1 of 41

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

เรื่อง การสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์พืชดอก

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

next

2 of 41

แบบทดสอบก่อนเรียน

สรุป

กิจกรรมการเรียนรู้

แบบทดสอบหลังเรียน

อ้างอิง

ผู้จัดทำ

เนื้อหา

จุดประสงค์การเรียนรู้

ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทเรียน

3 of 41

จุดประสงค์การเรียนรู้

4 of 41

แบบทดสอบก่อนเรียน

แบบทดสอบก่อนเรียนชุดนี้ มีทั้งหมด 5 ข้อ

แบบตัวเลือก 4 ตัวเลือก จำนวน 5 ข้อ

คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุด เพียงข้อเดียว

5 of 41

ก. กลีบดอก

ข. กลีบเลี้ยง

ค. เกสรเพศผู้

ง. เกสรเพศเมีย

1. ส่วนใดของดอก ทำหน้าที่ล่อแมลงเพื่อช่วยในการผสมเกสร

6 of 41

ก. กลีบดอกไม้เริ่มบาน

ข. เมล็ดเริ่มงอกเป็นต้นใหม่

ค. สเปิร์มเซลล์ผสมกับเซลล์ไข่

ง. ละอองเรณูตกบนยอดเกสรเพศเมีย

2. การปฏิสนธิของพืชเกิดขึ้นเมื่อใด

7 of 41

ก. การปักชำ

ข. การติดตา

ค. การทาบกิ่ง

ง. การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

3. ข้อใดจัดเป็นการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ และได้ต้นใหม่จำนวนมาก

8 of 41

ก. ออวุล

ข. รังไข่

ค. เกสรเพศเมีย

ง. กลีบดอก

4. ส่วนที่ทำหน้าที่ในการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย เรียกว่าอะไร

9 of 41

ก. เมล็ดแข็งและงอกยาก

ข. ดอกมีสีสวยและมีกลิ่นหอม

ค. ใบมีสีเขียวและมีจำนวนมาก

ง. ผลมีหนามและเกาะติดไปกับสัตว์ได้ดี

5. ลักษณะใดต่อไปนี้ที่มีผลในการช่วยกระจายพันธุ์ของพืช

10 of 41

การสืบพันธุ์ของพืช

การสืบพันธุ์ หมายถึง การสร้างหน่วยชีวิตใหม่จากสิ่งมีชีวิตเดิมเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่

เป็นกระบวนการที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างไปจากสิ่งไม่มีชีวิต

การสืบพันธุ์ของพืชโดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction) เป็นการสืบพันธุ์ของพืชที่

ไม่ต้อง ใช้เซลล์สืบพันธุ์ และไม่จำเป็นต้องมีการปฏิสนธิแต่เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยอาศัยส่วนต่าง ๆ

ของพืชมาช่วย ในการขยายพันธุ์ ดังนี้

- ส่วนของลำต้นที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์

- ส่วนของรากที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์

- ส่วนของใบที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์

- การขยายพันธุ์พืชโดยใช้มนุษย์

11 of 41

2. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) เป็นการสืบพันธุ์ที่ต้องอาศัยดอก

มีการผสมกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้หรือสเปิร์ม และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียหรือไข่ แล้วได้ไซโกต

ที่เจริญไปเป็นเอมบริโอหรือต้นอ่อน ซึ่งจะเจริญเป็นพืชต้นใหม่ต่อไป

12 of 41

การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช

การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยอาศัยส่วนต่าง ๆ ของพืช

มาช่วยในการขยายพันธุ์ ดังนี้

1. ส่วนของลำต้นที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์ พืชบางชนิดสามารถเกิดต้นใหม่จากลำต้นเดิม ได้ดังนี้

1.1 ลำต้นที่ทอดนอนไปเหนือพื้นดิน

เรียกว่า “ไหล” ซึ่งมีตาที่จะเกิดเป็นต้นเล็ก ๆ ได้

เช่น สตรอเบอร์รี่ บัวบก เป็นต้น

13 of 41

1.2 ลำต้นใต้ดินที่ทาหน้าที่สะสมอาหาร เรียกว่า “หัว”

