1 of 43

สัญญาค้ำประกัน สัญาจำนอง สัญญาจำนำ

Commercial Laws

20001-1005

6

กฎหมายพาณิชย์

2 of 43

1.ความหมายและลักษณะของสัญญาค้ำประกัน

ลักษณะสัญญาค้ำประกัน

  • สัญญาที่จะต้องมีบุคคล 3 ฝ่าย คือ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ค้ำประกัน
  • ต้องมีหนี้ประธานที่สมบูรณ์
  • เป็นสัญญาค้ำประกันจะต้องรับผิดต่อหนี้โดยตรง
  • เป็นการประกันหนี้ด้วยบุคคล
  • เป็นสัญญาที่จะต้องมีหลักฐานลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ

3 of 43

2.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข

วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสอง บัญญัติว่า “อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น

ถ้ามิได้มีหลักฐ,นเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ

ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ”

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 144-145

4 of 43

3.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข

การค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข

  • หนี้ในอนาคต หมายถึง หนี้ที่ยังไม่เกิดขึ้นในปัจจจุบน แต่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต และหนี้นั้นจะเกิดขึ้น

หรือไม่เป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอน แต่เพื่อการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ในวันข้างหน้าต่อเจ้าหน้าที่

เจ้าหนี้ก็สามารถเรียกให้มีการประกันไว้ล่วงหน้าก็ได้

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 145

5 of 43

3.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข

ข้อความที่ห้ามตกลงในสัญญาค้ำประกัน

  • 1.ข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วม หรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม

ข้อตกลงเป็นโมฆะ (มาตรา 681/1) เพราะการเป็นลูกหนี้ร่วมจะทำให้เจ้าหนี้สามารถทวงถามให้ผู้ค้ำ

ประกันชำระหนี้ได้ทันทีเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ

  • 2.ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชอบแม้หนี้ที่ค้ำประกันจะเป็นหนี้ที่ไม่สมบูรณ์ ข้อตกลงเป็นโมฆะ

(มาตรา 685/1 ประกอบมาตรา 681 วรรคหนึ่ง)

  • 3.ในกรณีค้ำประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้ที่มีเงื่อนไข จะระบุ

3.1 วัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ทีมีการค้ำประกัน

3.2 ลักษณะของมูลหนี้ และจำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 145

6 of 43

3.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข

ข้อความที่ห้ามตกลงในสัญญาค้ำประกัน

  • 1.ข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วม หรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม

ข้อตกลงเป็นโมฆะ (มาตรา 681/1) เพราะการเป็นลูกหนี้ร่วมจะทำให้เจ้าหนี้สามารถทวงถามให้ผู้ค้ำ

ประกันชำระหนี้ได้ทันทีเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ

  • 2.ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชอบแม้หนี้ที่ค้ำประกันจะเป็นหนี้ที่ไม่สมบูรณ์ ข้อตกลงเป็นโมฆะ

(มาตรา 685/1 ประกอบมาตรา 681 วรรคหนึ่ง)

  • 3.ในกรณีค้ำประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้ที่มีเงื่อนไข จะระบุ

3.1 วัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ทีมีการค้ำประกัน

3.2 ลักษณะของมูลหนี้ และจำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน

3.3 ระยะเวลาในการก่อนหนี้ที่มีการค้ำประกัน

  • 4.สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำย่อมรับผิด
  • 5.ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันรับผิดต่อเจ้าหนี้เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้โดยเจ้าหนี้ไม่ต้องมีหนังสือบอก

7 of 43

3.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข

ไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด ข้อตกลงเป็นโมฆะ (มาตรา 691)

  • 7.ข้อ่ตกลงห้ามผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้ทั้งหลาย ซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ ข้อตกลงเป็นโมฆะ
  • 8.ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันยังคงต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้แม้ว่าหนี้ของลูกหนี้จะระงับสิ้นไป ไม่ว่าเหตุผลใด ข้อตกลงเป็นโมฆะ
  • 9.ข้อตกลงห้ามผู้ค้ำประกันบอกเลิกการค้ำประกันเพื่อคราวอันเป็นอนาคตในกิจการที่เนื่องกันไปหลายคราวไม่มีจำกัดเวลาเป็นคุณแก่เจ้าหนี้ ข้อตกลงเป็นโมฆะ

