หน่วยการเรียนรู้ที่
งานบ้าน
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
การดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน
มารยาทในการทำงานกับสมาชิก�ในครอบครัวและผู้อื่น
ารดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
ภายในบ้านมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันมากมาย เช่น เครื่องเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้ารู้จักใช้งานอย่างระมัดระวังและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือซื้อใหม่ได้
เครื่องเรือน
เครื่องใช้ไฟฟ้า
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๑.๑ ใช้งานอย่างระมัดระวังไม่ให้ชำรุดเสียหาย
๑. หลักการดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน
๑.๒ เมื่อพบว่าชำรุดเพียงเล็กน้อย ที่สามารถซ่อมแซมเองได้ให้รีบซ่อมแซมทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนไม่สามารถซ่อมแซมได้ และหากไม่มีความรู้เรื่องการซ่อมแซม ควรบอกพ่อ แม่หรือผู้ปกครอง
๑.๓ ทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ไปพร้อม ๆ กับการปัดกวาด เช็ด ถูบ้าน
๑.๔ เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการทำความสะอาดให้เหมาะสมกับชนิด�ของวัสดุที่ใช้ทำเครื่องเรือนและลักษณะงาน
๑.๕ ศึกษาวิธีใช้และการทำความสะอาดเครื่องเรือนหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า�ตามคู่มือการใช้งานให้เข้าใจ แล้วปฏิบัติตามอย่างระมัดระวัง
๑.๖ จัดเก็บเครื่องเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เข้าที่ หลังจาก�ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ด้วยความระมัดระวัง
เครื่องเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
สมบัติภายในบ้านสะอาด สวยงามน่าใช้
๒. ประโยชน์ของการดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน
ฝึกให้รู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกในบ้าน
ยืดอายุการใช้งานของสมบัติภายในบ้าน
สร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการใช้สิ่งของอย่างรู้คุณค่า
ประหยัดรายจ่ายของครอบครัวในการซ่อมแซมหรือซื้อใหม่
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๓.๑ ทักษะการจัดการในการทำงาน หมายถึง ความพยายามของบุคคลที่จะจัดระบบงานในการทำงานเป็นรายบุคคล และจัดระบบคนในการทำงานกลุ่มเพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกระบวนการดังนี้
๑) การวิเคราะห์งาน เป็นการพิจารณางานที่จะทำในเรื่องความยากง่ายของวิธีการทำงาน ระยะเวลาในการทำงาน วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ต้องใช้ในการทำงาน จำนวนคนที่จะใช้ทำงาน ความสามารถของคนที่จะทำงาน� แต่ละอย่างให้สำเร็จได้ดี เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการทำงาน
๓. ทักษะการจัดการในการทำงานและทักษะการทำงานร่วมกัน
การดูแลรักษาสมบัติภายในบ้านอย่างเป็นระบบ ควรมีทักษะการจัดการในการทำงานและทักษะการทำงานร่วมกัน ดังนี้
๔) การประเมินผลการทำงาน เป็นการตรวจผลการปฏิบัติงานหรือผลงานที่ทำเสร็จแล้ว ว่าเรียบร้อย สำเร็จตรงตาม เป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ มีข้อบกพร่องอย่างไร เพื่อที่จะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
๒) การวางแผนในการทำงาน เป็นการกำหนดเป้าหมายของงานที่จะทำ กำหนดวิธีการทำงาน วัสดุ อุปกรณ์ และ เครื่องมือที่จะใช้งาน กำหนดระยะเวลาในการทำงาน จำนวนคนที่ทำงาน ระบุหน้าที่การทำงานของแต่ละคน � ตามความถนัดและความสามารถ เพื่อให้การทำงานบรรลุเป้าหมายโดยประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่าย รวมทั้งมีความปลอดภัยในการทำงาน
