1 of 77

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2�ระบบร่างกายของมนุษย์

2 of 77

แผนผังหัวข้อ�หน่วยการเรียนรู้

  • ระบบหายใจ
  • ระบบขับถ่าย
  • ระบบหมุนเวียนเลือด
  • ระบบประสาท
  • ระบบสืบพันธุ์

3 of 77

ระบบหายใจ

1

4 of 77

ระบบหายใจ ทำหน้าที่นำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อนำไปใช้ในเซลล์ และกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย

5 of 77

ความสำคัญ�ของระบบหายใจ

  • นำแก๊สออกซิเจนจากภายนอกร่างกายเข้าสู่ร่างกาย เพื่อขนส่งไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
  • นำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์กำจัดออกนอกร่างกาย
  • ให้พลังงานที่สิ่งมีชีวิตต้องใช้เพื่อการเคลื่อนที่ การเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

6 of 77

อวัยวะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบหายใจ

7 of 77

กระบวนการ�ในการหายใจ

  1. กระบวนการเกี่ยวข้องกับการสูดลมหายใจ
  2. กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างพื้นที่ผิวของปอดกับเลือด
  3. กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างเลือดกับเซลล์ในร่างกาย

8 of 77

การสูดลมหายใจเกิดขึ้นเมื่ออากาศผ่านจมูก เข้าสู่โพรงจมูก ท่อลม ขั้วปอด และเข้าสู่ปอด เมื่อมีการแลกเปลี่ยนแล้ว แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากปอดสู่บรรยากาศ

9 of 77

กลไกในการหายใจเข้า

ขณะที่กระดูกซี่โครงยกสูงขึ้น กะบังลมเลื่อนต่ำลง ทำให้ปริมาตรช่องอกมีมากขึ้น ความดันอากาศลดลง อากาศภายนอกจึงผ่านเข้าสู่ปอด เป็นจังหวะหายใจเข้า

10 of 77

กลไกในการหายใจออก

ขณะที่กระดูกซี่โครงเคลื่อนต่ำลง กะบังลมเลื่อนสูงขึ้น ทำให้ปริมาตรของช่องอกลดลง ความดันอากาศภายในช่องอกสูงขึ้น อากาศภายในจึงไหลออกจากช่องอก เป็นการหายใจออก

11 of 77

การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างพื้นที่ผิวของปอดกับเลือด

การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จะเกิดขึ้นที่บริเวณถุงลมในปอดกับหลอดเลือดฝอยรอบ ๆ ถุงลม และระหว่างหลอดเลือดฝอยกับเนื้อเยื่อ

12 of 77

การแลกเปลี่ยนแก๊ส�ระหว่างเลือดกับเซลล์

แก๊สออกซิเจนในถุงลม

ผ่านผนังหลอดเลือดฝอย

จับกับเฮโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดง

หัวใจ

เซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในถุงลมแพร่ผ่านผนังหลอดเลือดฝอยเข้าสู่เลือด

หัวใจห้องบนขวา

หัวใจห้องล่างขวา

ปอด แล้วแพร่ผ่านผนังบาง ๆของถุงลมในปอด

หายใจออก

13 of 77

โรคที่เกี่ยวข้อง�กับระบบหายใจ

โรคภูมิแพ้ เกิดจากการหายใจนำฝุ่นละอองเข้าสู่ปอดติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการจาม ไอ คัดจมูก เจ็บคอ

14 of 77

โรคที่เกี่ยวข้อง�กับระบบหายใจ

โรคมะเร็งปอด เกิดจากสารเคมีปนเปื้อนจากการสูบบุหรี่ อาการเบื้องต้น คือ หายใจฝืด ไอเรื้อรัง มีเสมหะและเลือดออก หายใจเหนื่อย เบื่ออาหาร

15 of 77

โรคที่เกี่ยวข้อง�กับระบบหายใจ

โรคถุงลมโป่งพอง ส่วนใหญ่เกิดจากการสูบบุหรี่ เนื้อเยื่อในปอดถูกทำลาย ทำให้การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนลดลง

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.2

16 of 77

การดูแลรักษา�อวัยวะในระบบหายใจ

  • รับประทานอาหารให้เพียงพอครบ 5 หมู่
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • อยู่ในบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์
  • ไม่สวมเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ที่รัดแน่นเกินไป
  • ไม่สูบบุหรี่หรืออยู่ในบริเวณที่มีการสูบบุหรี่
  • ไม่หายใจทางปาก
  • รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ

17 of 77

ระบบขับถ่าย

2

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.2

18 of 77

ระบบขับถ่าย ทำหน้าที่ขับของเสียของร่างกาย ได้แก่ น้ำ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และยูเรียออกจากร่างกายทางอวัยวะต่าง ๆ

19 of 77

ความสำคัญ�ของระบบขับถ่าย

  • ควบคุมความเป็นกรดต่าง ๆ ในร่างกายให้เหมาะสม
  • ควบคุมปริมาณน้ำในร่างกายให้สมบูรณ์
  • ควบคุมปริมาณสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย
  • ควบคุมปริมาณสารที่มีมากเกินความต้องการ

20 of 77

อวัยวะขับถ่ายของเสีย

21 of 77

การกำจัด�ของเสียทางไต

ไต ทำหน้าที่กำจัดของเสีย เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากเลือด และควบคุมสารที่มีมากหรือน้อยเกินไป เช่น น้ำ โดยขับออกมาในรูปของปัสสาวะ

22 of 77

การกำจัด�ของเสียทางผิวหนัง

ผิวหนังทำหน้าที่กำจัดของเสีย เรียกว่า เหงื่อ โดยถูกลำเลียงผ่านหลอดเลือดในชั้นผิวหนังแท้ มารวมกันเป็นต่อมเหงื่อ และระเหยออกจากร่างกายทางรูเหงื่อ

23 of 77

การกำจัด�ของเสียทางปอด

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญภายในเซลล์และแพร่เข้าสู่เลือด จากนั้นถูกลำเลียงไปยังปอด ซึ่งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะแพร่จากเลือดเข้าสู่ถุงลมในปอด และถูกขับออกโดยการหายใจออก

24 of 77

การกำจัดของเสียทางลำไส้ใหญ่

อาหารที่เหลือจากการย่อยและ �ดูดซึมแล้วจะเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ที่บริเวณนี้น้ำ แร่ธาตุ วิตามิน และกลูโคสจะ�ถูกดูดซึม ทำให้กากอาหารข้นขึ้น�จนเป็นก้อน จากนั้นถูกกำจัดออกมาผ่านทวารหนัก ที่เรียกว่า อุจจาระ

25 of 77

แนวทางการปฏิบัติตนที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำหน้าที่ปกติ

  • เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม
  • รับประทานอาหารที่สะอาดและมีสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ
  • รับประทานอาหารที่มีกากใย
  • เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • ขับถ่ายให้เป็นเวลา

26 of 77

ระบบหมุนเวียนเลือด

3

27 of 77

ระบบหมุนเวียนเลือด ทำหน้าที่นำอาหารและแก๊สออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย

28 of 77

ความสำคัญของระบบหมุนเวียนเลือด

  • ลำเลียงแก๊สออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
  • ขนส่งน้ำ สารอาหาร แร่ธาตุ ฮอร์โมน สารภูมิคุ้มกันไปสู่เซลล์
  • รับสิ่งขับถ่ายจากเซลล์หมุนเวียนไปยังอวัยวะขับถ่าย

29 of 77

อวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด

30 of 77

หัวใจ

ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เกิดการแลกเปลี่ยนแก๊ส หลังจากนั้นเลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจตามเดิม

31 of 77

หลอดเลือด

หลอดเลือด แบ่งเป็น 3 ประเภท

หลอดเลือดอาร์เตอรี เป็นหลอดเลือด ที่นำเลือดออกจากหัวใจ

หลอดเลือดเวน เป็นหลอดเลือดที่ นำเลือดเข้าสู่หัวใจ

หลอดเลือดฝอย เป็นหลอดเลือดที่เชื่อมระหว่างปลายหลอดเลือดอาร์เตอรีเล็กกับปลายหลอดเลือดเวนเล็ก

32 of 77

เลือด

  • พลาสมา หรือ น้ำเลือด เป็นของเหลวประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่
  • เซลล์เม็ดเลือด ประกอบด้วย เซลล์เม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน และเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรค
  • เพลตเลต หรือเกล็ดเลือด ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด

เลือด ประกอบด้วย

33 of 77

การหมุนเวียนเลือดผ่านหัวใจ

34 of 77

ความดันเลือด

เกิดจากการบีบตัวของหัวใจ ค่าความดันเลือดจะสูงมากในหลอดเลือดอาร์เตอรีที่ใกล้หัวใจ จะลดลงเมื่อออกห่างจากหัวใจ

