1 of 21

2 of 21

3 of 21

หัวข้อเรื่อง (Topics)

1.1 การเปลี่ยนแปลงและการเจริญเติบโตของวัยรุ่น

1.2 ระบบสืบพันธ์

1.3 วุฒิภาวะทางเพศ

1.4 การดูแลสุขภาพทางเพศ

4 of 21

1.1 การเปลี่ยนแปลงและการเจริญเติบโตของวัยรุ่น

วัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต มีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เป็นช่วงวัย ที่กำลัง เปลี่ยนจากเด็กไปเป็นผู้ใหญ่ สามารถแบ่งช่วงระยะวัยรุ่นออกเป็น 3 ระยะ คือ

1.1.1 วัยรุ่นตอนต้น อายุประมาณ 11 – 14 ปี

เป็นระยะที่เริ่มเปลี่ยนแปลงจากเด็กไปเป็นวัยรุ่น เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ในทุกระบบ วัยรุ่นตอนต้นมักจะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

1.1.2 วัยรุ่นตอนกลาง อายุประมาณ 15 – 18 ปี

เป็นระยะที่มีวุฒิภาวะทางเพศ เป็นช่วงที่วัยรุ่นจะยอมรับสภาพร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นหนุ่มเป็นสาวได้แล้ว พฤติกรรมแบบเด็ก ๆ จะหายไป

1.1.3 วัยรุ่นตอนปลาย อายุประมาณ 19 – 21 ปี

เป็นระยะที่สภาพร่างกาย อารมณ์ สังคม ความรู้สึกนึกคิดเป็นแบบผู้ใหญ่ สภาพทางร่างกาย เปลี่ยนแปลงเติบโตโดยสมบูรณ์เต็มที่

5 of 21

การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย

การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายของวัยรุ่นจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นตอนต้น ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปทุกส่วนอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้

เพศชาย ส่วนสูงและน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีกล้ามเนื้อแข็งแรงเป็นมัด หน้าอกและไหล่กว้างขึ้น แขนและขายาวเก้งก้าง กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

เพศหญิง เด็กผู้หญิงจะโตเร็วกว่าเด็กผู้ชายประมาณ 2 ปี น้ำหนักและส่วนสูงจะเพิ่มขึ้น สะโพกผายออก เอวจะคอดเล็ก จะมีไขมันสะสมใต้ผิวหนังมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและอารมณ์

วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและอารมณ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากฮอร์โมน ต่าง ๆ ในร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลง มีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง มีความรู้สึกที่รุนแรง

การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม

วัยรุ่นเป็นวัยที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบการแต่งตัว เพราะคิดว่าความงดงามทางร่างกายเป็นสิ่งจูงใจ ต่อเพศตรงข้าม เป็นวัยที่รักอิสระ ต้องการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตื่นเต้น

6 of 21

การเปลี่ยนแปลงทางด้านสติปัญญา

วัยรุ่นเป็นวัยที่สมองเจริญอย่างเต็มที่ เริ่มรู้จักคิดวิเคราะห์หาเหตุผล คิดอย่างมีแบบแผน ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ รู้จักค้นหาข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ รู้จักการแยกแยะ มีความเชื่อมั่นสูงในความคิดของตนเอง

1.2 ระบบสืบพันธ์

1.2.1 อวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย

โครงสร้งของอวัยวะสืบพันธุ์เพศชย ประกอบด้วย

1. อัณฑะ (Testis) เป็นต่อมไร้ท่อของเพศชย มีลักษณะเป็นก้อนรูปไข่ อัณฑะทำหน้าที่ ในการสร้างตัวอสุจิและผลิตฮอร์โมนเพศชายที่สำคัญ

2. ถุงอัณฑะ (Scrotum) เป็นส่วนของผิวหนังที่มีลักษณะเป็นถุงยื่นออกมาจากส่วนล่าง ของผนัง หน้าท้อง ถุงอัณฑะจะทำหน้าที่ห่อหุ้ม ลูกอัณฑะและปรับอุณหภูมิภายในถุงอัณฑะให้พอเหมาะแก่การเจริญเติบโตของอสุจิ

7 of 21

3. หลอดเก็บอสุจิ (Epididymis) เป็นเนื้อเยื่อที่มีลักษณะเป็นท่อยวขดไปมอยู่บริเวณ ด้นบนของอัณฑะต่อเชื่อมกับหลอดนำตัวอสุจิ ทำหน้ที่เป็นทงผ่นของตัวอสุจิก่อนที่จะไปเข้สู่หลอดน้ำอสุจิ และยังทำหน้าที่เป็นที่เก็บตัวอสุจิที่สร้างเรียบร้อยแล้ว

