สถานการณ์และสภาพปัญหาด้านเด็กและเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง
เด็กชนเผ่าพื้นเมืองกำลังเผชิญกับการ ติดเกมส์ ติดโซเชียล ท้องก่อนวัย ซึมเศร้า สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และติดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น
ด้านสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยง
เด็กไม่ได้เรียนรู้บนฐานภาษาและวัฒนธรรม เรียนไม่เข้าใจ ออกกลางคัน มุ่งเข้าสู่เมืองมากขึ้น และชุมชนขาดผู้รู้รุ่นใหม่ขึ้นมาสืบสานวัฒนธรรม ภูมิปัญญา
ด้านการศึกษาและสืบสานวัฒนธรรม
เด็กมีปัญหาเรียนไม่ทัน ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เด็กเริ่มติดมือถือ เครียด รวมทั้งเยาวชนว่างงาน
การแพร่ระบาดของโควิด-19
ยังมีเด็กชนเผ่าพื้นเมืองที่ไม่มีสัญชาติจำนวนมาก ทำให้ขาดโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานของรัฐ และขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ
ด้านสถานะบุคคล
ชุมชนไม่มีงานรองรับ เยาวชนเองขาดทักษะการใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนตนเอง ต้องออกไปหางานทำในเมืองและต่างประเทศ เสี่ยงต่อการถูกค้ามนุษย์ และ ชุมชนขาดคนรุ่นใหม่ในการสืบทอดวิถีของชุมชน
ด้านอาชีพและเศรษฐกิจในชุมชน
เด็กและเยาวชนไม่เท่าทันสื่อ เป็นภัยคุกคามต่อการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง
ด้านการเท่าทันสื่อ
01
02
03
04
05
06
สถานการณ์ด้านภาษาและวิถีวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมือง
ภาษาชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยมี 70 กว่าภาษา และมี 7-8 ภาษาที่สูญหายไปแล้ว และอยู่ในวิกฤตอีกหลายภาษา
ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียภาษา
นำไปสู่การสูญเสียภาษาและอัตลักษณ์ชนเผ่าพื้นเมือง
สนับสนุนการจัดการเรียนรู้โดยชุมชน
สนับสนุนการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น การจัดกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพครู ผู้รู้ภูมิปัญหา และการระดมทุน
กระบวนการเรียนรู้ภาษาแม่
องค์ความรู้พื้นบ้าน
กระบวนการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชน
สิ่งแวดล้อม
ความมั่นคงทางอาหาร
ทักษะอาชีพ
เป้าหมาย
ข้อจำกัด/ข้อท้าทาย
ข้อเสนอ
ความสำเร็จ
กระบวนการเรียนรู้ศิลปะดนตรีพื้นบ้าน
ค้นหากลุ่มเด็กและเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โดยผ่านการประสานงานกับชุมชนสมาชิก ภาคี องค์กร และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้เด็กที่ตรงกับความต้องการ
1
จัดกระบวนการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อนำไปสู่การเป็นผู้นำสองวัฒนธรรมที่ไปสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับชุมชนและสังคมชนเผ่าพื้นเมือง
2
ส่งเสริมการมีส่วนร่วม
โดยสนับสนุนและส่งเสริมให้แกนนำเด็กและเยาวชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกลไกการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในทุกระดับทั้งในและต่างประเทศ
3
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มหรือเครือข่ายเด็กเยาวชน ให้มีกลไกที่ชัดเจนและสามารถขับเคลื่อนงานได้ด้วยตนเอง
4
สนับสนุนโครงการที่ริเริ่มโดยเด็ก
เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเด็กในมิติต่าง ๆ เช่น การทำงานเป็นทีม จิตอาสา การบริหารจัดการองค์กร ฯลฯ รวมทั้ง ช่วยให้เด็กได้รู้จักตนเอง และรู้จักชุมชนมากขึ้นอีกด้วย
5
ประสานและสร้างความร่วมมือกับภาคีองค์กรและเครือข่าย
เป็นกลไกสำคัญในการหนุนเสริมงานพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนทุกระดับให้สามารถขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องและมีพลัง
6
ฝึกอบรมให้ความรู้ด้านวิชาการต่าง ๆ เช่น การคิดวิเคราะห์ การบริหารจัดการองค์กร การเป็นผู้เอื้อกระบวนการ การจัดทำแผนที่ชุมชน การพัฒนาโครงการ การผลิตสื่อรณณงค์ การติดตามและประเมินผลอย่างมีส่วนร่วม รวมทั้งนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
สนับสนุนและช่วยเหลืออาชีพสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ออกเรียนกลางคัน (Drop out)
เช่น จัดกระบวนการฝึกอบรมทักษะอาชีพพร้อมทั้งมอบทุนประกอบอาชีพ หรือสนับสนุนข้อมูลสถานศึกษาสถานฝึกอาชีพที่เหมาะสมให้กับกลุ่มเป้าหมาย และประสานและส่งต่อ