลักเพื่อตีค่างานออกมา (เอกสารการบรรยาย การกำหนดตำแหน่งและการประเมินค่างาน จัดทำโดย สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
  • การกำหนดระดับตำแหน่งใดให้สูงขึ้น ตำแหน่งนั้นจะต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบ คุณภาพและความยุ่งยากของงานในตำแหน่งเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญถึงขนาดที่จะต้องกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น(ข้อ 2 ประกาศ ก.พ.อ. เรื่องมาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น พ.ศ. 2553)
  • การกำหนดระดับตำแหน่ง ต้องยึดหลักการวิเคราะห์ภารกิจของหน่วยงานและประเมินค่างาน เพื่อวัดคุณภาพของตำแหน่งตามลักษณะงาน และหน้าที่ความรับผิดชอบ คุณภาพและความยุ่งยากของงาน ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ที่ต้องการในการปฏิบัติงาน (ข้อ 3 ประกาศ ก.พ.อ.เรื่องมาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น พ.ศ. 2553)

11 of 32

11

12 of 32

Q : ทำไมจะต้องมีการประเมินค่างาน ?�A : “เพื่อให้การกำหนดระดับตำแหน่งของส่วนราชการ �เป็นไปตามมาตรฐาน เป็นธรรม �และไม่เหลื่อมล้ำกันระหว่างส่วนราชการ”���

12

Q : การประเมินค่างานต้องดำเนินการเมื่อใด ?�A : - มีการกำหนดตำแหน่งขึ้นใหม่ในหน่วยงาน

- หน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของตำแหน่งที่เปลี่ยนไป���

13 of 32

การพิจารณา�องค์ประกอบที่ 1�หน้าที่ความรับผิดชอบ

13

  • ระดับที่ 1 ปฏิบัติงานระดับต้น โดยต้องใช้ความคิดริเริ่ม ประกอบวิธีการ หรือแนวปฏิบัติที่มีอยู่

(10 – 15 คะแนน)

  • ระดับที่ 2 ปฏิบัติงานค่อนข้างยาก หรืองานที่มีขอบเขตเนื้อหาค่อนข้างหลากหลาย โดยต้องใช้ความคิดริเริ่มในงานที่มีแนวทางปฏิบัติน้อยมาก (16 – 20 คะแนน)
  • ระดับที่ 3 ปฏิบัติงานที่ยาก หรืองานที่มีขอบเขตเนื้อหาหลากหลาย โดยต้องใช้ความคิดริเริ่มในการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ (21 – 25 คะแนน)
  • ระดับที่ 4 ปฏิบัติงานที่ยากมาก หรืองานที่มีขอบเขตเนื้อหาหลากหลาย โดยต้องใช้ความคิดริเริ่มในการกำหนดหรือปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ (25 – 30 คะแนน)

14 of 32

การพิจารณา�องค์ประกอบที่ 2�ความยุ่งยากของงาน

14

  • ระดับที่ 1 เป็นงานที่ไม่ยุ่งยาก มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน (10 – 15 คะแนน)
  • ระดับที่ 2 เป็นงานค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน และมีขั้นตอนวิธีการค่อนข้างหลากหลาย (16 – 20 คะแนน)
  • ระดับที่ 3 เป็นงานที่ยุ่งยากซับซ้อน ต้องประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์ในการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงาน�ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ (21 – 25 คะแนน)
  • ระดับที่ 4 เป็นงานที่ยุ่งยากซับซ้อน ต้องประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์ในการกำหนดหรือปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติงานให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ �(26 – 30 คะแนน)

