สัญญาค้ำประกัน สัญาจำนอง สัญญาจำนำ
Commercial Laws
20001-1005
6
กฎหมายพาณิชย์
1.ความหมายและลักษณะของสัญญาค้ำประกัน
ลักษณะสัญญาค้ำประกัน
2.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข
วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน
ถ้ามิได้มีหลักฐ,นเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ
ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ”
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 144-145
3.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข
การค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข
หรือไม่เป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอน แต่เพื่อการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ในวันข้างหน้าต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหนี้ก็สามารถเรียกให้มีการประกันไว้ล่วงหน้าก็ได้
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 145
3.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข
ข้อความที่ห้ามตกลงในสัญญาค้ำประกัน
ข้อตกลงเป็นโมฆะ (มาตรา 681/1) เพราะการเป็นลูกหนี้ร่วมจะทำให้เจ้าหนี้สามารถทวงถามให้ผู้ค้ำ
ประกันชำระหนี้ได้ทันทีเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
(มาตรา 685/1 ประกอบมาตรา 681 วรรคหนึ่ง)
3.1 วัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ทีมีการค้ำประกัน
3.2 ลักษณะของมูลหนี้ และจำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 145
3.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข
ข้อความที่ห้ามตกลงในสัญญาค้ำประกัน
ข้อตกลงเป็นโมฆะ (มาตรา 681/1) เพราะการเป็นลูกหนี้ร่วมจะทำให้เจ้าหนี้สามารถทวงถามให้ผู้ค้ำ
ประกันชำระหนี้ได้ทันทีเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
(มาตรา 685/1 ประกอบมาตรา 681 วรรคหนึ่ง)
3.1 วัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ทีมีการค้ำประกัน
3.2 ลักษณะของมูลหนี้ และจำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน
3.3 ระยะเวลาในการก่อนหนี้ที่มีการค้ำประกัน
3.วิธีการทำสัญญาค้ำประกัน และการค้ำประกันหนี้ในอนาคต หรือหนี้มีเงื่อนไข
ไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด ข้อตกลงเป็นโมฆะ (มาตรา 691)
ผู้รับเรือน ผู้ค้ำประกันหลายคน และความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน
ผู้รับเรือน และผู้ค้ำประกันหลายคน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ”ทานว่าบุคคลจะนยอม
เข้าเป็นผู้รับเรือน คือ เป็นประกันของผู้ค้ำประกันอีกหนึ่งก็เป็นได้” ผู้รับเรือน หมายถึง ผู้ค้ำประกันของ
ผู้ค้ำประกัน ดังนั้น ถ้าผู้ค้ำประกันไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องให้รับเรือนชำระหนี้แทนผู้ค้ำประกันได้
ผู้รับเรือน ผู้ค้ำประกันหลายคน และความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน
ผู้รับเรือน และผู้ค้ำประกันหลายคน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสอง บัญญัติว่า ”ทานว่าบุคคลจะยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันไซร์ ท่านผู้ค้ำประกันเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันถึงแม้ว่าจะมิได้เข้ารับค้ำประกันรวมกัน”
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 147
ผู้รับเรือน ผู้ค้ำประกันหลายคน และความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน
การค้ำประกันโดยไม่จำกันความรับผิดชอบ
การค้ำประกอันในลักษณะนี้ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดใช้หนี้ทุกอย่างที่ลูกหนี้ค้างชำระต่อเจ้าหนี้ อันได้แก่ เงินต้น ดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน ค่าภาระติดพันอันเป็นหนี้แห่งหนี้รายวัน
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 149
การค้ำประกันแบบจำกัดความรับผิด
กฎหมายไม่ได้มีการกำหนดในเรื่องการจำกัดความรับผิดของผู้ค้ำประกันไว้โดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ค้ำ
