4.1.1 การออกแบบและพิจารณา
– ควรจะใช้การจับยึดที่ง่าย
– ควรจะอำนวยความสะดวกในการปลดเข้าออกและรวดเร็ว
– ควรพิจารณาขนาดส่วนประกอบ
– ควรพิจารณากำลังตัด – อุปกรณ์จับยึดต้องมีแรงเฉือนน้อย
– จะต้องไม่รบกวนการปลดชิ้นงานเข้าออก
– ควรพิจารณาอัตราการผลิต
– แรงจับยึดไม่ควรทำให้เกิดความเสียหายแก่ชิ้นงาน
4.1.2 แรงในการกด
แรงในการยึดชิ้นงานเป็นแรงที่จำเป็นจะตองมีเพื่อสำหรับการจับยึดชิ้นงานให้อยู่นิ่งตรงตำแหน่งที่กำหนดระหว่างเครื่องจักรกำลังทำงาน แรงนี้จะถูกต่อต้านโดยกำหนดตำแหน่งเดิม หรือถูกดึงออกจากอุปกรณ์นำคมตัดหรืออุปกรณ์จับยึด ในระหว่างที่ชิ้นงานถูกกระทำอยู่
4.1.3 ความเสียหายบางส่วน
การหนีบมากเกินไปจะทำให้เปลี่ยนรูปแบบยืดหยุ่นในระหว่างเจาะรูเป็นวงกลมที่สมบูรณ์ �แต่หากแรงหนีบห่างจากชิ้นงานจะทำให้รูปทรงเดิมและรูอาจมีขนาดขาดหรือเกิน
4.1.4 ตัวจับยึดชิ้นงานและการกำหนดตำแหน่ง
แรงจากเครื่องมือจะทำให้ชิ้นงานเคลื่อนที่ไปจากตัวกำหนดตำแหน่งตัวจับยึดชิ้นงานจะต้านตัวกำหนดตำแหน่ง
(A) สกรู (B) ตัวจับยึดชิ้นงาน (C) ลิ่ม (D) สลักเชื่อมโยง (E) ชะแลง (F) ผสมสกรูและลิ่ม
4.2.1 ตัวจับยึดชิ้นงานแบบแผ่น
ตัวจับยึดแบบแผ่น
4.2.2 ตัวจับยึดชิ้นงานแบบสกรู
สกรูจะใช้แรงในการหนีบ ตัวจับยึดชิ้นงานมีสองรูปแบบ : การกดโดยตรงและการกดโดยอ้อม
ตัวจับยึดแบบสกรู
4.2.3 ตัวจับยึดชิ้นงานแบบลูกเบี้ยว
การออกแบบต้องสามารถยึดงานได้อย่างรวดเร็ว โดยศูนย์กลางสูง–ต้องมีตำแหน่งศูนย์กลางในการจับยึดสูงอย่างเหมาะสม ช่วงล็อก–ยอมให้ยึดในช่วงตามพื้นผิวลูกเบี้ยว
ตัวจับยึดแบบลูกเบี้ยว
ทางตรง – มีแนวโน้มที่จะคลายในระหว่างการใช้เครื่องจักร
ทางอ้อม – มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด
4.2.4 ตัวจับยึดชิ้นงานแบบใช้แขนกล
– หนีบและปลดได้รวดเร็ว
– ไม่มีอุปสรรคในการเคลื่อนที่ของชิ้นงาน
– อัตราของแรงยึดเหนี่ยวสูง
– จำกัดช่วงของการเคลื่อนที่
– เพื่อชดเชยความหนาที่แตกต่างกันเหมาะสมกับความหนาชิ้นงานที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเท่านั้น
ตัวจับยึดชิ้นงานแบบใช้แขนกล
ในการสร้างอุปกรณ์นำคมตัดและอุปกรณ์จับยึด หมอนรองเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญอันหนึ่งที่ทำหน้าที่รองรับชิ้นงานให้ชิ้นงานวางสนิทและไม่งอเมื่อออกแรงจับงาน หรือเมื่อเครื่องออกแรง machine ชิ้นงาน เช่น ออกแรงไสแรงเจาะ ฯลฯ
การรองเป็นจุดนั้น เป็นทางทฤษฎีเท่านั้นในทางปฏิบัติจะต้องใช้เป็นสลักปลายมนโค้งหรือปลายมนตัด เพื่อไม่ให้ชิ้นงานที่มาปะทะกับหมอนรองไม่เป็นรอยซึ่งจะทำให้ผิวงานเสียได้จำนวนหมอนรองที่จะต้องใช้นั้นขึ้นอยู่กับขนาดและรูปทรงของชิ้นงาน