การวัดค่าความดันเลือดจะวัดความดันของเส้นเลือดอาร์เตอรีที่ต้นแขน โดยค่าความดันที่วัดได้ในหน่วย มิลลิเมตรปรอท จะมี 2 ค่า เช่น 120/80 มิลลิเมตรปรอท

35 of 77

ชีพจร

ชีพจร คือ จังหวะการหดตัวและคลายตัวของหลอดเลือด ซึ่งสอดคล้องกับการเต้นของหัวใจ โดยสามารถวัดได้จาก หลอดเลือดอาร์เตอรีที่อยู่ตื้น ๆ

อัตราเต้นของชีพจรของเพศชายประมาณ 70 ครั้งต่อนาที และเพศหญิง ประมาณ 75 ครั้งต่อนาที อัตราการเต้นของชีพจรจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

36 of 77

การดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือดให้ทำงานได้อย่างปกติ

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอให้เหมาะสมกับวัย
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส
  • หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยการพบแพทย์

37 of 77

ระบบประสาท

4

38 of 77

ระบบประสาท ทำหน้าที่ควบคุมระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้แสดงพฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งเร้า

39 of 77

ความสำคัญ�ของระบบประสาท

  • ควบคุมให้ระบบต่าง ๆ ทำงานประสานกัน เพื่อให้ร่างกายอยู่ได้อย่างปกติ
  • ออกคำสั่งให้กล้ามเนื้อไปควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ประมวลข้อมูลที่ได้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของร่างกาย และออกคำสั่งให้อวัยวะต่าง ๆ ทำกิจกรรมอย่างเต็มที่และเป็นปกติ
  • ควบคุมสุขภาพการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์

40 of 77

อวัยวะในระบบประสาท

41 of 77

สมอง

สมอง แบ่งเป็น 2 ซีก ซีกซ้ายควบคุมการทำงานของอวัยวะซีกขวา และซีกขวาควบคุมการทำงานของอวัยวะซีกซ้าย

สมองแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ สมองส่วนหน้าควบคุมความจำ เชาวน์ ปัญญา และการรับความรู้สึก สมองส่วนกลางควบคุมการมองเห็นและได้ยิน และสมองส่วนท้ายควบคุมและประสานงานเกี่ยวกับการทำงานของกล้ามเนื้อให้ทำงานอย่างละเอียดอ่อน

42 of 77

ไขสันหลัง

ไขสันหลัง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่ตอบสนองการสัมผัสทางผิวหนัง

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.2

43 of 77

การส่งกระแสประสาท

การส่งกระแสประสาทระหว่างเซลล์ต้องอาศัย

เซลล์ประสาทที่ประกอบด้วย ตัวเซลล์ แอกซอน เดนไดรต์

  • ส่งกระแสประสาทผ่านจุดประสานที่อยู่ปลาย เดนไดรต์ ที่เรียกว่า ไซแนปส์
  • กระแสประสาทเคลื่อนมาถึงปลายแอกซอน
  • ถุงบรรจุสารสื่อประสาทจะเชื่อมกับเยื่อหุ้มเซลล์ ก่อนไซแนปส์ แล้วหลั่งสารสื่อประสาทออกมา
  • กระตุ้นให้เกิดกระแสประสาทที่ปลายเดนไดรต์ อีกเซลล์หนึ่ง
  • เกิดการถ่ายทอดกระแสประสาทไปเรื่อย ๆ

44 of 77

การทำงานของระบบประสาท ไขสันหลัง และสมอง

45 of 77

การดูแลรักษาระบบประสาท�ให้ทำงานได้อย่างปกติ

  • ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ หรือการกระทบกระเทือนที่มีผลกระทบบริเวณศีรษะ
  • บำรุงร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ โดยรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่
  • งดอาหารที่หวานจัด เค็มจัด และอาหารมัน
  • ดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ และตรวจสอบอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะรับความรู้สึกของระบบประสาท
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยากล่อมประสาทที่มีผลต่อการทำงานของเซลล์ประสาทหรือระบบประสาท

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.2

46 of 77

ระบบสืบพันธุ์

5

47 of 77

ระบบสืบพันธุ์ คือ ระบบของอวัยวะในร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่ทำงานร่วมกัน ทำหน้าที่สืบพันธุ์ เพื่อเพิ่มจำนวนสิ่งที่มีชีวิตให้มากขึ้น

48 of 77

การสืบพันธุ์ของมนุษย์ต้องอาศัยเซลล์สืบพันธุ์เพศชายและเพศหญิง ปฏิสนธิกันได้ไซโกต และเจริญเติบโตเป็นเอ็มบริโอ

