การจัดการบุคคล วัฒนธรรมองค์กร �เพื่อตอบสนองการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร
AGENDA
2
THE POWER OF HUMAN RESOURCE MANAGEMENT
WHAT IS HRM?
THE HR OF 2025��1. 'MEGA DATA' AND HR ANALYTICS:�- DATA-DRIVEN INSIGHTS, GENERATIVE AI TO PREDICT WORKFORCE TRENDS, IDENTIFY SKILL GAPS, AND OPTIMIZE TALENT ACQUISITION
THE HR OF 2025
1. HR Analytics
- big data and generative AI to predict workforce trends, identify skill gaps, and optimize talent acquisition.
2. Hyper-Personalisation
- catering to the unique needs and preferences of each employee. From tailored training programmes to individualised career paths, HR will use AI to create a more engaging and customized experience for every worker, leading to increased retention.
3. Portfolio Careers through Skills
4. Upskilling and Reskilling
5. Leadership Shift
6. The Power of the Employee Voice in Experience Transformation
7. Decision Agility
8. Automation and Outsourcing of Low-Value Tasks
9. Humanising High-Touch High-Value Interactions - strengthening the employer-employee relationship
วัตถุประสงค์ของการจัดการทรัพยากรมนุษย์� �� 1. เพื่อให้องค์การสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ทรัพยากรมนุษย์ในองค์การที่มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ�� 2. เพื่อสามารถดึงดูด พัฒนา และธำรงรักษาบุคลากรคนเก่ง คนดีที่มีประสิทธิภาพให้สามารถปฏิบัติงานกับองค์การได้�� 3. เพื่อสามารถจัดการความสัมพันธ์ระหว่างองค์การ นายจ้าง ผู้บังคับบัญชาและบุคลากรที่ผู้ปฏิบัติงานให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจกัน เกิดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน และเกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน�� 4. เพื่อรักษาและธำรงไว้ซึ่งระเบียบวินัย ข้อปฏิบัติ และจริยธรรมในการปฏิบัติงานในฐานะที่ปฏิบัติงานร่วมกัน�� 5. เพื่อสร้างความตระหนักในการทำงานร่วมกันผ่านมโนทัศน์ที่มีความแตกต่างกัน ลดความขัดแย้งในองค์การ สร้างความพึงพอใจและสนองความต้องการในการทำงานแก่ทุกฝ่าย�
JOB ANALYSIS ��การวิเคราะห์งาน หมายถึง กระบวนการในการศึกษารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน กิจกรรมต่างๆ ในการทำงานของตำแหน่งหนึ่งๆ ว่ามีขอบเขตในการทำงาน หน้าที่ ความรับผิดชอบผ่านคำบรรยายลักษณะงาน (JOB DESCRIPTION) รวมทั้งการกำหนดลักษณะเฉพาะของผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆ (JOB SPECIFICATION) อย่างเป็นระบบ โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์จะสามารถเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปใช้ในกิจกรรมในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
การวางแผนทรัพยากรมนุษย์�(HUMAN RESOURCE PLANNING)
การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ เป็นกระบวนการในการคาดการณ์ และพยากรณ์ถึงอุปสงค์ และอุปทานของกำลังแรงงานขององค์การในอนาคต โดยต้องสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์การเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันสู่การกำหนดวิธีการปฏิบัติเพื่อรองรับมาตรการด้านทรัพยากรมนุษย์และองค์การต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ทั้งจากปัจจัยในและภายนอกองค์การ มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ และแนวปฏิบัติขององค์การ รวมทั้ง สามารถบริหารจัดการกำลังคนให้เพียงพอทั้งในด้านจำนวนและคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ที่ถูกต้องแม่นยำ และเหมาะสมกับบริบทขององค์การ
การตัดสินใจในการวางแผนทรัพยากรมนุษย์
1. กรณีการขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์
2. กรณีการที่มีส่วนเกินทรัพยากรมนุษย์
