1 of 39

2 of 39

3 of 39

4.1.1 การออกแบบและพิจารณา

– ควรจะใช้การจับยึดที่ง่าย

– ควรจะอำนวยความสะดวกในการปลดเข้าออกและรวดเร็ว

– ควรพิจารณาขนาดส่วนประกอบ

– ควรพิจารณากำลังตัด – อุปกรณ์จับยึดต้องมีแรงเฉือนน้อย

– จะต้องไม่รบกวนการปลดชิ้นงานเข้าออก

– ควรพิจารณาอัตราการผลิต

– แรงจับยึดไม่ควรทำให้เกิดความเสียหายแก่ชิ้นงาน

4 of 39

4.1.2 แรงในการกด

แรงในการยึดชิ้นงานเป็นแรงที่จำเป็นจะตองมีเพื่อสำหรับการจับยึดชิ้นงานให้อยู่นิ่งตรงตำแหน่งที่กำหนดระหว่างเครื่องจักรกำลังทำงาน แรงนี้จะถูกต่อต้านโดยกำหนดตำแหน่งเดิม หรือถูกดึงออกจากอุปกรณ์นำคมตัดหรืออุปกรณ์จับยึด ในระหว่างที่ชิ้นงานถูกกระทำอยู่

4.1.3 ความเสียหายบางส่วน

การหนีบมากเกินไปจะทำให้เปลี่ยนรูปแบบยืดหยุ่นในระหว่างเจาะรูเป็นวงกลมที่สมบูรณ์ �แต่หากแรงหนีบห่างจากชิ้นงานจะทำให้รูปทรงเดิมและรูอาจมีขนาดขาดหรือเกิน

4.1.4 ตัวจับยึดชิ้นงานและการกำหนดตำแหน่ง

แรงจากเครื่องมือจะทำให้ชิ้นงานเคลื่อนที่ไปจากตัวกำหนดตำแหน่งตัวจับยึดชิ้นงานจะต้านตัวกำหนดตำแหน่ง

5 of 39

(A) สกรู (B) ตัวจับยึดชิ้นงาน (C) ลิ่ม (D) สลักเชื่อมโยง (E) ชะแลง (F) ผสมสกรูและลิ่ม

6 of 39

4.2.1 ตัวจับยึดชิ้นงานแบบแผ่น

ตัวจับยึดแบบแผ่น

7 of 39

4.2.2 ตัวจับยึดชิ้นงานแบบสกรู

สกรูจะใช้แรงในการหนีบ ตัวจับยึดชิ้นงานมีสองรูปแบบ : การกดโดยตรงและการกดโดยอ้อม

ตัวจับยึดแบบสกรู

8 of 39

4.2.3 ตัวจับยึดชิ้นงานแบบลูกเบี้ยว

การออกแบบต้องสามารถยึดงานได้อย่างรวดเร็ว โดยศูนย์กลางสูง–ต้องมีตำแหน่งศูนย์กลางในการจับยึดสูงอย่างเหมาะสม ช่วงล็อก–ยอมให้ยึดในช่วงตามพื้นผิวลูกเบี้ยว

ตัวจับยึดแบบลูกเบี้ยว

9 of 39

ทางตรง – มีแนวโน้มที่จะคลายในระหว่างการใช้เครื่องจักร

ทางอ้อม – มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด

4.2.4 ตัวจับยึดชิ้นงานแบบใช้แขนกล

– หนีบและปลดได้รวดเร็ว

– ไม่มีอุปสรรคในการเคลื่อนที่ของชิ้นงาน

– อัตราของแรงยึดเหนี่ยวสูง

– จำกัดช่วงของการเคลื่อนที่

– เพื่อชดเชยความหนาที่แตกต่างกันเหมาะสมกับความหนาชิ้นงานที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเท่านั้น

10 of 39

ตัวจับยึดชิ้นงานแบบใช้แขนกล

11 of 39

ในการสร้างอุปกรณ์นำคมตัดและอุปกรณ์จับยึด หมอนรองเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญอันหนึ่งที่ทำหน้าที่รองรับชิ้นงานให้ชิ้นงานวางสนิทและไม่งอเมื่อออกแรงจับงาน หรือเมื่อเครื่องออกแรง machine ชิ้นงาน เช่น ออกแรงไสแรงเจาะ ฯลฯ

การรองเป็นจุดนั้น เป็นทางทฤษฎีเท่านั้นในทางปฏิบัติจะต้องใช้เป็นสลักปลายมนโค้งหรือปลายมนตัด เพื่อไม่ให้ชิ้นงานที่มาปะทะกับหมอนรองไม่เป็นรอยซึ่งจะทำให้ผิวงานเสียได้จำนวนหมอนรองที่จะต้องใช้นั้นขึ้นอยู่กับขนาดและรูปทรงของชิ้นงาน

สำหรับชิ้นงานที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรงหรืองานบางต้องรองถึงสามจุด และแต่ละจุดจะต้องแยกจุดปะทะชิ้นงานและพลิกตัวได้