เซลล์อสุจิ + เซลล์ไข่ 🡪 ไซโกต 🡪 เอ็มบริโอ

49 of 77

เซลล์สืบพันธุ์

เซลล์อสุจิ เป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศชายที่เคลื่อนที่ได้ สร้างจากอวัยวะภายในร่างกายของเพศชาย

เซลล์ไข่ เป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิงที่สร้างจากอวัยวะภายในร่างกายของเพศหญิง เคลื่อนที่ไม่ได้

50 of 77

ความสำคัญ�ของระบบสืบพันธุ์

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องสร้างสิ่งมีชีวิตตัวใหม่ที่เหมือนตัวเองเพื่อไม่ให้สูญพันธุ์ ระบบนี้เป็นสมบัติที่ขาดไม่ได้ เพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์ไม่ให้สูญหายไปจากโลก

51 of 77

อวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย

  • อัณฑะ ทำหน้าที่ สร้างเซลล์สืบพันธุ์และสร้างฮอร์โมนควบคุมลักษณะเพศชาย
  • ถุงอัณฑะ ทำหน้าที่ ปรับอุณหภูมิของอัณฑะให้ต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกาย ประมาณ 2-3 องศา
  • ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงเซลล์อสุจิ ทำหน้าที่ สร้างอาหารให้เซลล์อสุจิ
  • ต่อมลูกหมาก ทำหน้าที่ สร้างสารที่เป็นเบสอย่างอ่อน เพื่อลดความเป็นกรดในท่อปัสสาวะในระบบสืบพันธุ์เพศชาย
  • ต่อมคาวเปอร์ ทำหน้าที่ สร้างเมือกเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ
  • หลอดเก็บเซลล์อสุจิ ทำหน้าที่ เก็บและเป็นที่พักของเซลล์อสุจิ

52 of 77

อวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย

53 of 77

อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง

  • รังไข่ ทำหน้าที่ สร้างเซลล์สืบพันธุ์ และสร้างฮอร์โมนควบคุมลักษณะเพศหญิง
  • ท่อนำไข่ ทำหน้าที่ เป็นทางผ่านของเซลล์ไข่ที่ออกจากรังไข่สู่มดลูก
  • มดลูก ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ชั้นในสุดจะสร้างรกเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนแก๊ส สารอาหาร และของเสียระหว่างแม่กับลูกขณะตั้งครรภ์ ชั้นกลาง ขยายตัวได้หลายเท่าขณะตั้งครรภ์ และชั้นนอกสุด ทำหน้าที่เป็นที่ฝังตัวของตัวอ่อนจนถึงกำหนดคลอด

54 of 77

อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง

55 of 77

ฮอร์โมนเพศชาย�และฮอร์โมนเพศหญิง

เพศ

ฮอร์โมน

หน้าที่

ผลของฮอร์โมน

ชาย

เทสทอสเทอโรน

ควบคุมลักษณะที่สองของเพศชาย ทำให้เสียงแตก มีหนวดขึ้นที่ริมฝีปาก ขนหน้าแข้ง และขนรักแร้

เทสทอสเทอโรนต่ำ ทำให้มีความต้องการทางเพศลดลง ปริมาณเซลล์อสุจิมีน้อย ภาวะแข็งตัวไม่สมบูรณ์ของอวัยวะเพศชาย

หญิง

เอสโทรเจน

ควบคุมลักษณะที่สองของเพศหญิง ทำให้มีเสียงแหลม สะโพกผาย มีขนบริเวณรักแร้

ในวัยหมดประจำเดือน จะขาดฮอร์โมนทั้งเอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจต่าง ๆ เช่น ร่างกายร้อนวูบวาบ ผิวหนังแห้ง เส้นผมบางและหลุดร่วง ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานน้อยลง นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวนง่าย

โพรเจสเทอโรน

เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รังไข่และมดลูก

56 of 77

การเปลี่ยนแปลงทาง�ร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว

  • น้ำหนักและส่วนสูงมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น
  • กล้ามเนื้อและกระดูกแขนขามีอัตราเพิ่มสูงขึ้น
  • การเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธุ์ และการเกิดลักษณะของเพศ ได้แก่ การเจริญเติบโตของอวัยวะเพศ มีขนรักแร้ เพศหญิงมีประจำเดือน หน้าอกขยาย สะโพกผายออก เอวคอด เสียงเล็กแหลม เพศชายมีหนวดเครา กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น อกผาย เสียงแตกห้าว