8 of 43

ผู้รับเรือน ผู้ค้ำประกันหลายคน และความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน

ผู้รับเรือน และผู้ค้ำประกันหลายคน

  • ผู้รับเรือน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ”ทานว่าบุคคลจะนยอม

เข้าเป็นผู้รับเรือน คือ เป็นประกันของผู้ค้ำประกันอีกหนึ่งก็เป็นได้” ผู้รับเรือน หมายถึง ผู้ค้ำประกันของ

ผู้ค้ำประกัน ดังนั้น ถ้าผู้ค้ำประกันไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องให้รับเรือนชำระหนี้แทนผู้ค้ำประกันได้

9 of 43

ผู้รับเรือน ผู้ค้ำประกันหลายคน และความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน

ผู้รับเรือน และผู้ค้ำประกันหลายคน

  • ผู้ค้ำประกันหลายคน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสอง บัญญัติว่า ”ทานว่าบุคคลจะยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันไซร์ ท่านผู้ค้ำประกันเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันถึงแม้ว่าจะมิได้เข้ารับค้ำประกันรวมกัน”

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 147

10 of 43

ผู้รับเรือน ผู้ค้ำประกันหลายคน และความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน

การค้ำประกันโดยไม่จำกันความรับผิดชอบ

การค้ำประกอันในลักษณะนี้ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดใช้หนี้ทุกอย่างที่ลูกหนี้ค้างชำระต่อเจ้าหนี้ อันได้แก่ เงินต้น ดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน ค่าภาระติดพันอันเป็นหนี้แห่งหนี้รายวัน

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 149

การค้ำประกันแบบจำกัดความรับผิด

กฎหมายไม่ได้มีการกำหนดในเรื่องการจำกัดความรับผิดของผู้ค้ำประกันไว้โดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ค้ำ

ประกันจึงรับผิดไม่เกินความรับผิดของลูกหนี้ นอกจากนี้ผู้ค้ำประกันยังอาจจะกำหนดข้อจำกัดความรับผิดไว้ใน

สัญญาค้ำประกันก็ได้

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 150

11 of 43

ผู้รับเรือน ผู้ค้ำประกันหลายคน และความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน

การค้ำประกันแบบจำกัดความรับผิด

กฎหมายไม่ได้มีการกำหนดในเรื่องการจำกัดความรับผิดของผู้ค้ำประกันไว้โดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ค้ำ

ประกันจึงรับผิดไม่เกินความรับผิดของลูกหนี้ นอกจากนี้ผู้ค้ำประกันยังอาจจะกำหนดข้อความจำกัดความ

รับผิดไว้ในสัญญาค้ำประกันก็ได้

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 150

กรณีบังคับชำระหนี้จากผู้ค้ำประกันได้ไม่ครบ

กรณีนี้ย่อมเป็นปัญหาต่อเจ้าหนี้ว่าเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้เท่าที่ไม่ครบจำนวนหนี้นั้น หรือเจ้าหนี้ยัง

มีสิทธิที่จะได้รับในส่วนที่เหลือจากหนี้อีก ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 150

12 of 43

4.ผลก่อนการชำระหนี้

ผู้ค้ำประกันขอให้เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้จากลูกหนี้ก่อน

เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เจ้าหนี้เรียกลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนก็ได้ เว้นแต่ว่าลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่ที่ไหนหาตัวไม่พบ

การที่ลูกหนี้ได้ตกเป็นคนล้มละลายแล้วนั้นเจ้าหนี้ย่อมจะบังคับชำระหนี้เอากับลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลายนั้นไม่ได้ เพราะบุคคลล้มละลายไม่มีสิทธิที่จะจัดการทรัพย์สินของต้น ทรัพย์สินทุกอย่างของลูกหนี้จะต้องตกอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมายล้มละลาย

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 152

สิทธิของเจ้าหนี่ในการเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้

เจ้าหนี้จะมีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้ต่อเมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ และเจ้าหนี้ได้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนหนังสือบอกล่าวไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้