15 of 32

การพิจารณา�องค์ประกอบที่ 3�การกำกับตรวจสอบ

15

  • ระดับที่ 1 ได้รับการกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ�อย่างใกล้ชิด (1 – 5 คะแนน)
  • ระดับที่ 2 ได้รับการกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ�การปฏิบัติงานบ้าง (6 – 10 คะแนน)
  • ระดับที่ 3 ได้รับการตรวจสอบ ติดตามความก้าวหน้า�ของการปฏิบัติงานเป็นระยะตามที่กำหนด�ในแผนปฏิบัติงาน (11 – 15 คะแนน)
  • ระดับที่ 4 ได้รับการตรวจสอบ ติดตามผลสัมฤทธิ์�ของการปฏิบัติงานตามแผนงาน / โครงการ

(16 – 20 คะแนน)

16 of 32

การพิจารณา�องค์ประกอบที่ 4�การตัดสินใจ

16

  • ระดับที่ 1 ในการปฏิบัติงานมีการตัดสินใจบ้าง (1 – 5 คะแนน)
  • ระดับที่ 2 ในการปฏิบัติงานมีการตัดสินใจด้วยตนเองค่อนข้างมาก วางแผนและกำหนดแนวทาง แก้ไขปัญหาในงานที่รับผิดชอบ (6 – 10 คะแนน)
  • ระดับที่ 3 ในการปฏิบัติงานมีการตัดสินใจด้วยตนเองอย่างอิสระ สามารถปรับเปลี่ยนแนวทาง และแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ

(11 – 15 คะแนน)

  • ระดับที่ 4 ในการปฏิบัติงานมีการตัดสินใจด้วยตนเองอย่างอิสระในการริเริ่มพัฒนาแนวทางและวิธีการปฏิบัติงาน (16 – 20 คะแนน)

17 of 32

คณะกรรมการประเมินค่างาน

17

1

รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร�และกิจการสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานกรรมการ

2

ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี / หัวหน้าสำนักงานคณบดี

สำนัก สถาบัน เป็นกรรมการ

3

หัวหน้างานการเจ้าหน้าที่ เป็นกรรมการและเลขานุการ

18 of 32

ข้อสังเกต

18

  1. ลักษณะงานที่ปฏิบัติไม่ตรงกับมาตรฐาน ก.พ.อ.
  2. งานที่เขียนประเมินค่างานไม่ตรงกับงานที่ส่งให้กับงานการเจ้าหน้าที่
  3. นำขั้นตอนย่อยในงานมาเป็นชื่องาน
  4. องค์ประกอบที่ 1, 2 เขียนไม่ครบทั้ง 4 ด้าน
  5. งานด้านซ้ายและด้านขวาเหมือนกันแทบไม่มีความแตกต่าง/ไม่เขียนวิเคราะห์ที่จะปรับให้ดีขึ้นอย่างไร
  6. ไม่ได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จากมาตรฐานกำหนดตำแหน่งมาทำการวิเคราะห์ ส่งผลให้กรรมการที่ประเมินเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
  7. ในแต่ละขั้นตอนขององค์ประกอบที่ 3 และ 4 พยายามขึ้นด้วยการกำกับตรวจสอบและการตัดสินใจ

19 of 32

การเขียนคู่มือปฏิบัติงานหลัก

19

ส่วนที่ 1 บริบทของมหาวิทยาลัย (ประวัติของมหาวิทยาลัย)

ส่วนที่ 2 บริบทของหน่วยงาน ประวัติของคณะ / สำนัก สถาบัน / สำนักงานอธิการบดี

ส่วนที่ 3 ขั้นตอน ขั้นตอนย่อย รายละเอียดและเนื้อหา

20 of 32

ข้อสังเกตการเขียนคู่มือปฏิบัติงานหลัก

20

เขียนให้ผู้อื่นอ่านแล้วสามารถปฏิบัติงานแทนผู้เขียนได้

อธิบายขั้นตอนสั้นคิดว่าคนอื่นเข้าใจเหมือนตนเข้าใจ

ชื่อขั้นตอนไม่ตรงกันในทุกส่วนของคู่มือ

ระบุปัญหา อุปสรรค แนวทางแก้ปัญหา แต่ละขั้นตอน

การอ้างอิงภาคผนวก ควรทำเป็นรูปภาพ

ตรวจสอบรูปแบบการพิมพ์ให้เรียบร้อย

เสนอคณบดี ผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี ตรวจสอบ

21 of 32

การประเมินตามองค์ประกอบ

21

ผลสัมฤทธิ์ของงานตามตัวชี้วัดของตำแหน่งที่ครองอยู่

( 100 คะแนน)

