หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
เครื่องมือและเทคโนโลยีทางภูมิศาสตร์
คาบที่ 1
ตัวชี้วัด
ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ (ส 5.1 ม.4-6/1)
ผังสาระการเรียนรู้
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์
แผนที่
รูปถ่ายทางอากาศ
ภาพจากดาวเทียม
จีพีเอส
รีโมตเซนซิง
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
เครื่องมือและเทคโนโลยี
ทางภูมิศาสตร์
1. แผนที่
แผนที่ คือ เครื่องมือที่ให้ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ โดยแสดงข้อมูลบนพื้นราบ ด้วยการย่อส่วนให้เล็กลง และใช้สี เส้น เครื่องหมาย สัญลักษณ์ ทิศทาง และมาตราส่วนที่กำหนดขึ้นมาแทนสิ่งที่ปรากฏอยู่บนผิวโลก
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์
การจำแนกชนิดของแผนที่
การจำแนกตามลักษณะรายละเอียดที่ปรากฏบนแผนที่ แบ่งได้ 2 ชนิด คือ
∙ แผนที่ลายเส้น
แผนที่ซึ่งแสดงรายละเอียดในพื้นที่ด้วยเส้น ซึ่งอาจเป็นเส้นตรง
เส้นโค้ง หรือเส้นใด ๆ ที่ประกอบเป็นรูปแบบต่าง ๆ เช่น แม่น้ำแสดงด้วยเส้นคู่ขนาน อาคารแสดงด้วยเส้นประกอบกันเป็นรูปเหลี่ยม
ตัวอย่างแผนที่ลายเส้นเส้นทางบริเวณอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
คือ แผนที่ที่ทำจากรูปถ่ายทางอากาศของภาพภูมิประเทศทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อนำมาใช้แทนแผนที่หรือเพิ่มเติมแผนที่ให้สมบูรณ์
∙ แผนที่รูปถ่าย
ตัวอย่างแผนที่รูปถ่ายบริเวณอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
ที่มา : The National Research Council Of Thailand
การจำแนก
ตามลักษณะการใช้งาน
แผนที่ทั่วไป
แผนที่แบบราบ
แสดงรายละเอียดบนผิวโลก เฉพาะสัณฐานทางราบ
แผนที่ภูมิประเทศ
แสดงรายละเอียดทางแนวราบและแนวดิ่ง หรือ 3 มิติ
แผนที่เฉพาะเรื่อง
สร้างขึ้นบนแผนที่พื้นฐาน เพื่อแสดงข้อมูลเฉพาะเรื่อง
∙ แผนที่ภูมิประเทศ
เป็นแผนที่ที่ให้รายละเอียดโดยทั่ว ๆ ไปของภูมิประเทศ
ซึ่งได้ข้อมูลมาจากภาพถ่ายทางอากาศและภาพจากดาวเทียม
∙ แผนที่เฉพาะเรื่อง
เป็นแผนที่ที่แสดงข้อมูลเพียงหนึ่งเรื่องหรือสองเรื่องที่สัมพันธ์กัน
เพื่อใช้ในกิจการเฉพาะอย่าง เช่น แผนที่ธรณีวิทยา แผนที่พืชพรรณธรรมชาติ แผนที่การใช้ที่ดิน
การอ่านและการแปลความหมายของแผนที่
การอ่านและการแปลความหมายของแผนที่ จำเป็น
ต้องศึกษารายละเอียดและมีความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ
ที่ปรากฏอยู่ในแผนที่ เรียกว่า องค์ประกอบของแผนที่
องค์ประกอบของแผนที่ หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏ
อยู่บนแผ่นแผนที่ ซึ่งผู้ผลิตแผนที่จัดแสดงไว้เพื่อเป็นเครื่องมือ
ให้ผู้ใช้แผนที่ได้ทราบข่าวสารและรายละเอียดอย่างเพียงพอสำหรับการใช้แผนที่ได้อย่างถูกต้องและสะดวกรวดเร็ว
แผนที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเรียกว่า “ระวาง” ในแผนที่แต่ละระวางมีองค์ประกอบของแผนที่ ดังนี้
องค์ประกอบ
ของแผนที่
เส้นขอบระวาง
องค์ประกอบภายนอกขอบระวาง
องค์ประกอบ
ภายในขอบระวาง
เส้นขอบระวาง
เส้นขอบระวาง
องค์ประกอบ
ภายนอกขอบระวาง
องค์ประกอบ
ภายในขอบระวาง
องค์ประกอบ
