1 of 56

2 of 56

3 of 56

1. การใช้เมาส์คลิกลงในตำแหน่งที่ต้องการ วิธีนี้เหมาะสำหรับการกำหนดตำแหน่งที่ต้องใช้ร่วมกับ เครื่องมืออื่น ๆ เช่น Osnap หรือ Function Key เช่น ต้องการเขียนแบบ

รูปที่ 3.1 ขนาดและรูปร่างของแบบ

4 of 56

(1) เข้าสู่คำสั่ง Line เพื่อเขียนเส้นตรง

(2)กำหนดตำแหน่งเริ่มต้นของเส้นตรงที่จุด A โดยใช้เมาส์คลิก ณ ตำแหน่งใด ๆ

(3) เปิด Mode Ortho (บังคับให้เส้นที่เขียนอยู่แนวนอนหรือแนวดิ่ง)

(4) เลื่อนเมาส์ไปทางด้านขวามือของจุด A (บังคับทิศทางของเส้นหรือตำแหน่งใหม่)

(5) ป้อน 50 (กำหนดความยาวของเส้นตรงหรือกำหนดตำแหน่งใหม่โดยให้ห่างจากตำแหน่งเดิมหรือ ตำแหน่งอ้าง 50 หน่วย)

(6)กดปุ่มEnter(เพื่อให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล) ได้เส้นตรง AB

(7) เลื่อนเมาส์ไปทางด้านล่างของจุด B แล้วป้อน 40 และกดปุ่ม Enter ได้เส้นตรง BD

(8) เลื่อนเมาส์ไปทางด้านซ้ายของจุด D แล้วป้อน 50 และกดปุ่ม Enterได้เส้นตรง DC

(9) ป้อน C แล้วกดปุ่ม Enter ได้เส้นตรง CA

5 of 56

2. กำหนดตำแหน่งตามระบบพิกัด (Coordinate System) ระบบพิกัด คือ ค่าของตัวเลขที่ใช้อธิบาย ตำแหน่งต่าง ๆ บนระนาบ โดยค่าต่าง ๆ จะนับออกจากจุดกำเนิด ค่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเคลื่อนเมาส์ไป ทางขวามือตามแกน X และไปด้านบนตามแนวแกน Y หรือค่าตัวเลขจะลดลงเมื่อเคลื่อนเมาส์ไปทาง ซ้ายมือตามแกน X และไปด้านล่างตามแนวแกน Y

รูปที่ 3.2 ระบบพิกัด

รูปที่ 3.3 ตำแหน่งในระบบพิกัด

6 of 56

(1) แบบ Absolute.Coordinate เป็นการกำหนดตำแหน่งที่จะต้องอ้างอิงจากจุดกำเนิด หมายถึงหากจะกำหนดตำแหน่งลงไป ณ จุดใดจะต้องเริ่มนับค่าจากจุดกำเนิดทุกครั้งทั้งของพิกัด X และ Y การป้อนเพื่อกำหนดตำแหน่งแบบ Absolute Coordinate มีรูปแบบการป้อน ดังรูปที่ 3.4 ตัวอย่างเช่น รูปสี่เหลี่ยมมีความยาว 60 มม. มีความสูง 50 มม. นั้นหมายถึง เส้นตรง AB ยาว 60 มม. จุดเริ่มต้นเส้นตรง คือ 10,10 จุดปลายของเส้นตรงคือ 70,10 เส้นตรง BC ยาว 50 มม. จุดเริ่มต้นเส้นตรงคือ 70,10 จุดปลาย ของเส้นตรงคือ 70,60 เส้นตรง CD ยาว 60 มม. จุดเริ่มต้นเส้นตรงคือ 70,60 จุดปลายของเส้นตรงคือ 10,60

รูปที่ 3.4 รูปแบบการกำหนดตำแหน่ง

รูปที่ 3.5 ขนาดและตำแหน่งต่าง ๆ ของรูป

7 of 56

(2) แบบ Relative Coordinate เป็นการกำหนดตำแหน่งที่เอาจุดที่อยู่ปัจจุบันมาเป็นจุดกำเนิดการป้อนข้อมูลเพื่อกำหนดตำแหน่งมีรูปแบบดังนี้ เครื่องหมาย @ แล้วตามด้วยพิกัด X เครื่องหมายคอมม่า (,)และตามด้วยพิกัด Y

รูปที่ 3.6 รูปแบบการบอกตำแหน่ง

รูปที่ 3.7 ขนาดและตำแหน่งต่าง ๆ ของรูป

8 of 56

(3) แบบ Polar Coordinate เป็นการกำหนดตำแหน่งที่เอาระบบมุมภายในวงกลมและทิศทางของ มุมมาใช้ในการกำหนดตำแหน่งต่าง ๆ โดยจุดที่อยู่ปัจจุบันคือจุดศูนย์กลางของวงกลม การป้อน ข้อมูลเพื่อกำหนดตำแหน่ง มีรูปแบบดังนี้ เครื่องหมาย @ แล้วตามด้วยความยาวของเส้นหรือยะระทาง ต่อด้วย เครื่องหมายน้อยกว่า และตามด้วยทิศทางของมุม