ความรู้ ความสามารถ ทักษะ

(100 คะแนน)

สมรรถนะ

( 100 คะแนน)

22 of 32

การประเมินตามองค์ประกอบ

22

  1. ผลสัมฤทธิ์ของงานตามตัวชี้วัดของตำแหน่งที่ครองอยู่ (100 คะแนน) ใช้ผลการประเมินเลื่อนขั้นเงินเดือน 4 รอบการประเมิน รับรองโดยหัวหน้างานการเจ้าหน้าที่
  2. ความรู้ ความสามารถ ทักษะ (100 คะแนน) การเขียนความรู้ ความสามารถ ทักษะ �เขียนให้เห็นถึงตนเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในเรื่องนั้น ๆ โดยการจัดทำสมรรถนะรายละเอียดความรู้ ความสามารถ ทักษะ
  3. สมรรถนะ (100 คะแนน) การเขียนสมรรถนะหลัก (เหมือนกันทุกคน) และสมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติของแต่ละตำแหน่ง (ไม่เหมือนกันบางตำแหน่ง 5 สมรรถนะ �บางตำแหน่ง 6 สมรรถนะตามที่สภามหาวิทยาลัยได้กำหนดไว้ในแต่ละตำแหน่ง

23 of 32

วิธีการเขียนพฤติกรรมตามสมรรถนะ - ตัวอย่าง

  • งานที่ปฏิบัติ
  • อธิบายรายละเอียดในการทำงาน (อาจเปรียบเทียบลักษณะการทำงานแบบเดิม � และการทำงานแบบใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงมีการพัฒนาที่ดีขึ้นและเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ

ในเรื่องนั้น ๆ )

  • เพื่อ
  • ผลการดำเนินงาน
  • หลักฐานแนบ

23

24 of 32

เทคนิคในการเขียนแบบประเมิน

  • การเขียนความรู้ ความสามารถ ทักษะ เขียนให้เห็นถึงตนเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะในเรื่องนั้นๆ โดยเขียนเรียงจากความรู้ไปความสามารถ ไปทักษะ หากเรื่องนั้นมีถึงทักษะ และเขียนจากกฎหมาย ระเบียบ ไปจนถึงข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เช่น

    • พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 - พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562
    • พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562
    • ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 / (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 / (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559
    • กฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564
    • พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 
    • ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560   
    • พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 – ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562

24

25 of 32

เทคนิคในการเขียนแบบประเมิน (ต่อ)

  • เขียนพฤติกรรมตามที่แสดงออกให้ครบในระดับพฤติกรรมย่อยของทุกระดับ และทุกสมรรถนะ (ทั้งสมรรถนะหลัก สมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด และสมรรถนะทางการบริหาร) เนื่องจากเป็นการประเมินแบบขั้นบันได หากเขียนพฤติกรรมในระดับที่ 2 แล้วข้ามไปเขียนในระดับที่ 5 คณะกรรมการก็จะพิจารณาให้คะแนนในแค่ระดับที่ 2 คะแนนที่ได้ ก็จะเป็น 4 คะแนน หรือเขียนพฤติกรรมในระดับที่ 5 โดยในระดับที่ 1 – 4 ไม่ได้เขียนพฤติกรรม คะแนนที่ได้ก็จะเป็น 0 เป็นต้น

25

26 of 32

เทคนิคในการเขียนแบบประเมิน (ต่อ)