๓) การปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอน เป็นการปฏิบัติงานตามแผนงานที่วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อลดความซํ้าซ้อน ในการทำงาน
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
ตัวอย่างการใช้ทักษะการจัดการตามกระบวนการทำงาน
การทำความสะอาดเครื่องเรือนไม้
๑. การวิเคราะห์งาน
• การทำความสะอาดเครื่องเรือนไม้เป็นงานง่าย เพราะมีวิธีการทำงานไม่ซับซ้อน ยุ่งยาก
• ตรวจดูความสกปรกของเครื่องเรือนไม้ว่ามีความยากหรือง่ายในการทำความสะอาด และมีปริมาณความสกปรกมากหรือน้อย
๒. การวางแผนในการทำงาน
• กำหนดเป้าหมายในการทำงาน เช่น เครื่องเรือนไม้สกปรก เนื่องจากฝุ่นละอองและมีรอยขูดขีด ดังนั้น เป้าหมายในการทำงาน คือ เครื่องเรือนไม้สะอาดไม่มีรอยขูดขีด
• กำหนดวิธีการทำงาน ๑) ใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นออก ๒) ใช้ผ้าแห้งเนื้อนุ่มเช็ด ถ้ามีรอยขูดขีด ให้ใช้ผ้าแห้งสะอาดชุบนํ้ามันชักเงาเช็ดรอยขูดขีดนั้น
• กำหนดวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน ไม้กวาดขนไก่ ผ้าเนื้อนุ่ม นํ้ามันชักเงา
• กำหนดระยะเวลาในการทำงาน ๓๐ นาที
• กำหนดผู้รับผิดชอบในการทำงาน ตนเอง
๓. การปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอน ทำความสะอาดเครื่องเรือนไม้ตามแผนการทำงานที่วางไว้
๔. การประเมินผลการทำงาน ตรวจเครื่องเรือนไม้ว่าสะอาดหรือไม่ รอยขูดขีดลบเลือนหรือไม่ ถ้ายังไม่เรียบร้อย จึงทำความสะอาดซํ้าอีกครั้ง
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๓.๒ ทักษะการทำงานร่วมกัน หมายถึง การทำงานเป็นกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยมุ่งเน้นให้ทำงานอย่าง�มีกระบวนการตามขั้นตอน และฝึกการทำงานกลุ่ม รู้จักบทบาทหน้าที่ภายในกลุ่ม ฝึกทักษะในการฟัง พูด สรุปผลนำเสนอรายงานและมีคุณธรรมในการทำงานร่วมกัน งานบ้านที่ต้องอาศัยทักษะการทำงานร่วมกัน ได้แก่ งานทาสี�รั้วบ้าน งานซ่อมแซมท่อประปา หรืองานครัว ซึ่งงานบ้านเหล่านี้ ต้องอาศัยสมาชิกในบ้านร่วมกันคิด วางแผน ปฏิบัติ และประเมินผลการทำงานร่วมกัน ต้องรู้จักการแบ่งหน้าที่กันทำตามความสามารถมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคน�ในบ้านได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ดังนั้น ทุกคนในบ้านจึงสลับกันเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี เพื่อให้งานบ้านเป็นที่�พึงพอใจของสมาชิกทุกคนในบ้าน
การดูแลรักษาสมบัติภายในบ้านอย่างเป็นระบบ ควรมีทักษะการจัดการในการทำงานและทักษะการทำงานร่วมกัน ดังนี้
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๔. การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือน
เครื่องเรือน เป็นสิ่งของที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ที่มีประโยชน์ใช้สอย และใช้ตกแต่งห้องต่าง ๆ ภายในบ้านให้สวยงามได้ เช่น ตู้ใส่หนังสือ ชั้นวางของ โต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหาร ชุดรับแขก �โคมไฟฟ้า
เครื่องเรือนต่าง ๆ ภายในบ้านมีหลายประเภท และประกอบขึ้นมาจากวัสดุหลายชนิด เช่น ไม้ ผ้า หนังแท้หรือหนังเทียม เหล็ก สเตนเลส พลาสติก ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดต้องการการดูแลและมีวิธีการทำความสะอาดแตกต่างกัน ดังนี้