รูปที่ 3.8 การนับมุม

รูปที่ 3.9 รูปแบบการบอกตำแหน่ง

9 of 56

3.2.1 คำสั่ง Line

คำสั่ง Line เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเขียนเส้นที่มีจุดเริ่มต้น (Start) จุดสิ้นสุด (End) ทิศทางและทราบ ความยาวของเส้นตรง หลักการเขียนเส้นตรงด้วยคำสั่ง Line นี้จะต้องกำหนดตำแหน่งเริ่มต้นและตำแหน่งสิ้นสุด โดยมีรายละเอียดและวิธีการใช้คำสั่งดังนี้

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Line

Ribbon bar :

Command Line : L

10 of 56

3.2.2 การใช้คำสั่ง Construction Line

คำสั่ง Construction Line เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเขียนเส้นตรงที่ไม่มีจุดเริ่มต้น และไม่มีจุดสิ้นสุดดังนั้นเส้นที่ได้จากการเขียนด้วยคำสั่งนี้มีลักษณะความยาวของเส้นไม่มีขีดจำ กัดซึ่งเรียกว่าเส้นร่าง และคำสั่งนี้ สามารถเขียนเส้นได้หลายรูปแบบ เช่น เส้นในแนวนอน เส้นในแนวดิ่ง เส้นเอียงทำมุม

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Construction Line > Draw Construction Line

Ribbon bar :

Command Line : XL

11 of 56

รูปที่ 3.12 Dialog box ที่ชื่อ Construction Line

12 of 56

3.2.3 การเขียนวงกลม

1. คำสั่ง Center,Radiusคำสั่งนี้ใช้สำหรับการเขียนวงกลมที่ทราบจุดศูนย์กลางและรัศมีของวงกลม เช่น ต้องการเขียนวงกลมให้จุดศูนย์กลางอยู่ที่ 30,10 และมีรัศมี 15 ซึ่งมีวิธีการและลำดับการใช้คำสั่งดังนี้

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Circle > Center, Radius

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “C”

รูปที่ 3.13 การเขียนวงกลม

13 of 56

2. คำสั่ง Center, Diameter

คำสั่งนี้ใช้สำหรับการเขียนวงกลมที่ทราบจุดศูนย์กลางและความโตของวงกลม เช่น ต้องการเขียนวงให้มีความโต 30 โดยให้จุดศูนย์กลางอยู่ที่ 30,10 ซึ่งมีวิธีการดังนี้

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Circle > Center, Diameter

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “C”

รูปที่ 3.14 การเขียนวงกลม

14 of 56

3. คำสั่ง 2 Point

คำสั่งนี้ใช้สำหรับการเขียนวงกลมให้ผ่านจุดที่ กำหนด 2 จุด จุดที่ผ่านทั้ง 2 จุด คือ ปลายของเส้นผ่านศูนย์กลาง ของวงกลมนั้น เช่น ต้องการเขียนวงกลมผ่านจุด 1 และจุดที่ 2 ซึ่งมีวิธีการและลำดับการใช้คำสั่งดังนี้

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Circle > 2 Point

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “C”

รูปที่ 3.15 การเขียนวงกลม

15 of 56

5. คำสั่ง Tan, Tan, Radius

คำสั่ง Tan, Tan, Radius ใช้สำหรับการเขียน วงกลมให้สัมผัสจุดที่กำหนด 2 จุด และกำหนดรัศมีของวงกลมเช่นต้องการเขียนวงกลมให้สัมผัสกับเส้นตรงหมายเลข1และเส้นตรง หมายเลข 2 โดยให้รัศมีของวงกลม 30

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Circle > Tan, Tan, Radius

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “C”

รูปที่ 3.17 การเขียนวงกลม

16 of 56

6. คำสั่ง Tan, Tan, Tan

คำสั่งนี้ใช้สำหรับการเขียนวงกลมให้สัมผัสจุดที่ กำหนด 3 จุด เช่น ต้องการเขียนวงกลมให้ผ่านสัมผัสกับเส้นตรง หมายเลข 1,2 และส่วนโค้ง การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Circle > Tan, Tan, Tan

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “C”

รูปที่ 3.18 การเขียนวงกลม

17 of 56

3.2.4 การเขียนส่วนโค้ง

1. คำสั่ง 3 Point

คำสั่งนี้ใช้สำหรับเขียนส่วนโค้งให้ผ่านจุดทีกำหนด 3 จุด เช่น ต้องการเขียนส่วนโค้ง ดังรูปขวามือ โดยจุดที่ 1 เป็นจุดเริ่มต้น และจุดที่ 3 เป็นจุดสิ้นสุดของส่วนโค้ง ส่วนจุดที่ 2 เป็นตัวกำหนดขนาดหรือทิศทางของส่วนโค้งซึ่งมีวิธีการและลำดับการใช้คำสั่งดังนี้

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Arc > 3 Point

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “A”