13 of 43

4.ผลก่อนการชำระหนี้

ผู้ค้ำประกันขอให้เจ้าหนี้บังคับเอาทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อนได้

ในข้อนี้เป็นเรื่องต่อเนื่องมาจากหัวข้อที่แล้ว กล่าวคือ เมื่อเข้าหนี้เรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แล้วผู้ค้ำประกันได้บ่ายเบี่ยงให้เจ้าหนี้ไปบังคับเอากับลูกหนี้ก่อน และเมื่อเจ้าหนี้ได้ทำการบังคับเอากับลูกหนี้ก่อน และเมื่อเจ้าหนี้ได้ทำการบังคับชำระหนี้ตามคำบ่ายเบี่ยงของผู้ค้ำประกันแล้วยังไม่ได้รับชำระหนี้ครบถ้วน เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิที่จะกลับมาบังคับชำระหนี้เอาจากผู้ประกันได้อีก และกฎหมายก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ค้ำประกันสามารถบ่ายเบี่ยงได้อีกโดยการให้เจ้าหนี้ไปบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 152

14 of 43

4.ผลก่อนการชำระหนี้

กรณีที่เจ้าหนี้มีทรัพย์สินของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกัน

ในกรณีที่เจ้าหนี้มีทรัพย์สินของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกัน เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอเจ้าหนี้จตะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน และถ้าบังคับชำระเอาจากทรัพย์สินนั้นไม่พอ ผู้ค้ำประกันยังต้องรับผิดในส่วนที่ขาดอยู่

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 154

15 of 43

4. ผลก่อนการชำระหนี้

อายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกัน

การที่กฎหมายต้องมีการกำหนดอายุความนั้น เพื่อประโชยน์แก่ลูกหนี่ในกรณีที่เจ้าหนี้ไม่ฟ้องภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายวกำหนดไว้ก็เป็นอันขาดอายุความ เมื่ออายุความในการฟ้งคดีขาดลง เจ้าหนี้ก็ย่อมที่จะไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากลูกหนี้อีก เพราะถ้ากฎหมายไม่มีการกำหนดอายุความในการฟ้องคดีไว้ เจ้าหนี้อาจไม่ใส่ใจที่จะมีการดำเนินการฟ้องร้อง ปล่อยให้เวลาในการฟ้องเนิ่นนานผ่านไป และลูกหนี้ก็ยังคงต้องรับผิดใน

หนี้นั้นตลาดไปอย่างไม่รู้จบ ยอ่มไม่เกิดผลดีแก่ลูกหนี้แน่นอน

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 154

16 of 43

4.ผลภายหลังชำระหนี้

ผู้ค้ำประกันมีสิทธิไล่เบี้ยจากลูกหนี้

เมื่อผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้แทนลูกหนี้แล้ว ผู้ค้ำประกันย่อมมีสิทมธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ในสิ่งเหล่านี้

  • 5.1.1 เงินต้น
  • 5.1.2 ดอกเบี้ย
  • 5.1.3 การที่ต้องสูญหาย หรือเสียหายไปอย่างใด ๆ เพราะการค้ำประกันนั้น

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 154

17 of 43

5.ผลภายหลังชำระหนี้

ผู้ค้ำประกันมีสิทธิได้รับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้

ผู้ค้ำประกันนอกจากจะมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ผู้ค้ำประกันยังมีสิทธิที่จะรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ที่มี่ต่อลูกลูกหนี้ด้วย ผู้ค้ำประกันจึงมีสทิธิที่จะเรียกร้องต่าง ๆ เอาจากลูกหนี้ได้เช่นเดียว

กับที่เจ้าหนี้ แต่ถ้ามีเหตุที่เจ้าหนี้ได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันไม่สามารถเข้ารับช่วงสิทธิดังกล่าวได้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเท่าที่ตนต้องเสียงหายเพราะการนั้น

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 155-156

18 of 43

5.ผลภายหลังชำระหนี้

ผู้ค้ำประกันมีสิทธิที่จะยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ได้

