1 of 19

สัญญาเช่าทรัพย์ และสัญญาเช่าซื้อ

Commercial Laws

20001-1005

3

กฎหมายพาณิชย์

2 of 19

1.ความหมายและลักษณะของสัญญาเช่าทรัพย์

มาตรา 537 บัญญัติว่า ”อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้ให้เช่า

ตกบงให้บุคคลอึกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่ง

ชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น”

  • ลักษณะสัญญาเช่าทรัพย์

1) คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า และอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า

2) เป็นสัญญาต่างตอบแทน

- ผู้เช่ามีสิทธิได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากการเช่า

- ผู้ให้เช่ามีสิทธิได้รับค่าเช่า ปกติจะกำหนดเป็นเงิน

3) มีกำหนดระยะเวลาเช่า

3 of 19

2.บุคคลผู้มีอำนาจให้เช่าทรัพย์สิน

  • เนื่องจากสัญญาเช่าทรัพย์สิน เป็นสัญญาที่ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่เช่า ดังนั้นผู้ให้เช่าจึงเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ให้เช่าหรือไม่ก็ได้ถ้าได้รับมอบหมาย หรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ก็สามารถนำออกให้เช่าได้ หรือแม้จะปรากฏว่าผู้ให้เช่าอาจจะไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของทรัพย์ สัญญาเช่าก็ผูกพันคู่สัญญาแล้ว หากมีการผิดสัญญาใด ๆ คู่สัญญาก็สามารถบังคับตามสัญญาหรือเรียกค่าเสียหายกันได้

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 69

4 of 19

3.วัตถุแห่งสัญญาในการเช่าทรัพย์ และหลักเกณฑ์การทำสัญญาเช่าทรัพย์

  • วัตถุแห่งสัญญาในการเช่าทรัพย์

”ทรัพย์สิน” วัตถุแห่งสัญญาเช่าจึงเป็นอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิใดๆ ก็ได้ เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ ชุดแต่งงาน สิทธิในเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์

  • หลักเกณฑ์การทำสัญญาเช่าทรัพย์แยกตามประเภทของทรัพย์

1) การเช่าอสังหาริมทรัพย์

2) การเช่าสังหาริมทรัพย์

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 71-72

5 of 19

4.ค่าฤชาธรรมเนียมในการทำสัญญาเช่า

  • การเช่าที่กฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียน ซึ่งก็คือ การเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินกว่า 3 ปีขึ้นไป

ซึ่งเมื่อจดทะเบียนการเช่าก็จะต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม มาตรา 539 บัญญัติไว้ว่า ”ค่าฤชาธรรมเนียม

ทำสัญญาเช่านั้น คู่สัญญาพึงออกใช้เสมอกันทั้งสองฝ่าย” อย่างไรก็ตามคู่สัญญาสามารถตกลงในส่วนของค่าฤชา

ธรรมเนียมนี้เป็นอย่างอื่นได้ เช่น ให้คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งออกเงินค่าฤชาธรรมเนียมเพียงฝ่ายเดียว

หรือให้ออกใช้ไม่เท่ากันก็ได้ เพราะไม่ใช่บทบัญญัติของกฎหมาย

ที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 69

6 of 19

5.สัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา

  • เป็นสัญญาที่เกิดจากความตกลง และมแนวคำพิพากษาของศาลฏีการองรับเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม

โดยนอกเหนือจากข้อตกลงทั่ว ๆ ไปของสัญญาเช่าทรัพย์แล้ว ผู้เช่า และผู้ให้เช่าอาจมีข้อตกลงที่จะก่อให้เกิดเป็นสัญญา

ต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา

1) ผู้เช่าตกลงออกเงินช่วยค่าก่อสร้างอาคารที่เช่า

2) ผู้เช่าตกลงซ่อมแซม ต่อเติม อาคารที่เช่า

3) ผู้เช่าตกลงปลูกต้นไม่ยืนต้นจำนวนมากลงบนที่ดินที่เช่า

  • ข้อแตกต่างจากสัญญาเช่าธรรมดา

1) การเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่

ก็สามารถฟ้องร้องบังคับคดีให้เป็นไปตามข้อตกลงได้

2) ในกรณีเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินกว่า 3 ปี และยังไม่ได้ทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้เช่ามีสิทธิเรียกให้ผู้ให้เช่าไปจดทะเบียนการเช่าให้ได้

