1
พระราชบัญญัติ�ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่�พ.ศ. 2539�
ความรับผิดทางละเมิดก่อนใช้ พรบ. นี้
1.1รับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2. รับผิดจนครบจำนวน
3. รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม
4. หน่วยงานต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี
ในเรื่องความรับผิดทางแพ่ง
2
วัตถุประสงค์ในการตรากฎหมายนี้
1. การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ มิได้เป็นไป
เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยเฉพาะ
2. ก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ
ที่ปฏิบัติหน้าที่ แล้วก่อให้เกิดละเมิดแก่หน่วยงาน
หรือบุคคลภายนอก
3. ก่อให้เกิดการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยทางอ้อม
3
หลักการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้
4
1. วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในผลแห่งละเมิดที่เกิดขึ้นแก่หน่วยงานของรัฐ �หรือบุคคลภายนอก
2. หลักเกณฑ์ความรับผิดจากการทำละเมิดดังกล่าวต้องเป็นความรับผิดจากการทำละเมิดอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น
หลักการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ (ต่อ)
5
3. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวจากการกระทำละเมิดเมื่อการปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ�อย่างร้ายแรง
4. บุคคลภายนอกจะฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นการส่วนตัวไม่ได้
ต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐ
5. หน่วยงานของรัฐมีส่วนต้องรับผิดในความเสียหายนั้นด้วย
กฎหมายนี้ใช้บังคับแก่
- หน่วยงานของรัฐ
* ที่กำหนดไว้ใน พรบ.
* ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา
- เจ้าหน้าที่
6
7
หน่วยงานของรัฐ
กำหนดไว้ใน พรบ.
กำหนดไว้ใน พรฎ.
ส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ
ราชการส่วนกลาง
ราชการส่วนภูมิภาค
ราชการส่วนท้องถิ่น
กำหนดเป็น
เฉพาะหน่วยงาน
จัดตั้งโดย พรบ.�หรือโดย พรฎ.
8
เจ้าหน้าที่
ผู้ปฏิบัติงาน
ประเภทอื่น
ไม่ว่าในฐานะ
กรรมการหรือ
ในฐานะอื่นใด
ลูกจ้าง
พนักงาน
ข้าราชการ
1. บุคคลกระทำการ�2. โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ�3. กระทำโดยผิดกฎหมาย�4. กระทำต่อบุคคลอื่น�5. ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นซึ่งอาจเป็นความเสียหาย แก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างใด อย่างหนึ่ง�6. ผู้กระทำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
9
ความหมาย “การกระทำละเมิด”
จงใจ : .........................�
10
ความหมายของคำว่า
ประมาทเลินเล่อ : .....................
11
การกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่
กระทำต่อบุคคลภายนอก
กระทำต่อหน่วยงานของรัฐ
-หน่วยงานที่ผู้นั้นสังกัด
-กระทำต่อหน่วยงานอื่น
-กระทำต่อหน่วยงานเดียว
หรือหลายหน่วยงาน
12
กรณีกระทำละเมิดต่อเอกชน (1)
: ต้องเป็นกรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่
13
กรณีกระทำละเมิดต่อเอกชน (2)
: ต้องเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่
เอกชนเรียกร้องสิทธิ์ได้ 2 วิธี
ยื่นคำขอต่อหน่วยงาน (ม.11)
ฟ้องร้องต่อศาล (แล้วแต่กรณีละเมิด)
14
กรณีกระทำละเมิดต่อเอกชน (3)
: ต้องเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่
ผู้เสียหายฟ้องร้องต่อศาล
กรณีฟ้องต่อศาลปกครอง
ระยะเวลาการฟ้องคดี (ม.51 พรบ.จัดตั้งฯ)
กรณีฟ้องต่อศาลยุติธรรม
ระยะเวลาการฟ้องคดี (ม.448 ป.พ.พ.)
15
กรณีกระทำละเมิดต่อเอกชน (4)
ถ้าไม่ใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่
ใช้หลักเกณฑ์ตาม ป.พ.พ.
16
กรณีละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ (1)
กรณีกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ (1)
กระทำต่อหน่วยงานที่ผู้นั้นสังกัด
กระทำต่อหน่วยงานอื่น
กระทำต่อหน่วยงานเดียวหรือต่อหลายหน่วยงาน
17
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาการกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ (2)
เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
เกิดจากมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่
ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการกระทำละเมิดจากการปฏิบัติหน้าที่ต่อเอกชน
ใช้บังคับตาม ป.พ.พ.