ประกันจึงรับผิดไม่เกินความรับผิดของลูกหนี้ นอกจากนี้ผู้ค้ำประกันยังอาจจะกำหนดข้อจำกัดความรับผิดไว้ใน
สัญญาค้ำประกันก็ได้
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 150
ผู้รับเรือน ผู้ค้ำประกันหลายคน และความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน
การค้ำประกันแบบจำกัดความรับผิด
กฎหมายไม่ได้มีการกำหนดในเรื่องการจำกัดความรับผิดของผู้ค้ำประกันไว้โดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ค้ำ
ประกันจึงรับผิดไม่เกินความรับผิดของลูกหนี้ นอกจากนี้ผู้ค้ำประกันยังอาจจะกำหนดข้อความจำกัดความ
รับผิดไว้ในสัญญาค้ำประกันก็ได้
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 150
กรณีบังคับชำระหนี้จากผู้ค้ำประกันได้ไม่ครบ
กรณีนี้ย่อมเป็นปัญหาต่อเจ้าหนี้ว่าเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้เท่าที่ไม่ครบจำนวนหนี้นั้น หรือเจ้าหนี้ยัง
มีสิทธิที่จะได้รับในส่วนที่เหลือจากหนี้อีก ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 150
4.ผลก่อนการชำระหนี้
ผู้ค้ำประกันขอให้เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้จากลูกหนี้ก่อน
เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เจ้าหนี้เรียกลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนก็ได้ เว้นแต่ว่าลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่ที่ไหนหาตัวไม่พบ
การที่ลูกหนี้ได้ตกเป็นคนล้มละลายแล้วนั้นเจ้าหนี้ย่อมจะบังคับชำระหนี้เอากับลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลายนั้นไม่ได้ เพราะบุคคลล้มละลายไม่มีสิทธิที่จะจัดการทรัพย์สินของต้น ทรัพย์สินทุกอย่างของลูกหนี้จะต้องตกอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมายล้มละลาย
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 152
สิทธิของเจ้าหนี่ในการเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้
เจ้าหนี้จะมีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้ต่อเมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ และเจ้าหนี้ได้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนหนังสือบอกล่าวไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้
4.ผลก่อนการชำระหนี้
ผู้ค้ำประกันขอให้เจ้าหนี้บังคับเอาทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อนได้
ในข้อนี้เป็นเรื่องต่อเนื่องมาจากหัวข้อที่แล้ว กล่าวคือ เมื่อเข้าหนี้เรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แล้วผู้ค้ำประกันได้บ่ายเบี่ยงให้เจ้าหนี้ไปบังคับเอากับลูกหนี้ก่อน และเมื่อเจ้าหนี้ได้ทำการบังคับเอากับลูกหนี้ก่อน และเมื่อเจ้าหนี้ได้ทำการบังคับชำระหนี้ตามคำบ่ายเบี่ยงของผู้ค้ำประกันแล้วยังไม่ได้รับชำระหนี้ครบถ้วน เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิที่จะกลับมาบังคับชำระหนี้เอาจากผู้ประกันได้อีก และกฎหมายก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ค้ำประกันสามารถบ่ายเบี่ยงได้อีกโดยการให้เจ้าหนี้ไปบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 152
4.ผลก่อนการชำระหนี้
กรณีที่เจ้าหนี้มีทรัพย์สินของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกัน
ในกรณีที่เจ้าหนี้มีทรัพย์สินของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกัน เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอเจ้าหนี้จตะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน และถ้าบังคับชำระเอาจากทรัพย์สินนั้นไม่พอ ผู้ค้ำประกันยังต้องรับผิดในส่วนที่ขาดอยู่
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 154
4. ผลก่อนการชำระหนี้
อายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกัน
การที่กฎหมายต้องมีการกำหนดอายุความนั้น เพื่อประโชยน์แก่ลูกหนี่ในกรณีที่เจ้าหนี้ไม่ฟ้องภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายวกำหนดไว้ก็เป็นอันขาดอายุความ เมื่ออายุความในการฟ้งคดีขาดลง เจ้าหนี้ก็ย่อมที่จะไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากลูกหนี้อีก เพราะถ้ากฎหมายไม่มีการกำหนดอายุความในการฟ้องคดีไว้ เจ้าหนี้อาจไม่ใส่ใจที่จะมีการดำเนินการฟ้องร้อง ปล่อยให้เวลาในการฟ้องเนิ่นนานผ่านไป และลูกหนี้ก็ยังคงต้องรับผิดใน