3) สิทธิตามสัญญาต่างตอบแทนพิเศษนี้ไม่เป็นสิทธิเฉพาะตัว เมื่อผู้เช่าตายสิทธิการเช่าตกทอดไปยังทายาทได้

7 of 19

6.คำมั่นจะให้เช่า

  • คำมั่น หมายถึง คำรับรองซึ่งบุคคลหนี่งให้ไว้กับบุคคลอื่น ว่าจะกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น คำมั่นในการซื้อขาย คำมั่นว่าจะให้ แต่คำมั่นจะให้เช่าไม่มีบัญญัติไว้โดยตรงจึงต้องถือตามบทบัญญัติทั่วไปว่าบุคคลย่อมมีสิทธิให้คำมั่นว่าจะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่ขัดต่อกฎหมายได้ โดยต้องมีความชัดเจนเพียงพอที่เมื่อผู้รับคำมั่นตอบรับตามคำมั่นแล้ว จะเกิดเป็นสัญญาต่อไปได้เมื่อพิจารณาถึงหลักเกณฑ์การทำสัญญาเช่าทรัพย์ เนื่องจากการเช่าอสังหาริมทรัพย์จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ดังนั้นคำมั่นจะให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ก็จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วยซึ่งส่วนใหญ่แล้วคำมั่น จะให้เช่ามักเป็นการใหคำมั่นหลังจากทำสัญญาเช่ากันแล้ว และมีคำมั่นว่าจะให้เช่ากันต่อ ไปอีก หากผู้ให้คำมั่นตายหรือตกเป็นคนไร้ความสามารถ และผู้รับคำมั่นทราบ คำมั่นจะให้เช่าก็เป็นอันสิ้นผล

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 74

8 of 19

7.บุคคลหลายคนเรียกเอาทรัพย์สินเดียวกันโดยอาศัยมูลสัญญาเช่าต่างราย

  • กรณีสังหาริมทรัพย์ มาตรา 542 “บุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพย์อันเดียวกันอาศัยมูลสัญญาเช่าต่างราย ท่านว่าทรัพย์ตกไปอยู่ในครอบครอง

ผู้เช่าคนใด ก่อนด้วยสัญญาเช่าทรัพย์นั้นคนมีสิทธิยิ่งกว่าคนอื่น ๆ” ตามมาตรานี้กรณีเป็นสังหาริมทรัพย์ ผู้เช่ารายใดจะมีสิทธิดีกว่าให้ถือเอาหลักการครอบครอง

กว่าคือ ทรัพย์ตกไปอยู่ในความครอบครองของผู้เช่ารายใดก่อน ผู้เช่ารายนั้นมีสิทธิกว่าผู้เช่ารายอื่น

  • กรณีอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 543 “บุคคลหลายคนเรียกร้องเอาอสังหาริมทรัพย์อันเดียวกันอาศัยมูลสัญญาเช่าต่างราย ท่านให้วินิฉัยดังต่อไปนี้

1) ถ้าการเช่านั้นเป็นประเภทซึ่งมิได้บังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องจดทะเบียน

2) ถ้าการเช่าทุกๆ รายเป็นประเภทซึ่งบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องจดทะเบียน

3) ถ้าการเช่ามีทั้งประเภทซึ่งต้องจดทะเบียนและประเภทซึงไม่ต้องจดทะเบียน

  • มาตรานี้กรณีเป็นอสังหาริมทรัพย์ แยก 3 ประการ

1) ถ้าสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ต่างก็เป็นประเภทไม่ต้องจดทะเบียน

2) ถ้าสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ต่างก็เป็นที่ต้องจดทะเบียน

3) ถ้าสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์มีทั้งประเภทต้องจดทะเบียนและไม่ต้องจดทะเบียน

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 75

9 of 19

8.การให้เช่าช่วง และการโอนสิทธิการเช่า

  • การให้เช่าช่วง

1) การให้เช่าช่วงโดยไม่ชอบ

2) การเช่าช่วงโดยชอบ

  • การโอนสิทธิการเช่า

เรื่องการโอนสิทธิการเช่ากฎหมายบัญญัติไว้ทำนองเดียวกับการให้เช่าช่วง กล่าวคือผู้เช่าจะกระทำได้ไม่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้เช่าได้ยินยอมไว้หรือไม่ ส่วนวิธีการโอน

