หน่วยที่ 9
วัสดุก่อสร้าง
แนวคิด
ปัจจุบันนี้โลกเราเจริญก้าวหน้าขึ้นทุกวัน และสิ่งที่ควบคู่มากับความเจริญ ส่วนหนึ่งก็คืองานก่อสร้างที่อยู่อาศัย ที่ทํางาน อาคาร ร้านค้า สถานบริการ รวมทั้ง ระบบอํานวยความสะดวกต่างๆ วัสดุก่อสร้าง เช่น ไม้ หิน ทราย ปูนซีเมนต์ อิฐ กระเบื้อง เหล็ก อะลูมิเนียม สีกระจก เครื่องสุขภัณฑ์ ท่อ ไมโครไฟเบอร์ ฯลฯ ได้ถูก นํามาใช้อย่างแพร่หลาย วัสดุเหล่านี้มีทั้งวัสดุธรรมชาติและวัสดุที่เกิดจากการ สังเคราะห์ ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้อย่างหลากหลายตามความเหมาะสมกับลักษณะงาน
�
สาระการเรียนรู้
1. ไม้ 8. อะลูมิเนียม
2. หิน 9. สี
3. ทราย 10. กระจก
4. ปูนซีเมนต์ 11. เครื่องสุขภัณฑ์
5. อิฐ 12. ท่อ
6. กระเบื้อง 13. ไมโครไฟเบอร์
7. เหล็ก
สมรรถนะรายหน่อย
วิเคราะห์และเลือกใช้วัสดุก่อสร้างในงานก่อสร้าง
��
ผลการเรี่ยนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายความหมายและหน้าที่ของวัสดุก่อสร้างได้
2. บอกประเภทและกรรมวิธีผลิตวัสดุก่อสร้างได้
3. บอกประโยชน์การใช้งานของวัสดุก่อสร้างได้
4. บอกแนวทางในการเลือกวัสดุก่อสร้างไปใช้งานได้อย่างเหมาะสม
5. อธิบายวิธีประยุกต์ใช้วัสดทดแทนกรณีขาดแคลนได้
�
วัสดุก่อสร้าง หมายถึง วัสดุที่ใช้เป็นส่วนประกอบในงานก่อสร้าง อาคารและสิ่งปลูกสร้าง อื่นๆ มีทั้งใช้งานโดยตรงและใช้เป็นส่วนผสม เพื่อให้งานก่อสร้างนั้นทําได้สําเร็จและได้คุณภาพตาม ที่ต้องการ วัสดุก่อสร้างมีมากมายหลายชนิด ในหน่วยการเรียนนี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะวัสดุที่สําคัญ และนิยมใช้อย่างแพร่หลายเพียงบางชนิดดังนี้
�
ไม้
ไม้ (Wood) เป็นวัสดธรรมชาติได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเกิด ชนิด และลักษณะการนํา มาใช้งานในหน่วยการเรียนที่ 6 เรื่องอโลหะไว้แล้ว ในหน่วยการเรียนนี้จะกล่าวถึงเฉพาะการนํามา ใช้งานก่อสร้างตามรายละเอียดดังนี้
1. ทําส่วนประกอบของอาคารไม้ ได้แก่ โครงหลังคา โครงและฝาผนัง พื้น เสา ประต หน้าต่าง วงกบ ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้ตะเคียน ฯลฯ
2. ทําส่วนประกอบของอาคารคอนกรีต ได้แก่ โครงหลังคา ประตู หน้าต่าง วงกบ โดยทําจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน ไม้ตะเคียน ฯลฯ
3. ทําไม้แบบในการเทคอนกรีตโครงสร้างอาคารคอนกรีต นิยมใช้ไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้กุง ไม้กระบาก ไม้มะม่วง ฯลฯ
4. ทําเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มความสวยงามแก่อาคารและสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน รั้วบ้าน ซุ้มประตู ฯลฯ นิยมทํามาจาก ไม้มะค่า ไม้สัก ไม้ยางพารา
หรือไม้อัด ฯลฯ
�
�
5. ทําไม้อัดสําเร็จรูป ด้วยวิธีการใช้เศษไม้หรือชานอ้อยผสมกับกาวอัดให้เป็นแผ่นสําเร็จ ขนาด 4 x 8 ฟุต (120 x 240 ซม.) เพื่อนําไปใช้งานกั้นฝาผนัง ทําบานประตู ทําพื้นโต๊ะ ตกแต่ง ภายใน บุผนังภายใน ปูพื้น ทําฝ้าเพดาน ฯลฯ ปัจจุบันได้พัฒนาโดยการนําสารเคลือบมาฉาบ ผิวหน้าของไม้อัดเพื่อให้สามารถทนน้ํา ทนร้อน และผิวเป็นมัน มีสีสันที่สวยงาม
