1 of 17

ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้า

2 of 17

ไฟฟ้าจัดเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง ช่วยอำนวยความสะดวกแก่มวลมนุษย์บนโลกมีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น โดยใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานจ่ายไปให้กับอุปกรณ์ เครื่องมอเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ให้สามารถทำงานได้

ไฟฟ้าเป็นพลังงานที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปพลังงานได้ โดยอาศัยค่าแรงดันและกระแสจ่ายไปให้อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เกิดการทำงาน โดยจ่ายไปในรูปกระแสไหลไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ดีในวัตถุตัวนำจำพวกโลหะชนิดต่างๆ

1. คุณสมบัติของไฟฟ้า

3 of 17

1.1 ประโยชน์ของไฟฟ้า

ประโยชน์ของไฟฟ้า มีมากมายมหาศาล ถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วไป

  1. ให้ความร้อน โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นความร้อน
  2. ให้ความเย็น โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นความเย็น
  3. ให้พลังงานกล โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล
  4. ให้อำนาจแม่เหล็ก โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นสนามแม่เหล็ก
  5. ให้แสงสว่าง โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นแสงสว่าง
  6. ให้ความสะดวกสบาย โดยจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำให้เกิดการทำงานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่างๆ

4 of 17

1.2 โทษของไฟฟ้า

โทษของไฟฟ้ามีมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าผิดวิธี ขาดความระมัดระวังหรือใช้ไฟฟ้าด้วยความประมาทเลินเล่อ ก่ให้เกิดอันตรายตามมา

1.ไฟฟ้าชอต หรือไฟฟ้าลัดวงจร คือสภาวะที่กระแสไฟฟ้าไหลได้ครบวงจร โดยไม่ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือภาระ ผลของไฟฟ้าชอตจะทำให้เกิดความร้อนสูง เมื่อความร้อนถึงจุดลุกไหม้ ทำให้เกิดเพลิงใหม่ขึ้นได้

2.ไฟฟ้าดูด คือสภาวะกระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกานมนุษย์ครบวงจร จะก่อให้เกิดอาการเกร็งกล้ามเนื้อ ผลที่เกิดจากไฟฟ้าดูดอาจทำให้พิการ หรือถึงเสียชีวิตได้

5 of 17

สามารถแยกตามลักษณะของการสัมผัสไฟฟ้าได้ 2 แบบ คือ การสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) และการสัมผัสโดยอ้อม (Indirect Contact)

2.1 การสัมผัสไฟฟ้าโดยตรง

การสัมผัสไฟฟ้าโดยตรง คือ เป็นกรณีที่ส่วนของร่างกายคนสัมผัสถูกส่วนที่มีไฟฟ้าจ่ายมาโดยตรง

2.2 การสัมผัสไฟฟ้าโดยอ้อม

การสัมผัสไฟฟ้าโดยอ้อม เป็นการสัมผัสที่คนไม่ได้สัมผัสกับส่วนที่มีไฟฟ้าโดยตรง แต่เกิดจากคนสัมผัสกับอุปกรณ์

2. อันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์

6 of 17

ปริมาณกระแสไหลผ่านร่างกายคน

ปฎิกิริยาที่เกิดขึ้น

ต่ำกว่า 0.5 มิลลิแอมป์ (mA)

ยังไม่มีไม่รู้สึก

1 mA

รู้สึกจั๊กจี้หรือกระตุกเล็กน้อย

5 mA

รู้สึกสั่นเล็กน้อย แต่ไม่เจ็บ คนส่วนใหญ่สามารถหนีได้แต่การเคลื่อนที่อย่างไม่ระวังจะทำให้เกิดอันตรายได้

6 – 25 mA

9 – 30 mA

รู้สึกเจ็บปวด สูยเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ นี่คือปริมาณกระแสที่ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

50 – 150 mA

ได้รับความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

1 – 4.3 แอมแปร์ (A)