สิทธิการเช่าต้องทำตามบทบัญญัติว่าด้วยการโอนสิทธิเรียกร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 โดยผู้โอนกับผู้รับโอนต้องทำเป็นหนังสือ และต้องบอกกล่าวหรือได้รับ

ความยินยอมจากผู้ให้เช่าเป็นหนังสือด้วย

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 77

10 of 19

9.หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ให้เช่า

  • ป.พ.พ. ได้กำหนดให้ผู้เช่ามีหน้าที่และความรับผิดชอบสัญญาเช่า�1) ต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่าในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว

2) ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าได้จ่ายไปโดยความจำเป็น และสมควรเพื่อรักษาทรัพย์สินที่เช่านั้น เว้นแต่เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการ.

บำรุงรักษาตามปกติ และซ่อมแซมเพียงเล็กน้อย

3) ต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งเช่านั้นให้เหมาะแก่การใช้เพื่อประโยชน์ที่เช่ามา

4) ต้องรับผิดกรณีทรัพย์สินที่ให้เช่าชำรุดบกพร่อง หรือมีการรอนสิทธิ โดยนำบทบัญญัติในเรื่องซื้อขายมาใช้บังคับโดยอนุโลม

5) ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาเช่าโดยต้องซ่อมแซมทุกอย่างที่จำเป็น

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 76-77

11 of 19

10.หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้เช่า

  • ป.พ.พ. ได้กำหนดให้ผู้เช่ามีหน้าที่และความรับผิดชอบสัญญาเช่า�1) ต้องใช้ทรัพย์สินที่เช่าตามประเพณีนิยม หรือตามที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาเช่า

2) ต้องสงวนทรัพย์ที่เช่าเสมือนวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง และต้องบำรุงรักษารวมทั้งซ่อมแซมเล็กน้อยด้วย

3) ต้องยอมให้ผู้ให้เช่า หรือตัวแทนของผู้ให้เช่าเข้าตรวจดูทรัพย์สินที่เช่าเป็นครั้งคราวในเวลาอันสมควร

4) ต้องยอมให้ผู้ให้เช่าซ่อมแซมทรัพยสินที่เช่าในกรณีเร่งด่วนถึงแม้ว่าการนั้นจะเป็นความไม่สะดวกแก่ผู้เช่าก็ตาม

5) ต้องแจ้งเหตุดังต่อไปนี้แก่ผู้เช่าโดยพลัน

5.1 ถ้าทรัพย์สินที่เช่านั้นชำรุดควรที่จะต้องซ่อมแซม

5.2 ถ้าจะต้องจัดการปัดป้องภยันตรายแก่ทรัพย์สินที่เช่า

5.3 ถ้ามีบุคคลภายนอกเข้ารุกล้ำในทรัพย์สินที่เช่า หรือเรียกร้องอ้างสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด

12 of 19

10.หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้เช่า

  • 6) ต้องไม่ดัดแปลงหรือต่อเติมทรัพย์สินที่เช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า

7) ต้องชำระค่าเช่า

7.1 กรณีมีการกำหนดเวลาชำระค่าเช่าไว้ในสัญญา

7.2 กรณีไม่มีกำนดเวลาชำระค่าเช่าไว้ในสัญญา

8) ผู้เช่าต้องคืนทรัพยสินที่เช่าเมื่อสัญญาเลิกหรือระงับลง

9) ผู้เช่าต้องรับผิดในความสูญเสียหรือบุบสลายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เช่า

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 78-79

13 of 19

11.อายุความของสัญญาเช่าทรัพย์

  1. กรณีผู้ให้เช่าฟ้องผู้เช่าเกี่ยวกับสัญญาเช่าต้องฟ้องภายในกำหนด 6 เดือน
  2. กรณีฟ้องเรียกค่าเช่าที่ต้องชำระ มีกำหนดอายุความ 5 ปี
  3. กรณีเช่าฟ้องเรียกเงินทดรองที่ออกแทนให้ผู้เช่าก็ดี ผู้ให้เช่าฟ้องเรียกเอาทรัพย์คืนก็ดีผู้ให้เช่าฟ้องเรียกค่าขาดประโยชน์

ที่ควรได้โดยคิดจากอัตราค่าเช่าก็ดี มีกำหนดอายุความ 10 ปี

4. ในกรณีผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของทรัพย์ด้วยการฟ้องเอาทรัพย์คืนจากผู้เช่าไม่มีกำหนดอายุความ

