หลักสูตร
การตรวจสอบคุณภาพผ้า (Fabric inspection)
โดย
แผนก QA ฝ่ายประกันคุณภาพ
กลุ่มบริษัทแทร็คอินเตอร์เทรดกรุ๊ป
ปี 2565
หลักสูตร การตรวจสอบคุณภาพผ้า
วัตถุประสงค์ :
เพื่อพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน QC สโตร์ผ้า ให้สามารถทำงานอย่างมีแนวทางที่ถูกต้องและมีคุณภาพ โดยริเริ่มจากการปูพื้นฐาน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหน้าที่ของตนเอง วิธีการทำงาน เทคนิคการตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานจริง
แบ่งภาคการฝึกอบรม เป็น 2 ภาค คือ ภาคทฤษฎี และ ภาคปฎิบัติ
ทดสอบข้อเขียน หลังการฝึกอบรม 2 ชม.
1
คำนำ
2. การจัดทำหลักสูตร : การตรวจสอบคุณภาพผ้า ขึ้นมาเพื่อให้สำหรับเป็นคู่มือในการฝึกอบรมพนักงานตรวจสอบคุณภาพผ้า โดยฝ่ายประกันคุณภาพ ซึ่งหลักสูตรนี้ ได้รวบรวมข้อมูลการทำงาน ณ ปัจจุบัน และรียบเรียงบทความต่าง ๆ จัดหาเอกสารอ้างอิงเพื่อใช้เปรียบเทียบในการทำงาน ให้ได้คุณภาพและประสิทธิภาพให้มากที่สุด
หลักสูตรฉบับนี้ เป็นการเริ่มต้นจัดทำเป็นครั้งแรก ซึ่งผู้จัดทำได้เพียงแค่นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องจริง ๆ มาใช้งาน และหากในอนาคต มีการเปลี่ยนแปลงทางผู้จัดทำจะดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบันและถูกต้องกับการทำงานที่มีระบบและสอดคล้องกับการป้องกันปัญหา อันจะเกิดกับสายการผลิต เพราะกระบวนการแปรสภาพวัตถุดิบจากผ้า เป็นชิ้นส่วนเสื้อ-กางเกงนั้น หากมีการรับประกันคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นสายของขบวนการผลิตแล้ว รับรองได้ว่าระยะเวลาการส่งมอบย่อมไม่เป็นปัญหาเช่นกัน
ในการผิดพลาด หรือบกพร่อง ประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับการแก้ไข และจะพัฒนาหลักสูตร ให้ทันสมัยและมีประโยชน์สำหรับผู้นำไปใช้อย่างมีประสิทธิผลต่อไป
ลงชื่อ : .............................................
( น.ส. พรพิศ ทุมมะณี )
ผู้จัดทำหลักสูตร
วันที่ 5 มิถุนายน 2565
ผู้อนุมัติหลักสูตร:………………………………….
2
สารบัญ
- วัตถุประสงค์ การทำหลักสูตรการตรวจสอบคุณภาพผ้า 1
- คำนำ 2
- สารบัญ 3
- ขอบเขตความรับผิดชอบของการตรวจสอบคุณภาพผ้า 4
- อุดมการณ์ ทัศนคติที่ดีสำหรับพนักงานตรวจสอบคุณภาพ 5
- ทัศนคติที่ดีต่อการทำงานของพนักงานตรวจสอบคุณภาพผ้า 6
- ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ 7
- การเตรียมสถานที่ / เครื่องมือ / และเอกสารในการตรวจสอบคุณภาพผ้า 8-12
- เอกสารประกอบในการตรวจสอบคุณภาพผ้าที่ต้องได้รับจากโรงผ้า 13- 25
- การเลือกเปอร์เซ็นต์ในการตรวจผ้าแต่ละลูกค้า 26
- ขั้นตอนและวิธีการในการตรวจสอบคุณภาพผ้า 27-43
- เกณฑ์การยอมรับและการคำนวณ 44-52
- การคำนวณผ้าทดแทนในกรณีที่คัดใช้ 53
- การจำแนกประเภทตำหนิ 54-55
- การบริหารจัดการเกี่ยวกับตำหนิแต่ละประเภท 55-56
- บทสรุป 65
3
ขอบเขตความรับผิดชอบของการตรวจสอบคุณภาพผ้า