ภายในขอบระวาง
องค์ประกอบ
ภายนอกขอบระวาง
ภาพแสดงองค์ประกอบของแผนที่
ค่าละติจูด
ลองจิจูด
ที่มุมเส้นขอบระวาง
เส้นขอบระวาง
เป็นเส้นที่แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ภายในขอบระวาง และพื้นที่ภายนอกขอบระวาง
ตัวอย่างองค์ประกอบของแผนที่
แผนที่ภูมิประเทศอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มาตราส่วน 1 : 50,000 ชุด L7018 ที่มา : กรมแผนที่ทหาร
เส้นขอบระวาง
องค์ประกอบ
ภายในขอบระวาง
องค์ประกอบ
ภายนอกขอบระวาง
1. ชื่อชุดแผนที่และมาตราส่วน
2. ชื่อระวาง
3. หมายเลขประจำระวาง
4. หมายเลขประจำชุด
5. การจัดพิมพ์
6. มาตราส่วนแผนที่
7. ศัพทานุกรม
8. สารบาญ
9. คำอธิบายสัญลักษณ์
10. บันทึก
11. แผนภาพแสดงทิศ
12. หมายเลขประจำแผ่นแผนที่
4
5
3
9
8
1
6
2
7
10
11
12
องค์ประกอบภายนอกขอบระวาง
องค์ประกอบภายในขอบระวาง
สัญลักษณ์ เป็นเครื่องหมายที่คิดขึ้นเพื่อใช้แทนสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนผิวโลก จำแนกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
สัญลักษณ์ที่ใช้แทนลักษณะทางกายภาพ
อาจแสดงด้วยเส้น จุด สี การแรเงาหนาทึบหรือรูปร่างต่าง ๆ
ตัวอย่างสัญลักษณ์ที่ใช้แทนลักษณะทางกายภาพ
ตัวอย่างสัญลักษณ์ที่ใช้แทนลักษณะทางกายภาพ
อาจใช้รูปสี่เหลี่ยม วงกลม และอื่น ๆ ที่สื่อความหมายให้ผู้ใช้แผนที่เข้าใจและจดจำได้โดยง่าย
สัญลักษณ์ที่ใช้แทนลักษณะทางวัฒนธรรม
ตัวอย่างสัญลักษณ์ที่ใช้แทนลักษณะทางวัฒนธรรม
สัญลักษณ์ที่ใช้แทนลักษณะข้อมูลเฉพาะเรื่องหรือข้อมูลพิเศษ
เป็นสัญลักษณ์ที่คิดค้นเพื่อใช้แสดงแทนข้อมูลที่ผู้ผลิตต้องการแสดงเป็นพิเศษ เช่น แผนที่ข้อมูลทางด้านสาธารณสุข แสดงพื้นที่แพร่ระบาดของไข้หวัดนก โดยใช้สัญลักษณ์เป็นรูปสัตว์หรืออื่น ๆ ที่สื่อความหมายให้ผู้ใช้แผนที่เข้าใจและจดจำได้โดยง่าย
สี แผนที่ภูมิประเทศที่พิมพ์สีตามปกติจะมี 4 สี โดยมักเลือกสีให้สอดคล้องกับรายละเอียดที่ใช้สัญลักษณ์นั้นแทน คือ
สีน้ำเงิน ใช้แทนแหล่งน้ำ
สีเขียว ใช้แทนพืชพรรณธรรมชาติ
สีแดงหรือดำ ใช้แทนสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
สีน้ำตาล ใช้แทนเทือกเขาหรือภูมิประเทศ
ชื่อภูมิศาสตร์ แสดงชื่อของสถานที่ที่ปรากฏในแผนที่
ระบบอ้างอิงในการกำหนดตำแหน่ง ได้แก่ เส้นหรือตาราง ที่แสดงไว้ในแผ่นแผนที่เพื่อใช้กำหนดค่าพิกัดของตำแหน่งต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ พิกัดภูมิศาสตร์ และ พิกัดฉาก
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
เครื่องมือและเทคโนโลยีทางภูมิศาสตร์
คาบที่ 2
การคำนวณหาระยะจริงบนพื้นผิวโลกจากแผนที่
ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก(Ground Distance)
มาตราส่วน = 1
75,000
การแบ่งแผนที่ตามมาตราส่วน
1.แผนที่มาตราส่วน 1:100,000 ถ้าวัดระยะทางในแผนที่ได้ 5 ซ.ม อยากทราบว่าระยะทางจริงบนพื้นผิวโลกเป็นกี่กิโลเมตร
1.แผนที่มาตราส่วน 1:100,000 ถ้าวัดระยะทางในแผนที่ได้ 5 ซ.ม อยากทราบว่าระยะทางจริงบนพื้นผิวโลกเป็นกี่กิโลเมตร
วิธีทำ 1
ระยะทางในแผนที่ 1 ซ.ม. = ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก 100,000 ซ.ม.