หัวใจหยุดเต้น กล้ามเนื้อหดตัว เส้นประสาทถูกทำลายทำให้เสียชีวิต

10A

หัวใจหยุดเต้น และถูกเผาไหม้อย่างรุนแรง เสียชีวิต

15A

กระแสเกินค่าต่ำสุดที่ฟิวส์ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์จะตัดวงจร

ความสัมพันธ์ของปริมาณกระแสไหลผ่านร่างกายคนมีผลต่อปฎิกิริยาที่เกิดขึ้น

7 of 17

ระยะเวลาที่กระแสไหลผ่านร่างกายคน จะส่งผลถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นน้อยหรือมากด้วย กระแสไหลผ่านใช้เวลาน้อยเกิดอันตรายน้อย กระแสไหลผ่านใช้เวลามากเกิดอันตรายมาก ระยะเวลาที่ถูกไฟฟ้าดูด

ปริมาณกระแสไหลผ่านร่างกายคน

ระยะเวลา

หมายเหตุ

15 mA นานกว่า

2 นาที

เสียชีวิต

20 mA นานกว่า

1 นาที

เสียชีวิต

30 mA นานกว่า

35 วินาที

เสียชีวิต

100 mA นานกว่า

3 วินาที

เสียชีวิต

500 mA นานกว่า

0.11 วินาที

เสียชีวิต

A นานกว่า

0.01 วินาที

เสียชีวิต

ความสัมพันธ์ของปริมาณกระแสไหลผ่านร่างกายคนกับระยะเวลาที่ทำให้เสียชีวิต

8 of 17

  1. ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนจ้างงานหรือทำสัญญากับบริษัท
  2. อุปกรณ์การติดตั้งทางไฟฟ้าต้องเป็นชนิดที่ได้รับการรับรองจากมาตรฐานต่างๆ
  3. การเดินสายไฟ และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามกฎเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า
  4. ก่อนใช้เครื่องไฟฟ้า ผู้ใช้ต้องอ่านและศึกษาคู่มือแนะนำการใช้งานให้เข้าใจ
  5. ทุกครั้งที่จะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรตรวจสอบสายไฟ เต้าเสียบ และเต้ารับ

เครื่องหมายมาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าประเทศต่างๆ

3. ข้อควรปฎิบัติในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้องปลอดภัย

9 of 17

6. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเปลือกหุ้มภายนอกทำด้วยโลหะทุกชนิด หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจมีไฟฟ้ารั่วมากับน้ำ จำเป็นต้องต่อสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับระบบสายดิน

7. เมื่อร่างกายเปียกชื้น ห้ามแตะต้องส่วนที่มีไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด

8. ในการเดินสายไฟ หรือลากสายไฟไปใช้งานนอกอาคารเป็นการชั่วคราว หรือถาวร

  1. ควรแยกวงจรไฟฟ้าที่น้ำอาจท่วมถึงออกต่างหาก
  2. หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า

เต้าเสียบชนิดมีขั้วสายดิน

การใช้ไขควงทดสอบไฟ

10 of 17

11. ฝึกให้เป็นคนชั่งสังเกตสิ่งผิดปรกติจากสี กลิ่น เสียง และการสัมผัสอุณหภูมิ รวมทั้งการ

ใช้เครื่องมือง่ายๆ ในการตรวจสอบ

  1. อย่าพยายามใช้ไฟฟ้าหรือเปิดสวิตซ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
  2. ระมัดระวังการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าราคาถูกจากบางประเทศที่ผลิตแบบไม่ได้มาตรฐาน
  3. อุปกรณ์ที่มีการเสียบปลั๊กทิ้งไว้นานๆโดยไม่มีผู้ดูแล
  4. ทุกครั้งที่เลิกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรปิดสวิตซ์ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าก่อน
  5. อย่าพยายามซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเอง หรือโดยช่าง่อมที่มีความรู้ความชำนาญไม่เพียงพอ
  6. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่มีฝนตกฟ้าคะนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  7. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปิดปิดด้วยปุ่มสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์ หรือรีโมทคอนโทรล
  8. เมื่อไฟฟ้าที่จ่ายมาจากการไฟฟ้าดับ ให้ดับสวิตซ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่เปิดค้างอยู่ทันที
  9. ฝึกฝนให้รู้จักวิธีการแก้ไขป้องกันรวมทั้งช่วยเหลือปฐมพยาบาล