ขอบเขตรับผิดชอบของการตรวจสอบคุณภาพผ้า คือ การตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าผ้าได้มาตรฐานตามที่ลูกค้ากำหนด เพื่อให้ได้สินค้าที่ได้มาตรฐานคู่มือได้ชี้แจงต่อแผนกที่เกี่ยวข้องกับผ้าทั้งหมด เพื่อใช้ตรวจ และใช้เป็นมาตรฐานในการประเมินผล และหลีกเลี่ยงหรือแยกผ้าที่มีตำหนิออก ก่อนการผลิตจะดำเนินการต่อไป
คุณสมบัติของพนักงานตรวจสอบคุณภาพผ้า ( Fabric inspection )
เพศ
- ชาย / หญิง อายุระหว่าง 18- 30 ปี
วุฒิการศึกษา
- ม.6 ขึ้นไป ( หรือตามความเหมาะสม )
ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นดังนี้
- การมองเห็นของสี - การทดสอบความเร็ว
- การทดสอบสายตา - การทดสอบ EQ
- การสอบสัมภาษณ์
ความจำเป็นสำหรับการฝึกอบรม
- ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร “ การตรวจสอบคุณภาพผ้า ” โดย ฝ่ายประกันคุณภาพและฝ่ายฝึกอบรม
คุณสมบัติพิเศษ
- มีความคิดในเชิงสร้างสรรค์ - สามารถแยกแยะและวิเคราะห์ปัญหา
- มีความกระตือรือร้น - มีไหวพริบในการทำงาน
- รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายได้ และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
4
อุดมการณ์ ทัศนคติที่ดีสำหรับพนักงานตรวจสอบคุณภาพ
( Q.C. Concept & Attitude )
อุดมการณ์ ( Spirit ) คือ ความปรารถนาที่จะปฎิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด และพร้อมจะพัฒนาระบบและวิธีการ ต่าง ๆ ให้ดีอยู่เสมอ โดยผลตอบแทนที่ได้รับจะเกิดขึ้นต่อองค์กรและตนเองมากที่สุด
อุดมการณ์ของพนักงานตรวจสอบคุณภาพผ้ามีดังนี้
ความจำเป็นสำหรับการตรวจผ้า
5
1. ตรงต่อเวลา
2. ซื่อสัตย์ สุจริต
3. ปฎิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทอย่างเคร่งครัด
4. ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามากที่สุด
5. ปฎิบัติงานหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
6. ติดตามและแก้ไขงาน อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
7. รายงานผลการปฎิบัติงานให้หัวหน้าทราบ
8. สามัคคี ปรองดอง
9. มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน
10. ให้ความร่วมมือกับบริษัท
ทัศนคติที่ดีต่อการทำงานของพนักงานตรวจสอบคุณภาพผ้า
6
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่
พนักงานตรวจสอบคุณภาพผ้าต้องมีความรับผิดชอบต่อการทำงานดังนี้
1. ต้องตรวจสอบคุณภาพผ้าตามมาตรฐานและขั้นตอนที่กำหนด
2. ต้องทำการตรวจสอบคุณภาพผ้าให้สอดคล้องกับแผนและระยะเวลาที่กำหนด
3. มีปัญหาต้องรายงานทันที
4. รักษาระดับคุณภาพการตรวจสอบผ้าให้อยู่ในระดับความต้องการอยู่เสมอ
5. ระบุชี้บ่ง สถานะของผ้าที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ( Pass / Fail )
6. ป้องกันและดำเนินการหรือชี้แนะผู้ที่เกี่ยวข้องในการรักษาคุณภาพผ้าหลังจากที่ตรวจสอบแล้ว เพื่อป้องกันผ้าเปื้อนจากการจัดเก็บ
7
การเตรียมสถานที่ / เครื่องมือ / และเอกสารในการตรวจสอบคุณภาพผ้า
สถานที่
1. สถานที่โปร่ง / แสงสว่างเพียงพอ
2. สะอาด
3. อุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม ( 20 องศา )
เครื่องมือและอุปกรณ์
1. เครื่องตรวจผ้า แสงสว่าง 1075 Lux ขึ้นไป
2. ตู้ไฟ D65 / CW / UV / F แสงสว่าง = 1075 Lux ขึ้นไป
( Verivide CAC .60 S/N. E630509 ) เปลี่ยนทุก ๆ 2000 ชม
3. กรรไกร
4. สายวัด
5. สติกเกอร์ติดตำหนิผ้า
เอกสาร
1. รายงานการตรวจสอบคุณภาพผ้าและผลเทสผ้าจาก supplier ทุก lot ที่ได้รับผ้า
2.ใบรายงานการตรวจผ้าของโรงงาน Garment
8
การจัดเตรียมอุปกรณ์ในการตรวจสอบคุณภาพผ้า
1. กรรไกร สำหรับตัดผ้าตัวอย่างจากม้วนที่ตรวจเพื่อเช็คความถูกต้องและเทียบสีกับ Swatch Approved
9
3. เครื่องคิดเลข ใช้คำนวณคะแนนต่อม้วน
2. ตลับเมตรใช้สำหรับวัดความกว้างของหน้าผ้า มีหน่วยเป็นนิ้ว เซนติเมตรและมิลลิเมตร
10
5. สติกเกอร์สีเขียว /แดง สำหรับบ่งบอกคุณภาพของผ้าม้วนนั้นๆ โดย
- สติกเกอร์สีเขียว ใช้กับผ้าคุณภาพเกรด A
- สติกเกอร์สีแดง ใช้กับผ้าที่มีตำหนิมาก ไม่สามารถคัดใช้ได้
4. สติกเกอร์ติดตำหนิ
11
7. แบบวัดขนาดตำหนิเพื่อให้คะแนนขนาดตำหนิของแต่ละจุด
6. เทปกาวใสใช้สำหรับติดเฉด
12
เอกสารประกอบการทำงานที่ต้องได้รับจากโรงผ้า
13
ตัวอย่าง 1st dye lot ของลูกค้า PUMA
14
ตัวอย่าง 1st dye lot ของลูกค้า NEW BALANCE
14
ตัวอย่าง 1st dye lot ของลูกค้า Other
14
2. ทางโรงงานย้อมผ้าจะส่งผ้าให้กับโรงงานการ์เม้นท์ จะห่อด้วยถุงพลาสติกและแพคเรียบร้อย แต่ละแพคจะเขียนเบอร์หม้อย้อม ความยาว น้ำหนัก Lot no. สีผ้า รายละเอียดต่าง ๆ ไว้ที่ม้วนผ้า
เลขที่ PO ในการสั่งซื้อผ้า
รหัสสีผ้า
item ผ้า
ตัวอย่างใบหลา Supplier ไทยบูรพา
ลูกค้า New Balance
18
เลขที่หม้อย้อม [ Batch no.]
ชื่อโรงงานผลิตผ้า
จำนวนหลาต่อม้วน
น้ำหนักผ้าต่อม้วน
หน้าผ้าที่สั่งซื้อ
เลขที่ม้วนผ้า
19
ชื่อโรงงานผลิตผ้า
item ผ้า
เลขที่หม้อย้อม [ Batch no.]
เลขที่ม้วนผ้า
น้ำหนักผ้าต่อม้วน
ตัวอย่างใบหลา Supplier Far Eastern
ลูกค้า PUMA
หน้าผ้าที่สั่งซื้อ
รหัสสีผ้า
เลขที่ PO ในการสั่งซื้อผ้า
จำนวนหลาต่อม้วน
ส่วนผสมของผ้า
20
ตัวอย่างใบหลา Supplier จงสถิตย์
ลูกค้าทั่วไป
เลขที่ PO ในการสั่งซื้อผ้า
item ผ้า
จำนวนหลาต่อม้วน
น้ำหนักผ้าต่อม้วน
หน้าผ้าที่สั่งซื้อ
เลขที่หม้อย้อม [ Batch no.]
รหัสสีผ้า
ใบสรุป Inspection report ของโรงงานย้อมผ้า
21
3.Supplier Inspection report เป็นข้อมูลอ้างอิงผลการตรวจสอบคุณภาพผ้าจากโรงผ้า
ใบแสดงรายละเอียดการตรวจแต่ละม้วนของโรงงานย้อมผ้า
22
Test report ของโรงงานย้อมผ้า
23
4. ใบยืนยันผลการทดสอบคุณสมบัติของผ้าแต่ละหม้อย้อม
5. FIS ของโรงงานย้อมผ้า (สำหรับลูกค้า New Balance)
ใช้เพื่อแสดงคุณสมบัติขั้นต่ำของผ้าแต่ละหัวข้อของการที่ลูกค้าสามารถยอมรับได้
24
6. อธิบายเอกสารใบติดตัวอย่างผ้าทดสอบและยืนยันความถูกต้องของหน้าผ้า
เอกสารฉบับนี้ ใช้สำหรับอ้างอิงในการตรวจสอบคุณภาพผ้าโดยดูรายละเอียดที่ปรากฏในเอกสารดังนี้ :
1. หมายเลขจ๊อบออเดอร์
2. หมายเลขสไตล์
3. หมายเลขไอเท็ม Item
4. ชื่อสีผ้า
5. ลักษณะการใช้