�
อ้างอิงจาก https://www.wazzadu.com/article/1163
หิน
หิน (Stone) เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานสูง บางชนิดมีลวดลายสวยงาม ถูกนํามาใช้งาน หลายรูปแบบ ตามรายละเอียดดังนี้
1. หินผสมคอนกรีต ได้จากการระเบิดหินภูเขาแล้วนํามาโม่เป็นก้อนเล็กๆ ผ่านตะแกรง ขนาด 1-2 และ 3-4 จึงเรียกว่าหิน 1-2 (ขนาดใหญ่) และ หิน 3-4 (ขนาดเล็ก) ใช้ผสมกับ ปูนซีเมนต์ ทราย และน้ำ สําหรับงานเทพื้น คาน เสา เรียกว่า “คอนกรีต”
2. หินบดหรือหินคลุก ได้จากการระเบิดหินและนํามาบดให้ละเอียดใช้ผสมกับปูนซีเมนต์ ทําอิฐบล็อกสําหรับก่อผนังอาคารคอนกรีต ปูพื้นถนนเพื่อบดอัดก่อนการลาดยาง
3. หินกาบ ลักษณะเป็นเศษแผ่นหินบางๆ ใช้ประดับตามผนังหรือเสาซีเมนต์ ด้วยวิธีติดแปะ ด้วยปูนซีเมนต์ มีลวดลายสวยงาม
4. หินแกรนิต ลักษณะเป็นหินลวดลายสวยงาม เมื่อนํามาตัดเป็นแผ่นและขัดผิวให้มัน จะมีสีเทา เหลือง ชมพู สวยงาม นิยมใช้ปูพื้น แต่งเสา ทําอนุสาวรีย์และสิ่งปลูกสร้างราคาแพง มีคุณภาพสูง
�
5. หินอ่อน ลักษณะสีเข้ม มีจุดขาวเล็กๆ นิยมตัดเป็นแผ่นๆ ขัดผิวให้เรียบเป็นมัน ใช้ปูพื้น ติดประดับผนัง เสา สิ่งปลูกสร้าง ราคาแพง คุณภาพสูง
�
6. ศิลาแลง เป็นหินก้อนใหญ่ ขรุขระ สีน้ำตาลสลับดํา นิยมตัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมใช้ทําผนัง สิ่งปลูกสร้างราคาแพง ความแข็งแรงสูง
อ้างอิงจาก www.henghengstone.com/product/266/หินศิลาแลงเหลี่ยม
7. หินกรวดก้อนกลม เป็นหินปนอยู่กับทรายตามริมแม่น้ำ ก้อนกลมสวยงาม นิยมใช้ประดับ ตกแต่งสวนหย่อม เพื่อให้เกิดความสวยงาม
�
อ้างอิงจาก https://www.ratchadamarbleth.com/post/marble
ทราย
ทราย (Sand) คือ หินเม็ดเล็ก ๆ ที่แยกตัวโดยธรรมชาติ ใช้ผสมคอนกรีต ปูนก่ออิฐ ปูนฉาบ เพื่อเติมช่องว่างของหินในคอนกรีต ลดปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ ลดการแตกร้าวของคอนกรีต ปูนก่อ และปูนฉาบเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ทรายที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องเป็นทรายไม่มีโคลนผสม แหล่งกําเนิดส่วนใหญ่เป็นแม่น้ำ การนําทรายขึ้นจากแม่น้ำจะใช้เรือดูด การนํามาใช้งานถ้าเป็น งานผสมคอนกรีตและงานก่ออิฐจะผสมเลย ส่วนงานปูนฉาบจะใช้ตะแกรงหรือผ้าเขียวร่อนให้ละเอียด ก่อนนําไปใช้งาน
�
ปูนซีเมนต์
ปูนซีเมนต์ (Cement) ลักษณะเป็นผงละเอียด สีเทา เทาอมเขียว หรือเทาอมแดง เป็นวัสดุ ประสานในงานปูนทุกชนิด เมื่อนํามาคลุกผสมทราย หิน น้ำ และปล่อยให้แห้งเรียกว่า “คอนกรีต” ใช้ใน งานเทคาน เทพื้น หล่อเสา เทผนังคอนกรีต ฯลฯ ส่วนปูนซีเมนต์ผสมทรายและน้ำเรียกว่า ปูนก่อฉาบ ใช้ในงานก่ออิฐและฉาบผนังให้เรียบ ปัจจุบันใช้อยู่ 3 ชนิด คือ
1. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เป็นปูนซีเมนต์คุณภาพสูง ผลิตโดยการนําหินปูนผสมกับ ดินเหนียวเผาอบให้ร้อนจัดแล้วนําไปผสมยิปซั่มและบดให้ละเอียดจะได้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ใช้สําหรับผสมคอนกรีต เทหล่องานคอนกรีต เสริมเหล็กที่ต้องการความแข็งแรงสูง ได้แก่ คาน เสา พื้น เสาสําเร็จ พื้นสําเร็จ คานสําเร็จ ฯลฯ
2. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว ลักษณะเป็นผงละเอียดกว่าปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทั่วไป เมื่อนําไปผสมเทคอนกรีตเสริมเหล็กจะแข็งตัวและรับแรงได้เร็วกว่า เหมาะสําหรับใช้งาน เร่งด่วน แต่ต้องระวังเรื่องเวลาในการบ่ม ต้องใช้เวลาที่เหมาะสม เพราะถ้าเวลาบ่มไม่พอจะทําให้ งานเกิดการแตกร้าวได้
�
3. ปูนซีเมนต์ธรรมดา เป็นปูนราคาถูก ได้จากการนําปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์มาผสมกับ ทรายละเอียด เป็นปูนที่ใช้งานอยู่ทั่วไปที่ต้องใช้ต้นทุนต่ำ ความแข็งแรงไม่มากนัก เช่น งานก่อ งานฉาบ หล่อโอ่ง หล่อถังส้วม หล่อเสารั้ว ผสมอัดอิฐบล็อก ทําท่อระบายน้ำ เทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่รับน้ำหนักไม่มาก เป็นปูนซีเมนต์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมีราคาถูก คุณภาพพอใช้งานได้
�
4. การผลิตปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ที่ผลิตออกมาใช้ในท้องตลาด ได้แก่ ตราช้าง ตราเพชร ตราดอกจิก ตราเอราวัณ ตราพญานาค ส่วนปูนซีเมนต์ธรรมดาได้แก่ ตราเสือ ตรานกอินทรี ตรา TPI ตรางเห่า โดยบรรจุ 50 กก. ต่อ 1 กระสอบ ปัจจุบันได้มีบริษัทผู้ผลิตผลิตปูนซีเมนต์สําเร็จ โดยไม่ต้องผสมทรายออกใช้ โดยแยกออกเป็นปูนเท ปูนก่อ ปูนฉาบ มีทั้งสีธรรมชาติและสีสําเร็จ เมื่อฉาบแล้วไม่ต้องทาสีผนังอีก การเก็บรักษาปูนซีเมนต์ควรให้ห่างจากน้ำและความชื้น เพราะจะ ทําให้แข็งตัวไม่สามารถนํากลับมาใช้งานได้อีก
�
5. อุปกรณ์ประกอบและเสริมคุณภาพในงานปูนที่ควรรู้ ได้แก่
5.1 ปูนยาแนว คือ ปูนซีเมนต์ธรรมดาผสมผงสี ใช้ยาแนวงานปูกระเบื้อง พื้น และฝาผนัง
5.2 ปูนขาว ได้จากการเผาหินปูนบดละเอียด ใช้ในงานผสมปูนฉาบเพื่อให้ลื่น ฉาบง่าย ไม่มีรอยแตกร้าว ปัจจุบันมีปูนฉาบสําเร็จที่ไม่ต้องใช้ปูนขาวผลิตออกมาใช้แล้ว
5.3 ยากันซึม เป็นของเหลวบรรจุแกลลอน ใช้เทผสมลงในงานคอนกรีตและปนฉาบ เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำ
5.4 กาวยาแนว ปิดรอยรั่วและรอยแตกร้าว เป็นกาวผสมตัวยาประสานและปูนซีเมนต์ ใช้ในงานซ่อมรอยรั่ว รอยแตกร้าวในงานปูนต่างๆ ส่วนมากจะนิยมใช้ซ่อมเมื่องาน และพบข้อบกพร่อง
5.5 กาวซิลิโคน เป็นสารพลาสติกเหลวผสมกับกาว ประสานบรรจุในหลอดใช้กระบอกสําหรับยิงกาวซิลิโคนออกมา รอยร้าว รอยรั่วและยาแนวป้องกันการรั่วซึม ใช้ได้ทั้งงานปน และงานพลาสติก
�
อิฐ
อิฐ (Brick) เป็นวัสดุสําหรับก่อฝาผนังโดยใช้ปูนก่อเป็นตัวประสานและยึด ทําจากดินเหนียว ดินเหนียวผสมหินบด วิธีเท อัด หรืออัดแล้วเผาขึ้นอยู่กับชนิดและกรรมวิธีการผลิตของอิฐชนิดนั้นๆ ตามรายละเอียดดังนี้
1. อิฐมอญ ใช้วัสดุดินเหนียวผสมแกลบเผา อัดด้วยมือในสมัยแรกๆ ต่อมานิยมอัดด้วย เครื่อง ตัดเป็นก้อนๆ เผาอบด้วยแกลบจนสุกจึงนํามาใช้งาน นิยมใช้ก่อผนังงานก่อสร้างให้ความแข็ง แรงสูง น้ำไม่รั่วซึม