12 of 39

4.4.1 การรองจุดเดียว

ถ้าชิ้นงานเป็นทรงตันและมีแรงกระทำตามแนวดิ่งแรงเดียวให้ใช้หมอนรองจุดเดียว

แสดงการรองชิ้นงานจุดเดียว

13 of 39

ถ้าชิ้นงานกลวงใช้หมอนรองแบบพลิกได้และมีจุดปะทะสามจุด การที่ให้พลิกได้เพื่อให้เพลากลวงปรับตำแหน่งให้ได้ฉากกับพื้นฐานของแบบจับงานได้ ในกรณีที่เพลานั้นปาดหน้ามาไม่ตั้งฉากกับเส้นศูนย์ของเพลา

แสดงการรองชิ้นงานจุดเดียวพลิกได้

14 of 39

4.4.2 การรองสองจุด

ชิ้นงานที่ไม่ยาวมากมักใช้หมอนรองแบบตายตัวสองจุด a, b และออกแรงกดที่ตรงจุด a และb ได้

แสดงการรองงาน 2 จุด

15 of 39

ชิ้นงานที่ต้องการกดงานสามจุดและมีหมอนรองสองจุด a, b จุด a จะต้องแยกจุดปะทะงานเป็นสองจุดและหมอนรอง a จะต้องปรับตัวได้ มิฉะนั้นจะเกิด Bending Moment เมื่อชิ้นงานขนาดไม่เท่ากัน

การรองชิ้นงาน 2 จุด แบบปรับได้ 1 จุด

16 of 39

4.4.3 การรองสามจุด

1. รองตายตัวทั้งสามจุด

จุด a, b, c เป็นจุดของหมอนรองแบบตายตัว การวางตำแหน่งจะต้องให้ Symmetric กับชิ้นงาน

การรองชิ้นงาน 3 จุด

17 of 39

2. รองตายตัวสองจุดและจุดที่สามปรับได้

ถ้าชิ้นงานเป็นพวงมาลัยมีแขนสี่แขน ไม่สามารถใช้หมอนรองแบบตายตัวได้สามจุดจึงใช้แบบพลิกได้ 1 ตัว คือตัว c และหมอนรองตายตัว a, b อีกสองจุด

การรองชิ้นงาน 3 จุด ปรับได้ 1 จุด

18 of 39

4.4.4 หมอนรอง แบ่งออกเป็น 5 ชนิด

1. หมอนรองแบบตายตัว แบ่งตามลักษณะรูปร่างออกเป็น

(1) แบบหัวทรงกรวย สำหรับชิ้นงานที่เป็นพื้นราบ

หมอนรองตายตัวแบบหัวทรงกรวย

19 of 39

(2) แบบหัวมน สำหรับรองชิ้นงานที่เป็นทรงกลม

หมอนรองตายตัวแบบหัวมน

20 of 39

(3) แบบหัวแบนราบ สำหรับชิ้นงานที่มีผิวโค้ง เช่น เพลา

หมอนรองตายตัวแบบหัวแบนราบ

21 of 39

(4) แบบหมอนรองประคองศูนย์ เป็นหมอนรองที่ทำหน้าที่หาศูนย์งานไปในตัว

หมอนรองแบบตายตัวประคองศูนย์

22 of 39

2. หมอนรองแบบตายตัวแบบตัววี แท่งตัว V ส่วนใหญ่ทำหน้าที่หาศูนย์ชิ้นงาน เช่น การเจาะเพลากลม หมอนรองแบบตัว V จะใช้รองแบบสองหรือสามจุดก็ได้

หมอนรองตายตัวแบบตัววี

23 of 39

หมอนรองตัว V สำหรับจับงานที่มีตากลม เช่น ชิ้นส่วนหล่อ ชิ้นงานเชื่อม

หมอนรองตายตัวแบบตัววีสำหรับชิ้นงานที่มีตากลม

24 of 39

หมอนรองแบบตัว V รองเพลากลมยาวให้รองรับสองตำแหน่ง คือช่วงหัวและช่วงท้าย ถ้าหมอนรองเป็นรูปตัว V ตลอดจะมีหน้าสัมผัสชิ้นงานมากจะทำให้ชิ้นงานวางไม่สนิทเมื่อมีเศษโลหะติดอยู่

หมอนรองตายตัวแบบตัววีสำหรับชิ้นงานทรงกระบอกยาว

25 of 39

3. หมอนรองแบบปรับระยะได้ สำหรับงานทั่ว ๆ ไปโดยเฉพาะสำหรับหนุนงานขนาดใหญ่ที่มีความเรียบพื้นฐานไม่เท่ากัน หมอนรองแบบปรับระยะได้มีรูปร่างต่างกันดังตัวอย่าง

หมอนรองแบบสกรูปรับระยะได้

26 of 39

หมอนรองแบบพลิกได้แบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ ดังนี้

(1) หมอนรองแบบมีจุดปะทะงานสองจุด หมอนรองแบบนี้ปรับตัวได้ตามแนวโค้ง คือ ฐานมีรัศมี R และมีสลักประคองให้หมอนรองตัวติดอยู่กับแบบ อัตราส่วนที่เหมาะสม h = 2/3 R