6. ตัวอย่างผ้าที่ผ่านการอนุมัติแล้ว โดยสังเกตจาก อักษรว่า “Approved”
หมายเหตุ : ด้านหน้าผ้าที่ติดแสดงให้เห็น คือ หน้าผ้าที่ลูกค้าต้องการให้แสดงด้านนอกของตัวผลิตภัณฑ์
25
การเลือกเปอร์เซ็นต์สุ่มตรวจผ้า
1. การตรวจสอบ Packing list การส่งของ Supplier เพื่อดูจำนวนม้วน/หลา ต่อหม้อย้อม
2. การเลือกจำนวนม้วนที่ตรวจอย่างถูกต้อง
2.1 PUMA => เลือกม้วนในการสุ่มตรวจ 10-15% ต่อ lot
2.2 New Balance => เลือกม้วนในการสุ่มตรวจ 10% ต่อ lot
2.3 Other => เลือกม้วนในการสุ่มตรวจ 10% ต่อ lot
3. หลังจากที่ได้จำนวนม้วนที่ต้องการตรวจสอบจะต้องนำ Supplier Inspection Report เป็นตัวอ้างอิงในการ
เลือกม้วนที่คะแนนมากที่สุด
26
ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพผ้า
1. ตรวจสอบใบส่งตรวจ, ใบตรวจคุณภาพผ้าจาก Supplier พร้อมผ้าที่ได้รับจากสโตร์ ก่อนทำการตรวจผ้า
2. เลือกม้วนตรวจตามมาตรฐานของแต่ละลูกค้า
3.ตรวจสอบความถูกต้องของหน้าผ้าก่อนเริ่มนำผ้าขึ้นเครื่องตรวจเทียบกับ 1st dye lot ของแต่ละลูกค้า
4. ตรวจสอบคุณภาพผ้าตามมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนดตามระบบ 4 points และบันทึกความยาวทุกหลาทุกม้วนที่ขึ้นตรวจ
5. การวัดหน้าผ้าในรูเข็ม 3 จุดต่อม้วนที่หน้าเครื่องและด้านหลังของเครื่องที่โรยผ้าแล้ว โดยค่าของการยอมรับได้เทียบกับข้อมูลการสั่งซื้อ คือ หน้าผ้ากว้างแคบกว่าหน้าผ้าสั่งซื้อได้ไม่เกิน 1 นิ้ว ( ข้างละครึ่งนิ้ว ) และกว้างกว่าหน้าผ้าสั่งซื้อได้ไม่เกิน 2 นิ้ว ( ข้างละ 1 นิ้ว )
6. ตรวจเช็คเฉดสีริมซ้ายขวาที่ช่วงหัวม้วน, กลางม้วนและท้ายม้วน โดยการพับทบ ซ้าย-กลาง-ขวา
7. ตรวจเช็คเฉดสีหัว-ท้าย โดยเช็คความยาวช่วงห่างของผ้าประมาณ 3 หลา ( ตามความยาวมาร์คเดินผ้า ) ช่วงหัวม้วน กลางม้วน และท้ายม้วน โดยการพับทบหัวท้าย ในกรณีที่ม้วนตรวจมีการต่อผ้าจะต้องเทียบเฉดสีระหว่างรอยต่อ
8. บันทึกผลของการตรวจสอบในใบรายงาน
9. รายงานผลการตรวจสอบให้หัวหน้างานรับทราบ ในกรณีที่พบผ้ามีปัญหาและตัดตัวอย่างผ้าตำหนิเพื่อส่ง Supplier
10. จัดส่งข้อมูลให้กับเสมียนเพื่อทำการสรุป
11. ดูแลเครื่องตรวจสอบคุณภาพผ้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
12.แจ้งเมลล์ Direct claim ในกรณีที่ผลการตรวจไม่ผ่าน
27
ขั้นตอนการตรวจผ้า
6.1 PUMA => ไม่เกิน 20 yards / นาที
6.2 New Balance => ผ้าตัวไม่เกิน 15 yards / นาที
6.3 Other => ไม่เกิน 20 yards / นาที
A. การจำแนกแยกตำหนิอย่างถูกต้อง B. การให้คะแนน / ตำหนิอย่างถูกต้อง
7.เช็คความสม่ำเสมอของเฉดสี
7.1 เฉดสีริมซ้าย/ขวา โดยนำผ้าตัวอย่างมาเย็ยสลับกันและต่อกันทั้ง 2 ด้าน
7.2 เฉดหัว – กลาง - ท้าย
8. บันทึกข้อมูลอย่างถูกต้อง
9. สรุปผลการตรวจสอบของผ้าแต่ละม้วน
10. สรุปข้อมูลในใบรายงานการตรวจอย่างถูกต้อง
28
ขั้นตอนและวิธีการตรวจสอบคุณภาพผ้าและขอบเขตการยอมรับคุณภาพผ้า
29
1.2. ตรวจสอบความถูกต้องของหน้าผ้าก่อนเริ่มนำผ้าขึ้นเครื่องตรวจเทียบกับ 1st dye lot แต่ละลูกค้า