57 of 77

การปฏิสนธิและการเคลื่อนที่ของเอ็มบริโอ

58 of 77

การเจริญของตัวอ่อนมนุษย์

59 of 77

แนวทางการดูแลรักษา�ระบบสืบพันธุ์

  • ดูแลรักษาความสะอาด โดยการอาบน้ำทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ และเช็ดให้แห้งหลังอาบน้ำ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่
  • ไม่สำส่อนทางเพศ

60 of 77

การคุมกำเนิด คือ เทคนิคหรือวิธีการที่ใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์หรือขัดขวางการตั้งครรภ์ โดยอาศัยกลไกในการป้องกันหลายกลไก

61 of 77

ประโยชน์ของ�การคุมกำเนิด

  • เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์
  • เพื่อสุขภาพของพ่อแม่ที่มีลูกแล้ว ได้มีโอกาสพักฟื้นร่างกายให้กลับมาแข็งแรงก่อนมีลูกคนต่อไป
  • เพื่อสุขภาพของลูก การที่ผู้หญิงมีลูกถี่เกินไปทำให้เกิดปัญหากับลูกที่ต้องเลี้ยงดูอยู่เดิม และลูกที่กำลังจะคลอดมา

62 of 77

การคุมกำเนิด�แบบชั่วคราว

การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว คือ การคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพได้ชั่วคราว เมื่อหยุดใช้จะกลับมาตั้งครรภ์ได้ ซึ่งเหมาะกับบุคคล ดังนี้

  • พ่อแม่ที่ยังไม่พร้อมจะมีลูก แต่ต้องการมีลูกในอนาคต
  • พ่อแม่ที่มีลูกแล้วแต่ต้องการมีลูกอีกในอนาคต
  • พ่อแม่ที่มีลูกพอแล้ว แต่ลูกยังเล็กอยู่ ต้องการรอให้เจริญเติบโตก่อน จึงหยุดการมีลูกชั่วคราว

63 of 77

วิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว

64 of 77

การคุมกำเนิด�แบบถาวร

การคุมกำเนิดแบบถาวร คือ การคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพตลอดชีวิต ไม่สามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้อีก ซึ่งเหมาะกับบุคคล ดังนี้

  • พ่อแม่มีลูกเพียงพอแล้ว
  • พ่อแม่ที่ไม่ต้องการมีลูกตลอดชีวิต

65 of 77

วิธีการคุมกำเนิดแบบถาวร

66 of 77

ผลกระทบของการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

  • มีผลกระทบด้านสุขภาพ ร่างกาย และจิตใจ และส่งต่อไปยังลูกที่เกิดมา
  • มีผลกระทบด้านสังคม ทำให้เกิดแม่เลี้ยงเดี่ยว
  • ก้าวสู่การเป็นแม่ก่อนวัยอันควร
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

67 of 77

แบบสอบปรนัยเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์�หน่วยการเรียนรู้ที่ 2�ระบบในร่างกายของมนุษย์

68 of 77

1. อวัยวะในข้อใดทำหน้าที่ได้หลายระบบ

  1. หลอดเลือด
  2. สมอง
  3. ต่อมน้ำลาย
  4. กระเพาะปัสสาวะ

เฉลย 1 เหตุผล หลอดเลือดเกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนเลือด ระบบย่อยอาหาร ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบขับถ่าย และระบบหายใจ

69 of 77

2. ในขณะหายใจออก อากาศผ่านทางเดินหายใจเรียงตามลำดับข้อใด A ขั้วปอด B โพรงจมูก C หลอดลม D ถุงลม E แขนงขั้วปอด

  1. B C A E และ D
  2. D E A C และ B
  3. E D C A และ B

4 A E D C และ B

เฉลย 2 เหตุผล ขณะหายใจออก อากาศผ่านทางเดินหายใจ ดังนี้

D ถุงลม E แขนงขั้วปอด A ขั้วปอด C หลอดลม B โพรงจมูก

70 of 77

3. ค่าความดันเลือดที่วัดได้ 120/80 มิลลิเมตรของปรอท ได้จากการวัดที่บริเวณใด

  1. หลอดเลือดแดงที่ต้นแขน
  2. หลอดเลือดดำที่ต้นแขน
  3. หลอดเลือดแดงบริเวณใต้ข้อศอก
  4. หลอดเลือดดำบริเวณใต้ข้อศอก

เฉลย 1 เหตุผล หลอดเลือดแดงที่ต้นแขนเป็นบริเวณที่วัดค่าความดันเลือด เนื่องจากอยู่ใกล้หัวใจ

