1 of 22

หน่วยการเรียนรู้ที่

งานบ้าน

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

การดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน

มารยาทในการทำงานกับสมาชิก�ในครอบครัวและผู้อื่น

2 of 22

ารดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

ภายในบ้านมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันมากมาย เช่น เครื่องเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้ารู้จักใช้งานอย่างระมัดระวังและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือซื้อใหม่ได้

เครื่องเรือน

เครื่องใช้ไฟฟ้า

3 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๑.๑ ใช้งานอย่างระมัดระวังไม่ให้ชำรุดเสียหาย

๑. หลักการดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน

๑.๒ เมื่อพบว่าชำรุดเพียงเล็กน้อย ที่สามารถซ่อมแซมเองได้ให้รีบซ่อมแซมทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนไม่สามารถซ่อมแซมได้ และหากไม่มีความรู้เรื่องการซ่อมแซม ควรบอกพ่อ แม่หรือผู้ปกครอง

๑.๓ ทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ไปพร้อม ๆ กับการปัดกวาด เช็ด ถูบ้าน

๑.๔ เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการทำความสะอาดให้เหมาะสมกับชนิด�ของวัสดุที่ใช้ทำเครื่องเรือนและลักษณะงาน

๑.๕ ศึกษาวิธีใช้และการทำความสะอาดเครื่องเรือนหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า�ตามคู่มือการใช้งานให้เข้าใจ แล้วปฏิบัติตามอย่างระมัดระวัง

๑.๖ จัดเก็บเครื่องเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เข้าที่ หลังจาก�ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ด้วยความระมัดระวัง

เครื่องเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

4 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

สมบัติภายในบ้านสะอาด สวยงามน่าใช้

๒. ประโยชน์ของการดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน

ฝึกให้รู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกในบ้าน

ยืดอายุการใช้งานของสมบัติภายในบ้าน

สร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการใช้สิ่งของอย่างรู้คุณค่า

ประหยัดรายจ่ายของครอบครัวในการซ่อมแซมหรือซื้อใหม่

5 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๓.๑ ทักษะการจัดการในการทำงาน หมายถึง ความพยายามของบุคคลที่จะจัดระบบงานในการทำงานเป็นรายบุคคล และจัดระบบคนในการทำงานกลุ่มเพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกระบวนการดังนี้

๑) การวิเคราะห์งาน เป็นการพิจารณางานที่จะทำในเรื่องความยากง่ายของวิธีการทำงาน ระยะเวลาในการทำงาน วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ต้องใช้ในการทำงาน จำนวนคนที่จะใช้ทำงาน ความสามารถของคนที่จะทำงาน� แต่ละอย่างให้สำเร็จได้ดี เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการทำงาน

๓. ทักษะการจัดการในการทำงานและทักษะการทำงานร่วมกัน

การดูแลรักษาสมบัติภายในบ้านอย่างเป็นระบบ ควรมีทักษะการจัดการในการทำงานและทักษะการทำงานร่วมกัน ดังนี้

๔) การประเมินผลการทำงาน เป็นการตรวจผลการปฏิบัติงานหรือผลงานที่ทำเสร็จแล้ว ว่าเรียบร้อย สำเร็จตรงตาม เป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ มีข้อบกพร่องอย่างไร เพื่อที่จะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น

๒) การวางแผนในการทำงาน เป็นการกำหนดเป้าหมายของงานที่จะทำ กำหนดวิธีการทำงาน วัสดุ อุปกรณ์ และ เครื่องมือที่จะใช้งาน กำหนดระยะเวลาในการทำงาน จำนวนคนที่ทำงาน ระบุหน้าที่การทำงานของแต่ละคน � ตามความถนัดและความสามารถ เพื่อให้การทำงานบรรลุเป้าหมายโดยประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่าย รวมทั้งมีความปลอดภัยในการทำงาน

๓) การปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอน เป็นการปฏิบัติงานตามแผนงานที่วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อลดความซํ้าซ้อน ในการทำงาน

