การขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
การประเมินข้อมูลพิษวิทยา
การทำการทดลองประสิทธิภาพ
การขอนำเข้าหรือผลิตตัวอย่าง
� �แผนยุทธศาสตร์พัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ��
ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพสินค้าทางการเกษตรให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เกิดการยอมรับจากผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยมีแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2564 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ คือ
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การส่งเสริมการวิจัย การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์
ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาการผลิตสินค้าและบริการเกษตรอินทรีย์
ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาการตลาดสินค้าและบริการ และการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์
สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตพืชอินทรีย์ โดยกรมวิชาการเกษตรได้เห็นความสำคัญและสนับสนุนงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนสารชีวภัณฑ์ที่ได้มาตราฐาน
�การจัดแบ่งวัตถุอันตราย�
พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 18 จัดแบ่งวัตถุอันตรายออกเป็น 4 ชนิด ตามความจำเป็นแก่การควบคุม ดังนี้
วัตถุอันตรายชนิดที่ 1 (วอ.1) ได้แก่ วัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครองต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดด้วย (ยังไม่มีวอ.1 ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร)
วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 (วอ.2) ได้แก่ วัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครองต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดด้วย
วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (วอ.3) วัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครองต้องได้รับใบอนุญาต
วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (วอ.4) ได้แก่ วัตถุอันตรายที่ห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง
สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ ซึ่งจะต้องขึ้นทะเบียน และแจ้งการดำเนินการก่อนการประกอบกิจการ
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
ผลวิเคราะห์ผ่าน
ส่งเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนด
ผู้ประกอบการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย วอ./กษ./กวก.๑ และเอกสารประกอบ (สคว.)
พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนของคำขอและเอกสารประกอบ (๑๐ วันทำการ)
การประเมินข้อมูลพิษวิทยาฯ
ออกใบอนุญาตนำเข้า/ผลิตตัวอย่าง (สคว.) (๓ วันทำการ)**
พิจารณาแผนการทดลองประสิทธิภาพ (สอพ.) (๙๐ วัน)
วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ (สอพ.) (๔๕ วัน)
ผลการประเมินข้อมูลพิษวิทยาฯ
ผลการทดลองประสิทธิภาพ
ผลวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์
ทำการทดลองประสิทธิภาพ
ผู้ประกอบการยื่นเอกสาร ผลการประเมินข้อมูลพิษวิทยาฯ, ผลการทดลองประสิทธิภาพ, ผลวิเคระห์ผลิตภัณฑ์ (สคว.)
เสนอคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร (๖๐ วัน)
จัดทำร่างฉลากวัตถุอันตราย (สคว.)
ออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (สคว.)
เอกสารไม่ครบถ้วน
แจ้งผู้ประกอบการ
เกินกำหนดเวลา*
คืนคำขอตามมาตรา ๙ พรบ.อำนวยความสะดวกฯ
หมายเหตุ
* เกินกำหนดเวลา ตามที่ผุ้ประกอบการแจ้งไว้ในบันทึกรับคำขอ
** แบ่งตัวอย่างออกเป็น ๒ ส่วน ๑. เพื่อวิเคราะห์ ตามข้อกำหนดของวัตถุอันตราย ๒. เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ
สคว. : สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
สอพ. : สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช
ผลวิเคราะห์ไม่ผ่าน
ยกเลิกคำขอ
เอกสารประกอบที่ใช้ในการขอขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
๑. คำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย วอ./กษ./กวก.๑
๒. คำขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตราย วอ./กษ./กวก. ๑๒
๓. คำขออนุญาตทำการทดลองประสิทธิภาพวัตถุอันตรายขั้นการทดลองเบื้องต้นและแผนการทดลองประสิทธิภาพ จำนวน ๖ ชุด
๔. เอกสารตามแนบท้ายประกาศกรมวิชาการเกษตรฯ ข้อ ๕ รายการข้อมูลเพื่อการขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช จำนวน ๖ ชุด
๕. –กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ
ใบทะเบียนหรือใบอนุญาตผลิต ในประเทศที่เป็นแหล่งผลิต และเอกสารอื่น ๆ ที่ทำขึ้นในต่างประเทศ ต้องมีคำรับรองลงลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือนก่อนวันยื่นคำขอ (ระเบียบกรมวิชาการเกษตรว่าด้วยการตรวจเอกสารข้อมูลประกอบการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบพ.ศ. ๒๕๕๓)