หนี้นั้นตลาดไปอย่างไม่รู้จบ ยอ่มไม่เกิดผลดีแก่ลูกหนี้แน่นอน
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 154
4.ผลภายหลังชำระหนี้
ผู้ค้ำประกันมีสิทธิไล่เบี้ยจากลูกหนี้
เมื่อผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้แทนลูกหนี้แล้ว ผู้ค้ำประกันย่อมมีสิทมธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ในสิ่งเหล่านี้
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 154
5.ผลภายหลังชำระหนี้
ผู้ค้ำประกันมีสิทธิได้รับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้
ผู้ค้ำประกันนอกจากจะมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ผู้ค้ำประกันยังมีสิทธิที่จะรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ที่มี่ต่อลูกลูกหนี้ด้วย ผู้ค้ำประกันจึงมีสทิธิที่จะเรียกร้องต่าง ๆ เอาจากลูกหนี้ได้เช่นเดียว
กับที่เจ้าหนี้ แต่ถ้ามีเหตุที่เจ้าหนี้ได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันไม่สามารถเข้ารับช่วงสิทธิดังกล่าวได้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเท่าที่ตนต้องเสียงหายเพราะการนั้น
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 155-156
5.ผลภายหลังชำระหนี้
ผู้ค้ำประกันมีสิทธิที่จะยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ได้
นอกจากข้อต่อสู้ที่ผุ้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ด้วยก็ได้ จึงเห็นได้ว่าข้อต่อสู้ใด ๆ ที่ลูกหนี้สามารถยกขึ้นต่อสู้กับเจ้าหนี้ได้ ผู้ค้ำประกันก็ย่อมสามารถยกข้อต่อสู้นั้นต่อสู้กับเจ้าหนี้ได้เช่นกัน ส่วนข้อต่อสู้ที่ผู้ค้ำประกันมีต่อเจข้าหนี้นั้น ผู้ค้ำประกันย่อมยกขึ้นต่อสู้ได้อยู่แล้ว
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 155
5.ผลภายหลังชำระหนี้
ผู้ค้ำประกันเสียสิทธิไล่เบี้ยจากลูกหนี้
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 156
6.ความระงับแห่งสัญญาค้ำประกัน
เมื่อบอกเลิกสัญญาค้ำประกัน
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 158
6.ความระงับแห่งสัญญาค้ำประกัน
เมื่อผู้ค้ำประกันขอชำระหนี้ แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 159
7.ความหมาย และลักษณะของสัญญาจำนอง
ลักษณะสำคัญของสัญญาจำนอง
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 160
7.ความหมาย และลักษณะของสัญญาจำนอง
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 160
8.ทรัพย์สินที่นำมาจำนอง
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 160
9.แบบของสัญญาจำนอง
สัญญาจำนองนั้นจะต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด คือ ต้องทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ถ้าไม่ทำย่อมมีผลเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152 ที่บัญญัติว่า
การใดมิได้ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายบังคับไว้ การนั้นเป็นโมฆะ”
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 162
10.หลักเกณฑ์การทำสัญญาจำนอง
การทำสัญญาจำนองมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญดังนี้
10.1 ระบุทรัพย์สิน และจำนวนเงินที่จำนอง
10.2 ผู้จำนองจะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่จำนอง
10.3 การจำนองต้องทำเพื่อประกันหนี้ที่สมบูรณ์
10.4 ผู้จำนองจะจำนองทรัพย์สินของตนเพื่อประกันหนี้ของบุคคลอื่นก็ได้
10.5 การจำนองทรัพย์หลายสิ่งเพื่อประกันหนี้รายเดียว
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 163-165
10.หลักเกณฑ์การทำสัญญาจำนอง
การทำสัญญาจำนองมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญดังนี้
10.6 การจำนองทรัพย์สิ่งเดียวประกันหนี้หลายราย
10.7 ข้อตกลงทีฝ่าฝืนการบังคับจำนองก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระย่อมไม่สมบูรณ์
10.8 ผู้จำนองชำระหนี้ล้างจำนองเป็นงวด ๆ ได้