สำหรับชิ้นงานที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรงหรืองานบางต้องรองถึงสามจุด และแต่ละจุดจะต้องแยกจุดปะทะชิ้นงานและพลิกตัวได้
4.4.1 การรองจุดเดียว
ถ้าชิ้นงานเป็นทรงตันและมีแรงกระทำตามแนวดิ่งแรงเดียวให้ใช้หมอนรองจุดเดียว
แสดงการรองชิ้นงานจุดเดียว
ถ้าชิ้นงานกลวงใช้หมอนรองแบบพลิกได้และมีจุดปะทะสามจุด การที่ให้พลิกได้เพื่อให้เพลากลวงปรับตำแหน่งให้ได้ฉากกับพื้นฐานของแบบจับงานได้ ในกรณีที่เพลานั้นปาดหน้ามาไม่ตั้งฉากกับเส้นศูนย์ของเพลา
แสดงการรองชิ้นงานจุดเดียวพลิกได้
4.4.2 การรองสองจุด
ชิ้นงานที่ไม่ยาวมากมักใช้หมอนรองแบบตายตัวสองจุด a, b และออกแรงกดที่ตรงจุด a และb ได้
แสดงการรองงาน 2 จุด
ชิ้นงานที่ต้องการกดงานสามจุดและมีหมอนรองสองจุด a, b จุด a จะต้องแยกจุดปะทะงานเป็นสองจุดและหมอนรอง a จะต้องปรับตัวได้ มิฉะนั้นจะเกิด Bending Moment เมื่อชิ้นงานขนาดไม่เท่ากัน
การรองชิ้นงาน 2 จุด แบบปรับได้ 1 จุด
4.4.3 การรองสามจุด
1. รองตายตัวทั้งสามจุด
จุด a, b, c เป็นจุดของหมอนรองแบบตายตัว การวางตำแหน่งจะต้องให้ Symmetric กับชิ้นงาน
การรองชิ้นงาน 3 จุด
2. รองตายตัวสองจุดและจุดที่สามปรับได้
ถ้าชิ้นงานเป็นพวงมาลัยมีแขนสี่แขน ไม่สามารถใช้หมอนรองแบบตายตัวได้สามจุดจึงใช้แบบพลิกได้ 1 ตัว คือตัว c และหมอนรองตายตัว a, b อีกสองจุด
การรองชิ้นงาน 3 จุด ปรับได้ 1 จุด
4.4.4 หมอนรอง แบ่งออกเป็น 5 ชนิด
1. หมอนรองแบบตายตัว แบ่งตามลักษณะรูปร่างออกเป็น
(1) แบบหัวทรงกรวย สำหรับชิ้นงานที่เป็นพื้นราบ
หมอนรองตายตัวแบบหัวทรงกรวย
(2) แบบหัวมน สำหรับรองชิ้นงานที่เป็นทรงกลม
หมอนรองตายตัวแบบหัวมน
(3) แบบหัวแบนราบ สำหรับชิ้นงานที่มีผิวโค้ง เช่น เพลา
หมอนรองตายตัวแบบหัวแบนราบ
(4) แบบหมอนรองประคองศูนย์ เป็นหมอนรองที่ทำหน้าที่หาศูนย์งานไปในตัว
หมอนรองแบบตายตัวประคองศูนย์
2. หมอนรองแบบตายตัวแบบตัววี แท่งตัว V ส่วนใหญ่ทำหน้าที่หาศูนย์ชิ้นงาน เช่น การเจาะเพลากลม หมอนรองแบบตัว V จะใช้รองแบบสองหรือสามจุดก็ได้
หมอนรองตายตัวแบบตัววี
หมอนรองตัว V สำหรับจับงานที่มีตากลม เช่น ชิ้นส่วนหล่อ ชิ้นงานเชื่อม
หมอนรองตายตัวแบบตัววีสำหรับชิ้นงานที่มีตากลม
หมอนรองแบบตัว V รองเพลากลมยาวให้รองรับสองตำแหน่ง คือช่วงหัวและช่วงท้าย ถ้าหมอนรองเป็นรูปตัว V ตลอดจะมีหน้าสัมผัสชิ้นงานมากจะทำให้ชิ้นงานวางไม่สนิทเมื่อมีเศษโลหะติดอยู่
หมอนรองตายตัวแบบตัววีสำหรับชิ้นงานทรงกระบอกยาว
3. หมอนรองแบบปรับระยะได้ สำหรับงานทั่ว ๆ ไปโดยเฉพาะสำหรับหนุนงานขนาดใหญ่ที่มีความเรียบพื้นฐานไม่เท่ากัน หมอนรองแบบปรับระยะได้มีรูปร่างต่างกันดังตัวอย่าง
หมอนรองแบบสกรูปรับระยะได้
หมอนรองแบบพลิกได้แบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ ดังนี้