�
อ้างอิงจาก https://www.thaiwatsadu.com/product/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%8D
2. อิฐบล็อก ใช้หินคลุกผสมปูนซีเมนต์ บรรจุลงในแบบแล้วอัดออกมาเป็นอิฐบล็อกรูปร่าง และลวดลายต่างๆ ตามต้องการ ปัจจุบันนิยมใช้ในงานก่อสร้างทั่วไปมาก เพราะก้อนใหญ่ ก่อง่าย ประหยัดเวลา ความแข็งแรงพอใช้ มีทั้งชนิดทึบและชนิดโปร่งมีลวดลายสวยงาม
3. อิฐดินเหนียวอัด ใช้ดินเหนียวบรรจุลงในแบบเหล็กและอัดด้วยเครื่องอัด มีทั้งแบบเผา อบและแบบอัดธรรมดา น้ำหนักมาก ความแข็งแรงสูง ปัจจุบันได้มีการพัฒนาทําให้อิฐน้ำหนักน้อยลง ชื่ออิฐนิยมตั้งตามแหล่งและบริษัทผู้ผลิต เช่น อิฐวีเอม อิฐสยาม อิฐบางบัวทอง (บ.บ.ท.) เป็นต้น
�
4. อิฐดินแดงอัดผสม ใช้ดินแดงผสมปูนซีเมนต์บรรจุลงในแบบเหล็กและอัดด้วยเครื่องอัด มีผิวเรียบ ลวดลายสวยงาม ความแข็งแรงสูง ปัจจุบันนิยมใช้ก่ออิฐสร้างบ้านชนิดไม่มีเสา
�
อ้างอิงจาก https://thai.thinveneerbrick.com/
กระเบื้อง
กระเบื้อง (Tile) ผลิตจากวัสดุดินเผา ปูนซีเมนต์ผสม ขึ้นอยู่กับชนิดและลักษณะการใช้งาน กระเบื้องที่นิยมใช้อยู่ในปัจจุบันแบ่งตามรูปร่างและลักษณะการใช้งานได้ดังนี้
1. กระเบื้องปูพื้นและผนัง ได้จากการนํากระเบื้องดินเผาไปทาสีตกแต่ง เคลือบผิวมัน แล้วนําไปเผาอบจนแข็งตัว จะได้กระเบื้องมีสีสันสวยงาม นํามาปูพื้นหรือผนังโดยใช้ปูนซีเมนต์เป็น ตัวประสานและยาแนวด้วยปูนยาแนวสีต่างๆ ทําให้งานพื้นและผนังมีสีสันลวดลายสวยงามเป็นที่ นิยมใช้อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน
�
อ้างอิงจาก https://shopee.co.th/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD
2. กระเบื้องมุงหลังคา
2.1 กระเบื้องลอนคู่ ลอนใหญ่ ลอนเล็ก ทําจากปูนซีเมนต์ผสมใยหิน มีน้ำหนักเบา แผ่นใหญ่หนา 4-5 มม. มีหลายขนาด มีทั้งสีธรรมชาติและทาสีเคลือบ นิยมใช้มากเพราะเทียบราคา ต่อตารางเมตรแล้วถูกว่า ความคงทนอยู่ในระดับปานกลาง หลังคาส่วนที่ต้องการแสงสว่าง จะใช้กระเบื้องลอนที่ทําจากสารพลาสติกโปร่งแสงมุงสลับเป็นบางช่วง
2.2 กระเบื้องซีแพค เป็นกระเบื้องเคลือบสี ผลิตจากซีเมนต์ผสมทรายและหินบด แล้วจึงนํามาเคลือบสี มีขนาดเล็ก หนาและน้ำหนักมาก นิยมมุงหลังคาบ้านราคาแพง ต้องการความ สวยงามและความแข็งแรงสูง ใช้งานได้ทนนาน
�
2.3 กระเบื้องเรียบ เป็นกระเบื้องดินเผา มีทั้งสีธรรมชาติและชนิดเคลือบสี นิยมใช้ - มุงหลังคาโบสถ์ ศาลาวัด บ้านทรงไทย หรืองานเฉพาะที่ต้องการความสวยงาม แผ่นมีขนาดเล็ก มุงยาก จึงไม่นิยมใช้กับงานมุงหลังคาบ้านทั่วไป
�
อ้างอิงจาก https://www.onestockhome.com/th
3. กระเบื้องแผ่นเรียบ ทําจากซีเมนต์ผสมใยหินและวัสดุกาวอัดให้เป็นแผ่นเรียบหนา 3-10 มม. ขนาด 120 x 240 ซม. ใช้ทําฝ้าเพดาน ฝาผนังบ้าน สามารถป้องกันน้ำและความร้อนได้ดี แต่เปราะและแตกง่าย
4. กระเบื้องประดับ ทําจากดินเผาเป็นลวดลายสวยงาม มีทั้งสีธรรมชาติและเคลือบสี ใช้ประดับส่วนของผนัง บันได เสา รั้วบ้านที่ต้องการให้เด่นและสวยงามเป็นพิเศษ มีมากมายหลาย แบบและหลายขนาดให้เลือกใช้ตามต้องการ