18
กรณีกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ (3)
หลักเกณฑ์การพิจารณา�กรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว�
19
1. การกระทำละเมิดที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้กระทำไปโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
2. จำนวนค่าสินไหมให้คำนึงถึงระดับของความร้ายแรงของการกระทำและความเป็นธรรม
3. ถ้าหน่วยงานมีส่วนในการละเมิดด้วย ให้หน่วยงานมีส่วนรับผิดด้วย
4. กรณีที่การกระทำละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคนมิได้นำหลักลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับ
สรุปกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
20
1. แยกความรับผิดอันเกิดจาก “การปฏิบัติหน้าที่ &ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่”
2. แยกความรับผิดของหน่วยงาน & เจ้าหน้าที่
3. สิทธิไล่เบี้ย (เฉพาะกรณีจงใจ-ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง)
4. การไล่เบี้ย คำนึงถึงระดับความร้ายแรง-ความบกพร่องของหน่วยงาน
5. ไม่นำหลัก “ลูกหนี้ร่วม” มาใช้บังคับ
6. กำหนดเรื่อง “อายุความ” แตกต่างจาก ปพพ.
7. หน่วยงานใช้ “มาตรการบังคับทางปกครอง” ได้เอง
การสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของ อปท.
- พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
- หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0313.6/ว2092
ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2540
21
ขั้นตอนการปฏิบัติ
ข้อ 8 เมื่อเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐแห่งใด และหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ แห่งนั้นมีเหตุอันควรเชื่อว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐดังกล่าวแต่งตั้งคณะกรรมการ สอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้นคณะหนึ่งโดยไม่ชักช้า เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับผู้ต้องรับผิดและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้
22
23
*** กรณีนายกฯ มีส่วนต้องรับผิด ต้องให้ผู้กำกับดูแลเป็นผู้แต่งตั้ง คณะกรรมการ แนวทางปฏิบัติตามหนังสือ สถ. ที่ มท 0804.4/ว 1775 ลว.10 ก.ย. 2550
24
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
มาตรา 8 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย เพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด
กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบ
1. การจัดซื้อ/จัดจ้างไม่ถูกต้อง
- กก.พิจารณาผล 60 %
- ฝ่ายพัสดุ 20 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 10 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 10 %
27
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
2. กำหนดราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง
2.1 ใช้ค่า factor F/ราคาวัสดุไม่ถูกต้อง
- กก.กำหนดราคากลาง 70 %
- ฝ่ายพัสดุ 15 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 10 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 5 %
28
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
2.2 คำนวณปริมาณงานผิดพลาด
- กก.กำหนดราคากลาง 100 %
29
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
3. ไม่คัดเลือกผู้เสนอราคาต่ำสุดที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามเงื่อนไข ที่กำหนด
3.1 วิธีสอบราคา
- กก.เปิดซอง 60 %
- ฝ่ายพัสดุ 15 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 15 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 5 %
30
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
3.2 วิธีประกวดราคา
- กก.พิจารณาผล 60 %
- ฝ่ายพัสดุ 15 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 15 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 5 %
31
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