30
1.3 ตรวจสอบคุณภาพผ้าตามมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนดตามระบบ 4 point ลูกค้า PUMA
31
1.4 ตรวจสอบคุณภาพผ้าตามมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนดตามระบบ 4 point ลูกค้า New Balance
32
1.5 ตรวจสอบคุณภาพผ้าตามมาตรฐานที่ลูกค้ากำหนดตามระบบ 4 point ลูกค้าทั่วไป (Other)
33
�ตัวอย่างประกอบการวัดหน้าผ้าที่หน้าเครื่อง
34
�ตัวอย่างประกอบวัดหน้าผ้าด้านหลังเครื่อง ที่ผ้าโรยตัวแล้ว
35
1.5 ตรวจเช็คเฉดริมซ้าย / ขวา ช่วงหัวม้วน, กลางม้วน และท้ายม้วน โดยการพับทบ ซ้าย – กลาง – ขวา
�ตัวอย่างประกอบเทียบเฉดสีซ้าย – กลาง – ขวา
36
1.6 ตรวจเช็คเฉดสีหัวท้าย โดยเช็คความยาวช่วงห่างของผ้าประมาณ 3 หลา ( ตามความยาวมาร์คเดินผ้า ) ช่วงหัวม้วน กลางม้วน และท้ายม้วน โดยการพับทบหัวท้ายในกรณีที่ม้วนตรวจมีการต่อผ้าจะต้องเทียบเฉดสีระหว่างรอยต่อ
�ตัวอย่างประกอบเช็คเฉดสีหัวท้าย
37
1.7 บันทึกของการตรวจสอบในใบรายงาน
ตัวอย่างประกอบใบรายงานคุณภาพผ้า
38
1.8 รายงานการตรวจสอบให้หัวหน้างานรับทราบ ในกรณีที่พบปัญหาและตัดตัวอย่างผ้าตำหนิเพื่อจะส่งให้ supplier
- เพื่อทำการขอผ้าทดแทนในส่วนที่พบปัญหา ( Defect )
- เพื่อทำการแจ้ง Direct claim ไปยัง Supplier
- เพื่อแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบถึงปัญหา
ตัวอย่างประกอบ Report สรุปผลการตรวจสอบคุณภาพผ้า
39
1.10 ดูแลเครื่องตรวจสอบคุณภาพผ้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
�ตัวอย่างประกอบเครื่องตรวจผ้าพร้อมใช้งาน
- พื้นที่ด้านหน้าของเครื่องตรวจผ้า มี 2 ลักษณะ
- แบบด้านหน้าเฟรมตรง
- แบบด้านหน้าเฟรมเอียง
- เครื่องตรวจผ้าควรมีเครื่องปรับระดับความเร็ว โดยปรับความเร็วตามมาตรฐานของแต่ละลูกค้า
- มีแสงสว่างประมาณ 1075 Lux ขึ้นไป ทางด้านบน และมีแสงสว่างด้านล่างด้วย
- มีอุปกรณ์สำหรับวัดความยาวผ้า
40
ตู้ไฟสำหรับดูเฉดสี
ตู้ไฟสำหรับดูเฉดสีที่ได้ระดับมาตรฐาน จะใช้ระดับ นี้
- D65 Nortb Sky Daylight ลูกค้า adidas , Nike , Puma, North face
- TL84 4100K ลูกค้า Decathlon
- UV Light ( optional )
สถานที่ตั้งตู้ไฟ
- ควรอยู่ในสถานที่มิดชิด เช่นในห้องที่ปิดประตู-หน้าต่าง เพราะแสงสว่างภายนอกอาจทำใหสีเปลี่ยนไป ผนังห้องควรทาเป็นสีเทา ( สีเดียวกับในตู้ไฟ )
- อยู่ในตำแหน่งที่หลีกเลี่ยงจากแสงสว่าง โดยอยู่ในม่านสีดำมิดชิด
- แสงสว่างในตู้ไฟ ควรจะอยู่ประมาณ 220 Lux ( สำหรับ D65 และ TL84 )
41
การตรวจสอบเฉดสีหัว-ท้าย ลูกค้า PUMA�ตัดเฉดผ้าขนาด 25cm ที่หัวม้วนตามความยาวหน้าผ้าเพื่อใช้เทียบเฉดสี 3 ช่วง
หัวม้วน |
|
กลางม้วน |
ท้ายม้วน |
ตัดผ้า กว้างอย่างน้อย 5 นิ้วตลอดหน้าผ้าที่ช่วงหัวม้วน |
นำผ้าที่ตัดช่วงหัวม้วนเทียบสีกับช่วง กลาง ม้วน |
นำผ้าที่ตัดช่วงหัวม้วนเทียบสีกับช่วง กลาง ม้วน |
42
การตรวจสอบเฉดสีหัว-ท้าย ลูกค้า �PUMA/New Balance/Other
ตัดก่อนเย็บ | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