�
เหล็ก
เหล็ก (Iron) ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการผลิต ชนิด และลักษณะการนํามาใช้งานไว้ใน หน่วยการเรียนที่ 2 เรื่องโลหะเหล็กธรรมดาแล้ว ในหน่วยการเรียนนี้จึงจะกล่าวถึงเฉพาะเหล็กที่ใช้ ในงานก่อสร้างที่นิยมใช้อยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วย
1. เหล็กก่อสร้าง ลักษณะเป็นเส้นกลมยาว 10 เมตร มีทั้งแบบเรียบและแบบข้ออ้อย ดังรูป ผลิตด้วยวิธีรีด ถ้ารีดร้อนผิวเหล็กจะเป็นสีดํา ถ้ารีดเย็นผิวเหล็กจะเป็นมัน เมื่อจะใช้งานต้องตัด ดัด และมัดด้วยลวด ใช้เป็นโครงงานเทเสา เทคาน พื้น เทฐาน ขนาดของเหล็กก่อสร้าง นิยมเรียกว่าเป็นหุน (1 หุน = 1/8 นิ้ว) ปัจจุบันโครงสร้างเหล็กในงานเทพื้นนิยมอัดเป็นตารางสําเร็จ จําหน่าย เป็นม้วน ราคาขึ้นอยู่กับขนาดของเหล็กและความยาวของม้วน
�
�
2. เหล็กโครงสร้าง ในงานโครงหลังคาจะนิยมใช้เหล็กตัว C มีทั้งชนิดบาง ชนิดกลางและ ชนิดหนา ความยาว 6 เมตร ขนาดที่นิยมใช้ คือ 3 x 1" , 4 x 2", 5 x 2" ความหนาวัดเป็น มิลลิเมตร ในงานประตู รั้วเหล็ก ลูกกรงประตู หน้าต่าง จะนิยมใช้เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม เหล็กฉาก
เหล็กเส้นกลม เหล็กเส้นแบน ในงานโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น โรงงาน สะพาน จะนิยมใช้เหล็กตัวไอ เหล็กฉาก เหล็กแผ่นหนา ยึดด้วยวิธีหมุดหรือขันนัต การใช้เหล็กโครงสร้างจะต้องทาสีกันสนิม ทุกครั้งจึงจะใช้งานได้ทนนาน
3. เหล็กมุงหลังคา เป็นเหล็กเคลือบสังกะสี อะลูมิเนียม ดีบุก หรือเคลือบสีเพื่อป้องกันสนิม นิยมขึ้นลอนเพื่อเป็นร่องน้ำไหลและเสริมความแข็งแรง มีบางส่วนที่ผลิตเป็นแผ่นเรียบเพื่อใช้ ทํารางน้ำฝน ส่วนขนาดและความหนามีให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม เหล็กเคลือบมงหลังคา ชนิดลอนบอกความยาวเป็นฟุตหรือเมตร ความหนาเป็นมิลลิเมตร ส่วนเหล็กเคลือบแผ่นเรียบ ผลิตเป็นแผ่นขนาด 120 x 240 เซนติเมตร (4 x 8 ฟุต) ความหนาเป็นมิลลิเมตร (มม.)
�
อะลูมิเนียม
อะลูมิเนียม ลักษณะเป็นโลหะเบาสีบรอนซ์เงินและสีบรอนซ์ดํา ผลิตออกมาในลักษณะ เส้นแบน ตัว T ตัว I ตัว C ตัว L กล่องสี่เหลี่ยม มีทั้งชนิดบาง ชนิดหนา ขนาดเล็ก-ใหญ่ ใช้มุง หลังคา ทําวงกบ โครงบานเกล็ด ประตู หน้าต่าง ฝาผนัง เฟอร์นิเจอร์ ชุดเครื่องครัว โครงฝ้าเพดาน โครงหลังคาน้ำหนักเบา ฯลฯ ส่วนที่ผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป ได้แก่ กลอนประตู ลูกบิด ประตูอะลูมิเนียมหล่อ รั้วอะลูมิเนียมหล่อ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรูปร่างและสีสันสวยงาม
�
สี
สี (Colour) ลักษณะเป็นของเหลวข้น ประกอบด้วยเนื้อสี กาว ตัวทําละลาย ใช้ทาหรือพ่นงาน เพื่อป้องกันสนิม ทําให้เกิดความสวยงาม ป้องกันความร้อน ความชื้น และการกัดกร่อน
1. ส่วนประกอบของสีแต่ละชนิดจะช่วยเสริมคุณภาพของสีด้านต่าง ๆ คือ
1.1 เนื้อสี (Pigment) ลักษณะเป็นฝุ่นสีละเอียด ช่วยในการปิดทับหน้างานให้เรียบ และสีสันสวยงามตามต้องการ