นอกจากข้อต่อสู้ที่ผุ้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ด้วยก็ได้ จึงเห็นได้ว่าข้อต่อสู้ใด ๆ ที่ลูกหนี้สามารถยกขึ้นต่อสู้กับเจ้าหนี้ได้ ผู้ค้ำประกันก็ย่อมสามารถยกข้อต่อสู้นั้นต่อสู้กับเจ้าหนี้ได้เช่นกัน ส่วนข้อต่อสู้ที่ผู้ค้ำประกันมีต่อเจข้าหนี้นั้น ผู้ค้ำประกันย่อมยกขึ้นต่อสู้ได้อยู่แล้ว

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 155

19 of 43

5.ผลภายหลังชำระหนี้

ผู้ค้ำประกันเสียสิทธิไล่เบี้ยจากลูกหนี้

  • ผู้ค้ำประกันละเลยไม่ยกต่อสู้ของลูกหนี้ขึ้นต่อสู้เจ้าหนสี้ ผู้ค้ำประกันย่อมเสียสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาแก่ลูกหนี้เท่าที่ไม่ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่ได้รู้ว่ามีข้อต่อสู้เช่นนั้น และการที่ไม่รู้นั้นไม่ได้เป็นความผิดของตน
  • ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ไปโดยไม่ได้บอกกล่าวลูกหนี้ และลูกหนี้ไม่รู้จึงได้ชำระหนี้ซำอีก

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 156

20 of 43

6.ความระงับแห่งสัญญาค้ำประกัน

เมื่อบอกเลิกสัญญาค้ำประกัน

  • โดยปกติสัญญาค้ำประกันเมื่อได้ทำขึ้นแล้วไม่สามารถบอกเลิกได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ แต่ถ้าเป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการที่ต่อเนื่องกันไปหลายคราวโดยไม่มีจำกัดเวลาโดยเป็นคุณแก่เจ้าหนี้ ผู้ค้ำประกันจะบอกเลิกสัญญาค้ำประกันสำหรับหนี้ในอนาคตซึ่งยังไม่เกิดได้ ส่วนหนี้ที่ได้เกิดขึ้นไปแล้วก่อนที่จะมีการบอกเลิก ผู้ค้ำประกันยังคงต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันนั้นอยู่

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 158

21 of 43

6.ความระงับแห่งสัญญาค้ำประกัน

เมื่อผู้ค้ำประกันขอชำระหนี้ แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้

  • เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระแล้วถึงแม้ว่าลูกหนี้ยังไม่ผิดนัด หรือเจ้าหนี้ยังไม่เรียกให้ลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันก็มีสิทธิที่จะขอชำระต่อเจ้าหนี้ก่อนก็ได้ เพื่อตัดปัญญหาภาระของผุ้ค้ำประกันที่มีอยู่กับเจ้าหนี้ และเพื่อเป็นการที่ผู้ค้ำประกันจะได้ใช้สิทธิในการไล่เบี้ยเอากับลูกหนี้ในภายหลัง เมื่อผู้ค้ำประกันขอชำระหนี้แล้ว แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้นั้น เพราะการที่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้นั้นเป็นการทำให้ผู้ค้ำประกันเสียประโยชน์ในการที่จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ไม่ได้

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 159

22 of 43

7.ความหมาย และลักษณะของสัญญาจำนอง

ลักษณะสำคัญของสัญญาจำนอง

  • 7.1 เป็นสัญญาที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป คือ ผู้รับจำนอง และผู้จำนอง
  • 7.2 ต้องมีหนี้ประธานที่สมบูรณ์ เนื่องจากสัญญาจำนวนเป็นหนี้อุปกรณ์
  • 7.3 เป็นสัญญาที่ประกันหนี้ด้วยทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์
  • 7.4 เป็นสัญญาที่ผู้จำนองได้นำทรัพย์สินที่จำนองไปตราไว้ โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่จำนองให้แก่เจ้าหนี้ผู้รับจำนอง
  • 7.5 หนี้จำนองจัดว่าเป็นหนี้บุริมสิทธิ เจ้าหนี้ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สิน