18 of 56

2. คำสั่ง Start, Center, End

คำสั่งนี้ใช้สำหรับใช้สำหรับเขียนส่วนโค้งที่ทราบจุดเริ่มต้นจุดศูนย์กลางและจุดสิ้นสุด เช่นรูปส่วนโค้งด้านขวามือโดยที่ 1 และจุดที่ 3 เป็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของส่วนโค้งตามลำดับ ส่วนจุดที่ 2 เป็นจุดศูนย์กลางของส่วนโค้ง

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Arc > Start, Center, End

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “C”

รูปที่ 3.20 การเขียนวงกลม

19 of 56

3. คำสั่ง Start, Center, Angle

คำสั่งนี้ใช้สำหรับใช้สำหรับเขียนส่วนโค้งที่ทราบ จุดเริ่มต้น จุดศูนย์กลาง และมุมภายในของส่วนโค้ง เช่น ต้องการเขียน ส่วนโค้ง ให้เริ่มต้นที่จุดที่ 1 สิ้นสุดที่จุดที่ 3 มุมภายในของส่วนโค้ง 180 องศา

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Arc > Start, Center, Angle

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “C”

รูปที่ 3.21 การเขียนวงกลม

20 of 56

4. คำสั่ง Start, Center, Length

คำสั่งนี้ใช้สำหรับเขียนส่วนโค้งที่ทราบจุดเริ่มต้นจุดศูนย์กลาง และความยาวของคอร์ด เช่น ต้องการเขียนส่วนโค้งให้เริ่มต้นที่ตำแหน่งที่ 1 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตำแหน่งที่ 2 และมีความยาวของคอร์ด 30

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Arc > Start, Center, Length

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “C”

รูปที่ 3.22 การเขียนวงกลม

21 of 56

5. คำสั่ง Start, End, Angle

คำสั่งนี้ใช้สำหรับใช้สำหรับเขียนส่วนโค้งที่ทราบจุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุด และมุมภายในของส่วนโค้ง เช่น ต้องการเขียนส่วนโค้งให้เริ่มต้น ที่ตำแหน่งที่ 1 และไปสิ้นสุดที่ตำแหน่งที่ 2 ให้ส่วนโค้งมีมุมภายใน 42 องศา

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Arc > Start, End, Angle

Ribbon bar :

Command Line : ป้อนอักษร “C”

รูปที่ 3.23 การเขียนส่วนโค้ง

22 of 56

3.2.5 การเขียนวงรีและส่วนโค้งที่มีลักษณะเป็นวงรี

1. คำสั่ง Ellipse ,Center

คำสั่งนี้ใช้สำหรับการเขียนวงรีที่ทราบจุดศูนย์กลาง ทราบจุดสิ้นสุดของรัศมีแกนเอกและแกนโทเช่น ต้องการเขียนวงรีให้จุดศูนย์กลางที่เส้นศูนย์ 2 เส้นตัดกัน รัศมีแกนเอก 30 มม. รัศมีแกนโท 20 มม. ดังรูปที่ 3.30ซึ่งมีวิธีการและดับขั้นตอนการใช้คำสั่งดังนี้

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Ellipse > Center

Ribbon bar :

รูปที่ 3.30 การเขียนวงรี

23 of 56

2. คำสั่ง Ellipse Axis End

คำสั่งนี้ใช้สำหรับการเขียนวงรีที่ทราบ ตำแหน่งปลายของแกนใดแกนหนึ่งทั้ง 2 ข้าง และทราบ ตำแหน่งปลายของอีกแกน เช่น ต้องการเขียนวงรีให้ ตำแหน่งปลายของแกนเอกอยู่ที่ตำแหน่งหมายเลข 1 และ 2 ปลายของแกนโทอยู่ที่ตำแหน่งหมายเลข 3 หรือ ปลายแกนโทห่างจากแกนเอก 20 มม

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Ellipse > Axis End

Ribbon bar :

รูปที่ 3.31 การเขียนวงรี

24 of 56

3. คำสั่ง Ellipse Arc

ใช้สำหรับการเขียนส่วนโค้งที่เป็นวงรี หลักการเขียน คือ เขียนวงรีทั้งวงก่อนแล้วจึงบอกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของส่วนโค้งวงรี เช่น ต้องการเขียนส่วนโค้งที่เป็นวงรีให้จุดเริ่ม ต้นอยู่ที่ตำแหน่งหมายเลข 1และจุดสิ้นสุดอยู่ที่ตำแหน่งหมายเลข 2 และปลายแกนโทอยู่ที่ตำแหน่งหมายเลข 3

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Ellipse > Center

Ribbon bar :