เย็บหลังตัด | 4 | 1 | 3 | 5 | 2 |
43
12. เกณฑ์การยอมรับและการคำนวณ
เกณฑ์การยอมรับต่อม้วน/ Lot ของลูกค้า PUMA
- Warp knit
- Synthetic/Synthetic Blends weft knits
- Synthetic woven
- Twill/Cotton/Linen
44
12. เกณฑ์การยอมรับ
เกณฑ์การยอมรับต่อม้วน/ Lot ของลูกค้า New Balance
คะแนนเฉลี่ย 20 คะแนน ต่อ 100 หลา
45
12. เกณฑ์การยอมรับ
เกณฑ์การยอมรับต่อ Lot ของลูกค้า Other (ทั่วไป)
คะแนนเฉลี่ย 20 คะแนน ต่อ 100 หลา
46
การคำนวณคะแนนของลูกค้า PUMA
จำนวนคะแนนผ้าตำหนิ x 36” (นิ้ว) x 100 = xxx คะแนน / 100 ตารางหลา
ความยาวผ้าที่วัดจริง ( หลา) ความกว้างหน้าผ้าจริง
47
การคำนวนคะแนนของลูกค้า New Balance
48
จำนวนคะแนนผ้าตำหนิ x 3600 = xxx คะแนน / 100 ตารางหล
ความยาวผ้าที่วัดจริง(หลา) x ความกว้างหน้าผ้าจริง
การคำนวณคะแนนของลูกค้า Other (ทั่วไป)
คะแนนเฉลี่ยต่อ 100 หลา = คะแนนรวมทั้งหมดที่ตรวจ x 100 = xxx ตำหนิต่อ 100 หลา
จำนวนหลาทั้งหมดที่ตรวจ
49
การคำนวนคะแนนของลูกค้า Puma
คะแนนเฉลี่ยต่อ 100 ตร.หลา = คะแนนรวมทุกม้วนที่ตรวจ X 100 x 36
หลาทั้งหมดที่ตรวจ x ความกว้างหน้าผ้าจริง (ใน) หน่วยเป็นนิ้ว
คะแนนเฉลี่ยต่อ 100 เมตร = คะแนนรวมทุกม้วนที่ตรวจ X 100
จำนวนเมตรทั้งหมดที่ตรวจ x ความกว้างหน้าผ้าจริง (ใน) หน่วยเป็นเมตร
คะแนนรวมของตำหนิไม่เกิน 16 คะแนนต่อ 100 หลา (สำหรับผ้าใยสังเคราะห์)
คะแนนรวมของตำหนิไม่เกิน 20 คะแนนต่อ 100 หลา (สำหรับผ้าใยธรรมชาติ)
50
การคำนวณคะแนนของลูกค้า New Balance
คะแนนเฉลี่ยต่อ 100 ตร.หลา = คะแนนรวมทุกม้วนที่ตรวจ X 3,600
หลาทั้งหมดที่ตรวจ x ความกว้างหน้าผ้าจริง (ใน) หน่วยเป็นนิ้ว
คะแนนรวมของตำหนิไม่เกิน 20 คะแนนต่อ 100 หลา
51
การคำนวณคะแนนของลูกค้า Other (ทั่วไป)
คะแนนเฉลี่ยต่อ 100 ตร.หลา = คะแนนรวมทุกม้วนที่ตรวจ X 100
หลาทั้งหมดที่ตรวจ
คะแนนรวมของตำหนิไม่เกิน 20 คะแนนต่อ 100 หลา
52
การคำนวณผ้าทดแทนในกรณีที่คัดใช้
1.1คำนวณผ้าทดแทนในกรณีที่สุ่มตรวจผ้าตามเปอร์เซ็นต์
คะแนนตำหนิจากม้วนที่ไม่ผ่าน / 4 x จำนวนผ้าเข้าทั้งหมด (ต่อ lot) / จำนวนหลาที่ตรวจ x consumption ( 1.25 หลา หรือใช้ consumption ใหญ่สุดของ style) =xxx หลา ทดแทน
ยกตัวอย่าง = 86 / 4 x 2,471 / 674 x 1.25 = 99 หลา ( ผ้าทดแทน)
1.2คำนวณผ้าทดแทนในกรณีที่ตรวจผ้า 100 เปอร์เซ็นต์
คะแนนตำหนิจากม้วนที่ไม่ผ่าน / 4 x consumption ( 1.25 หลา หรือใช้ consumption ใหญ่สุดของ style) = xxx หลา ทดแทน
ยกตัวอย่าง = 86 / 4 x 1.25 = 27 หลา ( ผ้าทดแทน)
53
การจำแนกประเภทของตำหนิ
( G ) UNEVEN YARNS : เส้นด้ายใหญ่, เล็ก, ตึง, ฯลฯ
( H ) HOLES : ผ้าเป็นรู
( M ) MISSING / BROKEN YARN : เส้นด้ายขาด
( N ) BROKEN NEEDLES : รอยเข็มหัก
( Y ) ABRSASION / SNAGG : รอยถู / รอยเกี่ยว
( S ) STAINS / OIL / BACTERIA : รอยเปื้อนต่าง ๆ , น้ำมัน, สี, สกปรก, ฯลฯ
( I ) STOP MARK : รอยหยุดเครื่อง
( P ) FLY : เส้นด้ายแซม
( X ) JOINT PLACE : รอยต่อพับ