-กรณีผลิตภายในประเทศ
ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาตการประกอบกิจการผลิตวัตถุอันตรายจากหน่วยงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เช่น เทศบาล ตำบล เป็นต้น
คำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย วอ./กษ./กวก.๑
คำขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตราย วอ./กษ./กวก. ๑๒
คำขออนุญาตทำการทดลองประสิทธิภาพวัตถุอันตรายขั้นการทดลองเบื้องต้น
หน้าที่ 1/3
หน้าที่ 2/3
หน้าที่ 3/3
� � ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช �
๑. การประเมินข้อมูลพิษวิทยา
๒. การขอนำเข้าหรือผลิตตัวอย่าง
๓. การทำการทดลองประสิทธิภาพ
การประเมินข้อมูลพิษวิทยา
� �การประเมินข้อมูลพิษวิทยา�
คณะทำงานเพื่อพิจารณาชีวภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากพืชที่ใช้ควบคุมศัตรูพืช
ประเมินข้อมูลดังต่อไปนี้
๑. แนบท้ายประกาศกรมวิชาการเกษตร ข้อ ๕ รายการข้อมูลเพื่อการขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
๒. กรรมวิธีการผลิตโดยละเอียด
๓. มีแหล่งที่มาของเชื้อเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
- กรณีแยกเชื้อเองต้องทำ DNA Fingerprint เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเอาเชื้อที่ได้ไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
- กรณีที่ไม่ได้แยกเชื้อเอง ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของเชื้ออนุญาตให้ผลิตขยายเชื้อในทางการค้าได้
๔. พิจารณาผลวิเคราะห์ตามเกณฑ์ค่ามาตรฐาน
๕. แผนหรือผลการทดลองประสิทธิภาพ
รายการข้อมูลเพื่อการขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และวิธีการขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. ๒๕๕๒ แนบท้ายประกาศกรมวิชาการเกษตร ข้อ ๕ รายการข้อมูลเพื่อการขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช โดยมีรายละเอียดตามหัวข้อหลัก ดังนี้
๕.๑ ข้อบ่งชี้ชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
๕.๒ คุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และด้านเทคนิคของชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
๕.๓ คำแนะนำในการใช้และข้อควรระวังของชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
๕.๔ คำแนะนำในการใช้ที่จะระบุในฉลาก
๕.๕ วิธีวิเคราะห์ ผลิต ควบคุมคุณภาพ และการติดตามตรวจสอบหลังการขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
๕.๖ การศึกษาด้านพิษวิทยาและข้อมูลการรับสัมผัส และข้อสนเทศของผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
๕.๗ สารพิษตกค้างใน/บนผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์ และความเป็นไปและพฤติกรรมในสิ่งแวดล้อมของชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
๕.๘ สารพิษตกค้างใน/บนผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์ และความเป็นไปและพฤติกรรมในสิ่งแวดล้อมของชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
๕.๙ ผลของชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชต่อสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่เป้าหมาย
การขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช�ที่มีข้อมูลทางวิชาการว่าปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
สารชีวภัณฑ์ที่ไม่ต้องส่งเอกสารตาม ข้อ ๕ รายการข้อมูลเพื่อการขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช ดังนี้
ลำดับที่ | ชนิด | ชื่อ |
๑ | แบคทีเรีย | บาซิลลัส ทูริงเยนซิส สายพันธุ์ ไอซาไว (Bacillus thuringiensis aizawai) |
๒ | แบคทีเรีย | บาซิลลัส ทูริงเยนซิส สายพันธุ์ เคอร์สตากิ (Bacillus thuringiensis kurstaki) |
๓ | ไวรัส | นิวเคลียร์โพลีฮีโดรซีสไวรัส [Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV)] |
๔ | ไส้เดือนฝอย | สไตเนอร์นีมา (นีโอแอป เลกทานา) [Steinernema spp. (Neoaplectana spp.)] |
๕ | ไส้เดือนฝอย | เฮเทอโรฮับดิทิส (Heterorhabditis spp.) |
๖ | โปรโตซัว | ซาโคซีสตีส สิงคโปเรนซิส (Sarcocystis singaporensis) (เหยื่อสำหรับใช้เป็นสารกำจัดหนู) |
การขอนำเข้าหรือผลิตตัวอย่าง
ขั้นตอนการขอนำเข้าหรือผลิตตัวอย่าง
เมื่อตรวจคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย วอ./กษ./กวก.๑ และเอกสารประกอบครบถ้วนและถูกต้องแล้ว ให้บริษัทยื่นคำขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตราย วอ./กษ./กวก. ๑๒ ที่ กลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
การกำหนดปริมาณนำเข้าหรือผลิตตัวอย่าง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดปริมาณของวัตถุอันตรายที่จะนำเข้าหรือผลิตตัวอย่าง สำหรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายให้แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ
ส่วนที่ ๑ เพื่อวิเคราะห์ตามข้อกำหนดของวัตถุอันตราย ที่ห้องปฏิบัติการ
ส่วนที่ ๒ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ตัวอย่างทั้งหมด ให้ส่งที่ห้องปฏิบัติการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร
การวิเคราะห์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย
การวิเคราะห์ตัวอย่างวัตถุอันตราย ให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน เมื่อผลวิเคราะห์ตรงตามมาตรฐานแล้ว ให้นำตัวอย่างไปทดลองประสิทธิภาพ หากผลวิเคราะห์ไม่ผ่าน ต้องยกเลิกคำขอเพราะผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตราฐานตามที่ขอขึ้นทะเบียน
เกณฑ์ขั้นต่ำค่าวิเคราะห์ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ ในการรับขึ้นทะเบียนชีวภัณฑ์
มีรายละเอียดดังนี้
ลำดับที่ | ชนิด | ปริมาณเชื้อที่กำหนด |
๑ | บาซิลลัส ทูริงเยนซิส | ต้องมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ไม่ต่ำกว่า 1x109 cfu/ml หรือ g |
๒ | เชื้อราควบคุมแมลง (Entomopathogenic fungi) เช่น เชื้อ Beauveria spp., Metarhizium spp. และเชื้อราควบคุมแมลงอื่นๆ เป็นต้น | ต้องมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ ไม่ต่ำกว่า 1x108 cfu/ml หรือ g |
๓ | Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV) | ต้องมีปริมาณผลึกไม่ต่ำกว่า 5x109 capsule/ml หรือ g |
๔ | Granulosis Virus (GV) | ต้องมีปริมาณผลึกไม่ต่ำกว่า 5x109 capsule/ml หรือ g |
๕ | Antagonistic bacteria เช่น Bacillus subtilis เป็นต้น | ต้องมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์�ไม่ต่ำกว่า 1x108 cfu/ml หรือ g |
๖ | Trichoderma spp. | ต้องมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ไม่ต่ำกว่า 2x106 cfu/ml หรือ g |
(ที่มา:คณะกรรมการควบคุมการทดลองประสิทธิภาพวัตถุอันตรายทางการเกษตรเพื่อการขึ้นทะเบียน สอพ.)
การทำการทดลองประสิทธิภาพ
� �การทำการทดลองประสิทธิภาพ ��
ยื่นคำขออนุญาตทำการทดลองประสิทธิภาพวัตถุอันตรายขั้นการทดลองเบื้องต้นและแผนการทดสอบประสิทธิภาพ จำนวน ๖ ชุด
ขั้นตอนการทำการทดลองประสิทธิภาพ
๑. การพิจารณาแผนการทดลองประสิทธิภาพ โดยสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช (สอพ.) พิจารณาให้ทราบผลภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับข้อมูลจากสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
๒. หากแผนการทดลองประสิทธิภาพ ไม่ผ่านความเห็นชอบ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนแก้ไขปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันทำการ
๓. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนการทดลองประสิทธิภาพ ให้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งส่งแผนการทดลองฉบับเดิม และฉบับแก้ไขให้ สอพ. ดำเนินการตามขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงและระยะเวลาของการพิจารณาแผนการทดลอง
๔. เมื่อการทดลองสิ้นสุด ให้ส่งรายงานผลการทดลองประสิทธิภาพ พร้อมข้อความที่ขอระบุในฉลากที่ได้รับความเห็นชอบแล้วตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดแผนและรายงานผลการทดลองประสิทธิภาพวัตถุอันตรายทางการเกษตร ภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาสำหรับการทดลองเบื้องต้นที่กลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร
๑. ผู้ประกอบทำหนังสือส่งผลการประเมินข้อมูลพิษวิทยา ผลการทดลองประสิทธิภาพ และผลวิเคระห์ผลิตภัณฑ์ยื่นที่กลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย
๒. พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำร่างฉลากวัตถุอันตราย
๓. พนักงานเจ้าหน้าที่นำเสนอข้อมูลต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ภายใน ๖๐ วัน ถ้าเห็นควรให้ขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามแบบ วอ./กษ./กวก. ๒
ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามแบบ วอ./กษ./กวก. ๒
สารชีวภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วในประเทศไทย
ลำดับที่ | ชื่อ | จำนวนทะเบียน |
๑ | Bacillus thuringiensis | 60 รายการ |
๒ | Beauveria bassiana | 2 รายการ |
๓ | Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV) | 1 รายการ |
๔ | Trichoderma harzianum | 2 รายการ |
๕ | Metarhizium anisopliae | 2 รายการ |
ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒
กลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย
สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
โทรศัพท์ �0-2579-7990 หรือ 0-2940-6670 ต่อ 156-163
โทรสาร 0-2579-7988
E-mail: ardpesti@doa.in.th
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร ดังนี้