ระยะทางในแผนที่ 5 ซ.ม. = 5x100,000
= 500,000 ซ.ม.
ระยะ 100,000 ซ.ม. = 1 ก.ม.
ระยะ 500,000 ซ.ม. = 500,000
100,000
= 5 กิโลเมตร
1.แผนที่มาตราส่วน 1:100,000 ถ้าวัดระยะทางในแผนที่ได้ 5 ซ.ม อยากทราบว่าระยะทางจริงบนพื้นผิวโลกเป็นกี่กิโลเมตร
วิธีทำ 2
ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก(Ground Distance)
1 = 5
100,000 ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก
ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก = 5x100,000 ซ.ม.
= 500,000 ซ.ม.
= 5 กิโลเมตร
2.วัดระยะทางในแผนที่มาตรส่วน 1:50,000 ได้ 3.5 เซนติเมตร แสดงว่าระยะทางจริงคือกี่เมตร
2.วัดระยะทางในแผนที่มาตรส่วน 1:50,000 ได้ 3.5 เซนติเมตร แสดงว่าระยะทางจริงคือกี่เมตร
วิธีทำ 1
ระยะทางในแผนที่ 1 ซ.ม. = ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก 50,000 ซ.ม.
ระยะทางในแผนที่ 3.5 ซ.ม. = 3.5x50,000
= 175,000 ซ.ม.
ระยะ 100 ซ.ม. = 1 ม.
ระยะ 175,000 ซ.ม. = 175,000
100
= 1,750 เมตร
2.วัดระยะทางในแผนที่มาตรส่วน 1:50,000 ได้ 3.5 เซนติเมตร แสดงว่าระยะทางจริงคือกี่เมตร
วิธีทำ 2
ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก(Ground Distance)
1 = 3.5
50,000 ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก
ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก = 3.5x50,000 ซ.ม.
= 175,000 ซ.ม.
= 1,750 เมตร
3.แผนที่มาตรส่วน 1:50,000วัดระยะทางจริง ได้ 5.5 กิโลเมตร แสดงว่าระยะทางในแผนที่คือกี่เซนติเมตร
3.แผนที่มาตรส่วน 1:50,000 วัดระยะทางจริงได้ 5.5 กิโลเมตร แสดงว่าระยะทางในแผนที่คือ กี่เซนติเมตร
วิธีทำ 1
ระยะทางจริง 50,000 ซ.ม. = ระยะทางในแผนที่ 1 ซ.ม.
ระยะทางจริง 550,000 ซ.ม. = 550,000
50,000
= 11 ซ.ม.
3.แผนที่มาตรส่วน 1:50,000 วัดระยะทางจริงได้ 5.5 กิโลเมตร แสดงว่าระยะทางในแผนที่คือ กี่เซนติเมตร
วิธีทำ 2
ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก(Ground Distance)
1 = ระยะทางในแผนที่
50,000 5.5x100,000
ระยะทางในแผนที่ = 550,000 ซ.ม.
50,000
= 11 ซ.ม.