4. การตรวจรับจ้าง/ตรวจรับไม่ถูกต้อง
4.1 การก่อสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบรายการ
- กก.ตรวจการจ้าง 30 %
- ผู้ควบคุมงาน 50 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 10 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 10 %
32
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
4.2 ส่งของไม่ตรงตามสัญญา
- กก.ตรวจรับ 40 %
- ฝ่ายพัสดุ 20 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 10 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 10 %
33
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
5. ไม่เรียกค่าปรับกรณีส่งมอบงาน/ของ ล่าช้า
- กก.ตรวจการจ้าง/รับ 70 %
- ฝ่ายพัสดุ 10 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 10 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 10 %
34
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
6. การใช้เงินผิดระเบียบ
6.1 ไม่นำเงินรายได้เข้าบัญชีที่เกี่ยวข้อง แต่นำไปใช้โดยผิดระเบียบ
- ฝ่ายการเงิน 20 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 30 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 50 %
35
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
6.2 จ่ายเงินเกินสิทธิ/ไม่มีสิทธิ/ผิดระเบียบ
- ฝ่ายการเงิน 60 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 20 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 20 %
36
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
7. รับเงินแล้วนำไปใช้ส่วนตัว
7.1 รับเงินแล้วไม่ออกใบเสร็จรับเงิน/แก้ไขหรือปลอมใบเสร็จรับเงิน
- ผู้ทุจริต 100 %
- ฝ่ายการเงิน 20 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 30 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 50 %
37
หลักเกณฑ์การกำหนดสัดส่วนความรับผิด(ต่อ)
7.2 ออกใบเสร็จรับเงินแล้วไม่
- ผู้ทุจริต 100 %
- กก.เก็บรักษาเงิน 60 %
- ฝ่ายการเงิน 20 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น/กลาง(ผ่านงาน) 10 %
- ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง (ผู้อนุมัติ) 10 %
38
- ผู้ทุจริต 100 %
- ผู้เกี่ยวข้อง (ผู้ลงนามในเช็ค/ใบถอนเงิน)
กรณีผู้ลงนามในเช็ค/ใบถอนเงิน ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เช่น ลงนามล่วงหน้าโดยไม่ได้กรอกจำนวนเงิน,เขียนช่องจำนวนเงินโดยเว้นระยะห่างข้างหน้าไว้ให้เติมได้,ไม่ได้ขีดคร่อมเช็คสั่งจ่ายให้เจ้าหนี้โดยตรง เป็นต้น ให้ผู้ลงนามในเช็ค/ ใบถอนเงิน รับผิดคนละส่วนเท่าๆกัน
39
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง กรมบัญชีกลาง
สำนวนเลขที่ 48/167/2555
ประเภทสำนวน ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบ(พัสดุ)
เรื่อง เทศบาลคำนวณราคากลางโครงการจ้างเหมาขุดลอกสูงกว่า ความเป็นจริง
40
กรณีศึกษา
41
ความเห็นของ คกก.สอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด
1.นาย ช. นบห.ช่าง ในฐานะผู้ออกแบบ รับผิด 80 % คิดเป็น 530,400 บาท
2.นาย ล. นายช่างโยธา ผู้ควบคุมงาน รับผิด 20 % คิดเป็น 132,000 บาท
42
ความเห็นของ คกก.พิจารณาความรับผิดทางแพ่ง
- ปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 เทศบาลจัดจ้างโครงการขุดลอก วงเงิน 1,840,00 บาท ประมาณการขุดลอกด้วยเรือขุด แต่การดำเนินการจริงใช้รถแบคโฮยืนบนโป๊ะ และใช้ราคาน้ำมันในขณะคำนวณถูกต้อง
- ลักษณะดังกล่าว ความเห็นของกรมชลประทาน เห็นว่าไม่ใช่ลักษณะของเรือขุด ถ้าหากคำนวณราคาโดยใช้รถแบคโฮขุด 26.64 บาท/ลบ.ม. แต่หากใช้เรือขุดราคา 56.44 บาท/ ลบ.ม.
43
- พื้นที่ดำเนินการ คลอง กว้าง 22 ม. ลึกเฉลี่ย 5 ม. เป็นร่องน้ำขนาดเล็ก เรือเข้าไม่ได้
- ราคาน้ำมันในขณะนั้น 33-33.39 บาท/ลิตร แต่ราคาที่ใช้คำนวณ 34-37.99 บาท/ลิตร
พฤติการณ์ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
เจ้าหน้าที่ต้องรับผิด
1. นาย ข. หัวหน้ากองช่าง ผู้ออกแบบ กำหนดรายละเอียดและราคากลาง รับผิด 50 % เป็นเงิน 476,200 บาท