4. หลอดน้ำตัวอสุจิ (Vas Deferens) เป็นหลอดต่อมาจากหลอดเก็บอสุจิ มีความยาวทั้งหมด ประมาณ 30 เซนติเมตร หลอดน้ำอสุจิเหล่านี้จะบีบตัวเพื่อให้ตัวอสุจิเคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็ว

5. ถุงสร้างสารบำรุงตัวอสุจิ (Seminal Vesicle) อยู่บริเวณด้านหลังของกระเพาะปัสสาวะ ส่วนล่างติดกับต่อมลูกหมาก มี 2 ข้าง ซ้ายและขวา ยังมีฤทธิ์เป็นด่างซึ่งจะช่วยป้องกันอันตรายให้กับตัวอสุจิจากของเหลวในช่องคลอดซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด

6. ต่อมลูกหมาก (Prostate Gland) อยู่บริเวณตอนต้นของท่อปัสสาวะ ในอุ้งเชิงกรานหลังกระดูก- หัวหน่าว เป็นต่อมที่มีขนาดเล็ก หน้าที่ของต่อมลูกหมากคือ สร้างสารที่มีฤทธิ์เป็นเบสอ่อน มีสีขาวคล้ายน้ำนม ที่เป็นส่วนหนึ่งของน้ำอสุจิ สารที่สร้างออกมาจะช่วยให้เกิดสภาพเหมาะสมกับตัวอสุจิ

8 of 21

7. องคชาต (Penis) มีลักษณะเป็นรูปแท่งยว องคชตของมนุษย์จะไม่มีกระดูกและกระดูกอ่อน ภยนอกขององคชตจะปกคลุมด้วยผิวหนัง

8. ต่อมคาวเปอร์ (Cowper Gland) เป็นต่อมขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วลิสงอยู่ใต้ต่อมลูกหมากลงไป เป็นกระเปาะเล็ก ๆ ทำหน้าที่สร้างของเหลวที่มีลักษณะคล้ายมูกใส ๆ ทำหน้าที่หล่อลื่นท่อปัสสาวะก่อนที่จะเกิด การหลั่งน้ำอสุจิ

โครงสร้างของระบบสืบพันธุ์เพศชาย

ระบบสืบพันธุ์ภยนอก (เพศชย)

9 of 21

9. ตัวอสุจิหรือสเปิร์ม (Sperm) มีขนดเล็กมก ลักษณะคล้ยลูกอ๊อด เคลื่อนที่ได้เร็ว มีอยุ 48 ชั่วโมงเมื่อเข้ไปในมดลูก ตัวอสุจิประกอบไปด้วยส่วนต่ง ๆ ดังนี้

โครงสร้างของตัวอสุจิหรือสเปิร์ม

(1) ส่วนหัว เป็นที่อยู่ของนิวเคลียสและเอนไซม์ที่ใช้ย่อยผนังหุ้มเซลล์ไข่

(2) ส่วนคอและตัว ต่อจากส่วนหัว มีลักษณะรูปร่างเป็นแท่ง ทำหน้าที่ให้พลังงานแก่เซลล์

(3) ส่วนหาง แกนกลางพัฒนามาจากไมโครทูบูล ตอนบนมีกลุ่มไมโทคอนเดรียซึ่งใช้เป็น พลังงานในการเคลื่อนที่ของอสุจิ ตอนล่างสามารถโบกพัดได้เพื่อว่ายไปหาเซลล์ไข่

10 of 21

1.2.2 อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง

โครงสร้างของอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1. อวัยวะสืบพันธุ์ภายในของเพศหญิง ประกอบด้วย

โครงสร้างของระบบสืบพันธุ์อวัยวะภายในของเพศหญิง

11 of 21

(1) รังไข่ (Ovary) จะทำหน้าที่ผลิตไข่และฮอร์โมนเพศหญิงหลายชนิด ซึ่งฮอร์โมนบางชนิด จะช่วยกระตุ้น ให้ร่างกายของเพศหญิงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเพศ

(2) ท่อนำไข่ (Oviduct) หรือปีกมดลูก จะทำหน้าที่นำไข่และตัวอสุจิให้มาผสมกัน และนำไข่ ที่ผสมแล้วกลับสู่โพรงมดลูก

(3) ปากมดลูก (Cervix) เยื่อบุปากมดลูกจะมีต่อม สร้างเมือกเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและหล่อลื่นปากมดลูก ปากมดลูกจะเป็นทางผ่านของประจำเดือน