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 160

23 of 43

7.ความหมาย และลักษณะของสัญญาจำนอง

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 160

24 of 43

8.ทรัพย์สินที่นำมาจำนอง

  • 8.1 อสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็สามารถจำนองได้
  • 8.2 อสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายไว้แล้ว ได้แก่
    • 8.2.1 เรือมีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป
    • 8.2.2 แพที่เป็นที่อยู่อาศัย
    • 8.2.3 สัตว์พาหนะที่มีตั๋วรูปพรรณแล้ว
  • 8.3 สังหาริมทรัพย์อื่น ๆ

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 160

25 of 43

9.แบบของสัญญาจำนอง

สัญญาจำนองนั้นจะต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด คือ ต้องทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ถ้าไม่ทำย่อมมีผลเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152 ที่บัญญัติว่า

การใดมิได้ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายบังคับไว้ การนั้นเป็นโมฆะ”

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 162

26 of 43

10.หลักเกณฑ์การทำสัญญาจำนอง

การทำสัญญาจำนองมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญดังนี้

10.1 ระบุทรัพย์สิน และจำนวนเงินที่จำนอง

10.2 ผู้จำนองจะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่จำนอง

10.3 การจำนองต้องทำเพื่อประกันหนี้ที่สมบูรณ์

10.4 ผู้จำนองจะจำนองทรัพย์สินของตนเพื่อประกันหนี้ของบุคคลอื่นก็ได้

10.5 การจำนองทรัพย์หลายสิ่งเพื่อประกันหนี้รายเดียว

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 163-165

27 of 43

10.หลักเกณฑ์การทำสัญญาจำนอง

การทำสัญญาจำนองมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญดังนี้

10.6 การจำนองทรัพย์สิ่งเดียวประกันหนี้หลายราย

10.7 ข้อตกลงทีฝ่าฝืนการบังคับจำนองก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระย่อมไม่สมบูรณ์

10.8 ผู้จำนองชำระหนี้ล้างจำนองเป็นงวด ๆ ได้

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 166-167

28 of 43

11.สิทธิจำนองครอบเพียงใด

สิทธิจำนองครอบเพียงใด จะแยกพิจารณาได้

11.1 ทรัพย์สินที่จำนองย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้

1) หนี้ประธาน 2) ดอกเบี้ย 3) ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ 4) ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนอง

11.2 จำนองย่อมครอบไปถึงบรรดาทรัพย์สินซึ่งจำนองทั้งหมดทุกสิ่ง แม้มีการชำระบางส่วนแล้ว

11.3 แม้ทรัพย์สินที่จำนองจะแบ่งเป็นหลายส่วน จำนองก็ยังคงครอบถึงสิ่งนั้นทั้งหมด

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 167-168

29 of 43

11.สิทธิจำนองครอบเพียงใด

สิทธิจำนองครอบเพียงใด จะแยกพิจารณาได้

11.4 จำนองย่อมครอบไปถึงทรัพย์ทั้งปวงอันติดพันอยู่กับทรัพย์สินซึ่งจำนอง แต่อยู่ภายในบังคับ 3 กรณี

11.4.1 จำนองทิ่ดิน

11.4.2 จำนองเรือนโรง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น

11.4.3 จำนองไม่ครอบไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินซึ่งจำนอง

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 168-169

30 of 43

12.สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนอง และผู้จำนอง

ผู้รับจำนอง และผู้จำนองย่อมมีสิทธิและหน้าที่ต่อไปนี้

12.1 สินทรัพย์ได้จำนองแล้ว

12.2 ทรัพย์สินที่จำนองบุบสลาย

12.3 ผู้จำนองทรัพย์สินไว้เพื่อประกันหนี้

12.4 บุคคลสองคนหรือกว่านั้นต่างได้จำนองหนี้สิน

12.5 บุคคลหลายคนต่างได้จำนวนทรัพย์สินของตน

12.6 บุคคลจำนองทรัพย์สินเพื่อประกันหนี้ซึ่งบุคคลอื่นต้องชำระ

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 170

31 of 43

13.การบังคับจำนอง

การบังคับจำนอง พิจารณาดังนี้

13.1 วิธีการบังคับจำนอง

13.2 ผลของการบังคับจำนอง

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 172-174

32 of 43

14.กรณีมีผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง

กรณีมีผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ทำให้เกิดสิทธิ์และหน้าที่ดังนี้