รูปที่ 3.32 การเขียนส่วนโค้งที่เป็นวงรี

25 of 56

3.2.6 การสร้างจุด

1. การใช้คำสั่ง Point Style

คำสั่ง Point.Style ใช้สำหรับเปลี่ยนลักษณะและขนาดของจุด โดยปกติแล้วจุดจะมีความโตเท่ากับความหนาของเส้น หากจะสร้างหรือกำหนดจุดบนเส้นจะไม่สามารถมองเห็นจุดที่สร้างขึ้นมาได้ ดังนั้นหากจะสร้างหรือกำหนดจุดบนเส้น ผู้เขียนจะต้องเปลี่ยนรูป ร่างของจุดให้มีลักษณะที่แตกต่างไปจากความโตของเส้น เพื่อให้เกิดความแตกต่างระหว่างจุดกับเส้น ซึ่งมีวิธีการและลำดับการสร้างดังนี้

รูปที่ 3.33 Dialog Box ชื่อ Point Style

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Format > Point Style

Ribbon bar :

26 of 56

2. การสร้างจุดทำงานบนแบบโดยใช้คำสั่ง Point

(1) คำสั่ง Single Point ใช้สำหรับสร้างจุดเพียงตำแหน่งเดียว ต่อการให้คำสั่งหนึ่งครั้ง เช่น ต้องการสร้างจุดไว้ที่ตำแหน่ง 10,10

การเรียกใช้คำสั่ง Main Menu : Draw > Single Point

รูปที่ 3.34 การสร้างจุด

(2) คำสั่ง Multiple Point ใช้สำหรับสร้าง จุดหลายตำแหน่งต่อการให้คำสั่งหนึ่งครั้ง เช่น ต้องการสร้างจุด ไว้ที่ 10,10 ,20,10 ,20,20 และ 10,20

รูปที่ 3.35 การสร้างจุด

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Multiple Point

Ribbon bar :

27 of 56

(3) การสร้างจุดบนแบบโดยใช้คำสั่ง Divide คำสั่ง Divide เป็นคำสั่งที่ใช้ในการแบ่งวัตถุออกเป็นส่วน ๆ ให้เท่ากัน โดยการ กำหนดจำนวนส่วนที่แบ่ง เช่น ต้องการแบ่งเส้นตรงออก เป็น 5 ส่วนให้ แต่ละส่วนมีระยะที่เท่ากัน

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Divide

Ribbon bar :

(4) การสร้างจุดบนแบบโดยใช้คำสั่ง Measure คำสั่ง Measure เป็นคำสั่งที่ใช้ในการแบ่งวัตถุออกเป็นส่วน ๆ โดยให้กำหนดขนาดแต่ละ ส่วน เช่น ต้องการแบ่งเส้นตรงออกเป็นส่วน ๆ ให้แต่ละส่วน ยาว 12 หน่วย

รูปที่ 3.36 การสร้างจุด

รูปที่ 3.37 การสร้างจุด

28 of 56

3.2.7 การสร้างรูปหลายเหลี่ยม

1. การสร้างรูปด้วยคำสั่ง Polyline คำสั่งPolylineใช้สำหรับเขียนเส้นตรงและส่วนโค้งที่ต่อเนื่องกันและยังสามารถกำหนดความหนาให้กับเส้นที่เขียนไปพร้อมกันการใช้คำสั่งนี้จะมีตัวเลือกย่อยให้เลือกใช้ระหว่างการใช้คำสั่งซึ่งตัวเลือกย่อยนี้จะเปลี่ยนไปตามตัวเลือกหลักมีรายละเอียดตามการใช้คำสั่งดังต่อไปนี้

ตัวอย่าง ต้องการเขียนแบบให้ได้ขนาดและสัดส่วน

รูปที่ 3.39 ขนาดและสัดส่วนของรูปในการเขียนแบบ

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Polyline

​

Ribbon bar :

​

29 of 56

2. คำสั่ง Rectangle

คำสั่งนี้ใช้สำหรับเขียนรูปสี่เหลี่ยมที่ทราบตำแหน่งของมุมที่อยู่ตรงข้ามกัน เช่น ต้องการสร้างรูปเหลี่ยมให้ได้ขนาด

รูปที่ 3.40 การสร้างรูปสี่เหลี่ยม

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Rectangle

Ribbon bar :

Command Line : “REC”

30 of 56

3. คำสั่ง Polygon

(1) การเขียนรูปหลายเหลี่ยมภายในวงกลม เป็นวิธีการสร้างรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าที่อยู่ภายในวงกลม หรือใช้วิธีนี้สร้างรูปหลายเหลี่ยมที่ทราบขนาดจากเหลี่ยมด้านหนึ่งไปยังเหลี่ยมอีกด้านหนึ่งโดยรัศมีของรูปหลายเหลี่ยมคือรัศมีของวงกลม

รูปที่ 3.41 การเขียนรูปหกเหลี่ยม

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Draw > Polygon

Ribbon bar : Home >

31 of 56

(2) การสร้างรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าล้อมรอบวงกลม หรือใช้วิธีนี้สร้างรูปหลายเหลี่ยมที่ทราบขนาดจากด้านหนึ่งไปยังด้านตรงข้าม โดยรัศมีของรูปหลายเหลี่ยมคือรัศมีของวงกลมเช่น ต้องการสร้างรูปหกเหลี่ยม ให้ความโตของรูปหกเหลี่ยมวัดจากด้านหนึ่งไปยังด้านตรงข้ามวงกลมโต 40 และให้จุดศูนย์กลางของรูปหกเหลี่ยมอยู่ที่ เส้นศูนย์ตัดกัน

​

รูปที่ 3.42 การเขียนรูปหกเหลี่ยม

32 of 56

(3) การสร้างรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าที่ ทราบความยาวของด้านด้านใดด้านหนึ่งของรูปหลายเหลี่ยม โดยกำหนดตำแหน่งปลายทั้ง 2 ข้างของด้านรูปหลายเหลี่ยม เช่น ต้องการสร้างรูปหกเหลี่ยมที่มีความยาวของด้าน 40 มม.