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 79-80

14 of 19

12.ความระงับแห่งสัญญาเช่าทรัพย์

  • กรณีระงับลงด้วยผลของกฎหมาย

1) เมื่อสิ้นสุดกำหนดเวลาเช่าตามที่ตกลงไว้ในสัญญา

2) เมื่อผู้เช่าถึงแก่ความตาย

3) เมื่อทรัพย์สินที่เช่าสูญหายไปทั้งหมด

4) เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่า

  • กรณีระงับลงด้วยการบอกเลิกสัญญา

1) บอกเลิกตามข้อตกลงในสัญญาที่ระบุให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้

2) บอกเลิกเมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสัญญาเช่า หรือผิดหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

3) บอกเลิกกรณีที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของสัญญาเช่าไว้

4) บอกเลิกกรณีทรัพย์สินที่เช่าสูญหายไปเพียงบาง่วน และมิได้เป็นเพราะความผิดของผู้เช่า

และส่วนที่เหลือผู้เช่าไม่สามารถใช้สอยได้ประโยชน์ตามความมุ่งหมายได้

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 81

15 of 19

13.ความหมาย และลักษณะของสัญญาเช่าซื้อ

  • ลักษณะสำคัญของสัญญาเช่าซื้อ

1) เป็นสัญญาที่มีบุคคลสองฝ่าย ผู้ให้เช่าซื้อ กับผู้เช่าซื้อ

2) เป็นสัญญาต่างตอบแทน

3) เป็นสัญญาที่มีการโอนกรรมสิทธิ

4) เป็นสัญญาที่จะต้องทำตามแบบ

5) เป็นสัญญาที่จะต้องมีวัตถุแห่งสัญญาเช่าซื้อเป็นทรัพย์สิน

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 82

16 of 19

14.ข้อแตกต่างระหว่างสัญญาเช่าซื้อกับสัญญาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

2.1 ข้อแกตกต่างระหว่างสัญญาเช่าซื้อกับสัญญาเช่าทรัพย์

2.1.1 สัญญาเช่าซื้อผู้ให้เช่าจะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ส่วนในสัญญาเช่าทรัพย์กฎหมายได้ได้บังคับให้ผู้เช่าต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน

2.1.2 สัญญาเช่าซื้อจะต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด

2.1.3 สัญญาเช่าซื้อค่าเช่าซื้อจะต้องเป็นเงินเท่านั้น ส่วนเช่าทรัพย์ไม่มีบังคับ

2.1.4 สัญญาเช่าซื้อจะต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อ

2.2 ข้อแตกต่างระหว่างสัญญาเช่าซื้อกับ สัญญาซื้อขายเงินผ่อน

2.2.1 สัญญาเช่าซื้อจะต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อต่อ

เมื่อผู้เช่าซื้อได้ชำระค่าเช่าซื้อครบทุกคราว

2.2.2 สัญญาเช่าซื้อจะต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดดังได้กล่าวมา

17 of 19

15.แบบของสัญญาเช่าซื้อ

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 วรรคสอง บัญญัติว่า “ สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ”

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 85

18 of 19

16.สิทธิหน้าที่ของผู้ให้เช่าซื้อ และผู้เช่าซื้อ

4.1 สิทธิของผุ้ให้เช่าซื้อ

4.1.1 มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้

4.1.2 มีสิทธิรับเงินค่าเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อได้ใช้มาแล้วทั้งหมด

4.1.3 มีการกลับเข้าครอบครองทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อ ในกรณีมีการบอกเลิกสัญญา

4.2 หน้าที่ของผู้ให้เช่าซื้อ

4.2.1 มีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อให้ผู้เช่าซื้อเมื่อทำสัญญากันเสร็จ

4.2.2 มีหน้าที่โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อแก่ผู้เช่าซื้อ

4.1.3 มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่อง หรือการรอนสิทธิในทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อตามหลักสัญญาซื้อขาย

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 86

19 of 19

17.ความระงับแห่งสัญญาเช่าซื้อ

สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับลงได้ด้วยเหตุดังนี้

17.1 ระงับด้วยเหตุคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญา

17.2 ระงับด้วยเหตุที่ได้ตกลงกันไว้ในข้อสัญญาได้เกิดขึ้น

17.3 ระงับด้วยเหตุตัวทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหายทั้งหมด

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 88-89