6 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

ตัวอย่างการใช้ทักษะการจัดการตามกระบวนการทำงาน

การทำความสะอาดเครื่องเรือนไม้

๑. การวิเคราะห์งาน

การทำความสะอาดเครื่องเรือนไม้เป็นงานง่าย เพราะมีวิธีการทำงานไม่ซับซ้อน ยุ่งยาก

ตรวจดูความสกปรกของเครื่องเรือนไม้ว่ามีความยากหรือง่ายในการทำความสะอาด และมีปริมาณความสกปรกมากหรือน้อย

๒. การวางแผนในการทำงาน

กำหนดเป้าหมายในการทำงาน เช่น เครื่องเรือนไม้สกปรก เนื่องจากฝุ่นละอองและมีรอยขูดขีด ดังนั้น เป้าหมายในการทำงาน คือ เครื่องเรือนไม้สะอาดไม่มีรอยขูดขีด

กำหนดวิธีการทำงาน ๑) ใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นออก ๒) ใช้ผ้าแห้งเนื้อนุ่มเช็ด ถ้ามีรอยขูดขีด ให้ใช้ผ้าแห้งสะอาดชุบนํ้ามันชักเงาเช็ดรอยขูดขีดนั้น

กำหนดวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน ไม้กวาดขนไก่ ผ้าเนื้อนุ่ม นํ้ามันชักเงา

กำหนดระยะเวลาในการทำงาน ๓๐ นาที

กำหนดผู้รับผิดชอบในการทำงาน ตนเอง

๓. การปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอน ทำความสะอาดเครื่องเรือนไม้ตามแผนการทำงานที่วางไว้

๔. การประเมินผลการทำงาน ตรวจเครื่องเรือนไม้ว่าสะอาดหรือไม่ รอยขูดขีดลบเลือนหรือไม่ ถ้ายังไม่เรียบร้อย จึงทำความสะอาดซํ้าอีกครั้ง

7 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๓.๒ ทักษะการทำงานร่วมกัน หมายถึง การทำงานเป็นกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยมุ่งเน้นให้ทำงานอย่าง�มีกระบวนการตามขั้นตอน และฝึกการทำงานกลุ่ม รู้จักบทบาทหน้าที่ภายในกลุ่ม ฝึกทักษะในการฟัง พูด สรุปผลนำเสนอรายงานและมีคุณธรรมในการทำงานร่วมกัน งานบ้านที่ต้องอาศัยทักษะการทำงานร่วมกัน ได้แก่ งานทาสี�รั้วบ้าน งานซ่อมแซมท่อประปา หรืองานครัว ซึ่งงานบ้านเหล่านี้ ต้องอาศัยสมาชิกในบ้านร่วมกันคิด วางแผน ปฏิบัติ และประเมินผลการทำงานร่วมกัน ต้องรู้จักการแบ่งหน้าที่กันทำตามความสามารถมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคน�ในบ้านได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ดังนั้น ทุกคนในบ้านจึงสลับกันเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี เพื่อให้งานบ้านเป็นที่�พึงพอใจของสมาชิกทุกคนในบ้าน

การดูแลรักษาสมบัติภายในบ้านอย่างเป็นระบบ ควรมีทักษะการจัดการในการทำงานและทักษะการทำงานร่วมกัน ดังนี้

8 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๔. การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือน

เครื่องเรือน เป็นสิ่งของที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ที่มีประโยชน์ใช้สอย และใช้ตกแต่งห้องต่าง ๆ ภายในบ้านให้สวยงามได้ เช่น ตู้ใส่หนังสือ ชั้นวางของ โต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหาร ชุดรับแขก �โคมไฟฟ้า

เครื่องเรือนต่าง ๆ ภายในบ้านมีหลายประเภท และประกอบขึ้นมาจากวัสดุหลายชนิด เช่น ไม้ ผ้า หนังแท้หรือหนังเทียม เหล็ก สเตนเลส พลาสติก ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดต้องการการดูแลและมีวิธีการทำความสะอาดแตกต่างกัน ดังนี้

9 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๔.๑ เครื่องเรือนไม้ มีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามตามธรรมชาติของเนื้อไม้แต่เมื่อถูกนํ้าหรือความชื้น�จะโป่งพอง อีกทั้งเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งานปกติหรือจากสัตว์เลี้ยงในบ้านได้ง่าย�การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนไม้ มีวิธีการดังนี้