(4) มดลูก (Uterus) มีเยื่อบุโพรงมดลูกที่เป็นกล้ามเนื้อหนาและ มีความแข็งแรง มีเส้นเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก เยื่อผนังมดลูกจะหลุดลอกขณะมีประจำเดือน แต่เมื่อตั้งครรภ์ จะขยายตัวใหญ่เป็นที่ฝังตัวของไข่ที่ปฏิสนธิจากเชื้ออสุจิ

(5) เยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium) มีหน้าที่สร้างประจำเดือน

(6) ช่องคลอด (Vaginal Canal) ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของอสุจิเพื่อเข้าไปพบไข่ใน บริเวณ ปีกมดลูกหรือท่อรังไข่ และเป็นทางที่ทารกจะผ่านออกจากมดลูก

12 of 21

โครงสร้างของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

13 of 21

2. อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกเพศหญิง ประกอบด้วย

(1) เนินหัวหน่าว (Mons Pubis) อยู่ใต้ท้องน้อยบนกระดูกหัวหน่าวระหว่างขาหนีบทั้งสองข้าง และท้องน้อย มีลักษณะเป็นผิวหนังนูน ประกอบด้วยไขมันเป็นจำนวนมาก เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะมีขนขึ้น ปกคลุม

(2) แคมใหญ่ (Labia Majora) เป็นผิวหนังที่ต่อมาจากทางด้านล่างของเนินหัวหน่าว มีลักษณะ เป็นกลีบของเนื้อนูนยาว ๆ แคมใหญ่จะปิดบริเวณปากช่องคลอดมิดชิด เพื่อป้องกันอวัยวะต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน

(3) แคมเล็ก (Labia Minora) เป็นกลีบนูนเล็กสีแดงที่ยกตัวขึ้น 2 กลีบทางด้านในของแคมใหญ่ และถูกแคมใหญ่ปิดทับอยู่ ทำหน้าที่ล้อมรอบและปกปิดรูเปิดของท่อปัสสาวะและช่องคลอดด้วย

(4) คลิทอริส (Clitoris) เป็นส่วนที่ปรากฏอยู่ทางส่วนบนของแคมเล็กเป็น มีลักษณะเป็น ก้อนเนื้อเล็ก ๆ มี ความไวต่อความรู้สึกทางเพศคล้ายองคชาตของเพศชาย

(5) ต่อมขับน้ำเมือก (Bartholin Gland) เป็นต่อมรูปไข่มีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวมี 2 ต่อม ตั้งอยู่ส่วนล่างของแคมใหญ่ ต่อมนี้มีหน้าที่ขับน้ำเมือก สีเหลืองข้นออกมาช่วยหล่อลื่นช่องคลอดระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์

14 of 21

(6) ฝีเย็บ (Perineum) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่งช่องคลอดกับทวรหนักทำหน้าที่ช่วยพยุงอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานไม่ให้เคลื่อนออกมาภายนอก

(7) ปากช่องคลอด (Vaginal Orifice) เป็นทางเข้าที่นำไปสู่ช่องคลอด ปากช่องคลอดล้อมรอบ ไปด้วยเยื่อบุพรหมจรรย์ที่มีลักษณะเป็นเยื่อบาง ๆ สามารถขาดออกจากกันได้เมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก

(8) รูเปิดของท่อปัสสาวะ (Urethral Meatus) เป็นช่องเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้ปุ่มคลิทอริสและอยู่เหนือปากช่องคลอด เป็นช่องที่นำไปสู่ท่อปัสสาวะ และเป็นที่ที่ปัสสาวะไหลออกมาจากกระเพาะปัสสาวะ

15 of 21

โครงสร้างของระบบสืบพันธุ์อวัยวะภายนอกของเพศหญิง

16 of 21

1.3 วุฒิภาวะทางเพศ

1.3.1 การฝันเปียก (Wet Dream)

วัยรุ่นชายมักเริ่มมีการฝันเปียกครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 13–14 ปี ฝันเปียกเกิดจากน้ำอสุจิ เป็นกลไกลธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นแล้วถูกเก็บสะสมไว้ในถุงผลิตน้ำอสุจิ เมื่อมีปริมาณมากเกินไปร่างกายจะขับ เอาอสุจิออกมาระหว่างนอนหลับโดยที่ไม่รู้ตัว อาการฝันเปียกจะเกิดขึ้นในช่วงที่ร่างกายเข้าสู่ภาวะวัยเจริญพันธุ์ แล้วระยะหนึ่ง