2. นาย ส. นายช่างโยธา ผู้ควบคุมงาน รับผิด 50 % เป็นเงิน 476,200 บาท
44
สำนวนเลขที่ 69/195/2554
ประเภทสำนวน ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบ(พัสดุ)
เรื่อง จัดทำราคากลางไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ข้อเท็จจริง สตง.ตรวจสอบพบว่า การกำหนดราคากลางก่อสร้างอาคาร สนง.และหอประชุมของเทศบาลไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เป็นเหตุให้เทศบาลได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 22,454,303.77 บาท
45
ความเห็นของ คกก.สอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด
แนวทางที่ 1
1. นาย ต.,นาย ศ.,นาย ด. คกก.กำหนดราคากลาง รับผิด 70 % คิดเป็น 15,718,012.64 บาท
2. ผอ.กองช่าง(นาย ต.) รับผิด 15 % คิดเป็น 3,368,145.57 บาท
3. นาย ย. ปลัดเทศบาล รับผิด 7.5 % คิดเป็น 1,648,072.78 บาท
4. นาย อ. นายกฯ รับผิด 7.5 % คิดเป็น 1,648,072.78 บาท
46
แนวทางที่ 2
1. นาย ต.,นาย ศ.,นาย ด. คกก.กำหนดราคากลาง รับผิด 60 % คิดเป็น 13,472,582.26 บาท
2. นาย ย. ปลัดเทศบาล และนาย อ. นายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชา รับผิด 40 % แบ่งเท่าๆ กัน คิดเป็นคนละ 4,490,860.75 บาท
ความเห็นของ คกก.พิจารณาความรับผิดทางแพ่ง
คกก.กำหนดราคากลาง ไม่ได้จัดทำราคากลางให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ แต่ได้นำราคากลางที่ผู้รับจ้างออกแบบมาใช้เป็นราคากลางในการก่อสร้าง โดยมิได้ถอดแบบสำรวจปริมาณและวัสดุก่อสร้างด้วยตนเองทำให้ราคาสูงกว่าความเป็นจริง
เจ้าหน้าที่ต้องรับผิด
คกก.กำหนดราคากลาง ประกอบด้วย นาย ต. ผอ.กองช่าง,
1.นาย ศ. นายช่างโยธา, นาย ด. วิศวกรโยธา รับผิด 60 % คิดเป็น 13,472,582.26 บาท โดยรับผิดส่วนละเท่าๆกัน คิดเป็นคนละ 4,490,860.75 บาท
2. นาย ย. ปลัดเทศบาล รับผิด 10 % คิดเป็น 2,245,430.38 บาท
3. นาย อ. นายกฯ รับผิด 30 % คิดเป็น 6,736,291.13 บาท
สำนวนเลขที่ 71/201/2556
ประเภทสำนวน ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบ(พัสดุ)
เรื่อง กำแพงป้องกันตลิ่งของ อบต.พังทลายในระหว่างประกันของสัญญา
ข้อเท็จจริง กำแพงป้องกันตลิ่งที่ อบต.จ้าง หจก.ป. ก่อสร้างตามโครงการกำแพงป้องกันตลิ่ง วงเงิน 430,000 บาท เกิดพังทลายลง เป็นเหตุให้ อบต. เป็นเงิน 430,000 บาท
ความเห็นของ คกก.สอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด
ให้หักส่วนแห่งความรับผิดออกก่อน 25% คงเหลือความเสียหาย 322,500 บาท และเจ้าหน้าที่จำนวน 9 ราย รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามส่วน
ความเห็นของ คกก.พิจารณาความรับผิดทางแพ่ง
-สภา อบต.มีมติเห็นชอบให้จ่ายขาดเงินสะสมโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่ง เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2551 เป็นเงิน 431,000 บาท นาย ป. หน.ส่วนโยธา ได้เสนอขออนุมัติจัดจ้างโครงการฯ จุดที่ 1 ความยาว 40 ม. หนา 0.20 ม. สูง 2.40 ม. รายละเอียดเป็นไปตามแบบแปลน ของ อบต. ที่ออกแบบโดย นาย พ. ผู้ช่วยนายช่างโยธา และมี นาย ป. หน.ส่วนโยธา เป็นผู้ตรวจแบบแปลนและประมาณการราคาโครงการฯ
- วันที่ 19 ก.พ. 2551 คกก.ตรวจการจ้าง ได้ทำการตรวจรับงาน เสนอต่อ นายกฯว่า ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานถูกต้องครบถ้วนตามแบบแปลนทุกประการ จึงสมควรจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างต่อไป
1. เจ้าหน้าที่ในขั้นตอนการเขียนแบบ ออกแบบ ให้รับผิด 50 % ของจำนวนเงิน 430,000 บาท คิดเป็น 215,000 บาท ดังนี้
1.1 นาย ช. พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่ง ผช.ช่างโยธา ผู้เขียนแบบออกแบบ รับผิด 50 % ของจำนวนเงิน 215,000 บาท คิดเป็น 107,500 บาท
1.2 นาย ป. หน.ส่วนโยธา ผู้ตรวจแบบแปลนก่อสร้าง รับผิด 30 % ของจำนวนเงิน 215,000 บาท คิดเป็น 65,500 บาท
1.3 นางสาว ก. หน.ส่วนการคลัง รักษาราชการแทน ปลัด อบต. ผู้เห็นชอบแบบแปลนงานก่อสร้าง รับผิด 10 % ของจำนวนเงิน 215,000 บาท คิดเป็น 21,500 บาท