รูปที่ 3.43 การเขียนรูปหกเหลี่ยม

33 of 56

3.3.1 การบังคับ Sketch

1. Horizontal Constraints ใช้สำหรับบังคับให้เส้นที่เลือกอยู่ในแนวนอนและขนานกับแกน X ซึ่งสามารถทำได้โดยการคลิกบนเส้นที่ต้องการบังคับ เช่น ต้องการบังคับให้เส้น ตรงเส้นตรงหมายเลข 1 อยู่ใน แนวนอน

รูปที่ 3.46 การใช้คำสั่ง Horizontal Constraints

34 of 56

2. Vertical Constraints ใช้สำหรับบังคับเส้นที่เลือกอยู่ในแนวดิ่งและขนานกับแกน Y เช่น ต้องการบังคับให้เส้นตรงหมายเลข 1 อยู่ในแนวดิ่ง

รูปที่ 3.47 การใช้คำสั่ง Vertical Constraints

3. Perpendicular Constraints ใช้สำหรับบังคับเส้นที่เลือกตั้งฉากกัน เช่น ต้องการให้เส้นตรง เส้นที่ 1 ตั้งฉากกับเส้นที่ 2

รูปที่ 3.48 การใช้คำสั่ง Perpendicular Constraints

35 of 56

4.Parallel Constraintsใช้สำหรับบังคับเส้นที่เลือกขนานกัน เช่น ต้องการให้เส้นตรงเส้นที่ 2 ตั้งขนานกับเส้นที่ 1

รูปที่ 3.49 การใช้คำสั่ง Parallel Constraints

36 of 56

5.Collinear Constraints ใช้สำหรับบังคับเส้นที่เลือกอยู่ในแนวเดียวกัน เช่น ต้องการให้สีแดง อยู่ในแนวเดียวกับเส้นสีน้ำเงิน

รูปที่ 3.50 การใช้คำสั่ง Collinear Constraints

37 of 56

3.3.2 Show Constraints

ใช้สำหรับแสดง Constraints ของเส้นหรือจุดที่เลือก เพื่อจะตรวจสอบว่าเส้นหรือจุดที่เลือก มี Constraints อย่างไร เช่น ต้องการ Show Constraints ของเส้นวงกลมหมายเลข 1 และ 2

รูปที่ 3.58 การใช้คำสั่ง Show Constraints

38 of 56

3.3.3 การลบ Constraints

หากต้องการให้Sketchที่สร้างไว้ไม่ให้มีความสัมพันธ์ต่อกันก็สามารถลบออกได้ และการลบมีขั้นตอนดังนี้

1. Show Constraints ของ Sketch นั้น

2. ออกจากคำสั่งใด ๆ ทั้งหมด

3. คลิกขวาบน Constraints ที่ต้องการลบ

4. ใช้คำสั่ง Delete

รูปที่ 3.59 การลบ Constraints

39 of 56

3.4.1 การเลือกส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพ 2 มิติ

1.การเลือกวัตถุแบบWindowคือการเลือกวัตถุโดยการสร้างสี่เหลี่ยมชั่วคราวคลุมแบบงานที่จะเลือกโดยมีรายละเอียดและวิธีการสร้างดังนี้เมื่อโปรแกรมให้เลือกวัตถุหรือแบบให้ดำเนินการสร้าง Window หรือกรอบสี่เหลี่ยมชั่วคราว ซึ่งสามารถทำได้โดยการป้อนอักษร W แล้วกด Enter แล้วคลิกที่คาดว่าจะเป็นมุมใดมุมหนึ่งของสี่เหลี่ยมชั่วคราว เมื่อได้จุดแรกแล้ว ให้ลากเมาส์ไปยังมุมทแยงกับมุมแรกโดยและจะต้องคลุมวัตถุที่จะเลือกแล้วให้ใช้เมาส์คลิกลงไปอีกครั้ง จากนั้นกดปุ่ม Enter