หมอนรองแบบปรับได้รอบ 2 จุด

27 of 39

(2) หมอนรองแบบมีจุดปะทะสามจุด หมอนรองแบบนี้มีใช้กันมากเพราะสามารถปรับได้รอบตัวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับชิ้นงานที่เป็นวงแหวน

หมอนรองแบบปรับได้รอบ 3 จุด

28 of 39

4. หมอนรองแบบพิเศษ หมอนรองแบบนี้สะดวกแก่การใช้งาน คือ มีสปริงดันหมอนรองให้ปะทะชิ้นงานและหมอนรองปะทะชิ้นงานแล้วก็ล็อกมือหมุน หมอนรองจะถูกล็อกด้วยสลักเพลาหน้าปาดเฉียงเป็นลิ่ม

หมอนรองแบบพิเศษ

29 of 39

ตัวอย่างการใช้หมอนรองแบบพิเศษ

หมอนรองแบบปรับระยะด้วยสลักเกลียวและสปริง

30 of 39

หมอนรองแบบปรับระยะด้วยสกรูและลิ่มผิวเอียง

5. หมอนรองแบบผสม ใช้หมอนรองแบบตายตัวนั่งบนหมอนรองแบบพลิกได้ และมีแรงสปริงดันให้อยู่ในตำแหน่งศูนย์เสมอ

31 of 39

หมอนรองแบบผสม

32 of 39

สำหรับชิ้นงานที่ลดบ่า ห้ามนำ หมอนรองเป็นขั้นบันไดจะทำให้หน้าสัมผัส a และ b มีโอกาสปะทะหมอนรองได้ไม่พร้อมกัน ในกรณีที่ชิ้นงานที่ผลิตมาและมีความลึก t ไม่เท่ากัน

แสดงการรองชิ้นงานที่เป็นขั้นบันได

33 of 39

หมอนยันในการสร้างอุปกรณ์นำคมตัดหรืออุปกรณ์จับยึด มีหน้าที่ 2 อย่างคือ

1. รักษาขนาดจากด้านปะทะถึงด้านที่เครื่องบังคับตำแหน่งชิ้นงาน

การใช้หมอนยันเพื่อรักษาขนาดชิ้นงาน

34 of 39

2. รับแรงจากการบังคับตำแหน่งชิ้นงาน เช่น แรงบิดจากงานเจาะแรงรุนจากงานไส

การใช้หมอนยันรับแรงที่เกิดจากการบังคับตำแหน่งชิ้นงาน

35 of 39

หมอนยันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. หมอนยันแบบตายตัว แบ่งตามลักษณะรูปร่างได้ดังนี้

(1) หมอนยันแบบหลักปลายแบน ทำด้วยเหล็กเพลากลม กัดด้านหัวให้มีพื้นที่ปะทะชิ้นงาน และขนาดเพลาช่วงล่างสวมฟิตกับรู พิกัดคลาดเคลื่อนของรูและเพลา H7/m6

หมอนยันแบบตายตัวแบบหลักปลายแบน

36 of 39

(2) หมอนยันแบบหลักหัวทรงกระบอก ทำด้วยเหล็กเพลากลมชุบแข็งผิวเจียระไนฝังอยู่บนฐานแบบจับงาน รูของฐานจะคว้านช่วงบนให้กว้างเพื่อให้ชิ้นงานปะทะได้สนิท เมื่อมีผงเล็ก ๆ ก็พักอยู่ในเบ้าที่คว้านไว้นี้ด้วย

หมอนยันแบบตายตัวแบบหลักหัวทรงกระบอก

37 of 39

(3) หมอนยันแบบฉาก บากตัววี ใช้ยึดติดกับฐานแบบจับงานและใช้สำหรับยันเพลา

หมอนยันแบบตายตัวแบบฉากบากตัววี

38 of 39

(4) หมอนยันแบบพลิกได้ มีงานบางชิ้นที่ต้องการพื้นที่ในขณะเครื่องบังคับตำแหน่งชิ้นงาน หรือขณะยกชิ้นงานขึ้นวางกับแบบถ้าเป็นเช่นนี้ให้ใช้หมอนยันแบบพลิกได้ เพื่อจะได้นำชิ้นงานวางบนแบบจับงานได้

หมอนยันแบบตายตัวแบบพลิกได้

39 of 39

(5) หมอนยันแบบฉาก ผิวทุกด้านเจียระไนเรียบใช้สวมลงในร่อง T–Slot ของเครื่องกัด เครื่องไสเครื่องเจาะ หมอนยันชนิดนี้ใช้ได้ทั้งเป็นตัวรักษาขนาดและตัวรับแรงจากการ กำหนดตำแหน่งชิ้นงาน มีความแข็งแรงและสามารถรับแรงได้สูงมาก

หมอนยันแบบฉาก