4.ระยะทางจริงระหว่างยอดเขา วัดได้ 22.5 กิโลเมตร ถ้าระยะทางในแผนที่วัดได้ 9 เซนติเมตร แผนที่นี้ใช้มาตราส่วนเท่าใด
4.ระยะทางจริงระหว่างยอดเขา วัดได้ 22.5 กิโลเมตร ถ้าระยะทางในแผนที่วัดได้ 9 เซนติเมตร แผนที่นี้ใช้มาตราส่วนเท่าใด
วิธีทำ
ระยะทางในแผนที่ 9 ซ.ม. = ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก 22.5 ก.ม.
= 22.5x100,000 ซ.ม.
= 2,250,000 ซ.ม.
ระยะทางในแผนที่ 1 ซ.ม. = 2,250,000
9
= 250,000 ซ.ม.
แผนที่นี้ใช้มาตราส่วน 1:250,000
4.ระยะทางจริงระหว่างยอดเขา วัดได้ 22.5 กิโลเมตร ถ้าระยะทางในแผนที่วัดได้ 9 เซนติเมตร แผนที่นี้ใช้มาตราส่วนเท่าใด
วิธีทำ 2
ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก(Ground Distance)
1 = 9 ซ.ม.
ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก 22.5x100,000
ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก = 2,250,000 ซ.ม.
9
= 250,000 ซ.ม.
แผนที่นี้ใช้มาตราส่วน 1:250,000
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
เครื่องมือและเทคโนโลยีทางภูมิศาสตร์
คาบที่ 3
การคำนวณหาเวลาโลก
การคำนวณหาเวลาโลก
การคำนวณหาเวลาโลก
การคำนวณหาเวลาโลก
การคำนวณหาเวลาโลก
การคำนวณหาเวลาโลก
ขั้นตอนการคำนวณ
1. หาระยะองศาที่สถานที่ทั้งสองอยู่ห่างกัน
2. นำองศามาคำนวณหาเวลา
3. เปรียบเทียบว่าสถานที่ทั้งสองใครมีเวลาช้า/เร็วกว่ากัน
ประเด็นที่ 1 อุบลราชธานี(105 องศาตะวันออก) เวลา 08.30 น. กาญจนบุรี(97องศาตะวันออก) จะเป็นเวลาใด
ประเด็นที่ 1 อุบลราชธานี(105 องศาตะวันออก) เวลา 08.30 น. กาญจนบุรี(97องศาตะวันออก) จะเป็นเวลาใด
วิธีทํา
อุบลราชธานีกับกาญจนบุรีมีค่าลองจิจูดต่างกัน = 105 - 97 องศา
= 8 องศา
อุบลราชธานีกับกาญจนบุรีจึงมีเวลาต่างกัน = 8 x 4 นาที
= 32 นาที
กาญจนบุรีอยู่โซนเวลาด้านตะวันออกเหมือนอุบลราชธานีแต่มีเวลาช้ากว่าอุบลราชธานี ดังนั้นเวลาในอุบลราชธานี 08.30 น.
กาญจนบุรีจะเป็นเวลา 08.30 - 32 = 07.58 น. วันพุธ
ประเด็นที่ 2 ญี่ปุ่น(135 องศาตะวันออก) เวลา 12.00 น. วันพุธ ประเทศไทยจะเป็นวันอะไร และเวลาใด
ประเด็นที่ 2 ญี่ปุ่น(135 องศาตะวันออก) เวลา 12.00 น. วันพุธ ประเทศไทยจะเป็นวันอะไร และเวลาใด
วิธีทํา
ญี่ปุ่นกับไทยมีค่าลองจิจูดต่างกัน = 135 -105 องศา (30 องศา)
ญี่ปุ่นกับไทยจึงมีเวลาต่างกัน = 30 x 4 นาที
= 120 นาที หรือ 2 ชั่วโมง
ไทยอยู่โซนเวลาด้านตะวันออกเหมือนญี่ปุ่นแต่มีเวลาช้ากว่าญี่ปุ่น
ดังนั้นเวลาในญี่ปุ่น 12.00 น. วันพุธ
ประเทศไทยจะเป็นเวลา 12.00 - 2 = 10.00 น. วันพุธ
ประเด็นที่ 3 อินเดีย(75 องศาตะวันออก) เวลา 23.00 น. วันศุกร์ ประเทศไทยจะเป็นวันอะไร และเวลาใด
ประเด็นที่ 3 อินเดีย(75 องศาตะวันออก) เวลา 23.00 น. วันศุกร์ ประเทศไทยจะเป็นวันอะไร และเวลาใด
วิธีทํา
อินเดียกับไทยมีค่าลองจิจูดต่างกัน = 105 -75 องศา (30 องศา)
อินเดียกับไทยจึงมีเวลาต่างกัน = 30 x 4 นาที
= 120 นาที หรือ 2 ชั่วโมง
ไทยอยู่โซนเวลาด้านตะวันออกเหมือนอินเดียแต่มีเวลาเร็วกว่าอินเดีย
ดังนั้นเวลาในอินเดีย 23.00 น. วันศุกร์
ประเทศไทยจะเป็นเวลา 23.00 + 2 = 01.00 น. วันเสาร์
ประเด็นที่ 4 จีน(120 องศาตะวันออก) เวลา 03.00 น. วันอาทิตย์ อยากทราบว่าสหรัฐอเมริกา(75 องศาตะวันตก) จะเป็นวันอะไร และเวลาใด
วิธีทํา
จีนกับสหรัฐอเมริกามีค่าลองจิจูดต่างกัน = 120+75 องศา (195 องศา) จีนกับสหรัฐอเมริกาจึงมีเวลาต่างกัน = 195 x 4 นาที