ซึ่งอาจมีใบทำหน้าที่สะสมอาหาร เช่น หัวหอม เป็นต้น

หรืออาจมีลักษณะกลมยาวหรือกลมแบนและมีตามาก เช่น เผือก

แห้วจีน มันฝรั่ง เป็นต้น

1.3 ลำต้นใต้ดินที่ทอดขนานไปใต้ผิวดิน เรียกว่า “เหง้า”

เช่น ขิง ข่า ขมิ้น เป็นต้น

1.4 ลำต้นเจริญเป็นกอ แล้วมีการแตกออกเป็นต้นใหม่ใกล้ ๆ

กับต้นเดิมเรียกว่า “หน่อ” ซึ่งมีทั้งหน่อใต้ดิน เช่นกล้วย เป็นต้น

และหน่อที่อยู่บนดิน เช่น สับปะรด เป็นต้น

14 of 41

2. ส่วนของรากที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์

รากพืชหลายชนิดมีตาที่สามารถงอกเป็น

พืชต้นใหม่ได้ เช่น มันเทศ สาเก เป็นต้น

ซึ่งถ้านาส่วนของตาที่งอกเป็นต้นเล็ก ๆ

ไปปลูกจะสามารถเจริญเป็นต้นใหม่ได้

3. ส่วนของใบที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์

ใบพืชบางชนิดมีขอบใบที่สามารถงอก

เป็นพืชต้นใหม่ได้ เช่น ต้นตายใบเป็น

โคมญี่ปุ่น กุหลาบหิน เป็นต้น

15 of 41

4.การขยายพันธุ์พืชโดยมนุษย์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น

- การตอนกิ่ง (marcotting) เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยการควั่นกิ่ง

แล้วเอาดิน กาบมะพร้าวหรือขุยมะพร้าว หุ้มบริเวณที่ลอกเปลือกออก

เพื่อทำให้กิ่งพืชออกราก ในขณะยังติดอยู่กับต้นเดิม เมื่อรากออกดีแล้ว

จึงตัดกิ่งนั้นไปปลูก กิ่งพืชที่ทำให้ออกรากนี้ เรียกว่า "กิ่งตอน"

ได้แก่ เงาะ กุหลาบ มะม่วง ส้ม เป็นต้น

- การปักชำ (cutting) เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยการใช้ส่วนต่าง ๆ

ของพืช เช่น ราก ใบ หรือ ลำต้น ไปปักชำ และส่วนของพืชเหล่านี้

จะเจริญงอกงามเป็นลำต้นต่อไป ได้แก่ ชบา เฟื่องฟ้า เป็นต้น

16 of 41

- การต่อกิ่ง (grafting) เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยการนำ

กิ่งพันธุ์ดีที่มีตามากกว่า 1 ตา มาต่อบนต้นตอ เพื่อให้เนื้อเยื่อเจริญ

ทั้งสองเชื่อมประสานเป็นต้นเดียวกัน ได้แก่ ทุเรียน ชบา มะม่วง

- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue culture) เป็นการขยายพันธุ์พืช

โดยการตัดเอาตาอ่อน ยอดอ่อน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเลี้ยงบนวุ้น

ในสภาพปลอดเชื้อ เกิดต้นใหม่เป็นจานวนมาก ได้แก่ กล้วยไม้

- การติดตา (budding) เป็นการขยายพันธุ์พืชที่นาเอาส่วนตา

หรือกิ่งของพืชต้นหนึ่ง ซึ่งเป็นพืชพันธุ์ดี หรือกิ่งพันธุ์ดี ไปติดเข้ากับ

พืชอีกต้นหนึ่งเพื่อให้ตาของพืชเจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่ต่อไป

ได้แก่ กุหลาบ ยางพารา เป็นต้น

17 of 41

ส่วนประกอบของดอกไม้

ดอก (Flower) คือ ส่วนของพืชที่เปลี่ยนแปลงไปมีลักษณะพิเศษ เพื่อทาหน้าที่เกี่ยวกับ

การสืบพันธุ์ ดอกไม้แต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน แต่มีโครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายกัน

ส่วนประกอบที่สำคัญของดอก มีดังนี้

18 of 41

1. กลีบเลี้ยง (sepal) เป็นส่วนที่อยู่ด้านนอกของดอก มักมีสีเขียวคล้ายใบ ทำหน้าที่ ป้องกัน

ดอกอ่อนที่ยังตูมอยู่

2. กลีบดอก (petal) เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบเลี้ยง มักมีสีสันสวยงาม ช่วยล่อแมลงให้ มา

ตอม เพื่อช่วยในการผสมเกสร

3. เกสรเพศผู้ (stamen) เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบดอกเข้าไป เป็นอวัยวะในการสร้างเซลล์

สืบพันธุ์เพศผู้ มักมีหลายอัน เกสรตัวผู้แต่ละอัน ประกอบด้วย

3.1 ก้านชูเกสรเพศผู้ หรือก้านชูอับเรณู (filament) มีลักษณะเป็นก้านยาว ๆ

ทำหน้าที่ ชูอับเรณู

3.2 อับเรณู (anther) มีลักษณะเป็นกระเปาะ เป็นแหล่งสร้างและเก็บ "ละอองเรณู"

(pollen grains) ซึ่งภายในอับละอองเรณูจะมี" เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ "

19 of 41

4. เกสรเพศเมีย (pistil) เป็นส่วนที่อยู่ในสุด คือตรงกลางดอก ทำหน้าที่ สร้างเซลล์สืบพันธุ์

เพศเมีย ที่ปลายยอดเกสรเพศเมียจะมีลักษณะเป็นขนและมีน้ำเหนียว ๆ เคลือบอยู่เพื่อช่วยในการ

ดักจับละอองเรณู ซึ่งเกสรเพศเมียประกอบด้วย

4.1 ยอดเกสรเพศเมีย (stigma) อยู่ตรงส่วนบนสุดของเกสรเพศเมีย เป็นส่วนรองรับ

ละอองเรณูของเกสรเพศผู้

4.2 ก้านชูเกสรเพศเมีย (style) ทำหน้าที่ชูเกสรเพศเมีย

4.3 รังไข่ (ovary) อยู่ส่วนล่างสุดของเกสรเพศเมีย มีลักษณะเป็นกระเปาะภายใน

มี " ไข่อ่อน” (egg) หรือ " ออวุล " (ovule) ซึ่งมี " เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย "

20 of 41

กระบวนการสืบพันธุ์ของพืชดอก

การสืบพันธุ์ของพืชมีดอก ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ 2 ขั้นตอน คือ การถ่ายละอองเรณู

และการปฏิสนธิ

เมื่อละอองเรณูแก่ อับเรณู (Anther) จะแตกออกทำให้ละอองเรณูปลิวไปตกบนยอด

เกสรเพศเมีย ( หรือถูกน้าพัดพาไป หรือติดขาแมลง สัตว์พาไป ) เรียกกระบวนการนี้ว่า

การถ่ายละอองเรณู (Pollination)

การถ่ายละอองเรณู มี 2 ลักษณะ คือ

1. การถ่ายละอองเรณูในดอกเดียวกันหรือภายในต้นเดียวกัน (self pollination) หมายถึง

การถ่ายละอองเรณูไปยังเกสรเพศเมียของดอกเดียวกัน หรือคนละดอกแต่ดอกนั้นอยู่ในต้นเดียวกัน

21 of 41

2. การถ่ายละอองเรณูข้ามต้น (cross pollination) หมายถึง การถ่ายละอองเรณูจาก ดอก

ของพืชต้นหนึ่งไปยังยอดเกสรเพศเมียในดอกของพืชชนิดเดียวกันอีกต้นหนึ่ง

การถ่ายละอองเรณูเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน

ปัจจัยที่ช่วยในการถ่ายละอองเรณู ได้แก่ ลม มนุษย์ น้ำ หรือสัตว์ต่าง ๆ พาไป

22 of 41

หลังจากที่ละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย (Stigma) ซึ่งมีน้ำหวานเหนียว ๆ