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 166-167
11.สิทธิจำนองครอบเพียงใด
สิทธิจำนองครอบเพียงใด จะแยกพิจารณาได้
11.1 ทรัพย์สินที่จำนองย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้
1) หนี้ประธาน 2) ดอกเบี้ย 3) ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ 4) ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนอง
11.2 จำนองย่อมครอบไปถึงบรรดาทรัพย์สินซึ่งจำนองทั้งหมดทุกสิ่ง แม้มีการชำระบางส่วนแล้ว
11.3 แม้ทรัพย์สินที่จำนองจะแบ่งเป็นหลายส่วน จำนองก็ยังคงครอบถึงสิ่งนั้นทั้งหมด
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 167-168
11.สิทธิจำนองครอบเพียงใด
สิทธิจำนองครอบเพียงใด จะแยกพิจารณาได้
11.4 จำนองย่อมครอบไปถึงทรัพย์ทั้งปวงอันติดพันอยู่กับทรัพย์สินซึ่งจำนอง แต่อยู่ภายในบังคับ 3 กรณี
11.4.1 จำนองทิ่ดิน
11.4.2 จำนองเรือนโรง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น
11.4.3 จำนองไม่ครอบไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินซึ่งจำนอง
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 168-169
12.สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนอง และผู้จำนอง
ผู้รับจำนอง และผู้จำนองย่อมมีสิทธิและหน้าที่ต่อไปนี้
12.1 สินทรัพย์ได้จำนองแล้ว
12.2 ทรัพย์สินที่จำนองบุบสลาย
12.3 ผู้จำนองทรัพย์สินไว้เพื่อประกันหนี้
12.4 บุคคลสองคนหรือกว่านั้นต่างได้จำนองหนี้สิน
12.5 บุคคลหลายคนต่างได้จำนวนทรัพย์สินของตน
12.6 บุคคลจำนองทรัพย์สินเพื่อประกันหนี้ซึ่งบุคคลอื่นต้องชำระ
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 170
13.การบังคับจำนอง
การบังคับจำนอง พิจารณาดังนี้
13.1 วิธีการบังคับจำนอง
13.2 ผลของการบังคับจำนอง
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 172-174
14.กรณีมีผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง
กรณีมีผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ทำให้เกิดสิทธิ์และหน้าที่ดังนี้
15.ความระงับแห่งสัญญาจำนอง
ความระงับแห่งสัญญาจำนอง ระงับลงได้ด้วยเหตุดังนี้
15.1 เมื่อหนี้เป็นประกันระงับสิ้นได้วยเหตุอื่นที่ไม่ใช่เหตุอายุความ
15.2 เมื่อปลดจำนองให้แก่ผู้จำนองด้วยหนังสือเป็นสำคัญ
15.3 เมื่อผู้จำนองหลุดพ้น
15.4 เมื่อถอนจำนอง
15.5 เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนอง
15.6 เมื่อเอาทรัพย์สินที่จำนองนั้นหลุด
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 176
16.ความหมายและลักษณะของสัญญาจำนำ
สัญญาจำนำมีลักษณะดังนี้
16.1 เป็นสัญญาที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป
16.2 ต้องมีหนี้ประธานสมบูรณ์
16.3 เป็นสัญญาที่ประกันหนี้ด้วยทรัพย์ประเภทสังหาริมทรัพย์
16.4 เป็นสัญญาที่ผู้จำนำจะต้องส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำให้แก่ผู้รับจำนำ
16.5 หนี้จำนำจัดว่าเป็นหนี้บุริมสิทธิ
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 178-179
17.ขอบเขตของสัญญาจำนำ
ขอบเขตสัญญาจำนำมีลักษณะดังนี้
17.1 ดอกเบี้ย
17.2 ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้
17.3 ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนำ
17.4 ค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาทรัพย์สินซึ่งจำนำ
17.5 ค่าสินไหมทดแทน
18.วิธีการทำสัญญาจำนำ
วิธีการทำสัญญาจำนำแยกดังนี้
18.1 การจำนำสิทธิซึ่งมีตราสาร
18.2 การจำนำตราสารชนิดออกให้แก่บุคคลเพื่อเขาสั่ง
18.3 การจำนำตราสารชนิดออกให้แก่บุคคลโดยนามและห้ามโอนด้วยการสลักหลัง
18.4 การจำนำใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อ
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 181
19.สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนำ และผู้จำนำ
ผู้รับจำนำ และผู้จำนำย่อมมีสิทธิและหน้าที่ต่อกัน ดังนี้
19.1 ผู้รับจำนำสิทธิที่จะยึดของจำนำไว้ทั้งหมด
19.2 ผู้รัยจตำนำมีหน้าที่ต้องสงวนและรักษาทรัพย์สินที่จำนำ
19.3 ผู้รับจำนำต้องรับผิดเมื่อทรัพยสินที่จำนำนั้นสูญหาย หรือบุบสลาย