๑) วางเครื่องเรือนไม้ในบริเวณที่ร่ม แห้ง และไม่เปียกชื้น

๓) เครื่องเรือนไม้ที่มีฝุ่นละอองเกาะโดยไม่มีรอยเปื้อนอื่นให้ใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นออกหรือใช้ผ้าแห้ง� เนื้อนุ่มเช็ด

๒) เครื่องเรือนไม้ที่มีรอยขีดข่วนให้ใช้ผ้าแห้งสะอาดชุบนํ้ามันชักเงา ถูรอยขีดข่วนนั้น แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง

๔) เครื่องเรือนไม้ที่เกิดรอยคราบเป็นวงให้ใช้กระดาษซับชนิดหนาวางทับเหนือรอย แล้วใช้เตารีด� ที่ร้อนปานกลางวางนาบซํ้ากันหลาย ๆ ครั้งจนกว่ารอยนั้นจะจางหายไป หรือใช้ผ้าแห้งสะอาด� หรือชุบนํ้ามันการบูรเช็ดถูจนรอยหายไป

๕) เครื่องเรือนไม้ที่มีรอยคราบจากสีให้ใช้ผ้าชุบนํ้ามันสนเช็ดออก�แล้วใช้ผ้าชุบนํ้ามันชักเงาถูให้สะอาดอีกครั้ง

๖) เครื่องเรือนไม้ที่เปื้อนนํ้าตาเทียน ให้ขูดนํ้าตาเทียนออกแล้วใช้ผ้าชุบนํ้ามันสนเช็ดให้สะอาด

เครื่องเรือนไม้ชนิดต่าง ๆ

10 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๔.๒ เครื่องเรือนหวาย หวายเป็นวัสดุธรรมชาติ ลำต้นมีลักษณะกลมเป็นเส้นเหนียวสีคล้ายต้นไผ่ นิยมนำมาทำเครื่องจักสานและเครื่องเรือน เส้นหวายที่นำมาใช้ทำเครื่องเรือน หลังจากถัก สาน พัน สอด ให้เป็นรูปทรงตามต้องการแล้ว มักทาด้วยสารเคลือบเงา เช่น แล็กเกอร์�การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนหวายมีวิธีการ ดังนี้

๑) เครื่องเรือนหวายที่มีฝุ่นละอองเกาะ ให้ใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นออกแล้วเช็ดด้วยนํ้ายาเคลือบเงา � เป็นครั้งคราว

๒) เครื่องเรือนหวายที่มีคราบสกปรกติดแน่นที่เช็ดด้วยผ้าแห้งไม่ออก ให้ใช้เครื่องฉีดพ่นนํ้าชนิดฝอย� ละเอียด หรือฝักบัวฉีดทำความสะอาดแล้วผึ่งแดดให้แห้งสนิทก่อนเก็บเข้าที่ เพื่อป้องกันเชื้อรา

เครื่องเรือนหวายชนิดต่าง ๆ

๓) เครื่องเรือนหวายที่เกิดการหย่อนตัวเป็นแอ่ง สามารถทำให้คืนตัวได้บางส่วน โดยการล้างเก้าอี้หวาย ด้วยนํ้าสบู่ร้อน ๆ แล้วล้างด้วยนํ้าสะอาด และนำไปผึ่งแดดให้แห้ง

11 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๔.๓ เครื่องเรือนหนัง เครื่องเรือนหนังมี ๒ ประเภท ได้แก่ เครื่องเรือนหนังแท้และเครื่องเรือนหนังเทียม เครื่องเรือนหนังแท้จะดูหรูหราเป็นธรรมชาติและฝุ่นเกาะได้ยากกว่าเครื่องเรือนบุผ้า สำหรับเครื่องเรือนหนังเทียม ผลิตจากพลาสติกประเภทพียู (PU) และพีวีซี (PVC) จะทำเลียนแบบหนังแท้ จึงมีวิธีดูแลรักษาคล้ายกัน �การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนหนังมีวิธีการ ดังนี้

๑) เครื่องเรือนหนังแท้และหนังเทียมที่มีฝุ่นเกาะ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบนํ้าบิดหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด เป็นประจำ