11 of 17

การสัมผัสจับต้องไฟฟ้าถือเป็นอันตรายต่อร่างกายคนอย่างร้ายแรง ดังนั้นการปฎิบัติงานทางด้านที่ต้องเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าจำเป็นต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก มีหลักการปฎิบัติงานทางด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัย มีดังนี้

  1. ควรคำนึงถึงกฎแห่งความปลอดภัยทุกครั้ง
  2. ก่อนการปฎิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ต้องถือว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านั้นมีไฟฟ้าจ่ายอยู่
  3. จะปฎิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเรื่องใดต้องมีความเข้าใจในเรื่องนั้นก่อนการปฎิบัติงาน
  4. อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการปฎิบัติงาน
  5. อย่าปฎิบัติงานเมื่อรู้สึก เหนื่อย อ่อนเพลีย ง่วงนอน

4. การปฎิบัติงานด้านไฟฟ้าปลอดภัย

12 of 17

6. อย่าปฎิบัติงานในขณะมือเปียก

7. ถ้าจำเป็นต้องปฎิบัติงานในบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน หรือมีการปฎิบัติงานอื่นๆ ร่วมด้วย

  1. ถ้าจำเป็นต้องปฎิบัติงานในบริเวณที่ไม่สามารถตัดไฟออกได้
  2. การปฎิบัติงานถ้ามีการละงานไปชั่วคราว
  3. การปฎิบัติงานแต่ละครั้ง ควรมีผู้ร่วมปฎิบัติงานด้วยอย่างน้อย 2 คน
  4. การปฎิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าแรงสูง ควรใช้เครื่องช่วยป้องกันไฟฟ้าให้มากขึ้นกว่าปรกติ

13 of 17

การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูดนับเป็นสิ่งจำเป็น และสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องกระทำด้วยความรวดเร็วอย่างถูกวิธี มีความรอบคอบ และด้วยความระมัดระวัง ปฎิบัติ ทำได้ดังนี้

  1. อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่กำลังติดอยู่กับสายไฟฟ้า หรือตัวนำไฟฟ้าที่มีกระแสไหลผ่าน
  2. รีบหาทางตัดทางเดินของไฟฟ้าก่อน โดยถอดเต้าเสียบ ตัดสวิตซ์ตัดวงจรอัตโนมัติหรือสวิตซ์ประธาน
  3. เมื่อไม่สามารถทำวิธีอื่นใดได้แล้วให้ใช้มีด ขวาน หรือของมีคมที่มีด้ามไม้หรือด้ามที่เป็นฉนวน ฟันสายไฟฟ้าให้ขาดหลุดออกจากผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด
  4. ในกรณีที่มีกระแสอยู่ในบริเวณที่มีน้ำขัง อย่าลงไปในน้ำ
  5. ถ้ากรณีที่เป็นสายไฟฟ้าแรงสูง ให้พยายามหลีกเลี่ยงอย่าเข้าไปใกล้

5. การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด

14 of 17

ผู้ประสบอันตรายจากกระแสไฟฟ้าดูด ส่วนมากจะหมดสติไม่รู้สึกตัว ซึ่งอาจจะไม่หายใจและมีสภาวะหัวใจหยุดเต้น การหมดสติเช่นนี้ต้องรีบให้การปฐมพยาบาลทันที เพื่อให้ปอดและหัวใจทำงาน เรียกการช่วยเหลือนี้ว่า การปฎิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (Cardio Pulmonary Resuscitation ; CPR ) โดยวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน

6.1 การผายปอดด้วยการให้ลมหายใจทางปาก

1. ให้ผู้ป่วยนอนหงายราบกับพื้น จัดท่านอนให้เหมาะสม

2. ใช้มือข้างหนึ่งดึงคางผู้ป่วยหรือดันใต้คอพร้อมกับใช้มืออีกข้างดันหน้าผากให้หน้าแหงน

3. สอดนิ้วหัวแม่มือเข้าในปากผู้ป่วย

4. ล้วงเอาสิ่งอื่นๆ ที่อาจมีติดค้างอยู่ในปากและลำคอออกให้หมด

5. ตรวจสอบการหายใจของผู้ป่วย โดยเอียงหน้ามองไปทางปลายเท้าผู้ป่วยให้หูชิดปากผู้ป่วย

6. การปฐมพยาบาลผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด

15 of 17

6. ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจ ให้ผู้ปฐมพยาบาลทำการผายปอดด้วยการเป่าปากผู้ป่วย

7. ขณะทำการเป่าปากผู้ป่วยตาต้องเหลือบดูด้วยว่า หน้าอกผู้ป่วยมีอาการขยายขึ้นลงหรือไม่

8. ถ้ากรณีที่ไม่สามารถอ้าปากของผู้ป่วยได้ ให้ใช้มือปิดปากผู้ป่วยให้สนิท และเป่าลมทางจมูกแทน

9. ขณะนำส่งโรงพยาบาล ให้ทำการเป่าปากไปด้วยจนกว่าผู้ป่วยจะฟื้น

6.2 การนวดหัวใจภายนอก

  1. ให้ผู้ป่วยนอนราบกับพื้นแข็งๆ หรือใช้ไม้กระดานรองหลังของผู้ป่วย
  2. คลำหาส่วนล่างสุดของกระดูกอกที่ต่อกับกระดูกซี่โครง

16 of 17

  1. วางมืออีกข้างทับบนหลังมือที่วางไว้แล้วในตำแหน่งที่ถูกต้อง เหยียดนิ้วมือตรง

และเกี่ยวนิ้วมือ 2 ข้างเข้าด้วยกัน

4. ขณะที่กดหน้าอกแต่ละครั้งต้องนับจำนวนครั้งที่กดดังนี้ หนึ่ง และสอง และสาม และสี่ และห้า...

  1. ถ้าผู้ปฎิบัติมีคนเดียว ให้นวดหัวใจ 15 ครั้ง สลับกับการเป่าปาก 2 ครั้ง ทำสลับกัน

เช่นนี้จบครบ 4 รอบ

6. ถ้าผู้ปฎิบัติ 2 คนให้นวดหัวใจ 5 ครั้ง สลับกับการเป่าปาก 1 ครั้ง

7. ในกรณีช่วยเหลือเด็กอ่อน หรือเด็กแรกเกิด การนวดหัวใจให้ใช้นิ้วเพียงสองนิ้ว

8. การนวนหัวใจไม่ว่าผู้ใหญ่ หรือเด็กต้องทำอย่างระมัดระวัง และถูกวิธี

17 of 17

ไฟฟ้าเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง มีทั้งโทษและประโยชน์ในเวลาเดียวกัน หากใช้ถูกวิธีจะเกิดประโยชน์มากมายมหาศาล หาใช้ผิดวิธีจะมีโทษมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน

การปฎิบัติงานทางด้านไฟฟ้าที่ปลอดภัย ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องทราบและเข้าใจคุณสมบัติของไฟฟ้า ต้องระมัดระวัง ไม่ประมาท ทำงานอย่างเป็นระบบ รอบคอบ

ผู้ประสบอันตรายจากกระแสไฟฟ้าดูด ส่วนมากจะหมดสติไม่รู้สึกตัว ซึ่งอาจจะไม่หายใจและมีสภาวะหัวใจหยุดเต้นด้วย การหมดสติเช่นนี้ต้องรีบให้การปฐมพยาบาลทันที เพื่อให้ปอดและหัวใจทำงาน

7. บทสรุป