1.4 นาย ร. นายกฯอบต. ผู้อนุมัติแบบแปลนงานก่อสร้าง รับผิด 10 % ของจำนวนเงิน 215,000 บาท คิดเป็น 21,500 บาท
2. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการก่อสร้าง ให้รับผิด 50 % ของจำนวนเงิน 430,000 บาท คิดเป็น 215,000 บาท ดังนี้
2.1 นาย อ. นายช่างโยธา เป็นผู้ควบคุมงาน รับผิด 50 % ของจำนวนเงิน 215,000 บาท คิดเป็น 215,500 บาท
2.2 คกก.ตรวจการจ้าง ประกอบด้วย นางสาว ท. นักวิชาการศึกษา,นาง ว. จนท.บันทึกข้อมูล ,นาย ด. นาย ม. และนาย ห. ผู้แทนชุมชน ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่า เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงาน นาย อ. ผู้ควบคุมงาน ได้รายงานว่า ได้ตรวจสอบผลงานเรียบร้อยแล้ว ถูกต้องตามแบบแปลน ประกอบกับผู้ความคุมงานไม่ได้รายงานหรือมีเหตุที่แสดงงานก่อสร้างไม่ได้เป็นไปตามหลักวิชาช่าง พฤติการณ์ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำ โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
สำนวนเลขที่ 8/34/2555
ประเภทสำนวน ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบ(พัสดุ)
เรื่อง เทศบาลดำเนินการจ้างก่อสร้างไม่ชอบด้วยระเบียบ
ข้อเท็จจริง
สตง.ได้ตรวจสอบการจัดจ้างก่อสร้างโครงการตลาดน้ำและ ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ของเทศบาล พบว่า มีการคำนวณราคากลางไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ทำให้ราคากลางที่คำนวณไว้สูงกว่าที่ควรจะเป็น เป็นเหตุให้เทศบาลได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวน 731,678 บาท
ความเห็นของ คกก.สอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด
เห็นว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จึงไม่ต้องรับผิด
ความเห็นของ คกก.พิจารณาความรับผิดทางแพ่ง
- เทศบาลได้จัดจ้างก่อสร้างโครงการตลาดน้ำและศูนย์จำหน่าย ผลิตภัณฑพื้นเมือง ตามสัญญาจ้างลงวันที่ 30 พ.ค. 2546 มูลค่าตามสัญญา 47,850,000 บาท กับ บริษัท อ. ต่อมา สตง.ได้ตรวจสอบพบว่า มีการคำนวณราคากลางไม่ถูกต้องดังนี้
- นำราคาครุภัณฑ์และรายการเบ็ดเตล็ดอื่น ซึ่งไม่จัดเป็นส่วนประกอบของงาน ไปรวมกับค่างานต้นทุนกลุ่มอื่นๆ
- รายการงานถังขยะสำเร็จรูป จำนวน 50 ชุด ๆละ 7,000 บาท รวมเป็นเงิน 350,000 บาท ซึ่งต้นจริงของราคาถังขยะเพียงชุดละ 4,708 บาท จำนวน 50 ชุด เป็นเงิน 235,500 บาท ราคากลางจึงสูงกว่าที่ควรจะเป็น 114,600 บาท
- การคำนวณราคากลางประเภทอาควร คณะกรรมการกำหนดราคากลางใช้ค่า Factor F ไม่ถูกต้อง โดยมิได้ใช้ค่า Factor F 1.2089 แต่ใช้ Factor F ที่ 1.2112 ส่งผลให้ราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง คิดเป็นเงิน 731,678 บาท
- กรมบัญชีกลางเห็นว่าราคากลางที่ควรจะเป็น คิดเป็นเงิน 47,207,745.52 บาท เป็นเหตุให้เทศบาลได้รับความเสียหาย จากการจัดจ้างที่สูงกว่าความเป็นจริง คิดเป็นเงิน 642,254,48 บาท (47,850,000- 47,207,745.50)
ความรับผิดทางละเมิด
1. คณะกรรมการกำหนดราคากลาง ประกอบด้วย นาย ท. ผอ.กองช่างสุขาภิบาล, นาย ว. วิศวกรสุขาภิบาล และนาย ก. นายช่างเครื่องกล พฤติการณ์ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้เทศบาลได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 642,254.48 บาท จึงให้คณะกรรมการฯรับผิด 70 % ของความเสียหาย คิดเป็นเงิน 449,578.14 บาท โดยให้รับผิดคนละส่วนเท่าๆกัน คิดเป็นเงินคนละ 149,859.38 บาท
2. นาง ร. ปลัดเทศบาล พฤติการณ์ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้เทศบาลได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 642,254.48 บาท จึงให้รับผิด 20 % ของความเสียหาย คิดเป็นเงิน 128,450.90บาท
3. นาย ม. นายกฯ พฤติการณ์ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้เทศบาลได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 642,254.48 บาท จึงให้รับผิด 10 % ของความเสียหาย คิดเป็นเงิน 164,225.45 บาท
60
นายณรงค์ ศรีระสันต์
อัยการจังหวัดสงขลา