1.2 กาว (Binder) เป็นตัวประสานที่สามารถผสมเข้ากับฝุ่นสีได้ดี ช่วยให้สียดติด กับงานได้แน่น คงทน และเพิ่มความเงางามให้กับสีเมื่อสีแห้ง
1.3 ตัวทําละลาย (Solvent) เป็นตัวทําให้สีและกาวผสมเข้ากันได้ดี และทําให้สีมี ลักษณะเป็นของเหลวทาหรือพ่นได้ง่าย ตัวทําละลาย ได้แก่ น้ำมันสน ทินเนอร์ แอลกอฮอล์หรือน้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสีว่าเป็นสีน้ำมันแห้งช้า แห้งเร็ว สีเคลือบ หรือสีน้ำ
1.4 สารเพิ่มคุณภาพ (Additive) เป็นสารที่เติมเข้าไปเพื่อเสริมคุณภาพเฉพาะอย่าง เช่น การอุดรอยแตกร้าว การยืดหยุ่น การขับไล่ความชื้น การป้องกันสนิม การแห้งเร็ว เป็นต้น
�
2. ชนิดของสีแบ่งตามส่วนผสมและลักษณะการใช้งานได้ดังนี้ คือ
2.1 สีน้ำมัน ใช้ทาหรือพ่นผิวงานโลหะ งานไม้ ประกอบด้วยสีแห้งช้า ใช้น้ำมันสน หรือน้ำมันลินสีดผสมและคนให้เข้ากันก่อนพ่นหรือทา เมื่อทาเสร็จจะใช้เวลานานกว่าจะแห้งจึงเรียก ว่าสีแห้งช้า แต่เมื่อสีแห้งสนิท จะมีความแข็งแรง ทนทาน ผิวสีเป็นเงางาม เมื่อทาหรือพ่นเสร็จแต่ละ ครั้งต้องใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง สีจึงจะแห้ง ส่วนสีแห้งเร็วผสมด้วยทินเนอร์คนให้เข้ากันก่อนจึงพ่นหรือ ทา สีชนิดนี้เมื่อพ่นหรือทาเสร็จ ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงสีก็จะแห้งเร็ว จึงเรียกว่า สีแห้งเร็ว สีน้ำมันบาง ชนิดมีการเติมสารเสริมคุณภาพเฉพาะทาง เช่น สีทนความร้อน สีกันน้ำทะเล สีกันสนิม เป็นต้น
2.2 สีพลาสติกหรือสีน้ำ ประกอบด้วย สาร PVA (Polyvinyl Acetate) สามารถละลาย น้ำได้ดี ตัวผสมเจือจางคือน้ำ ใช้ทางานผนังปูน กระเบื้อง ฝ้าเพดาน มีชนิดทาภายนอกซึ่งคงทน และราคาแพงกว่าชนิดทาภายในซึ่งคงทนน้อยแต่ราคาถูกกว่า สีพลาสติกส่วนใหญ่จะเป็นสีค่อนข้าง แห้งช้า ใช้เวลาในการแห้งสนิทประมาณ 1 วัน
�
2.3 สีรองพื้น ใช้ทาหรือพ่นก่อนใช้สีจริง มีทั้งชนิดสีน้ำมันรองพื้นธรรมดาและสีน้ำมัน รองพื้นกันสนิม ส่วนสีพลาสติกจะมีสีรองพื้นกันเชื้อราซึ่งใช้ทาก่อนทาสีจริง
2.4 สีเคลือบ ส่วนใหญ่ใช้กับงานไม้ มีทั้งชนิดเคลือบขึ้นเงา เคลือบกึ่งเงา และเคลือบ ด้าน ใช้ทาเพื่อเปลี่ยนสีงานไม้ รักษาเนื้อไม้ และเคลือบเงาให้เกิดความสวยงาม ตัวผสมเจือจางมีใช้ ทั้งสองชนิด ถ้าเป็นสีเคลือบแห้งช้าประเภท “อีนาเมล” (Enamel) จะใช้น้ำมันสน ส่วนสีเคลือบชนิด “ยูริเทน” (Uritane) จะใช้ทินเนอร์เป็นตัวผสมเจือจาง เพราะฉะนั้นก่อนใช้ต้องอ่านคําแนะนําที่ข้างกระป๋องให้เข้าใจก่อนลงมือผสม ส่วนงานพ่นเคลือบจะใช้สีแลคเกอร์ ซึ่งเป็นสีเคลือบแห้งเร็วนิยมใช้ ในงานสีรถยนต์ ไม่นิยมใช้ในงานก่อสร้าง
�
กระจก
กระจก (Glass) ลักษณะเป็นแก้วแผ่นเรียบ โปร่งใส ปรับปรุงพัฒนารูปแบบให้มีความเหมาะสม และสีสันสวยงาม ปัจจุบันกระจกที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างประกอบด้วย
1. กระจกใส ลักษณะโปร่งใส แสงลอดผ่านและสามารถมองเห็นภายในได้ ใช้ทําบานประตู บานหน้าต่าง บานเกล็ด