( J ) DOUDLE YARNS : เส้นด้ายคู่
( U ) TUCK / FLOAT STITCH : เส้นด้ายลอย, ตามด
( K ) SLUDS / KNOTS : เส้นด้ายเป็นก้อน, ปมเส้นด้าย
54
DEFECT CODE
การจำแนกตำหนิ ( DEFECTS CLASSIFEATION )
ตำหนิไม่คิดคะแนน
ตำหนิจากเส้นด้าย / การทอ / การถัก
( F ) BARRE : ริ้วขวาง ( O ) NEEDLE LINES : ร่องเข็ม
( T ) PILLING NEPS : การขึ้นขน / ขี้ฝ้าย
( Z ) CENTER LINE : เส้นกลางพับ ( Z2 ) THICK & THIN : ผ้าหนา / บาง
( G ) UNEVEN YARNS : เส้นด้ายใหญ่, เล็ก, ตึง, แตก, ฯลฯ
ตำหนิจากการย้อม / พิมพ์
( A ) COLOR MATCH : สีเทียบตัวอย่าง
( Q ) CREASES : รอยยับ
( B ) SHADING WHIT IN ROLL : เฉดในพับ ( ซ้าย – กลาง – ขวา ), ( ต้น – กลาง – ท้าย )
( E ) DYE STREAKS / UNEVEN DYE : ย้อมเป็นริ้ว แนวตรง / ย้อมสีไม่สม่ำเสมอ
( Z1 ) WATER MARK : ลายน้ำ
( V ) REGISTRATION : พิมพ์ไม่ตรง / พิมพ์เคลื่อน
ตำหนิจากการอบ / ตกแต่ง
( C ) HAND FEEL : ผิวสัมผัส ( นิ่ม, กระด้าง ) ( D ) WIDTH : หน้าผ้าไม่เท่ากัน
( L ) BOWING / BIASED / TORPUE : ริ้วโค้ง / เกรนเอียง
( W ) WAVY / TIGHT / POOR SELVDEG : ริมผ้าตึง, เป็นเคลื่อน, ริมฉีก, ตกริม
( R ) POOR COATING / CIRE / CALENDOR : การเคลือบไม่ดี, การขัดเงาไม่ดี, การขัดมันไม่ดี
57
55
การบริหารจัดการกับตำหนิแต่ละประเภท
1.1 ประเภทตำหนิผ้าด่างในม้วน ตลอดม้วนผ้า
56
1.เช็คส่วนที่ใช้ของผ้าที่พบปัญหาว่าจะใช้ใน style อะไร และสามารถที่จะวางมาร์คปกติ ได้หรือไม่? และหลังจากทำการ review style งานแล้ว เช่นผ้าจะใช้ใน part# เสื้อหน้า หลัง และแขน หากต้องใช้ผ้าในมาร์คปกติจะต้องมีผลกระทบในเรื่องเฉดสีในตัว garment
2.จากนั้นทาง QA จะทำการเย็บ mock up โดยใช้มาร์คปกติ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะ accept ได้หรือไม่? จะใช้มาร์คปกติ หรือใช้มาร์คพิเศษ
3.หลังจาก review mock up พิจารณาแล้วว่าไม่สามารถ accept วางที่มาร์คปกติได้ จะต้องแจ้งปัญหาไปที่แผนกมาร์คเกอร์โดยทันทีเพื่อตรวจสอบว่าสามารถวางมาร์คพิเศษได้หรือไม่?
*** ในกรณีที่พบปัญหาผ้าตำหนิใน ทุกๆ เคส ทาง QA จะต้องพิจารณาการใช้ผ้าเทียบกับ style การใช้งานนั้นๆ เช่น style ดังกล่าวมีถุงกระเป๋าปิดที่ใช้เป็นด้านใน หากถุงกระเป๋าใช้ item เดียวกันกับผ้าตัว ทาง QA ก็จะพิจารณาในการใช้ผ้าช่วงที่เป็นตำหนิผ้าด่างเพื่อใช้เป็นถุงกระเป๋าด้านในที่ไม่โชว์ แต่เนื่องด้วยถุงกระเป๋าใช้ผ้าอีก item จึงไม่สามารถใช้ในส่วนตำหนิได้ ***
57
4.หลังจากพิจารณาจากมาร์คเกอร์แล้วสามารถวางมาร์คพิเศษได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผ้ามี 2 เฉดสีในตัว garment เราต้องเลือกที่จะว่างมาร์คพิเศษ และต้องทราบถึงจำนวนที่ใช้ผ้าเพิ่มจำนวนเท่าไหร่ เพราะจะต้อง manage ใน sale และ shipment ที่จะต้องกระทบ
5.เช็ค shipment ของ sale order ที่กระทบ และต้องเช็ค lead time shipment หากต้องขอผ้าทดแทนจาก supplier ว่าส่งผลกระทบกับ shipment หรือไม?