(1) หมอนรองแบบมีจุดปะทะงานสองจุด หมอนรองแบบนี้ปรับตัวได้ตามแนวโค้ง คือ ฐานมีรัศมี R และมีสลักประคองให้หมอนรองตัวติดอยู่กับแบบ อัตราส่วนที่เหมาะสม h = 2/3 R
หมอนรองแบบปรับได้รอบ 2 จุด
(2) หมอนรองแบบมีจุดปะทะสามจุด หมอนรองแบบนี้มีใช้กันมากเพราะสามารถปรับได้รอบตัวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับชิ้นงานที่เป็นวงแหวน
หมอนรองแบบปรับได้รอบ 3 จุด
4. หมอนรองแบบพิเศษ หมอนรองแบบนี้สะดวกแก่การใช้งาน คือ มีสปริงดันหมอนรองให้ปะทะชิ้นงานและหมอนรองปะทะชิ้นงานแล้วก็ล็อกมือหมุน หมอนรองจะถูกล็อกด้วยสลักเพลาหน้าปาดเฉียงเป็นลิ่ม
หมอนรองแบบพิเศษ
ตัวอย่างการใช้หมอนรองแบบพิเศษ
หมอนรองแบบปรับระยะด้วยสลักเกลียวและสปริง
หมอนรองแบบปรับระยะด้วยสกรูและลิ่มผิวเอียง
5. หมอนรองแบบผสม ใช้หมอนรองแบบตายตัวนั่งบนหมอนรองแบบพลิกได้ และมีแรงสปริงดันให้อยู่ในตำแหน่งศูนย์เสมอ
หมอนรองแบบผสม
สำหรับชิ้นงานที่ลดบ่า ห้ามนำ หมอนรองเป็นขั้นบันไดจะทำให้หน้าสัมผัส a และ b มีโอกาสปะทะหมอนรองได้ไม่พร้อมกัน ในกรณีที่ชิ้นงานที่ผลิตมาและมีความลึก t ไม่เท่ากัน
แสดงการรองชิ้นงานที่เป็นขั้นบันได
หมอนยันในการสร้างอุปกรณ์นำคมตัดหรืออุปกรณ์จับยึด มีหน้าที่ 2 อย่างคือ
1. รักษาขนาดจากด้านปะทะถึงด้านที่เครื่องบังคับตำแหน่งชิ้นงาน
การใช้หมอนยันเพื่อรักษาขนาดชิ้นงาน
2. รับแรงจากการบังคับตำแหน่งชิ้นงาน เช่น แรงบิดจากงานเจาะแรงรุนจากงานไส
การใช้หมอนยันรับแรงที่เกิดจากการบังคับตำแหน่งชิ้นงาน
หมอนยันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. หมอนยันแบบตายตัว แบ่งตามลักษณะรูปร่างได้ดังนี้
(1) หมอนยันแบบหลักปลายแบน ทำด้วยเหล็กเพลากลม กัดด้านหัวให้มีพื้นที่ปะทะชิ้นงาน และขนาดเพลาช่วงล่างสวมฟิตกับรู พิกัดคลาดเคลื่อนของรูและเพลา H7/m6
หมอนยันแบบตายตัวแบบหลักปลายแบน
(2) หมอนยันแบบหลักหัวทรงกระบอก ทำด้วยเหล็กเพลากลมชุบแข็งผิวเจียระไนฝังอยู่บนฐานแบบจับงาน รูของฐานจะคว้านช่วงบนให้กว้างเพื่อให้ชิ้นงานปะทะได้สนิท เมื่อมีผงเล็ก ๆ ก็พักอยู่ในเบ้าที่คว้านไว้นี้ด้วย
หมอนยันแบบตายตัวแบบหลักหัวทรงกระบอก
(3) หมอนยันแบบฉาก บากตัววี ใช้ยึดติดกับฐานแบบจับงานและใช้สำหรับยันเพลา
หมอนยันแบบตายตัวแบบฉากบากตัววี
(4) หมอนยันแบบพลิกได้ มีงานบางชิ้นที่ต้องการพื้นที่ในขณะเครื่องบังคับตำแหน่งชิ้นงาน หรือขณะยกชิ้นงานขึ้นวางกับแบบถ้าเป็นเช่นนี้ให้ใช้หมอนยันแบบพลิกได้ เพื่อจะได้นำชิ้นงานวางบนแบบจับงานได้
หมอนยันแบบตายตัวแบบพลิกได้
(5) หมอนยันแบบฉาก ผิวทุกด้านเจียระไนเรียบใช้สวมลงในร่อง T–Slot ของเครื่องกัด เครื่องไสเครื่องเจาะ หมอนยันชนิดนี้ใช้ได้ทั้งเป็นตัวรักษาขนาดและตัวรับแรงจากการ กำหนดตำแหน่งชิ้นงาน มีความแข็งแรงและสามารถรับแรงได้สูงมาก
หมอนยันแบบฉาก