2 กระจกเงา เคลือบด้านหลังด้วยสารปรอททับด้วยทองแดง ทําให้สามารถสะท้อนเห็นเงา ได้ชัดเจน ใช้สําหรับแต่งตัวและในห้องน้ำ
3. กระจกฝ้า ลักษณะเป็นฝ้าขาวหรือสีอื่นๆ ไม่สามารถมองผ่านได้ แสงลอดผ่านได้ ใช้ทํา บานประตู บานหน้าต่าง บานเกล็ด กระจกช่องลม
��
4. กระจกสะท้อนแสง เป็นกระจกใสเคลือบผิวสะท้อนแสง ใช้กับอาคารสูง ๆ เพื่อเพิ่มความ โดดเด่น ลดแสง และเพิ่มความสวยงาม
5. กระจกสีชาลักษณะเป็นสีชา แสงลอดผ่านและสามารถมองผ่านได้บ้าง ใช้ทําบานประตู หน้าต่าง บานเกล็ด หรือช่องลม เพื่อลดแสงและความร้อน
6. กระจกป้องกันความร้อนและเสียง เป็นกระจก 2ชั้นคั่นด้วยกาวใสๆ สามารถป้องกันเสียง และความร้อนได้ดี ใช้กับอาคารที่มีเสียงภายนอกรบกวนมากๆ
7. กระจกนิรภัย เป็นกระจกชนิดพิเศษ มีความแข็งแรงสูงมาก เมื่อแตกจะเป็นเม็ดคล้าย ข้าวโพด ใช้ทําตู้โชว์สินค้า กั้นห้องภายในอาคาร
8. กระจกสําเร็จรูป ผลิตออกมาในลักษณะสีสัน เป็นเหลี่ยมมุม ลวดลายสวยงาม นิยมผลิต ออกมาสําเร็จรูปเฉพาะงาน เช่น โคมไฟประดับ ช่องแสง ช่องลม เป็นต้น
�
เครื่องสุขภัณฑ์
เครื่องสุขภัณฑ์ (Sanitary ware) หมายถึง อุปกรณ์ให้ความสุขสบายภายในห้องน้ำ ห้องส้วม ประกอบด้วย
1. โถส้วมและชักโครก ทําจากกระเบื้องเซรามิก ประกอบด้วยระบบควบคุมและระบบล้างส้วม
2. อ่างล้างหน้า ตัวอ่างทําจากกระเบื้องเซรามิก ก๊อกน้ำทําจากสแตนเลส
3. กระจกส่องหน้า ตัวกระจกเรียบ ด้านหลังฉาบปรอททับด้วยทองแดง กรอบกระจก ทําด้วยไฟเบอร์ พลาสติก หรือไม้เคลือบสี
�
4. เครื่องทําน้ำอุ่น ใช้สําหรับอาบน้ำอุ่นช่วงอากาศเย็น ทํางานด้วยระบบไฟฟ้าเปลี่ยนเป็น ความร้อน ต้มน้ำให้ร้อน สามารถปรับอุณหภูมิและปริมาณน้ำได้
5. อ่างอาบน้ำ ทําจากไฟเบอร์กลาสหรือเซรามิก ใช้สําหรับอาบน้ำด้วยวิธีนอนแช่
6. สายน้ำล้างส้วม ตัวสายทําจากพลาสติกอ่อนอย่างดี หัวฉีดทําจากพลาสติกแข็ง มีที่ กดวาล์วควบคุมการฉีดน้ำ
7. ราวตากผ้า ทําจากพลาสติกอย่างดี หรืออะลูมิเนียม หรือสแตนเลส ใช้ตากผ้าเช็ดตัว และผ้าเช็ดหน้า
8. ที่วางอุปกรณ์สุขภัณฑ์ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีฟัน กระดาษชําระ ทําจากเซรามิก ไฟเบอร์ หรือพลาสติกอย่างดี
�
ท่อ
ท่อ (Pipe) เป็นอุปกรณ์สําหรับส่งน้ำ น้ำมัน ลม แก๊ส จากแหล่งจ่ายไปยังจุดใช้งาน สําหรับ งานส่งน้ำ ระบายน้ำ ส่งน้ำมัน ส่งลม ส่งแก๊ส ท่อเหล็กมาตรฐานยาว 6 เมตร ท่อ PVC ยาว 4 เมตร ขนาดท่อวัดที่เส้นผ่านศูนย์กลางภายในหน่วยวัดเป็นนิ้ว ส่วนความหนาของท่อนิยมวัดเป็นมิลลิเมตร ประกอบด้วยท่อใช้งานลักษณะต่างๆ ดังนี้
1. ท่อน้ำ เป็นท่อที่ไม่เป็นสนิม ประกอบด้วย
1.1 ท่อเหล็กอาบสังกะสี ดีบุก หรือท่อประปา ใช้กับงานระบบประปาและงานส่ง ที่ต้องใช้แรงดันสูง เมื่อใช้งานไปนานๆ จะเกิดสนิมที่จุดต่อและการติดตั้งทําได้ยาก
1.2 ท่อ pvc ใช้กับงานส่งน้ำระบายน้ำ แรงดันต่ำ นิยมใช้อย่างแพร่หลาย เพราะราคาถูก ติดตั้งง่าย ไม่เป็นสนิม มีทั้งชนิดท่อน้ำใช้และท่อน้ำดื่ม
1.3 ท่อซีเมนต์ ใช้สําหรับงานส่งและระบายน้ำตามระบบชลประทาน ตามถนน และ ตามไร่นา
1.4 ท่อยางแรงดันสูง ใช้เป็นท่อเมนส่งน้ำประปาจากท่อเหล็กเข้าไปในอาคาร