19.4 ผู้รับจำนำมีสิทธิจัดสรรดอกผลนิตินัยอันเกิดจากทรัพย์สินที่นำมาชำระหนี้
19.5 ผู้รับจำนำมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาทรัพย์สินที่จำนำ
19.6 ผู้จำนำมีสิทธิฟ้องคดีได้ภายในอายุความ 6 เดือน
19.7 คู่สัญญาจำนำจะตกลงให้บุคคบภายนอกเป็นผู้เก็บรักษาทรัพย์สินที่จำนำไว้ก็ได้
20.การบังคับจำนำ
การบังคับจำนำต้องมีวิธีการดังต่อไปนี้
20.1 ผู้รับจำนำต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือหรือจดหมายไปยังลูกหนี้
20.2 ถ้าลูกหนี้ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนำมีสิทธิที่จะเอาทรัพย์จำนำออกขายได้ แต่ต้องขายทอดตลาด
20.3 ผู้รับจำนำต้องมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้จำนำ บอกเวลาและสถานที่ซึ่งจะขายทอดตลาดนั้นด้วย
20.4 ถ้าผู้รับจำนำไม่สามารถบอกกล่าวก่อนได้ ผู้รับจำนำจะเอาทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด เมื่อหนี้
ค้างชำระมาล่วงเวลาหนึ่งเดือนก็ทำได้
20.5 การจำนำตั่วเงิน ให้ผู้รับจำนำเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินในวันถึงกำหนด โดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อนก็ได้
20.6 เมื่อบังคับจำนำได้เงินจำนวนสุทธิเท่าใด ผู้รับจำนำต้องจัดสรรชำระหนี้และอุปกรณ์เพื่อให้เสร็จสิ้นไป
20.7 ถ้าจำนำทรัพย์สินหลายสิ่งเพื่อประกันหนี้รายเดียว
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 183
21.ความระงับแห่งสัญญาจำนำ
สัญญาจำนำย่อมระงับลงได้ด้วยเหตุดังต่อไปนี้
21.1 เมื่อหนี้ซึ่งจำนำเป็นประกันอยู่นั้นระงับสิ้นไป
21.2 เมื่อผู้รับจำนองยอมให้ทรัพย์สินที่จำนำกลับคืนไปสู่ความครอบครองของผู้จำนำ
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 184
22.การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ
ผู้รับจำนำ หมายถึง ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ
ทรัพย์จำนำ หมายถึง สิ่งของที่รับจำนำ
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 184
22.การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ
การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำมีสาระดังนี้
22.1 ห้ามไม่ให้ผู้ใดตั้งโรงรับจำนำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามกฏหมาย
22.2 ผู้ขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
22.3 รับจำนำสิ่งของเป็นประกันหนี้เงินกู้เป็นปกติธุระแต่ละรายมีจำนวนไม่เกิน 100,000 บาท
22.4 ห้ามผู้รับจำนำกระทำการดังต่อไปนี้
22.4.1 รับจำนำหรือให้ไถ่ทรัพย์จำนำในระหว่างเวลาตั้งแต่ 18.00-08.00 น.
22.4.2 รับจำนำสิ่งของจากพระภิกษุสามเณรหรือเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
22.4.3 รับจำนำสิ่งของที่เห็นได้ว่าเป็นของใช้ในราชการ หรือสิ่งของที่ได้รับแจ้งจากพนักงานว่า
เป็นของหาย
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 184
22.การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ
การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำมีสาระดังนี้
22.4.4 นำทรัพย์จำนำออกนอกโรงรับจำนำ เว้นแต่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
22.4.5 ประกอบกิจซึ่งไม่เกี่ยวกับการรับจำนำ หรือการขายทรัพย์จำนำที่หลุดเป็นสิทธิแล้วในบริเวณโรงรับจำนำ
22.5 ในการรับจำนำผู้รับจำนำต้องจัดแจ้งรายการเกี่ยวกับบัตรประชาชนของผู้จำนำไว้ให้ชัดแจ้ง
ในต้นขั้วของตั๋วรับจำนำด้วย
22.6 ในกรณีมีเหตุควรสงสัยว่าสิ่งของที่มีผุ้จำนำมาจำนำเป็นสิ่งของที่มีผุ้ได้มาโดยการกระทำผิด
ให้ผุ้รับจำนำแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจท้องที่ทันที
22.7 เมื่อมีการรับจำนำ ให้ผู้รับำจำนำออกตั้วรับจำนำให้แก่ผู้จำนำ
22.การจำนำตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ
22.8 ให้ผู้รับจำนำทำบัญชีทรัพย์จำนำที่ผู้จำนำขาดส่งดอกเบ้ยเป็นเวลากว่าสี่เดือนยื่นต่อเข้าพนักงาน
22.9 การกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ย่อมมีโทษทั้งจำและปรับ
ตัวอย่างประกอบเอกสารหนังสือ หน้า 184