๒) เครื่องเรือนหนังแท้และหนังเทียมที่มีรอยเปื้อน ให้ใช้ผ้าชุบนํ้าสบู่อ่อน ๆ ถูเบา ๆ จนรอยเปื้อน� หมดไป และใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาดอีกครั้ง

เครื่องเรือนหนังแท้

๓) เครื่องเรือนหนังแท้ ในการทำความสะอาดต้องใช้นํ้ายา ทำความสะอาดหนังแท้เท่านั้น ใช้นํ้ายารักษาหนังเช็ดถูเป็น ประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้หนังแตก แห้ง หรือแข็งกระด้าง และห้าม ใช้สารเคมีที่เป็นกรด

เครื่องเรือนหนังเทียม

๔) เครื่องเรือนหนังแท้และหนังเทียมห้ามใช้นํ้ายาที่มีนํ้ามันสน

ทินเนอร์ และแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมในการทำความสะอาด

12 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๔.๔ เครื่องเรือนบุผ้า ผ้า ทำจากวัสดุธรรมชาติ เมื่อใช้งานจึงรู้สึกถึงความสบาย เพราะไม่ร้อน แต่จะพบปัญหาเกี่ยวกับฝุ่นละอองเกาะติดและเครื่องเรือนมีความชื้น ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์

การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนบุผ้ามีวิธีการดังนี้

๑) เครื่องเรือนบุผ้าที่มีฝุ่นละอองเกาะติดให้ใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นออกหรือใช้เครื่องดูดฝุ่น � ดูดฝุ่นละอองไปทิ้งเป็นประจำ

๒) เครื่องเรือนบุผ้าที่เปียกนํ้าให้รีบใช้ผ้าซับนํ้าออกให้หมดแล้วใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้ง

เครื่องเรือนบุผ้า

๓) เครื่องเรือนบุผ้าที่มีขนของสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข เกาะติด ให้ใช้ลูกกลิ้ง ชนิดมีกาวกลิ้งบริเวณที่มีขนสัตว์หรือใช้กระดาษกาวพันรอบนิ้วมือโดยให้ ด้านที่มีกาวหันออกด้านนอก แล้วแตะบริเวณที่มีขนสัตว์เพื่อเก็บ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ

๔) เครื่องเรือนบุผ้าที่มีรอยเปื้อนคราบอาหาร ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบนํ้าสบู่ � หรือผงซักฟอกเช็ดรอยเปื้อน แล้วซับออกด้วยผ้าแห้งสะอาด

13 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๔.๕ เครื่องเรือนโลหะ โลหะที่นิยมทำเป็นเครื่องเรือน เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม สเตนเลส โครเมียม �ซึ่งเครื่องเรือนที่ทำจากโลหะเหล่านี้จะแข็งแรง ทนทาน แต่บางชนิดอาจไม่ทนต่อความชื้นและเกิดสนิมได้ เช่น เครื่องเรือนที่ทำจากเหล็ก �การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนโลหะมีวิธีการ ดังนี้

๑) จัดวางเครื่องเรือนโลหะในบริเวณที่แห้ง ไม่เปียกชื้น

๒) เช็ดทำความสะอาดเครื่องเรือนโลหะด้วยผ้าแห้งสะอาดเป็นประจำ

เครื่องเรือนเหล็กพ่นสี

๓) ถ้าเครื่องเรือนโลหะเปียกนํ้าควรเช็ดให้แห้งทันที

เครื่องเรือนอะลูมิเนียม

เครื่องเรือนสเตนเลส

เครื่องเรือนเหล็กชุบโครเมียม

14 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

นอกจากเครื่องเรือนที่กล่าวมานี้ ปัจจุบันยังมีเครื่องเรือนพลาสติกผลิตออกมาให้ใช้กันมากขึ้น ความแข็งแรงทนทานขึ้นอยู่กับชนิดของพลาสติก การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องเรือนพลาสติก ทำได้โดยวางไว้ในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด ใช้ฟองนํ้าชุบนํ้ายาล้างจานหรือนํ้าผสมผงซักฟอก ขัดถูแล้วล้างออกด้วยนํ้าสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้งจึงนำมาใช้งาน

15 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

๕. การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งทำงานได้ด้วยพลังงานไฟฟ้ามีหลายชนิด เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องเสียง พัดลม เตาไมโครเวฟ กระติกนํ้าร้อน เตารีด

การดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมีวิธีการแตกต่างกัน ซึ่งศึกษาได้จากคู่มือการใช้และดูแลรักษาที่แนบมากับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ดังตัวอย่าง

เครื่องใช้ไฟฟ้า

การดูแลรักษา

การทำความสะอาด

โทรทัศน์

  1. เลือกใช้เสาอากาศคุณภาพดี ติดตั้งนอกบ้าน โดยหัน�เสาอากาศไปทางที่ตั้งของสถานีในลักษณะตั้งฉาก
  2. วางโทรทัศน์ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี และห่าง จากผนังอย่างน้อย ๑๐ เซนติเมตร เพื่อให้ระบายความร้อนจากตัวเครื่องได้สะดวก
  3. ไม่ควรปรับจอภาพให้สว่างมากเกินไป เพราะจะทำให้หลอดภาพมีอายุสั้น และสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า
  4. เมื่อเลิกใช้งานควรถอดปลั๊กไฟทุกครั้ง

  1. เช็ดด้วยผ้าแห้งนุ่ม ๆ ส่วนจอภาพใช้ผ้านุ่มชุบนํ้าบิดหมาดเช็ดแล้วใช้ผ้าแห้งนุ่ม ๆ เช็ดอีกครั้ง
  2. โทรทัศน์จอแบนหรือที่เรียกว่าจอแอลซีดี (LCD) ให้ใช้ผ้าอ่อนนุ่มชุบนํ้าอุ่นบิดหมาด ๆ เช็ดหน้าจอไปทางเดียวกัน จากบนลงล่าง หรือซ้ายไปขวาก็ได้

16 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

เครื่องใช้ไฟฟ้า

การดูแลรักษา

การทำความสะอาด

ตู้เย็น

  1. ไม่ควรเปิด-ปิดตู้เย็นบ่อย ๆ หรือใส่ของร้อนในตู้เย็นเพราะจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า
  2. ไม่ควรใส่ของในตู้เย็นจนแน่นเพราะจะทำให้ความเย็นหมุนเวียนไม่สะดวก อาหารที่ไม่ได้รับความเย็นเพียงพออาจเน่าเสียได้
  3. หมั่นละลายนํ้าแข็ง เมื่อสังเกตเห็นว่านํ้าแข็งเกาะ�ช่องแช่แข็งหนาเกิน ๑ เซนติเมตร โดยกดสวิตช์ละลายนํ้าแข็ง
  4. ห้ามใช้มีด ของแหลมหรือของมีคมแซะนํ้าแข็งในช่องแช่แข็ง
  5. ตั้งอุณหภูมิภายในตู้เย็นให้เหมาะสมตามคู่มือการใช้งานเพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้า

  1. ใช้ผ้านุ่มชุบนํ้าบิดหมาด ๆ เช็ดภายนอกตู้เย็น ส่วนภายในใช้ผ้าชุบนํ้ายาทำความสะอาด บิดหมาด ๆ เช็ด สำหรับถาดหรือ
  2. ชั้นวางที่ถอดได้ ให้ถอดออกมาล้างด้วย�นํ้ายาล้างจานและนํ้าสะอาด จากนั้นผึ่งหรือเช็ดให้แห้งแล้วนำมาใส่ในตู้เย็นดังเดิม

17 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

เครื่องใช้ไฟฟ้า

การดูแลรักษา

การทำความสะอาด

พัดลม

  1. ไม่ควรเสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้โดยเฉพาะพัดลมที่มีระบบรีโมตคอนโทรล
  2. เมื่อไม่ใช้พัดลมควรปิดไว้เพื่อให้มอเตอร์ได้พักและไม่เสื่อมสภาพเร็วเกินไป
  3. ควรวางพัดลมให้ห่างจากผนังห้องประมาณ ๑๐-๑๒ นิ้ว

  1. ถอดใบพัด และตะแกรงครอบใบพัด แล้วนำไปล้างทำความสะอาด ผึ่งลมหรือเช็ด�ให้แห้งก่อนนำมาประกอบเข้ากับตัวพัดลม
  2. หยอดนํ้ามันจักรบริเวณจุดหมุนของพัดลม เพื่อป้องกันไม่ให้ฝืดและเกิดเสียงดังขณะ�พัดลมหมุน