  1. เมื่อผู้รับจำนองต้องการบังคับจำนองแก่ผู้รับโอน ผู้รับจำนองต้องมีจดหมายบอกกล่าวแก่ผู้รับโอนล่งหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน จึงจะบังคับจำนองได้
  2. ผู้รับโอนจะไถ่ถอนจำนองเมื่อใดก็ได้ แต่ถ้าผู้รับจำนองได้บอกกล่าวว่าต้องการบังคับจำนอง ผู้รับโอนจะต้องไถ่ถอนจำนองภายใน 60 วัน

​

33 of 43

15.ความระงับแห่งสัญญาจำนอง

ความระงับแห่งสัญญาจำนอง ระงับลงได้ด้วยเหตุดังนี้

15.1 เมื่อหนี้เป็นประกันระงับสิ้นได้วยเหตุอื่นที่ไม่ใช่เหตุอายุความ

15.2 เมื่อปลดจำนองให้แก่ผู้จำนองด้วยหนังสือเป็นสำคัญ

15.3 เมื่อผู้จำนองหลุดพ้น

15.4 เมื่อถอนจำนอง

15.5 เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนอง

15.6 เมื่อเอาทรัพย์สินที่จำนองนั้นหลุด

​

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 176

34 of 43

16.ความหมายและลักษณะของสัญญาจำนำ

สัญญาจำนำมีลักษณะดังนี้

16.1 เป็นสัญญาที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป

16.2 ต้องมีหนี้ประธานสมบูรณ์

16.3 เป็นสัญญาที่ประกันหนี้ด้วยทรัพย์ประเภทสังหาริมทรัพย์

16.4 เป็นสัญญาที่ผู้จำนำจะต้องส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำให้แก่ผู้รับจำนำ

16.5 หนี้จำนำจัดว่าเป็นหนี้บุริมสิทธิ

​

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 178-179

35 of 43

17.ขอบเขตของสัญญาจำนำ

ขอบเขตสัญญาจำนำมีลักษณะดังนี้

17.1 ดอกเบี้ย

17.2 ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้

17.3 ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนำ

17.4 ค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาทรัพย์สินซึ่งจำนำ

17.5 ค่าสินไหมทดแทน

36 of 43

18.วิธีการทำสัญญาจำนำ

วิธีการทำสัญญาจำนำแยกดังนี้

18.1 การจำนำสิทธิซึ่งมีตราสาร

18.2 การจำนำตราสารชนิดออกให้แก่บุคคลเพื่อเขาสั่ง

18.3 การจำนำตราสารชนิดออกให้แก่บุคคลโดยนามและห้ามโอนด้วยการสลักหลัง

18.4 การจำนำใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อ

​

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 181

37 of 43

19.สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนำ และผู้จำนำ

ผู้รับจำนำ และผู้จำนำย่อมมีสิทธิและหน้าที่ต่อกัน ดังนี้

19.1 ผู้รับจำนำสิทธิที่จะยึดของจำนำไว้ทั้งหมด

19.2 ผู้รัยจตำนำมีหน้าที่ต้องสงวนและรักษาทรัพย์สินที่จำนำ

19.3 ผู้รับจำนำต้องรับผิดเมื่อทรัพยสินที่จำนำนั้นสูญหาย หรือบุบสลาย

19.4 ผู้รับจำนำมีสิทธิจัดสรรดอกผลนิตินัยอันเกิดจากทรัพย์สินที่นำมาชำระหนี้

19.5 ผู้รับจำนำมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาทรัพย์สินที่จำนำ

19.6 ผู้จำนำมีสิทธิฟ้องคดีได้ภายในอายุความ 6 เดือน

19.7 คู่สัญญาจำนำจะตกลงให้บุคคบภายนอกเป็นผู้เก็บรักษาทรัพย์สินที่จำนำไว้ก็ได้

38 of 43

20.การบังคับจำนำ

การบังคับจำนำต้องมีวิธีการดังต่อไปนี้

20.1 ผู้รับจำนำต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือหรือจดหมายไปยังลูกหนี้