58
6.แจ้ง mail ไปที่ supplier และ cc หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบในกรณีขอผ้าทดแทน และเร่งติดตามผ้าเพื่อให้ทันกับ production และ shipment
59
1.1 ประเภทตำหนิผ้าเป็นเส้นตรงสำหรับผ้า Body Map ( ผ้ารีพีท) �
1.เช็คส่วนที่ใช้ item ผ้า ว่าจะใช้ใน style อะไร ใช้เป็นชิ้นส่วนไหนของตัว garment และสามารถวางมาร์คเลี่ยงตำหนิได้หรือไม่?� เพื่อเป็นองค์ประกอบการตัดสินใจ ในการใช้ผ้า
2.จะต้องทำการเช็ค shipment และ input ว่ากระทบหรือไม่? หากมีการ reject
3. หลังจากเช็ค style งานและส่วนที่ใช้ใน part ของ garment แล้ว ใช้เป็นชิ้นหน้าเท่านั้น และจะต้องเช็คถึง sale ที่จะ allocate ว่ามี size ไหนบ้าง? จำนวนงานเท่าไหร่? เพื่อหาวิธีวาง pattern ใช้งาน โดยไม่โดนส่วนที่เป็นตำหนิ
4.จากนั้นนำ pattern แต่ละ size วางทาบที่ชิ้นผ้าตำหนิวาดเส้นเพื่อจะดูว่า size ไหนบ้านที่จะสามารถใช้งานได้โดยไม่โดนเส้นตำหนิ หรืออาจจะโดนด้านข้างของตัวงาน แต่อยู่ระหว่างตะเข็มด้านข้างเท่านั้น
5.หากส่งผลกระทบกับชิ้นงาน size ใหญ่ ที่มาสามารถวาง pattern เลี่ยงได้ จะต้องแจ้งปัญหาไปที่ซัพโดยทันทีเพื่อขอผ้าทดแทน
60
1.1 ประเภทตำหนิผ้ามีเฉดในพับ
1.เช็คส่วนที่ใช้ item ผ้า ว่าจะใช้ใน style อะไร และเช็ค combo ผ้าว่ามี matching หรือไม่ หาก style นั้นๆ ไม่มี matching หรือใช้ใน part ที่เป็นชิ้นแต่ง ตัดต่อ หรือใช้ผ้าตัวที่เป็นสีที่ไม่ match ? เพื่อประกอบการตัดสินใจในการใช้ผ้า
2.จะต้องทำการเช็ค shipment และ input date ว่ากระทบหรือไม่? หากมีการ reject
3. ทำการเช็คมาร์คเกอร์ในแนวการวางมาร์ค ประกอบการพิจารณาในการหาวิธีวางมาร์ค เพื่อป้องกันชิ้นงานมีเฉดสีแตกต่าง ระหว่างแต่งข้างซ้าย / ขวา
61
1.2. ทำการพิจารณาในการวางมาร์คของ style งานที่ใช้
จะต้องไม่ส่งผลต่อการสูญเสียผ้า และจะต้องใช้ผ้าให้ได้มากที่สุด โดยไม่ส่งผลกระทบถึง production และ shipment
62
1.1 ประเภทกรุปปิ้งเฉด กรณีสีผ้าแตกต่างระหว่างหม้อย้อม
1.เช็คส่วนที่ใช้ item ผ้า ว่าจะใช้ใน style อะไร และเช็ค combo ผ้าว่ามี matching หรือไม่ หาก style นั้นๆ ไม่มี matching หรือใช้ผ้า item เดียวทั้งตัวงาน เพื่อเป็นองค์ประกอบการตัดสินใจ ในการใช้ผ้า
2.จะต้องทำการเช็ค shipment และ input ว่ากระทบหรือไม่? หากมีการ reject
3. จะต้องทำการแยกกรุปเฉดแต่ละเฉดให้จบใน sale order เพื่อป้องการปัญหาผ้ามีหลายเฉดใน sale เดียว ซึ่งจะเห็นความแตกต่างมากหากมีการขายใน shop ซึ่งทาง QA จะต้องพยามแยกแต่ละเฉดให้อยู่คนละประเทศ
4.มีการแจ้ง mail ให้กับทางแผนกที่เกี่ยวข้องรับทราบรวมถึง production ให้ระมัดระวังในการในการดึงงานข้าม sale order โดยห้ามดึงงานข้าม sale โดยเด็ดขาด
63
1.1 แจ้ง mail ให้แผนกที่เกี่ยวรับทราบ
64
บทสรุป
1. เพื่อให้ QA, QC ยึดปฏิบัติให้เป็นแนวทางเดียวกัน
2. ทำให้พนักงานเข้าใจขั้นตอนการทำงาน ก่อนทำการปฏิบัติงานจริง
3. เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุณภาพงานที่ดีก่อนส่งมอบให้ลูกค้า
65