รูปที่ 3.60 การเลือกวัตถุแบบ Windows และวัตถุที่ถูกเลือก

40 of 56

2. การเลือกวัตถุแบบ Crossing คือ การเลือกวัตถุโดยการสร้างสี่เหลี่ยมชั่วคราวคลุมและลากผ่านแบบงานที่เลือก โดยมีรายละเอียดและวิธีการสร้างดังนี้เมื่อโปรแกรมให้เลือกวัตถุหรือแบบให้ดำเนินการสร้าง Crossing หรือกรอบสี่เหลียมชั่วคราวซึ่งสามารถทำได้โดยการคลิกมุมแรกของกรอบสี่เหลี่ยม จะต้องเป็นมุมล่างหรือมุมบนด้านขวามือของกรอบ หรือป้อนอักษร C แล้วคลิกก็ได้ เมื่อได้จุดแล้วให้ลากเมาส์ไปยังมุมทแยงกับมุมแรกและจะต้องคลุมหรือผ่านวัตถุที่จะเลือก เมื่อแถบสีคลุมวัตถุที่จะเลือกแล้วให้ใช้เมาส์คลิกลงไป แล้วกดปุ่ม Enter

รูปที่ 3.61 การเลือกวัตถุแบบ Crossing และวัตถุที่ถูกเลือก

41 of 56

3. การเลือกวัตถุแบบ Window.Polygon คือ การเลือกวัตถุโดยการสร้างหลายเหลี่ยมชั่วคราว คลุมแบบงานที่เลือก โดยมีรายละเอียดและวิธีการสร้างดังนี้ เมื่อโปรแกรมให้เลือกแบบงานหรือกำหนดรูปแบบในการเลือก ป้อนอักษร WP เพื่อการเลือก วัตถุแบบ Window Polygon แล้วกดปุ่ม Enter เมื่อเลือกรูปแบบแล้ว ให้เลื่อนเมาส์ไปคลิกจุดที่หนึ่ง จุดที่สอง จุดที่สาม จุดที่สี่ จุดที่ห้า และ จุดที่หก ของรูปหลายเหลี่ยม แล้วกดปุ่ม Enter

รูปที่ 3.62 การเลือกวัตถุแบบ Window Polygon และวัตถุที่ถูกเลือก

42 of 56

4. การเลือกวัตถุแบบ Crossing Polygon คือ การเลือกวัตถุโดยการสร้างรูปหลายเหลี่ยมชั่วคราวคลุมหรือลากผ่านแบบงานที่เลือก โดยมีรายละเอียดและวิธีการสร้างดังนี้โปรแกรมให้เลือกแบบงานหรือกำหนดรูปแบบในการเลือก ป้อนอักษร CP แล้วกดปุ่ม Enterเมื่อเลือกรูปแบบแล้ว ให้เลื่อนเมาส์ไปคลิกจุดที่หนึ่ง จุดที่สอง จุดที่สาม จุดที่สี่ และจุดที่ห้าของรูปหลายเหลี่ยม แล้วกดปุ่ม Enter

รูปที่ 3.63 การเลือกวัตถุแบบ Crossing Polygon และวัตถุที่ถูกเลือก

43 of 56

5. การเลือกวัตถุแบบ Fence คือ การเลือกวัตถุโดยการลากเส้นผ่าน โดยมีรายละ เอียดและวิธีการสร้างดังนี้โปรแกรมให้เลือกแบบงาน หรือกำหนดรูปแบบในการเลือก ป้อนอักษร F แล้วกดปุ่ม Enterให้เลื่อนเมาส์ไปคลิกจุดแรก จุดที่สอง จุดที่สาม ของเส้น Fence แล้วกดปุ่ม Enter

รูปที่ 3.64 การเลือกวัตถุแบบ Fence และวัตถุที่ถูกเลือก

44 of 56

3.4.2 การแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพ 2มิติ

1. การลบวัตถุด้วยคำสั่ง Erase

คำสั่งEraseเป็นคำสั่งที่ใช้ในการลบแบบงานหรือเส้นใดเส้นหนึ่งของแบบงานขึ้นอยู่กับการ เลือก โดยมีหลักการใช้คำสั่ง คือ เลือกแบบงานที่จะลบเมื่อเลือกครบแล้วให้กดปุ่ม Enter ซึ่งมีวิธีการและขั้นตอน

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Erase

Ribbon bar : Home >

Command Line : E

45 of 56

2. การตัดเส้นบางส่วนของแบบด้วยคำสั่ง Trim

คำสั่ง Trim ใช้สำหรับตัดวัตถุออกเพียงบางส่วน ตามแนวขอบที่กำหนด โดยมีหลักการคือ เลือกแนวขอบตัด (Cutting Edge) หลังจากนั้นเลือกส่วนของวัตถุที่ต้องการเอาออก เช่น ต้องการตัดเส้นในแนวนอนส่วนที่ยื่นออกไปทางขวามือ ให้เหลือแค่เส้นหมายเลข 1

รูปที่ 3.66 การใช้คำสั่ง Trim

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Trim

Ribbon bar : Home >

Command Line : T

46 of 56

3. การยืดความยาวของเส้นด้วยคำสั่ง Extent

คำสั่ง Extent ใช้สำหรับการยืดเส้นไปยังขอบเขตที่เลือก โดยมีหลักการ คือ เลือกขอบเขต เป้าหมาย (Boundary.Edges)หลังจากนั้นเลือกเส้นที่ต้องการยืด เช่น ต้องการยืดเส้นตรงเส้นหมายเลข 1 และ เส้นหมายเลข 2 ให้ไปชนกับเส้นตรงหมายเลข 3 และ 4 ตามลำดับ