20.2 ถ้าลูกหนี้ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนำมีสิทธิที่จะเอาทรัพย์จำนำออกขายได้ แต่ต้องขายทอดตลาด

20.3 ผู้รับจำนำต้องมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้จำนำ บอกเวลาและสถานที่ซึ่งจะขายทอดตลาดนั้นด้วย

20.4 ถ้าผู้รับจำนำไม่สามารถบอกกล่าวก่อนได้ ผู้รับจำนำจะเอาทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด เมื่อหนี้

ค้างชำระมาล่วงเวลาหนึ่งเดือนก็ทำได้

20.5 การจำนำตั่วเงิน ให้ผู้รับจำนำเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินในวันถึงกำหนด โดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อนก็ได้

20.6 เมื่อบังคับจำนำได้เงินจำนวนสุทธิเท่าใด ผู้รับจำนำต้องจัดสรรชำระหนี้และอุปกรณ์เพื่อให้เสร็จสิ้นไป

20.7 ถ้าจำนำทรัพย์สินหลายสิ่งเพื่อประกันหนี้รายเดียว

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 183

39 of 43

21.ความระงับแห่งสัญญาจำนำ

สัญญาจำนำย่อมระงับลงได้ด้วยเหตุดังต่อไปนี้

21.1 เมื่อหนี้ซึ่งจำนำเป็นประกันอยู่นั้นระงับสิ้นไป

21.2 เมื่อผู้รับจำนองยอมให้ทรัพย์สินที่จำนำกลับคืนไปสู่ความครอบครองของผู้จำนำ

​

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 184

40 of 43

22.การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ

ผู้รับจำนำ หมายถึง ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ

ทรัพย์จำนำ หมายถึง สิ่งของที่รับจำนำ

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 184

41 of 43

22.การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ

การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำมีสาระดังนี้

22.1 ห้ามไม่ให้ผู้ใดตั้งโรงรับจำนำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามกฏหมาย

22.2 ผู้ขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี

22.3 รับจำนำสิ่งของเป็นประกันหนี้เงินกู้เป็นปกติธุระแต่ละรายมีจำนวนไม่เกิน 100,000 บาท

22.4 ห้ามผู้รับจำนำกระทำการดังต่อไปนี้

22.4.1 รับจำนำหรือให้ไถ่ทรัพย์จำนำในระหว่างเวลาตั้งแต่ 18.00-08.00 น.

22.4.2 รับจำนำสิ่งของจากพระภิกษุสามเณรหรือเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

22.4.3 รับจำนำสิ่งของที่เห็นได้ว่าเป็นของใช้ในราชการ หรือสิ่งของที่ได้รับแจ้งจากพนักงานว่า

เป็นของหาย

​

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 184

42 of 43

22.การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ

การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำมีสาระดังนี้

22.4.4 นำทรัพย์จำนำออกนอกโรงรับจำนำ เว้นแต่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

22.4.5 ประกอบกิจซึ่งไม่เกี่ยวกับการรับจำนำ หรือการขายทรัพย์จำนำที่หลุดเป็นสิทธิแล้วในบริเวณโรงรับจำนำ

22.5 ในการรับจำนำผู้รับจำนำต้องจัดแจ้งรายการเกี่ยวกับบัตรประชาชนของผู้จำนำไว้ให้ชัดแจ้ง

ในต้นขั้วของตั๋วรับจำนำด้วย

22.6 ในกรณีมีเหตุควรสงสัยว่าสิ่งของที่มีผุ้จำนำมาจำนำเป็นสิ่งของที่มีผุ้ได้มาโดยการกระทำผิด

ให้ผุ้รับจำนำแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจท้องที่ทันที

22.7 เมื่อมีการรับจำนำ ให้ผู้รับำจำนำออกตั้วรับจำนำให้แก่ผู้จำนำ

43 of 43

22.การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ

22.8 ให้ผู้รับจำนำทำบัญชีทรัพย์จำนำที่ผู้จำนำขาดส่งดอกเบ้ยเป็นเวลากว่าสี่เดือนยื่นต่อเข้าพนักงาน

22.9 การกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ย่อมมีโทษทั้งจำและปรับ

ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 184