�
2. ท่อน้ำมัน เป็นท่อส่งที่ต้องการความปลอดภัยสูง ท่อทําจากเหล็กผสม ทนกรด ทนด่าง ทนความร้อน ทนแรงดันสูง ทนน้ำทะเล มีความลื่น ไม่เป็นสนิม ไม่ทําปฏิกิริยากับน้ำมัน ใช้สําหรับส่ง จ่ายน้ำมันจากฐานเจาะไปคลัง จากคลังไปยังศูนย์จ่ายต่างๆ ซึ่งต้องผ่านน้ำทะเล ใต้ดิน ท่อน้ำจึงเป็นท่อที่ต้องมีความแข็งแรงทนทานสูงมาก
3. ท่อลม ทําจากเหล็กผสม ทนแรงดันสูง ทนการกัดกร่อน ไม่เป็นสนิม ใช้ตามโรงงาน อุตสาหกรรม โรงพยาบาล ศูนย์บริการรถยนต์ สําหรับจ่ายลม หรือออกซิเจนไปใช้งาน
4. ท่อแก๊ส ทําจากเหล็ก ทนความร้อน ทนแรงดันสูง ทนการกัดกร่อน ทนน้ำทะเล ไม่เป็นสนิม ไม่ทําปฏิกิริยากับแก๊ส ใช้สําหรับงานส่งแก๊สจากแหล่งขุดเจาะไปคลังแก๊ส และใช้ส่งจ่ายแก๊สในศูนย์บริการแก๊สต่างๆ
��
ไมโครไฟเบอร์
ไมโครไฟเบอร์ ลักษณะเป็นแผ่นฉาบโลหะสะท้อนแสง 2 ชิ้น นิยมคั่นกลางด้วยใยแก้ว หรือใยหิน ใช้ปูใต้กระเบื้องหลังคา หรือบนฝ้าเพดานเพื่อป้องกันความร้อนจากหลังคาระบายลงมาสู่ ตัวห้องภายในบ้าน ทําให้ภายในบ้านรู้สึกเย็นสบายขึ้น ไมโครไฟเบอร์มีทั้งชนิดบางสําหรับปูก่อนมุง หลังคาและชนิดหนาสําหรับปูบนฝ้าเพดานให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม
�
วัสดุก่อสร้างอื่น ๆ
1. ยิปซัมบอร์ด ทําจากยิปซัมอัดทับผิวด้วยกระดาษมัน 2 ด้าน ใช้ทําฝ้าเพดานกันความร้อน ภายในบ้าน
2. ตะปู ใช้ตอกยึดงานก่อสร้างประเภทไม้ ส่วนตะปูเกลียวนิยมใช้ขันยึดงานไม้ งานอะลูมิเนียม
3. กาว ใช้ประสานงานก่อสร้าง งานเฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้หรือพลาสติก 4. ซิลิโคน ลักษณะเป็นยางเหลว ใช้ซ่อมหรืออุดรอยรั่ว รอยร้าวต่างๆ
5. ยากันซึม ใช้ผสมปูนสําหรับเทหรือฉาบป้องกันการรั่วซึม
�
6. ไม้ฝา ไม้พื้น ไม้ระแนง บัว และเชิงชายเทียม ทําจากใยแก้ว หรือใยหินผสมกาว และซีเมนต์อัดรีดเป็นแผ่นและเคลือบผิวด้วยสีคล้ายไม้ ใช้แทนไม้ในงานตีฝา ปูพื้น ตีฝ้าระแนง ติดตั้งบัวและเชิงชาย มีข้อดีคือ ราคาถูก ทนแดด ทนฝน ขนาดได้มาตรฐาน ติดตั้งง่ายไม่ต้องตกแต่ง ข้อเสียคือ แตกหักง่าย
�
7. คีมยิงและริเวตตาไก่ เป็นริเวตใช้สําหรับยึดงานอะลูมิเนียมด้วยวิธีใช้คีมยิงเป็นตัวดึง ให้ริเวตเบ่งตัวยึดงาน คีมยิงจะดึงให้แกนเหล็กขาดออกจากลูกริเวต ริเวตก็จะเบ่งออกเต็มที่จน สามารถยึดงานได้แน่น
8. ลวดมัดเหล็ก ใช้มัดยึดเหล็กโครงสร้างงานเทคอนกรีต เป็นลวดคุณภาพต่ำสีดํา เมื่อเทคอนกรีตปิดแล้ว ลวดจะได้รับภาระน้อยมาก
�
9. คอนกรีตสําเร็จ คือ คอนกรีตที่ผลิตออกมาในลักษณะชิ้นงานสําเร็จเพื่อความสะดวก ในการนําไปก่อสร้างหรือติดตั้ง มีทั้งคอนกรีตธรรมดาและคอนกรีตอัดแรง ที่กําลังนิยมใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ เสารั้ว คาน พื้น ท่อ ฯลฯ
10. คอนกรีตผสมเสร็จ เป็นคอนกรีตที่ถูกผสมเสร็จมาจากบริษัทจําหน่ายหมุนผสมอยู่ ในรถโม่ รถโม่ 1 คัน บรรทุกได้ประมาณ 5 คิวบิกเมตร ได้รับความนิยมมากในงานเทถนน เทพื้น อาคารปลูกสร้างขนาดใหญ่ เพราะงานสะดวก รวดเร็ว อัตราส่วนผสมสม่ำเสมอ ช่วยประหยัด แรงงานและทําให้งานเสร็จเร็วขึ้น