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๔.๑ เครื่องเรือนไม้ มีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามตามธรรมชาติของเนื้อไม้แต่เมื่อถูกนํ้าหรือความชื้น�จะโป่งพอง อีกทั้งเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งานปกติหรือจากสัตว์เลี้ยงในบ้านได้ง่าย�การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนไม้ มีวิธีการดังนี้
๑) วางเครื่องเรือนไม้ในบริเวณที่ร่ม แห้ง และไม่เปียกชื้น
๓) เครื่องเรือนไม้ที่มีฝุ่นละอองเกาะโดยไม่มีรอยเปื้อนอื่นให้ใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นออกหรือใช้ผ้าแห้ง� เนื้อนุ่มเช็ด
๒) เครื่องเรือนไม้ที่มีรอยขีดข่วนให้ใช้ผ้าแห้งสะอาดชุบนํ้ามันชักเงา ถูรอยขีดข่วนนั้น แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
๔) เครื่องเรือนไม้ที่เกิดรอยคราบเป็นวงให้ใช้กระดาษซับชนิดหนาวางทับเหนือรอย แล้วใช้เตารีด� ที่ร้อนปานกลางวางนาบซํ้ากันหลาย ๆ ครั้งจนกว่ารอยนั้นจะจางหายไป หรือใช้ผ้าแห้งสะอาด� หรือชุบนํ้ามันการบูรเช็ดถูจนรอยหายไป
๕) เครื่องเรือนไม้ที่มีรอยคราบจากสีให้ใช้ผ้าชุบนํ้ามันสนเช็ดออก�แล้วใช้ผ้าชุบนํ้ามันชักเงาถูให้สะอาดอีกครั้ง
๖) เครื่องเรือนไม้ที่เปื้อนนํ้าตาเทียน ให้ขูดนํ้าตาเทียนออกแล้วใช้ผ้าชุบนํ้ามันสนเช็ดให้สะอาด
เครื่องเรือนไม้ชนิดต่าง ๆ
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๔.๒ เครื่องเรือนหวาย หวายเป็นวัสดุธรรมชาติ ลำต้นมีลักษณะกลมเป็นเส้นเหนียวสีคล้ายต้นไผ่ นิยมนำมาทำเครื่องจักสานและเครื่องเรือน เส้นหวายที่นำมาใช้ทำเครื่องเรือน หลังจากถัก สาน พัน สอด ให้เป็นรูปทรงตามต้องการแล้ว มักทาด้วยสารเคลือบเงา เช่น แล็กเกอร์�การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนหวายมีวิธีการ ดังนี้
๑) เครื่องเรือนหวายที่มีฝุ่นละอองเกาะ ให้ใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นออกแล้วเช็ดด้วยนํ้ายาเคลือบเงา � เป็นครั้งคราว
๒) เครื่องเรือนหวายที่มีคราบสกปรกติดแน่นที่เช็ดด้วยผ้าแห้งไม่ออก ให้ใช้เครื่องฉีดพ่นนํ้าชนิดฝอย� ละเอียด หรือฝักบัวฉีดทำความสะอาดแล้วผึ่งแดดให้แห้งสนิทก่อนเก็บเข้าที่ เพื่อป้องกันเชื้อรา
เครื่องเรือนหวายชนิดต่าง ๆ
๓) เครื่องเรือนหวายที่เกิดการหย่อนตัวเป็นแอ่ง สามารถทำให้คืนตัวได้บางส่วน โดยการล้างเก้าอี้หวาย ด้วยนํ้าสบู่ร้อน ๆ แล้วล้างด้วยนํ้าสะอาด และนำไปผึ่งแดดให้แห้ง
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๔.๓ เครื่องเรือนหนัง เครื่องเรือนหนังมี ๒ ประเภท ได้แก่ เครื่องเรือนหนังแท้และเครื่องเรือนหนังเทียม เครื่องเรือนหนังแท้จะดูหรูหราเป็นธรรมชาติและฝุ่นเกาะได้ยากกว่าเครื่องเรือนบุผ้า สำหรับเครื่องเรือนหนังเทียม ผลิตจากพลาสติกประเภทพียู (PU) และพีวีซี (PVC) จะทำเลียนแบบหนังแท้ จึงมีวิธีดูแลรักษาคล้ายกัน �การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนหนังมีวิธีการ ดังนี้
๑) เครื่องเรือนหนังแท้และหนังเทียมที่มีฝุ่นเกาะ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบนํ้าบิดหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด เป็นประจำ
๒) เครื่องเรือนหนังแท้และหนังเทียมที่มีรอยเปื้อน ให้ใช้ผ้าชุบนํ้าสบู่อ่อน ๆ ถูเบา ๆ จนรอยเปื้อน� หมดไป และใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาดอีกครั้ง
เครื่องเรือนหนังแท้
๓) เครื่องเรือนหนังแท้ ในการทำความสะอาดต้องใช้นํ้ายา ทำความสะอาดหนังแท้เท่านั้น ใช้นํ้ายารักษาหนังเช็ดถูเป็น ประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้หนังแตก แห้ง หรือแข็งกระด้าง และห้าม ใช้สารเคมีที่เป็นกรด
