ตลาดดอนแก้ว
ตลาดนัดข้างโรงพยาบาล ตลาดหน้าค่าย และศูนย์การค้าต่างๆ
และ
และ
ความสำคัญของการตลาด
คนกลางของการตลาด
คนกลางของตลาด หมายถึง สื่อกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคโดยนำสินค้าจากแหล่งผลิตไปสู่มือผู้บริโภค
คนกลางของตลาดมีทั้ง คน สถาบัน และเครื่องอํานวยความสะดวกต่างๆ ดังนี้
1. คน = ทําหน้าที่นําสินค้าจากแหล่งผลิตไปยังผู้บริโภค ได้แก่ พ่อค้าขายส่ง และพ่อค้าขายปลีก พบปะกันหรือไม่ก็ได้
2. สถาบัน = ทําหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ต้องพบปะกัน เช่น ธนาคารพาณิชย์ทําหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ฝากเงินและผู้กู้เงินในตลาดเงิน บริษัทนายหน้า (Broker) ทําหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อหลักทรัพย์ในตลาดทุนหรือตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น
3. สื่อและเครื่องอํานวยความสะดวกต่างๆ ทําหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนโดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่ต้องพบปะกัน ได้แก่ โทรศัพท์ ไปรษณีย์ อินเทอร์เน็ต �เครื่องถอนเงินด่วน (ATM) เป็นต้น
องค์ประกอบของการตลาด
ทางด้านอุปสงค์ (Demand) หรือความต้องการของผู้บริโภค มีดังนี้
1. ผู้บริโภคมีความจําเป็นหรือต้องการสินค้าและบริการนั้นๆ (Need or Want)
2. ผู้บริโภคมีเงินหรืออํานาจซื้อสินค้าและบริการนั้นๆ
3. ผู้บริโภคมีความเต็มใจที่จะซื้อหรือจ่าย
4. ผู้บริโภคมีอํานาจในการตัดสินใจซื้อ
ปัจจัยกำหนดองค์ประกอบของตลาด คือ อุปสงค์ และ อุปทาน ดังนี้
ทางด้านอุปทาน (Supply) หรือการสนองตอบของผู้ผลิต โดยพิจารณา Marketing Mix (4P's) ประกอบด้วย
ปัจจัยกำหนดองค์ประกอบของตลาด คือ อุปสงค์ และ อุปทาน ดังนี้
ขนาดของตลาด
หน้าที่ของตลาด
การจำแนกประเภทของตลาด
1. ตลาดตามลักษณะการดําเนินงานของผู้ขาย แบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้
1) ตลาดขายส่ง (Wholesale Market)
2) ตลาดขายปลีก (Retail Market)
การจำแนกประเภทของตลาด
การจำแนกประเภทของตลาด
2. ตลาดตามลักษณะของสินค้าที่ผลิตเป็นการแบ่งตามมูลค่าเพิ่ม (Value Added) สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้
1) ตลาดสินค้าเกษตรกรรม (Agricultural Market) เช่น ลำไย มะม่วง
2) ตลาดสินค้าอุตสาหกรรม (Industrial Market) แปรรูปแล้ว เช่น
ลำไยอบแห้ง กล้วยตาก หรือสินค้าอุตสาหกรรม คือ เครื่องจักร เป็นต้น
การจำแนกประเภทของตลาด
3. ตลาดตามชนิดของสินค้า สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้
1) ตลาดสินค้าสําหรับผู้บริโภค เป็นตลาด สําหรับผู้บริโภคซื้อหาไปใช้สอย
หรือบริโภคในครัวเรือน เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ
2) ตลาดสินค้าสําหรับผู้ผลิต เป็นตลาดที่ซื้อขายสินค้าสําหรับผู้ผลิต
นําไปใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าสนองความต้องการของผู้บริโภค เช่น
ตลาดผ้าสําหรับโรงงานเสื้อผ้า สําเร็จรูป เป็นต้น
การจำแนกประเภทของตลาด
4. ตลาดตามลักษณะอาณาเขตของประเทศ สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้
1) ตลาดภายในประเทศ
2) ตลาดต่างประเทศ (การนำเข้าสินค้า)
5. ตลาดตามลักษณะเพศ ได้แก่
ตลาดสําหรับสุภาพสตรี ผลิตภัณฑ์ที่จําหน่าย เช่น เสื้อยกทรง ผ้าอนามัย เป็นต้น
ตลาดสําหรับสุภาพบุรุษ ผลิตภัณฑ์ที่จําหน่าย เช่น เครื่องโกนหนวด เสื้อกล้าม เป็นต้น
การจำแนกประเภทของตลาด
6. ตลาดตามลักษณะอายุ ได้แก่
ตลาดสําหรับเด็กทารก ผลิตภัณฑ์ที่จําหน่าย เช่น ผ้าอ้อม นม ของเด็กเล่น เป็นต้น
ตลาดสําหรับคนวัยกลางคน และตลาดสําหรับคนชรา ผลิตภัณฑ์ที่จําหน่าย เช่น ล้อเข็น ไม้เท้า เป็นต้น
7. ตลาดตามลักษณะรายได้ ได้แก่
ตลาดสําหรับผู้มีรายได้น้อย ผลิตภัณฑ์ที่จําหน่ายจะมีราคาถูกกว่า
ตลาดสําหรับผู้มีรายได้สูง เช่น รถยนต์ฮอนด้าเทียบกับรถยนต์เบนซ์ เป็นต้น
การจำแนกประเภทของตลาด
การจำแนกประเภทของตลาด
8. ตลาดตามลักษณะของเวลา สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1) ตลาดปัจจุบัน เป็นตลาดที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน
2) ตลาดล่วงหน้า เป็นตลาดซึ่งทําการซื้อขายกันในปัจจุบัน
แต่ตกลงส่งมอบสินค้าในภายหน้า
ลักษณะของตลาด
ในระบบเศรษฐกิจ