หน่วยที่ 9�ทฤษฎีเทวินิน
13.1 การแก้ปัญหาวงจรไฟฟ้าที่เปลี่ยนค่าความต้านทานในวงจร �
การหาค่าสมการหรือหาค่าตัวแปรที่ไม่ทราบค่าในวงจรไฟฟ้า ที่มีตัวต้านทานมีค่าความต้านทานคงที่ต่ออยู่ สามารถใช้กฎของโอห์ม หรือกฎของเคอร์ชอฟฟ์ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าในวงจรไฟฟ้าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนค่าความต้านทานตัวใดตัวหนึ่งมากกว่าหนึ่งค่าในวงจร เมื่อนำกฎของโอห์ม หรือกฎของเคอร์ชอฟฟ์มาใช้แก้ปัญหา จะเกิดความยุ่งยากมาก เกิดความผิดพลาดได้ง่าย และเสียเวลา
จากรูปที่ 13.1 แสดงวงจรข่ายที่ซับซ้อน และการปรับเปลี่ยนค่าความต้านทานภายในวงจร มีจุด A และ B เป็นจุดต่อภาระ RL ที่ต้องปรับเปลี่ยนค่าความต้านทานหลายค่า ค่าต่างๆ เหล่านั้นมีวิธีที่แก้ปัญหานี้ได้ง่ายขึ้น และสะดวกมากกว่า โดยใช้ทฤษฎีเทวินิน (Thevenin’s Theorem) เข้ามาช่วยแก้ปัญหา
13.2 ทฤษฎีเทวินิน �
ทฤษฎีเทวินิน เป็นทฤษฎีที่ใช้หลักการยุบวงจรที่ซับซ้อน ให้อยู่ในรูปแหล่งจ่ายแรงดัน ไฟฟ้าของเทวินิน ต่ออนุกรมกับค่าความต้านทานของเทวินิน ทฤษฎีเทวินินกล่าวไว้ดังนี้ “วงจร ไฟฟ้าแบบเชิงเส้นใดๆ สามารถยุบรวมวงจรไฟฟ้าใหม่ ให้อยู่ในรูปวงจรสมมูล (Equivalent Circuit) ประกอบด้วย วงจรไฟฟ้ามีแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าสมมูล (Equivalent Voltage Source) ต่ออนุกรมกับตัวต้านทานสมมูล (Equivalent Resistor) มีขั้วต่อออกมาใช้งาน 2 ขั้ว” วงจรสมมูลเทวินิน แสดงดังรูปที่ 13.2 และรูปที่ 13.3
จากรูปที่ 13.2 แสดงวงจรสมมูลเทวินินขณะไม่มีภาระ รูปที่ 13.2 (ก) ภายในกรอบรูปสี่เหลี่ยมวงจรข่าย เป็นวงจรไฟฟ้าที่มีความซับซ้อน มีขั้วต่อออกเอาต์พุตที่จุด A, B รูปที่ 13.2 (ข) ใช้ทฤษฎีเทวินิน ยุบวงจรให้เหลือเพียงแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าสมมูลเทวินิน (ETH) ต่ออนุกรมกับค่าความต้านทานสมมูลเทวินิน (RTH) มีขั้วต่อออกเอาต์พุตที่จุด A, B
ส่วนรูปที่ 13.3 แสดงวงจรสมมูลเทวินินขณะมีภาระ โดยต่อเพิ่มภาระ RL ปรับเปลี่ยนค่าได้เข้าไปที่จุด A, B เมื่อเขียนวงจรออกมาในรูปวงจรสมมูลแสดงดังรูปที่ 13.3 (ข) จะได้ภาระ RL ต่ออนุกรมร่วมกับความต้านทานสมมูลเทวินิน (RTH) สามารถคำนวณหาค่าต่างๆ ในวงจรได้ง่าย
13.3 ขั้นตอนการหาวงจรสมมูลเทวินิน �
ในการหาค่าแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าสมมูลเทวินิน (ETH) และความต้านทานสมมูลเทวินิน (RTH) ของวงจรไฟฟ้า สามารถทำได้โดยใช้ทฤษฎีเทวินินเข้าช่วย มีขั้นตอนการหาค่าดังนี้
1. ปลดภาระของวงจรไฟฟ้าที่ต้องการหาค่าวงจรสมมูลเทวินินออก ให้เหลือขั้วเอาต์พุต 2 ขั้ว แสดงดังรูปที่ 13.4
2. หาค่าแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าสมมูลเทวินิน (ETH) คือ การหาค่าแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมที่ขั้ว A, B ที่ปลดภาระออกแล้ว ใช้วิธีหาค่าแรงดันไฟฟ้าด้วยกฎของโอห์ม หรือกฎเคอร์ชอฟฟ์ ค่าแรงดันไฟฟ้าได้ออกมาที่จุด A, B คือแรงดันไฟฟ้า ETH การหาค่า ETH แสดงดังรูปที่ 13.5
จากรูปที่ 13.5 การหาค่าแรงดันไฟฟ้าสมมูลเทวินิน (ETH) ในวงจรไฟฟ้าที่จุด A, B คือค่าแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมตัวต้านทาน R2 หาค่าได้ ดังนี้