เครื่องเสียง

  1. ไม่วางเครื่องเสียงไว้ใกล้หน้าต่างหรือที่ที่แสงแดด�ส่องถึง หรือวางใกล้อ่างนํ้าหรือก๊อกนํ้า หรือที่ที่มีความชื้นสูง
  2. ไม่ควรใช้ของแหลมหรือของมีคมงัดแงะเครื่องเสียง�ในกรณีที่แผ่นซีดีค้างในตัวเครื่อง ควรนำไปให้ช่างซ่อมแซม

  1. ภายนอกใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นหรือใช้ผ้าแห้งเนื้อนุ่มเช็ดฝุ่นออก
  2. ภายในควรใช้นํ้ายาล้างหัวอ่านซีดีเดือนละ�๑ ครั้ง โดยปฏิบัติตามคู่มือที่แนบมากับผลิตภัณฑ์

18 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

เครื่องใช้ไฟฟ้า

การดูแลรักษา

การทำความสะอาด

เตาไมโครเวฟ

  1. ใช้ภาชนะเฉพาะที่ใช้กับไมโครเวฟเท่านั้น และภาชนะอุ่นอาหารควรเลือกใช้ที่มีฝาปิด เพื่อป้องกันอาหารกระเด็นเปื้อนภายในเตาไมโครเวฟ
  2. ตั้งอุณหภูมิในการอุ่นอาหารหรือปรุงอาหารให้เหมาะสมตามคู่มือการใช้งาน

  1. ภายนอกและภายในเตาไมโครเวฟ ใช้ผ้านุ่มสะอาดชุบนํ้าผสมนํ้ายาล้างจานบิดหมาด ๆ เช็ด แล้วเช็ดซํ้าด้วยผ้าแห้งเนื้อนุ่ม
  2. ถ้ามีรอยเปื้อนบนเตาไมโครเวฟที่ไม่สามารถเช็ดออกด้วยนํ้ายาล้างจานได้ให้โรยผง�เบกกิงโซดาหรือผงฟูลงบนฟองนํ้าแล้วนำไปขัดบริเวณที่เปื้อน จากนั้นเช็ดด้วยผ้าชุบนํ้าบิดหมาด ๆ และผ้าแห้ง

กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า

  1. ถ้าไม่มีนํ้าในกระติกนํ้าร้อนไฟฟ้า ไม่ควรเสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้
  2. ตรวจดูสายไฟของกระติกนํ้าร้อนไฟฟ้าก่อนใช้ว่าประกอบแน่นติดกับตัวเครื่องหรือไม่ และมีการชำรุดหรือไม่ ถ้าชำรุดควรรีบซ่อมแซมก่อนใช้งาน
  3. ห้ามใช้แผ่นขัดหรือของมีคมขูด หรือขัดภายในกระติกนํ้าร้อนไฟฟ้า เพราะจะทำให้สารเคลือบภายในกระติกนํ้าร้อนไฟฟ้าหลุดออกมาได้
  4. ไม่ควรวางกระติกนํ้าร้อนไฟฟ้าใกล้บริเวณที่มีนํ้าหรือเปียกชื้น เพราะอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดสนิมได้

  1. ภายนอกใช้ผ้าชุบนํ้าผสมนํ้ายาล้างจานเช็ด แล้วเช็ดตามด้วยผ้าชุบนํ้าบิดหมาดและ�ผ้าแห้ง
  2. ภายในกระติกถ้ามีตะกรันควรเทนํ้าออก�ให้หมดก่อนรอให้กระติกนํ้าร้อนไฟฟ้าเย็น จึงนำไปล้างโดยใช้ฟองนํ้าชุบนํ้าเช็ดให้ทั่วแล้วล้างด้วยนํ้าสะอาดจากนั้นควํ่าให้แห้งก่อนนำมาใช้