รูปที่ 3.67 การใช้คำสั่ง Extent

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Extend

Ribbon bar : Home >

Command Line : D

47 of 56

4. การตัดมุมแบบงานด้วยคำสั่ง Chamfer

คำสั่ง Chamfer ใช้สำหรับการลบมุมของเส้นตรงสองเส้นที่ตัดหรือทำมุมกันด้วยค่าที่กำหนดมีหลักการ คือ เลือกรูปแบบ กำหนดระยะทางหรือมุม ต่อมาเลือกวัตถุที่จะ Chamfer ซึ่งแต่ละรูปแบบมีราย ละเอียดและวิธีการดังนี้

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Chamfer

Ribbon bar : Home >

Command Line :

รูปที่ 3.68 การใช้คำสั่ง Chamfer

48 of 56

5. การมนมุมด้วยคำสั่ง Fillet

คำสั่ง Fillet ใช้สำหรับการมนมุมของวัตถุด้วยค่ารัศมีที่กำหนดและทำการตัดเส้นออกโดย อัตโนมัติ โดยมีหลักการคือ กำหนดรัศมี และต่อมาเลือกวัตถุที่จะมนมุม เช่น ต้องการมนมุม ABC และมุม CDE ด้วยรัศมี 5 หน่วย

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Fillet

Ribbon bar : Home >

Command Line : F

รูปที่ 3.71 การ Fillet

49 of 56

3.4.3 การคัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพ 2 มิติ

1. การคัดลอกภาพฉายด้วยคำสั่ง Copy

คำสั่ง Copy ใช้สำหรับการคัดลอกแบบหรือภาพ 2 มิติโดยที่ภาพต้นแบบกับภาพที่เกิดขึ้นใหม่ จะมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ ซึ่งมีหลักการคือ ขั้นแรกเลือกแบบที่ต้องการคัดลอก ขั้นต่อไปกำหนดตำแหน่ง อ้างอิง และกำหนดตำแหน่งหรือระยะที่เกิดแบบใหม่ เช่น ต้องการลอกภาพเกลียว ซ้ายมือ ให้ได้ภาพเกลียว อีก 1 ภาพ การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Copy

Ribbon bar : Home >

รูปที่ 3.76 ภาพต้นแบบและภาพที่ได้จากคำสั่ง Copy

50 of 56

2. การคัดลอกภาพฉายด้วยคำสั่ง Mirror

คำสั่ง Mirror ใช้สำหรับคัดลอกภาพฉายให้กลับข้างกับภาพต้นแบบ โดยใช้หลักการของการเกิดภาพในกระจกเงา ซึ่งมีหลักการขั้นแรกเลือกวัตถุที่ต้องการคัดลอก ขั้นต่อไปกำหนดจุดแรกและจุดที่สองของแนวพลิกกลับข้างตามลำดับ

​

​

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Mirror

Ribbon bar : Home >

รูปที่ 3.77 ภาพต้นแบบและภาพที่ได้จากคำสั่ง Mirror

51 of 56

3. การคัดลอกภาพฉายด้วยคำสั่ง Offset

คำสั่ง Offset ใช้ สำหรับคัดลอกภาพฉายให้ ขนานกับภาพ 2 มิติต้นแบบตามระยะทางที่กำหนดหรือตำแหน่งที่เลือก โดยมีหลักการขั้นแรกกำหนดระยะทางหรือตำแหน่งการเกิดภาพ 2 มิติใหม่ต่อไปเลือกภาพ 2 มิติที่ต้องการคัดลอกกำหนดทิศทางการเกิดภาพ 2 มิติใหม่

ตัวอย่างที่ 3.1 ต้องการคัดลอกเส้นหมายเลข 1–5 ในรูปทางซ้ายมือให้ห่างออกไปรอบๆระยะ 4 มม.ดังภาพทางขวามือให้เส้นมีคุณสมบัติเหมือนเส้นต้นแบบทุกประการ

รูปที่ 3.78 ภาพที่ได้จากคำสั่ง Offset

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Mirror

Ribbon bar : Home >

Command Line : O

52 of 56

4. การคัดลอกภาพฉายให้เป็นกลุ่มด้วยคำสั่ง Array

คำสั่ง Array เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับคัดลอกภาพฉายจากต้นแบบหนึ่งภาพ ให้เกิดใหม่เป็นกลุ่ม โดยแบบงานที่เกิดขึ้นเป็นกลุ่มนั้นมีสองลักษณะ คือ แบบงานจะเกิดเป็นกลุ่มวงกลม และแบบงานเกิดขึ้นเป็นแถว ในแนวดิ่งและแนวนอน