เครื่องเรือนหนังเทียม
๔) เครื่องเรือนหนังแท้และหนังเทียมห้ามใช้นํ้ายาที่มีนํ้ามันสน
ทินเนอร์ และแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมในการทำความสะอาด
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๔.๔ เครื่องเรือนบุผ้า ผ้า ทำจากวัสดุธรรมชาติ เมื่อใช้งานจึงรู้สึกถึงความสบาย เพราะไม่ร้อน แต่จะพบปัญหาเกี่ยวกับฝุ่นละอองเกาะติดและเครื่องเรือนมีความชื้น ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์
การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนบุผ้ามีวิธีการดังนี้
๑) เครื่องเรือนบุผ้าที่มีฝุ่นละอองเกาะติดให้ใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นออกหรือใช้เครื่องดูดฝุ่น � ดูดฝุ่นละอองไปทิ้งเป็นประจำ
๒) เครื่องเรือนบุผ้าที่เปียกนํ้าให้รีบใช้ผ้าซับนํ้าออกให้หมดแล้วใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้ง
เครื่องเรือนบุผ้า
๓) เครื่องเรือนบุผ้าที่มีขนของสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข เกาะติด ให้ใช้ลูกกลิ้ง ชนิดมีกาวกลิ้งบริเวณที่มีขนสัตว์หรือใช้กระดาษกาวพันรอบนิ้วมือโดยให้ ด้านที่มีกาวหันออกด้านนอก แล้วแตะบริเวณที่มีขนสัตว์เพื่อเก็บ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ
๔) เครื่องเรือนบุผ้าที่มีรอยเปื้อนคราบอาหาร ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบนํ้าสบู่ � หรือผงซักฟอกเช็ดรอยเปื้อน แล้วซับออกด้วยผ้าแห้งสะอาด
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๔.๕ เครื่องเรือนโลหะ โลหะที่นิยมทำเป็นเครื่องเรือน เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม สเตนเลส โครเมียม �ซึ่งเครื่องเรือนที่ทำจากโลหะเหล่านี้จะแข็งแรง ทนทาน แต่บางชนิดอาจไม่ทนต่อความชื้นและเกิดสนิมได้ เช่น เครื่องเรือนที่ทำจากเหล็ก �การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนโลหะมีวิธีการ ดังนี้
๑) จัดวางเครื่องเรือนโลหะในบริเวณที่แห้ง ไม่เปียกชื้น
๒) เช็ดทำความสะอาดเครื่องเรือนโลหะด้วยผ้าแห้งสะอาดเป็นประจำ
เครื่องเรือนเหล็กพ่นสี
๓) ถ้าเครื่องเรือนโลหะเปียกนํ้าควรเช็ดให้แห้งทันที
เครื่องเรือนอะลูมิเนียม
เครื่องเรือนสเตนเลส
เครื่องเรือนเหล็กชุบโครเมียม
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
นอกจากเครื่องเรือนที่กล่าวมานี้ ปัจจุบันยังมีเครื่องเรือนพลาสติกผลิตออกมาให้ใช้กันมากขึ้น ความแข็งแรงทนทานขึ้นอยู่กับชนิดของพลาสติก การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนพลาสติก ทำได้โดยวางไว้ในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด ใช้ฟองนํ้าชุบนํ้ายาล้างจานหรือนํ้าผสมผงซักฟอก ขัดถูแล้วล้างออกด้วยนํ้าสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้งจึงนำมาใช้งาน
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๕. การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งทำงานได้ด้วยพลังงานไฟฟ้ามีหลายชนิด เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องเสียง พัดลม เตาไมโครเวฟ กระติกนํ้าร้อน เตารีด
การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมีวิธีการแตกต่างกัน ซึ่งศึกษาได้จากคู่มือการใช้และดูแลรักษาที่แนบมากับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ดังตัวอย่าง
เครื่องใช้ไฟฟ้า | การดูแลรักษา | การทำความสะอาด |
โทรทัศน์ |
|
|