มีหน้าที่คอยจับละอองเรณู เมื่อละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรเพศเมียแล้วจะงอกหลอดละอองเรณู

(Pollen tube) ซึ่งภายในมีสเปิร์ม 2 ตัว ลงไปตามก้านชูเกสรเพศเมีย จนถึงรังไข่ เกิดการปฏิสนธิ

โดย เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้หรือสเปิร์มตัวที่ 1 ผสมกับไข่ กลายเป็นไซโกต

เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้หรือสเปิร์มตัวที่ 2 ผสมกับโพลาร์นิวเคลียส กลายเป็นเอนโดสเปิร์ม

การปฏิสนธิ (fertilization) คือ การที่เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้เข้าผสมกับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย

23 of 41

การเปลี่ยนแปลงหลังการปฏิสนธิ

รังไข่ (Ovary) -------> ผล (Fruit )

ออวุล (Ovule) -------> เมล็ด (Seed)

ไข่ (Egg) -------> ต้นอ่อน (Embryo) อยู่ภายในเมล็ด

เยื่อหุ้มออวุล (Intergument) -------> เปลือกหุ้มเมล็ด (Seed coat)

ผนังรังไข่ (Ovary wall) -------> เปลือกและเนื้อของผล (Pericarp)

กลีบเลี้ยง กลีบดอก ยอดเกสรเพศเมีย ก้านเกสรเพศเมีย จะเหี่ยวแห้งสลายตัวไป ซึ่งเรา

เรียกการเปลี่ยนแปลงของพืชตั้งแต่เริ่มงอกจากเมล็ดเป็นต้นพืช และเจริญเติบโต

พร้อมสืบพันธุ์ให้เมล็ดที่เจริญเป็นพืชต่อไปว่า วัฎจักรชีวิตของพืช

24 of 41

เมล็ด

ในพืชดอกหลังจากที่มีการปฏิสนธิ ออวุลที่อยู่ภายในรังไข่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเมล็ด

ส่วนประกอบของเมล็ด แยกออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

1. เปลือกหุ้มเมล็ด (seed coat) อยู่ชั้นนอกสุดของเมล็ด ป้องกันส่วนที่อยู่ภายใน

2. เอนโดสเปิร์ม (endosperm) เป็นอาหารสะสมสำหรับการเจริญเติบโตและ

การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเอ็มบริโอ ส่วนใหญ่เป็นอาหารพวกแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต มีโปรตีนและ

ไขมันปะปนอยู่ด้วย

3. ต้นอ่อน (embryo) คือ ส่วนที่เจริญไปเป็นพืชต้นใหม่ ประกอบด้วย

- ใบเลี้ยง (cotyledon) พืชใบเลี้ยงคู่มี 2 ใบ และพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมี 1 ใบ ไม่มีการ

สังเคราะห์ด้วยแสงและไม่เจริญเติบโตต่อไป

25 of 41

- ส่วนของต้นอ่อนที่อยู่เหนือใบเลี้ยง (epicotyl) จะเจริญไปเป็นลำต้นส่วนบน กิ่ง

ก้าน ใบ ส่วนปลายสุด เรียกว่า ยอดแรกเกิด (plumule)

- ส่วนของต้นอ่อนที่อยู่ใต้ใบเลี้ยง (hypocotyl) จะเจริญไปเป็นลำต้นส่วนล่างส่วน

ปลายสุดที่อยู่ใต้ใบเลี้ยง เรียกว่า รากแรกเกิด (radicle) ซึ่งจะกลายเป็นรากแก้วต่อไป

รากแรกเกิดจะงอกออกมาทางรอยแผลเป็น (hilum) ซึ่งบริเวณนี้จะมีรูที่ เรียกว่า

รูไมโครไพล์ (micropyle) เป็นทางงอกของเมล็ด

26 of 41

การแพร่พันธุ์ของเมล็ด

การแพร่พันธุ์ของเมล็ด ซึ่งจะหมายถึง การแพร่กระจายของเมล็ดเพื่อแพร่พันธุ์ จากที่หนึ่ง