19 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

เครื่องใช้ไฟฟ้า

การดูแลรักษา

การทำความสะอาด

เตารีดไฟฟ้า

  1. เตารีดต้องแห้งอยู่เสมอเวลาฉีดพ่นนํ้าลงบนผ้าต้องทำให้ห่างจากเตารีด
  2. ถ้าแผ่นความร้อนของเตารีดที่สัมผัสกับผ้าทำด้วยเหล็กควรทานํ้ามันหล่อลื่นหรือเทียนไขหรือนํ้ายาเคลือบ�เตารีดทุกสองเดือน
  3. ปรับอุณหภูมิเตารีดให้เหมาะสมกับชนิดของผ้าที่จะรีด โดยดูจากคู่มือการใช้งานที่แนบมากับเตารีด

  1. ถอดปลั๊กไฟแล้วใช้ผ้าแห้งนุ่ม เช็ดทั่วเตารีดขณะยังอุ่น ๆ
  2. ถ้าเตารีดมีรอยไหม้ ให้ถูเตารีดกลับไปกลับมาบนใบตองด้านที่มีนวล จนใบตองเกือบไหม้เป็นสีนํ้าตาลแก่ จะทำให้รอยไหม้หลุดได้ง่าย และทำให้เตารีดรีดได้ลื่นขึ้น หรือใช้เทียนไขถูบริเวณรอยไหม้จนเทียนไขละลายแล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดอีกครั้งจนรอยหายไป

20 of 22

ารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อื่น

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

การทำงานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและ�ผู้อื่น เช่น การทำงานบ้าน การทำรายงานกับเพื่อน�ในกลุ่ม การเก็บขยะรอบชุมชนที่อาศัยอยู่ ควรมีมารยาทที่ดีต่อกัน เพื่อให้ทุกคนที่ทำงานร่วมกันมีความสบายใจในการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้งานต่าง ๆ สำเร็จอย่างรวดเร็ว ราบรื่น ไม่มีปัญหา และได้ผลงานที่มีคุณภาพ

21 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

มารยาทในการทำงานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อื่น� มีแนวทางดังนี้

๑. ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบและซื่อสัตย์

๒. ไม่เกี่ยงงานหรือเอาเปรียบผู้อื่น เพราะการเกี่ยงงานหรือเอาเปรียบผู้อื่นเป็นการแสดงความไม่มีนํ้าใจ ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน จึงไม่มีใครต้องการทำงานร่วมด้วย นอกจากนี้ยังทำให้งานล่าช้าและเสียหายได้

๓. มีความกล้าในการเสนอความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและไม่ผิดศีลธรรมเพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน

๔. ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เพราะความคิดเห็นของผู้อื่นอาจจะมีประโยชน์ต่อการทำงาน และก่อให้เกิดผลดีมากกว่าผลเสีย สามารถนำมาปรับปรุงแก้ไขการทำงานหรือผลงานให้ดีขึ้นได้

๕. ยอมรับมติส่วนใหญ่ของผู้ร่วมงาน มาใช้เป็นแนวปฏิบัติในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย

๖. ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน ตามกำลังความสามารถและโอกาสที่พบ

22 of 22

การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

มารยาทในการทำงานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อื่น� มีแนวทางดังนี้

๗. พูดคุยกันด้วยวาจาสุภาพ ไม่ตะคอกเสียงดัง และไม่แสดงกิริยาอาการไม่เหมาะสม เมื่อเกิดความไม่พอใจในขณะที่ทำงานร่วมกัน

๘. ในกรณีการสร้างผลงานต่าง ๆ เช่น ประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ ทำรายงานทำโครงงาน ต้องไม่เลียนแบบความคิดของผู้อื่น หรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาใช้เพื่อประโยชน์ในการทำงานของตนเอง

๙. ร่วมมือร่วมใจ ระดมความคิดในการแก้ปัญหาให้สำเร็จลุล่วง

๑๐. กล่าวคำว่า “ขอบคุณ” เมื่อผู้อื่นทำงานแทนหรือช่วยเหลืองานของตนเองและกล่าวคำว่า “ขอโทษ” เมื่อทำงานผิดพลาดหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมกับปรับปรุงแก้ไขการทำงานของตนเองให้ดีขึ้น

๑๑. มีนํ้าใจและรู้จักการชื่นชมผู้อื่นเมื่อทำงานได้ดี และไม่ซํ้าเติมผู้ที่ทำงานผิดพลาด พร้อมกับให้กำลังใจ�ซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผู้ร่วมงานทำงานร่วมกันจนสำเร็จตามเป้าหมาย