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
เครื่องใช้ไฟฟ้า | การดูแลรักษา | การทำความสะอาด |
ตู้เย็น |
|
|
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
เครื่องใช้ไฟฟ้า | การดูแลรักษา | การทำความสะอาด |
พัดลม |
|
|
เครื่องเสียง |
|
|
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
เครื่องใช้ไฟฟ้า | การดูแลรักษา | การทำความสะอาด |
เตาไมโครเวฟ |
|
|
กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า |
|
|
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
เครื่องใช้ไฟฟ้า | การดูแลรักษา | การทำความสะอาด |
เตารีดไฟฟ้า |
|
|
ารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อื่น
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
การทำงานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและ�ผู้อื่น เช่น การทำงานบ้าน การทำรายงานกับเพื่อน�ในกลุ่ม การเก็บขยะรอบชุมชนที่อาศัยอยู่ ควรมีมารยาทที่ดีต่อกัน เพื่อให้ทุกคนที่ทำงานร่วมกันมีความสบายใจในการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้งานต่าง ๆ สำเร็จอย่างรวดเร็ว ราบรื่น ไม่มีปัญหา และได้ผลงานที่มีคุณภาพ
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
มารยาทในการทำงานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อื่น� มีแนวทางดังนี้
๑. ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบและซื่อสัตย์
๒. ไม่เกี่ยงงานหรือเอาเปรียบผู้อื่น เพราะการเกี่ยงงานหรือเอาเปรียบผู้อื่นเป็นการแสดงความไม่มีนํ้าใจ ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน จึงไม่มีใครต้องการทำงานร่วมด้วย นอกจากนี้ยังทำให้งานล่าช้าและเสียหายได้
๓. มีความกล้าในการเสนอความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและไม่ผิดศีลธรรมเพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
๔. ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เพราะความคิดเห็นของผู้อื่นอาจจะมีประโยชน์ต่อการทำงาน และก่อให้เกิดผลดีมากกว่าผลเสีย สามารถนำมาปรับปรุงแก้ไขการทำงานหรือผลงานให้ดีขึ้นได้
๕. ยอมรับมติส่วนใหญ่ของผู้ร่วมงาน มาใช้เป็นแนวปฏิบัติในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
๖. ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน ตามกำลังความสามารถและโอกาสที่พบ
การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
มารยาทในการทำงานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อื่น� มีแนวทางดังนี้
๗. พูดคุยกันด้วยวาจาสุภาพ ไม่ตะคอกเสียงดัง และไม่แสดงกิริยาอาการไม่เหมาะสม เมื่อเกิดความไม่พอใจในขณะที่ทำงานร่วมกัน
๘. ในกรณีการสร้างผลงานต่าง ๆ เช่น ประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ ทำรายงานทำโครงงาน ต้องไม่เลียนแบบความคิดของผู้อื่น หรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาใช้เพื่อประโยชน์ในการทำงานของตนเอง
๙. ร่วมมือร่วมใจ ระดมความคิดในการแก้ปัญหาให้สำเร็จลุล่วง
๑๐. กล่าวคำว่า “ขอบคุณ” เมื่อผู้อื่นทำงานแทนหรือช่วยเหลืองานของตนเองและกล่าวคำว่า “ขอโทษ” เมื่อทำงานผิดพลาดหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมกับปรับปรุงแก้ไขการทำงานของตนเองให้ดีขึ้น
๑๑. มีนํ้าใจและรู้จักการชื่นชมผู้อื่นเมื่อทำงานได้ดี และไม่ซํ้าเติมผู้ที่ทำงานผิดพลาด พร้อมกับให้กำลังใจ�ซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผู้ร่วมงานทำงานร่วมกันจนสำเร็จตามเป้าหมาย