ไปสู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งพืชโดยทั่วไปจะมีวิธีการแพร่พันธุ์ที่แตกต่างกัน

การแพร่พันธุ์ของเมล็ด มีหลายวิธี ดังนี้

1. ลมพาไป เมล็ดของพืชประเภทนี้จะมีปีก หรือมีลักษณะเบา

ทำให้สามารถลอยไปตกในที่ไกล ๆ เช่น ลูกสน เมล็ดหญ้า ลูกยาง

เป็นต้น

2. น้ำพัดพาไป เมล็ดที่ตกจากต้นจะลอยไปตามน้า ซึ่งพืชพวกนี้

จะขึ้นอยู่ริมน้ำ เช่น มะกอกน้ำ มะพร้าว ลูกบัว ลูกจาก เป็นต้น

27 of 41

3. ดีดตัวไป เมื่อฝักหรือผลแก่เต็มที่ก็จะแตกออก และเมล็ดจะกระเด็น

ไปไกลจากต้นเดิม เช่น ต้อยติ่ง ถั่วลันเตา เป็นต้น

4. ปนไปกับมูลสัตว์ พืชที่มีผลเป็นอาหารของสัตว์ เมื่อสัตว์กินผลไม้

เข้าไปและขับถ่ายเมล็ดออกมาตามสถานที่ต่าง ๆ เมล็ดจะสามารถงอก

เป็นต้นใหม่ได้ เช่น มะเขือเทศ ตะขบ ไทร เป็นต้น

5. ติดไปกับขนสัตว์หรือเสื้อผ้า โดยเมล็ดจะมีตะขอสำหรับเกี่ยว

หรือมีสารเหนียวที่สามารถติดไปกับขนสัตว์หรือเสื้อผ้าได้

เช่น หญ้าเจ้าชู้ ผักโขมหิน เป็นต้น

28 of 41

สรุปการสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์พืชดอก

การสืบพันธุ์ หมายถึง การสร้างหน่วยชีวิตใหม่จากสิ่งมีชีวิตเดิมเพื่อดำรง

เผ่าพันธุ์ให้คงอยู่เป็นกระบวนการที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งแตกต่างไปจากสิ่งไม่มีชีวิต

การสืบพันธุ์ของพืชโดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction) เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยอาศัย

ส่วนต่าง ๆของพืชมาช่วยในการขยายพันธุ์ ดังนี้

- ส่วนของลำต้นที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์ เช่น สตรอเบอร์รี่ มันฝรั่ง ขิง กล้วย เป็นต้น

- ส่วนของรากที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์ เช่น มันเทศ สาเก เป็นต้น

- ส่วนของใบที่ทำหน้าที่ขยายพันธุ์ เช่น โคมญี่ปุ่น กุหลาบหิน เป็นต้น

- การขยายพันธุ์พืชโดยใช้มนุษย์ เช่น การตอนกิ่ง การปักชำ การต่อกิ่ง การติดตา

และ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นต้น

29 of 41

ส่วนประกอบของดอกไม้

ดอก (Flower) คือ ส่วนของพืชที่เปลี่ยนแปลงไปมีลักษณะพิเศษ เพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับ

การสืบพันธุ์ ดอกไม้แต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน แต่มีโครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายกัน

ส่วนประกอบที่สำคัญของดอก มีดังนี้

1. กลีบเลี้ยง (sepal)

2. กลีบดอก (petal)

3. เกสรเพศผู้ (stamen)

4. เกสรเพศเมีย (pistil)

30 of 41

กระบวนการสืบพันธุ์ของพืชดอก

การสืบพันธุ์ของพืชมีดอก ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ 2 ขั้นตอน คือ การถ่ายละออง

เรณูและการปฏิสนธิ

การถ่ายละอองเรณู มี 2 ลักษณะ คือ

1. การถ่ายละอองเรณูในดอกเดียวกันหรือภายในต้นเดียวกัน (self pollination)