= 780 นาที หรือ 13 ชั่วโมง
สหรัฐอเมริกาอยู่โซนเวลาด้านตะวันตกมีเวลาช้ากว่าจีนที่อยู่ตะวันออก
ดังนั้นเวลาในจีน 03.00 น. วันอาทิตย์
สหรัฐอเมริกาจะเป็นเวลา 03.00 - 13 = 14.00 น. วันเสาร์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
เครื่องมือและเทคโนโลยีทางภูมิศาสตร์
คาบที่ 4
2. รูปถ่ายทางอากาศ
รูปถ่ายทางอากาศ หมายถึง ภาพที่เกิดจากการถ่ายภาพในระยะไกล โดยใช้เครื่องบินในการถ่ายภาพเป็นหลัก แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของข้อมูลในพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง
ตัวอย่างรูปถ่ายทางอากาศในเขตกรุงเทพมหานคร บริเวณเขตบางเขน
ที่มา : กรมแผนที่ทหาร
ประเภทของรูปถ่ายทางอากาศ
แบ่งออกได้ 2 ประเภท ดังนี้
รูปถ่ายดิ่ง หมายถึง ภาพที่ถ่ายโดยให้แกนกล้องอยู่ในแนวดิ่ง
ตัวอย่างรูปถ่ายทางอากาศประเภทรูปถ่ายดิ่ง ในเขตกรุงเทพมหานคร
บริเวณเขตบางเขน ที่มา : กรมแผนที่ทหาร
รูปถ่ายเฉียง หมายถึง ภาพที่ถ่ายโดยให้แกนกล้องเอียงจากแนวดิ่ง
รูปถ่ายทางอากาศในเขตกรุงเทพมหานคร ประเภทรูปถ่ายเฉียงสูง
บริเวณเขตพระนคร (ซ้าย) และประเภทรูปถ่ายเฉียงต่ำ บริเวณสวนลุมพินี (ขวา)
ที่มา : สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร
3. ภาพจากดาวเทียม
ภาพจากดาวเทียม หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลพื้นผิวโลก ซึ่งเกิดจากการถ่ายภาพในระยะไกล เพื่อการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การสื่อสารและเทคโนโลยีต่าง ๆ
ดาวเทียมดวงแรกที่ประเทศไทย
ใช้เพื่อการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ
มีชื่อว่า ดาวเทียมธีออส
ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล
ไทยและรัฐบาลฝรั่งเศส
ตัวอย่างภาพจากดาวเทียม LANDSAT-5TM บริเวณภาคตะวันออก
ของประเทศไทย ที่มา : GISTDA
ประโยชน์ของภาพจากดาวเทียม
ประโยชน์ของภาพจากดาวเทียม
ใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และภูมิประเทศ เช่น ภาพความเสียหาย
ที่เกิดจากพายุ
ช่วยให้เห็นที่ตั้งและขอบเขตของสถานที่และลักษณะทางธรรมชาติครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างและชัดเจน
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกตลอดเวลา เช่น การเคลื่อนที่ของพายุ
ช่วยในการวางแผนและกำหนดแนวทางแก้ปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์อื่น ๆ �Compass
Globe
Planimeter
Stereoscope
Barometer
Thermometer
Psychrometer
Hygrometer
Aerovane
Rain Gauge
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ หมายถึง สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโลกด้วยเทคนิควิธีการสมัยใหม่ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งข้อมูล การบูรณาการ การวิเคราะห์ การจัดการ และการตีความข้อมูลเชิงพื้นที่
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หมายถึง เครื่องมือทางภูมิศาสตร์
ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยในการนำเข้าข้อมูล จัดเก็บ วิเคราะห์
และแสดงผลการวิเคราะห์ รวมทั้งสามารถค้นคว้าเพื่อดัดแปลงแก้ไข
และนำเสนอข้อมูล เพื่อให้เห็นมิติและความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ของข้อมูล
และนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการบริหารจัดการและด้านการวางแผนกำหนดนโยบายต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์(GIS)