3. หาค่าความต้านทานสมมูลเทวินิน (RTH) คือ การหาค่าความต้านทานผลรวมทั้งหมดของวงจรไฟฟ้าที่มองเข้าไปจากขั้ว A, B ขณะหาค่า RTH วงจรต้องไม่มีทั้งแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าและแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้า ถ้าวงจรมีแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้ลัดวงจรที่แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้า และถ้าวงจรมีแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้า ให้เปิดวงจรที่แหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้า ทำการหาค่าความต้านทานรวมที่จุด A, B ค่าความต้านทานได้ที่จุดนี้ คือความต้านทาน RTH การหาค่า RTH แสดงดังรูปที่ 13.6
จากรูปที่ 13.6 การหาค่าความต้านทานสมมูลเทวินิน (RTH) ในวงจรไฟฟ้าที่จุด A, B คือ ความต้านทานผลรวมที่จุด A, B โดยมี (R1 + R3) // R2 หาค่าได้ ดังนี้
4. นำค่าแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าสมมูลเทวินิน (ETH) และค่าความต้านทานสมมูลเทวินิน (RTH) ไปเขียนวงจรแทนวงจรเดิม โดยต้องมีขั้วแรงดันไฟฟ้าจ่ายออก และกระแสไฟฟ้าจ่ายออกในทิศทางเดิม
5. นำภาระที่ปลดออกในขณะหาค่าวงจรสมมูลเทวินิน ต่อเข้าตามเดิมที่จุด A, B เพื่อคำนวณหาค่าสมการที่ต้องการ วงจรที่ครบสมบูรณ์ของวงจรสมมูลเทวินิน แสดงดังรูปที่ 13.7
จากรูปที่ 13.7 วงจรสมมูลเทวินินนำไปใช้คำนวณหาค่าแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมภาระ และกระแสไฟฟ้าไหลผ่านภาระ หาค่าได้ ดังนี้
13.4 การคำนวณใช้ทฤษฎีเทวินิน �
วิธีทำ
1. วงจรตามรูปที่ 13.8 ทำการปลดตัวต้านทานภาระ RL ออกจากวงจร เขียนวงจรใหม่ได้ดังรูปที่ 13.9
2. ใช้รูปที่ 13.9 หาค่าแรงดันไฟฟ้าสมมูลเทวินิน (ETH) ที่จุด A, B วงจรตามรูป R3 ถูกเปิดวงจรไม่มีกระแสไหลผ่าน ไม่มีแรงดันตกคร่อม ได้ VR3 = 0 V แรงดันไฟฟ้าที่จุด A, B คือแรงดันไฟฟ้าตกคร่อม R2 หาค่าได้ดังนี้
3. ใช้รูปที่ 13.9 หาค่าความต้านทานสมมูลเทวินิน (RTH) ที่จุด A, B โดยปลดแหล่งจ่ายแรงดัน E ออก และลัดวงจรจุดที่ปลดถึงกัน เขียนวงจรใหม่ได้ดังรูปที่ 13.10
4. เขียนวงจรสมมูลเทวินิน พร้อมใส่ตัวต้านทานภาระ RL เข้าวงจรตามเดิม เขียนวงจรใหม่ได้ดังรูปที่ 13.11
2. ใช้รูปที่ 13.13 หาค่าแรงดันไฟฟ้าสมมูลเทวินิน (ETH) ที่จุด A, B แรงดันไฟฟ้าที่จุด A, B หาค่าได้ดังนี้
3. ใช้รูปที่ 13.13 หาค่าความต้านทานสมมูลเทวินิน (RTH) ที่จุด A, B โดยปลดแหล่งจ่ายแรงดัน E1 และ E2 ออก และลัดวงจรจุดที่ปลดถึงกัน เขียนวงจรใหม่ได้ดังรูปที่ 13.14
4. เขียนวงจรสมมูลเทวินิน พร้อมใส่ตัวต้านทานภาระ R2 เข้าวงจรตามเดิม เขียนวงจรใหม่ได้ดังรูปที่ 13.15
5. ใช้รูปที่ 9.15 หาค่ากระแสไหลผ่าน R2 (IR2) และแรงดันตกคร่อม R2 (VR2) หาค่าได้ดังนี้
2. ใช้รูปที่ 13.17 หาค่าแรงดันไฟฟ้าสมมูลเทวินิน (ETH) ที่จุด A, B วงจรตามรูป R3 ถูกเปิดวงจรไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ไม่มีแรงดันไฟฟ้าตกคร่อม ได้ VR3 = 0 V แรงดันไฟฟ้าที่จุด A, B คือแรงดันไฟฟ้าตกคร่อม E1, E2, R1 และ R2 หาค่าได้ ดังนี้
3. ใช้รูปที่ 13.17 หาค่าความต้านทานสมมูลเทวินิน (RTH) ที่จุด A, B โดยปลดแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้า E1 และ E2 ออก และลัดวงจรจุดที่ปลดถึงกัน เขียนวงจรใหม่ได้ดังรูปที่ 13.18
4. เขียนวงจรสมมูลเทวินิน พร้อมใส่ตัวต้านทานภาระ RL เข้าวงจรตามเดิม เขียนวงจรใหม่ได้ดังรูปที่ 13.19
5. ใช้รูปที่ 13.19 หาค่ากระแสไฟฟ้าไหลผ่าน RL (IRL) และแรงดันไฟฟ้าตกคร่อม RL (VRL) หาค่าได้ดังนี้