2. การถ่ายละอองเรณูข้ามต้น (cross pollination)

เมล็ดในพืชดอกหลังจากที่มีการปฏิสนธิ ออวุลที่อยู่ภายในรังไข่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็น

เมล็ดส่วนประกอบของเมล็ด แยกออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

เปลือกหุ้มเมล็ด (seed coat) เอนโดสเปิร์ม (endosperm) และ ต้นอ่อน (embryo)

31 of 41

การแพร่พันธุ์ของเมล็ด

การแพร่พันธุ์ของเมล็ด ซึ่งจะหมายถึง การแพร่กระจายของเมล็ดเพื่อแพร่พันธุ์ จากที่

หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งพืชโดยทั่วไปจะมีวิธีการแพร่พันธุ์ที่แตกต่างกัน

การแพร่พันธุ์ของเมล็ด มีหลายวิธี ดังนี้

1. ลมพัดไป

2. น้ำพัดพาไป

3. ดีดตัวไป

4. ปนไปกับมูลสัตว์

5. ติดไปกับขนสัตว์หรือเสื้อผ้า

32 of 41

เกมเปิดแผ่นป้าย ทายปริศนา….?

ลำต้น

1. สตรอเบอร์รี่ กล้วย ใช้ส่วนใดทำหน้าที่ในการขยายพันธุ์

เมล็ด

2. หลังจากการปฏิสนธิ ออวุล จะพัฒนาเป็นส่วนใดของพืช

การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

3. การตอนกิ่ง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นการสืบพันธุ์แบบใด

4 ส่วน

4. ส่วนประกอบหลักของดอกไม้ ประกอบด้วยกี่ส่วน

ลมพาไป

5. ลูกสน เมล็ดหญ้า มีวิธีแพร่กระจายพันธุ์โดยวิธีใด

33 of 41

1

4

2

5

3

6

… เกมเปิดป้ายจับคู่ดอกไม้ …

34 of 41

แบบทดสอบหลังเรียน

แบบทดสอบหลังเรียนชุดนี้ มีทั้งหมด 5 ข้อ

แบบตัวเลือก 4 ตัวเลือก จำนวน 5 ข้อ

คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุด เพียงข้อเดียว

35 of 41

ก. กลีบดอก

ข. กลีบเลี้ยง

ค. เกสรเพศผู้

ง. เกสรเพศเมีย

1. ส่วนใดของดอก ทำหน้าที่ล่อแมลงเพื่อช่วยในการผสมเกสร

36 of 41

ก. การปักชำ

ข. การติดตา

ค. การทาบกิ่ง

ง. การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

2. ข้อใดจัดเป็นการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ และได้ต้นใหม่จำนวนมาก

37 of 41

ก. กลีบดอกไม้เริ่มบาน

ข. เมล็ดเริ่มงอกเป็นต้นใหม่

ค. สเปิร์มเซลล์ผสมกับเซลล์ไข่

ง. ละอองเรณูตกบนยอดเกสรเพศเมีย

3. การปฏิสนธิของพืชเกิดขึ้นเมื่อใด

38 of 41

ก. ออวุล

ข. รังไข่

ค. เกสรเพศเมีย

ง. กลีบดอก

4. ส่วนที่ทำหน้าที่ในการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย เรียกว่าอะไร

39 of 41

ก. เมล็ดแข็งและงอกยาก

ข. ดอกมีสีสวยและมีกลิ่นหอม

ค. ใบมีสีเขียวและมีจำนวนมาก

ง. ผลมีหนามและเกาะติดไปกับสัตว์ได้ดี

5. ลักษณะใดต่อไปนี้ที่มีผลในการช่วยกระจายพันธุ์ของพืช

40 of 41

อ้างอิง

https://www.trueplookpanya.com

https:// www.manager.co.th

https:// www.topicstock.pantip.com

https:// www.myfirstbrain.com

41 of 41

จัดทำโดย

นางสาวชนิกา ม่วงพันธ์