71 of 77

4. การหายใจเข้าเกิดจากการทำงานของอวัยวะในข้อใด

  1. กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง กะบังลมเลื่อนต่ำลง
  2. กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง กะบังลมเลื่อนสูงขึ้น
  3. กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น กะบังลมเลื่อนสูงขึ้น
  4. กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น กะบังลมลดต่ำลง

เฉลย 4 เหตุผล การหายใจเข้าเกิดจากกระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น กะบังลมลดต่ำลง ปริมาตรภายในปอดเพิ่มขึ้น ความหนาแน่นต่ำ อากาศจากภายนอก มีความหนาแน่นสูงกว่าเคลื่อนเข้าสู่ปอด เป็นการหายใจเข้า

72 of 77

5. ปริมาณสารต่างๆ ในน้ำเลือด 100 cm3 เมื่อผ่านไตจะมีการดูดกลับเข้าสู่หลอดเลือดฝอย สารชนิดใดมีการดูดกลับน้อยที่สุด

  1. น้ำ
  2. ยูเรีย
  3. โปรตีน
  4. กลูโคส

เฉลย 2 เหตุผล ยูเรียมีการดูดกลับน้อยที่สุด น้ำดูดกลับ 90 - 93 กรัม

ยูเรียดูดกลับ 0.03 กรัม โปรตีนดูดกลับ 10 - 20 กรัม กลูโคสดูดกลับ 0.1 กรัม

73 of 77

6. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง

  1. รูปร่างกลม ตรงกลางบุ๋ม
  2. ไม่มีนิวเคลียส
  3. มีโปรตีนที่มีเหล็กเป็นองค์ประกอบ
  4. ต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

เฉลย 4 เหตุผล ต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เป็นหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาว

74 of 77

7. หัวใจของมนุษย์ห้องใดมีขนาดใหญ่และมีผนังหนาที่สุด

  1. หัวใจห้องบนขวา
  2. หัวใจห้องบนซ้าย
  3. หัวใจห้องล่างขวา
  4. หัวใจห้องล่างซ้าย

เฉลย 4 เหตุผล หัวใจมี 4 ห้อง ห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและผนังหนาที่สุด คือ ห้องล่างซ้ายที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย

75 of 77

8. การปฏิสนธิของเซลล์ไข่กับเซลล์อสุจิในมนุษย์เกิดที่บริเวณในข้อใด

  1. รังไข่
  2. มดลูก
  3. ท่อนำไข่ส่วนปลาย
  4. ทุกตำแหน่งของท่อนำไข่

เฉลย 3 เหตุผล ท่อนำไข่ส่วนปลายเป็นที่ปฏิสนธิของเซลล์ไข่กับเซลล์อสุจิในมนุษย์

76 of 77

9. นางสาวป้อมมีประจำเดือนวันที่ 10 ตุลาคม 2550 หลังจากนั้น

จึงพบว่าตั้งครรภ์ นางสาวป้อมควรจะคลอดทารกในช่วงวันใด

เมื่อการตั้งครรภ์เป็นไปตามปกติ

  1. 30 พฤษภาคม 2551
  2. 30 มิถุนายน 2551
  3. 20 กรกฎาคม 2551
  4. 20 สิงหาคม 2551

เฉลย 3 เหตุผล การตั้งครรภ์ของผู้หญิงใช้เวลา 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน ดังนั้น มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย 10 ตุลาคม 2550 เมื่อนับไปประมาณ 280 วัน จะเป็นวันที่ 20 กรกฎาคม 2551 ดังนั้นการคลอดเกิดประมาณ 20 กรกฎาคม 2551

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.2

77 of 77

10. พิจารณาสมการต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม

กลูโคส + แก๊สออกซิเจน น้ำ + แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ + พลังงาน

สมการนี้เกี่ยวข้องกับระบบของร่างกายยกเว้นข้อใด

  1. ระบบย่อยอาหาร
  2. ระบบหายใจ
  3. ระบบสืบพันธุ์
  4. ระบบหมุนเวียนเลือด

เฉลย 3 เหตุผล กลูโคสได้จากระบบย่อยอาหาร ออกซิเจนได้จากระบบหายใจ การไหลของกลูโคสและออกซิเจนโดยระบบหมุนเวียนเลือด คำตอบที่ถูกต้องคือ 3 ระบบสืบพันธุ์ไม่เกี่ยวข้องกับสมการนี้

เซลล์

เอนไซม์