  • เขียนบรรยายรายละเอียดการทำงานให้ชัดเจนทำให้ผู้ประเมินเห็นภาพตามที่แสดงพฤติกรรมการปฏิบัติงาน (ใช่ จริง แบบนั้นจริง ๆ ทำนองนี้) โดยแนบหลักฐานอ้างอิง �(ถ้ามี) อาจเป็น รูปภาพ รายงานการประชุม คำสั่ง เอกสารที่เป็นเล่ม และอื่น ๆ
  • การนำหลักฐานที่เป็นข้อมูลจากเอกสารและจากการสนทนาควรปิดชื่อบุคคลอื่น � หรือผู้ที่มีส่วนได้เสีย
  • รูปแบบการพิมพ์ เป็นไปตามแบบฟอร์ม ขนาดตัวหนังสือ รูปภาพ เหมาะสมกับขนาด กระดาษและควรมีความชัดเจน คมชัด อ่านง่าย

26

27 of 32

การรวบรวมเอกสาร หลักฐานอ้างอิง

  • แยกประเภทเอกสาร หลักฐาน เช่น
    • คำสั่ง
    • ประกาศนียบัตร วุฒิบัตร
    • เอกสาร หลักฐาน ที่เป็นเล่ม
    • รายงานการประชุม
  • การจัดทำเอกสารโดยการสรุปเป็นตารางตามการแยกประเภทเอกสาร ทำให้ทราบว่าเอกสาร ประเภทนี้นำไปเป็นหลักฐานในพฤติกรรมใดบ้าง ประหยัดพื้นที่ และค่าใช้จ่าย เนื่องจากหลักฐานบางประเภทอาจใช้ประกอบหลายพฤติกรรม

27

28 of 32

ข้อสังเกตการเขียนแบบประเมิน

28

เอกสารอ้างอิงหมายเลข ควรใส่ชื่อให้ครบถ้วน กรณีเป็นเอกสารหลักฐานแนบชื่อขั้นตอนต้องตรงกันในทุกส่วนของคู่มือ

การใส่ชื่อเอกสารหมายเลขหน้าที่ ควรใส่ไว้ด้านบนขวามือของหน้ากระดาษ ในกรอบสี่เหลี่ยม

การใส่เลขหน้าและการเชื่อมโยง เช่น เอกสารอ้างอิงหมายเลข 1 หน้า 1 – 10

การอธิบายรายละเอียดของงานที่ปฏิบัติ ควรตีความของโจทย์ในแต่ละระดับสมรรถนะ

การเขียนสมรรถนะควรจัดเก็บหลักฐานเอกสารประกอบควบคู่กัน เพื่อให้สะดวกต่อการจัดเก็บรวบรวม

29 of 32

ข้อสังเกตการเขียนแบบประเมิน (ต่อ)

29

การเขียนสมรรถนะควรเขียนให้มีความชัดเจน ทั้ง 5 ระดับ

เอกสารหลักฐานแนบสามารถแนบเอกสารได้หลายอย่าง เช่น รูปภาพ รายงานการประชุม คำสั่ง

การนำหลักฐานที่เป็นสื่อโซเชียลมีเดียประเภท ไลน์ เฟซบุ๊ก ในช่องแชทข้อความ ควรปกปิดชื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

การเน้นข้อความเอกสารอ้างอิงให้เป็นตัวหนาทั้งหมด

การจัดทำสารบัญอ้างอิง เริ่มตั้งแต่เอกสารอ้างอิงหมายเลข 1 ถึงเอกสารอ้างอิงหมายเลขสุดท้าย

30 of 32

สาเหตุที่ยังไม่ได้ดำเนินการ

30

  1. ภาระงานไม่ครบ
  2. ไม่รู้จะเขียนอย่างไร / หรือเริ่มต้นอย่างไร
  3. ไม่มีเวลา
  4. ยังไม่ถึงเวลาตามที่ตั้งไว้
  5. อื่น ๆ

31 of 32

Q & A

31

32 of 32

Thank You

32