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ มีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 5 ส่วน ดังนี้
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ข้อดีของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ข้อดีของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ระบบการจัดเก็บข้อมูลมีความสามารถในการเก็บข้อมูลต่างๆ
ไว้ในชุดเดียวกันได้
สามารถสร้างข้อมูลเชิงพื้นที่
เมื่อแสดงขั้นตอน
การวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูล
มีความรวดเร็ว
สามารถปรับปรุงแก้ไขข้อมูลได้ง่ายทำให้ข้อมูลมีความทันสมัยสะดวก
สามารถนำข้อมูล
ประเภทต่างๆ
มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน
ประโยชน์ของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในด้าน
การบริหารจัดการและการวางแผนกำหนดนโยบายอย่างกว้างขวาง
ด้านการบริหารจัดการ มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพื้นที่ เนื่องจากใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศ ทำให้สามารถทำการวิเคราะห์หาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสำหรับการทำกิจกรรมและการไม่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคนิค GIS/RS เพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดแผ่นดินถล่ม บริเวณทิวเขาเหนือหมู่บ้านน้ำก้อ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
ที่มา : ศูนย์วิจัยสารสนเทศเพื่อประเทศไทย (GISTHAI)
ด้านการวางแผนกำหนดนโยบาย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนา
พื้นที่ เนื่องจากการใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศ สามารถนำเสนอ
ข้อมูลได้ในรูปของการบูรณาการร่วมกันระหว่างข้อมูลทางด้านลักษณะสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและข้อมูลทางด้านสิ่งแวดล้อมทางสังคม
ทำให้เกิดการวางแผนตัดสินใจและกำหนดนโยบายแบบองค์รวม
โดยครอบคลุมพื้นที่และปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาและการแก้ไข
ปัญหาในพื้นที่
รีโมตเซนซิง หมายถึง การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุ
หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ โดยไม่มีการสัมผัสวัตถุนั้น และเป็นการ
บันทึกข้อมูลจากการสะท้อนแสงหรือการแผ่รังสีพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า
โดยเครื่องวัดหรืออุปกรณ์บันทึกที่ติดอยู่กับยานสำรวจ
2. รีโมตเซนซิงหรือการสำรวจข้อมูลระยะไกล(RS)
รายงาน
ผลการวิเคราะห์
กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล
• สายตา
• เครื่องคอมพิวเตอร์
หลักการทำงานของรีโมตเซนซิง
ดวงอาทิตย์
วัตถุหรือสิ่งต่างๆ บนพื้นโลก
ดาวเทียม
ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม
• รูปแบบเชิงอนุมาน
• รูปแบบเชิงตัวเลข
การสะท้อนแสงของวัตถุ
แสงอาทิตย์
ชั้นบรรยากาศ
กระบวนการได้รับข้อมูล
เครื่องกำหนดค่าพิกัด
เทคโนโลยีที่ใช้กำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกโดยอาศัยดาวเทียม
สถานีภาคพื้นดิน และเครื่องรับจีพีเอส โดยเครื่องรับจีพีเอสจะรับสัญญาณ
จากดาวเทียม เพื่อใช้ในการนำทางและติดตาม
3. ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกหรือจีพีเอส (GPS)