วิธีป้องกันการฝันเปียก

1. ไม่สวมชุดนอนที่รัดหรือเสียดสีอวัยวะเพศ

2. หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนกอดก่ายหมอนข้าง

3. ไม่ดูหนังรักโรแมนติกหรือสื่อที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศก่อนนอน

4. ถ้ามีความรู้สึกทางเพศก่อนนอนอาจทำการช่วยตัวเอง

17 of 21

อาการฝันเปียกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นชายทุกคนที่บ่งบอกว่าเด็กชายกำลังเริ่มโตเป็นหนุ่ม

1.3.2 การมีประจำเดือน (Menstruation)

ประจำเดือน หรือรอบเดือน หรือระดู คือ เลือดและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่หลุดลอกออกจากเยื่อ บุโพรงมดลูกหรือเยื่อบุมดลูก เป็นผลมาจากการเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ในทุก ๆ รอบเดือน ของร่างกาย เมื่อไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ร่างกายจึงปรับสภาพกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้เยื่อบุมดลูก ที่สร้างมารองรับตัวอ่อน หลุดออกมากลายเป็นเลือดประจำเดือน

18 of 21

วิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

1. เมื่อมีอาการปวดประจำเดือนให้ใช้กระเป๋าน้ำร้อนมาประคบที่หน้าท้อง ความร้อนจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงผ่อนคลายลง ส่งผลให้อาการปวดค่อย ๆ ทุเลาลง

เมื่อมีอาการปวดประจำเดือนให้นำกระเป๋าน้ำร้อนมาประคบที่หน้าท้อง

19 of 21

2. ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้เป็นอย่างดี

3. ควรออกกำลังกายเบา ๆ ในช่วงที่มีประจำเดือน

4. อาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำอุ่นอย่างน้อย 30 นาที

5. หากมีอาการปวดมากสามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาได้

1.4 การดูแลสุขภาพทางเพศ

1.4.1 การดูแลสุขภาพทางเพศของเพศชาย

การดูแลสุขอนามัยอวัยวะเพศชาย ควรปฏิบัติดังนี้

1. เวลาอาบน้ำให้ปลิ้นหนังหุ้มปลายออกมา แล้วทำความสะอาดชำระคราบไคลที่หมักหมม อยู่ภายใต้หนังหุ้มปลายออก

2. ควรชำระล้างอวัยวะเพศด้วยน้ำสะอาดเท่านั้น

3. เวลาถ่ายปัสสาวะควรถ่ายออกให้หมด อย่าให้หลงเหลือมาหยดในภายหลัง

4. เลือกกางเกงชั้นในที่เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่นจนเกินไป

5. ไม่ใช้เสื้อผ้า ผ้าขาวม้า ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับคนอื่น

20 of 21

6. ไม่ใช้ห้องน้ำที่ไม่สะอาดและผิดสุขลักษณะ

7. ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

8. ไม่เที่ยวสำส่อนหรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน

9. หลีกเลี่ยงการใช้ยา สารเสพติด หรือสารเคมีเพื่อกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ

10. ไม่หมกมุ่นในเรื่องเพศมากเกินไป ควรทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ออกกำลังกาย เล่นเด่นตรี

11. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เคร่งเครียด ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส

12. หากเกิดอาการผิดปกติเกี่ยวกับอวัยวะเพศ เช่น ปวดบวม มีผื่นคัน ปัสสาวะขัด ควรรีบไป พบแพทย์

13. ถ้าสงสัยว่าตนเองอาจติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

21 of 21

1.4.2 การดูแลสุขภาพทางเพศของเพศหญิง

การดูแลสุขอนามัยอวัยวะเพศหญิง ควรปฏิบัติดังนี้

1. ควรทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกวันในเวลาเช้าและเย็น ด้วยน้ำและสบู่แล้วซับให้แห้ง

2. เช็ดทำความสะอาดอวัยวะเพศให้แห้งอยู่เสมอ

3. ไม่สวมใส่กางเกงชั้นในที่คับหรือทำจากผ้าที่หนาเกินไป

4. ไม่สวมใส่เสื้อผ้า เสื้อชั้นใน และกางเกงชั้นในที่รัดแน่นจนเกินไป

5. หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษชำระที่มีกลิ่นและสี

6. ระวังการใช้สบู่หรือครีมบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย

7. ไม่ใช้ห้องน้ำที่ผิดสุขลักษณะเพราะอาจทำให้ติดเชื้อโรคได้

8. ไม่ใช้เสื้อผ้า เสื้อคลุม ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับคนอื่น

9. ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

10. หากสงสัยว่าตนเองอาจติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับอวัยวะเพศให้รีบไปพบแพทย์ทันที