ตัวอย่างที่ 3.3 ต้องการคัดลอกวงกลมที่มุมล่างด้านซ้ายของรูปด้านซ้ายมือให้ได้ในแนวนอน 2 แถว แต่ละแถวห่างกัน 40 มม. และให้ได้ในแนวดิ่ง 3 แถว แต่ละแถวห่างกัน 30 มม

รูปที่ 3.80 ตัวอย่างการคัดลอกแบบ Array

53 of 56

3.5.1 การเคลื่อนย้ายภาพ 2 มิติด้วยคำสั่ง Move

คำสั่ง Move ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายภาพ 2 มิติจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งตามที่กำหนด โดยมีหลักการคือ ขั้นแรกเลือกภาพที่ต้องการย้าย ขั้นต่อมากำหนดตำแหน่งอ้างอิงของการเคลื่อนย้าย และกำหนดระยะทางหรือจุดมุ่งหมายของการย้ายภาพ 2 มิติ

ตัวอย่าง ต้องการย้ายวงกลม 3 วง ด้านซ้ายมือ ให้มาอยู่ในรูปทางขวามือ โดยที่ให้จุด A มาอยู่ที่จุดศูนย์กลางของวงกลม ของรูปก่อนใช้คำสั่งซ้ายมือ เมื่อย้ายแล้วจะได้ขวามือ ซึ่งมีวิธีการและลำดับการใช้คำสั่งดังนี้

รูปที่ 3.84 ภาพก่อนและหลังการใช้คำสั่ง Move

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Move

Ribbon bar : Home >

Command Line : M

54 of 56

3.5.2 การหมุนภาพ 2 มิติด้วยคำสั่ง Rotate

คำสั่ง Rotate ใช้สำหรับหมุนภาพ 2 มิติไปในทิศทางหรือมุมที่ต้องการ โดยมีหลักการขั้นแรกเลือกวัตถุที่ต้องการหมุนขั้นต่อไปกำหนดตำแหน่งอ้างอิงสำหรับการหมุนหรือจุดหมุน และกำหนดทิศทางหรือมุมที่ต้องการหมุนภาพ 2 มิติ

ตัวอย่าง ต้องการหมุนภาพ 2 มิติด้านบนของรูปก่อนใช้คำสั่ง โดยใช้จุดกึ่งกลางของเส้นตรง Aเป็นจุดหมุน ให้ได้ภาพ 2 มิติด้านบนของรูปหลังการใช้คำสั่ง ซึ่งมีวิธีการและลำดับการใช้คำสั่งดังนี้

รูปที่ 3.85 ภาพก่อนและหลังการใช้คำสั่ง Rotate

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Rotate

Ribbon bar : Home >

Command Line : RO

55 of 56

3.5.3 การยืดหรือหดภาพ 2 มิติด้วยคำสั่ง Stretch

คำสั่ง Stretch ใช้สำหรับยืดหรือหดภาพ 2 มิติไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ขณะที่ขนาดของภาพ อีกทิศทางหนึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีหลักการ คือ ขั้นแรกเลือกภาพ 2 มิติที่ต้องการยืดหรือหด โดยเลือก ภาพแบบ Crossing Windows ต่อมากำหนดตำแหน่งอ้างอิงของการยืดหรือหด และกำหนดระยะทางหรือเป้า หมายของการยืดหรือหด

ตัวอย่าง ต้องการยืดร่องบริเวณกรอบสี่เหลี่ยม A ก่อนใช้คำสั่ง ให้ยาวออกไปอีก 5 มม. หลังใช้คำสั่ง ซึ่งมีวิธีและลำดับการใช้คำสั่งดังนี้

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Stretch

Ribbon bar : Home >

Command Line : S

รูปที่ 3.86 ภาพก่อนและหลังการใช้คำสั่ง Stretch

56 of 56

3.5.4 การเปลี่ยนแปลงขนาดภาพ 2 มิติด้วยคำสั่ง Scale

คำสั่ง Scale ใช้สำหรับย่อหรือขยายภาพ 2 มิติซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับรูปร่างต้นแบบทุกประการ แต่มีขนาดไม่เท่ากับภาพ 2 มิติต้นแบบ โดยมีหลักการ คือ ขั้นแรกเลือกวัตถุที่ต้องการย่อขยาย ขั้นต่อไปกำหนด ตำแหน่งอ้างอิงสำหรับการย่อขยาย และกำหนดสัดส่วนของการย่อขยายวัตถุ

ตัวอย่าง ต้องการขยายภาพ 2 มิติบริเวณ B ซึ่งคัดลอกมาจากบริเวณ A ที่มีขนาดความโตของรู 12 มม. และมีความยาว 10 มม.โดยให้ตำแหน่ง C เป็นตำแหน่งอ้างอิง ดังรูปก่อนใช้คำสั่ง ให้โตขึ้นเป็น 24 มม. ซึ่งสองเท่าจากภาพ 2 มิติต้นแบบ

รูปที่ 3.87 ภาพก่อนและหลังการใช้คำสั่ง Scale

การเรียกใช้คำสั่ง

Main Menu : Modify > Scale

Ribbon bar : Home >

Command Line : SC