- การสร้างข้อจำกัดในการจ้างงาน เพื่อควบคุมปริมาณแรงงานในองค์การไม่ให้มีมากเกินความจำเป็น เมื่อพนักงานบางตำแหน่งลาออกองค์การอาจตัดสินใจไม่จ้างพนักงานในตำแหน่งนั้นๆ เข้ามาทดแทนที่ลาออกไปเพื่อควบคุมกำลังคน ซึ่งองค์การอาจทำการจัดสรรพนักงานจากหน่วยงานที่ทีพนักงานมากเกินไปมาทำงานแทน นอกจากนี้ องค์การอาจดำเนินนโยบายการงดรับพนักงานชั่วคราวหรือกำหนดโควตาในการรับพนักงานในแต่ละแผนกว่าไม่เกินจำนวนร้อยละเท่าใดต่อปี เป็นต้น
- การรักษาอัตราการคงอยู่ของพนักงานให้ลดลงเพื่อควบคุมปริมาณแรงงานที่เกินความจำเป็น อาทิ การลดเวลาทำงานลง การให้ลากิจโดยไม่จ่ายค่าจ้าง การโยกย้ายหรือการให้องค์การอื่นยืมตัว การลดตำแหน่ง ค่าจ้าง สิทธิประโยชน์ลง รวมทั้งการลดอัตราการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง การปรับโครงสร้างเงินเดือน เป็นต้น นอกจากนี้องค์การอาจพิจารณาโครงการต่างๆ เพิ่มเติม อาทิ การเกษียณอายุก่อนกำหนด การสมัครใจให้พนักงานลาออก การเลิกจ้างชั่วคราว การหยุดงานชั่วคราว และการเลิกจ้าง
การสรรหาและการคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์�(HUMAN RESOURCE RECRUITMENT �AND SELECTION)
การสรรหาเป็นกระบวนการแสวงหาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคลากรที่มีประสิทธิภาพเพื่อเข้าสู่กระบวนการในการคัดเลือกขององค์การเพื่อเติมเต็มตำแหน่งงานที่องค์การต้องการ โดยเข้าถึงแหล่งของบุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์การ รวมทั้งเป็นการดึงดูดให้ผู้สมัครที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาสมัครงานกับองค์การ
การสรรหาพนักงานจากภายนอกนั้น Phillip & Gully (2015) และสุธินี ฤกษ์ขำ (2563) ได้จำแนกประเภทของผู้หางาน เป็น 3 ประเภทได้แก่
�
ประเด็นในการสรรหาจากแหล่งภายนอกที่องค์การควรคำนึงถึง
- ต้นทุนในการสรรหา โดยจะต้องไม่สูงจนเกินไป องค์การควรมีการตั้งงบประมาณในการสรรหาพนักงานจากแหล่งต่างๆ ในงบประมาณที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถดึงดูดพนักงานที่มีศักยภาพสูงเข้าในในองค์การ
- จำนวนของผู้สมัครที่เพียงพอต่อการนำไปสู่กระบวนการในการคัดเลือกขององค์การต่อไป ซึ่งเริ่มจากการพิจารณาใบสมัคร ประวัติเบื้องต้น ไปจนถึงการนัดสัมภาษณ์ และการคัดออก การจัดการตัวสำรอง เป็นต้น
- มีการพิจารณาความคุ้มค่าจากการสรรหาจากแหล่งภายนอก เนื่องจากในบางวิธีใช้งบประมาณมาก แต่ได้ผลน้อย และการพิจารณาในเรื่องตำแหน่งที่ทำการสรรหา อาทิ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป หรือตำแหน่งผู้บริหาร ควรเลือกใช้วิธีให้เหมาะสมตามตำแหน่ง
การคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์
หมายถึง กระบวนการที่ต่อจากการสรรหาทรัพยากรมนุษย์ โดยใช้วิธีและเครื่องมือต่างๆ ในการเลือกสรรและคัดกรองผู้สมัครเพื่อนำมาเติมเต็มตำแหน่งงานที่องค์การต้องการอย่างเหมาะสมตามเกณฑ์แบะคุณสมบัติที่องค์การได้ตั้งไว้
Put the Right Man on the Right Job at the Right Time
การสัมภาษณ์
การทดสอบ
ตรวจสอบข้อมูล และบุคคลอ้างอิง
ข้อควรคำนึงถึงในการคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์
Presentation title
19
Presentation title
20
Presentation title
21
การที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ขอดูบัญชีของผู้สมัครในสื่อสังคมออนไลน์นั้นมีความจำเป็นหรือมีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร�
Presentation title
22
HUMAN RESOURCE DEVELOPMENT
แนวคิดของ กิลเลย์ และคณะ (Gilley et al, 2002) 3 องค์ประกอบหลักๆ ได้แก่
1. การพัฒนาในระดับปัจเจก (Individual Development) ผ่านการฝึกอบรม การจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ การเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะสั้น
2. การพัฒนาสายอาชีพ (Career Development) ซึ่งจะเน้นไปที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาวส่วนบุคคล
3. การจัดการผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะสั้นเพื่อปรับปรุงผลการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น
4. การพัฒนาองค์การ (Organization Development) เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาวและยั่งยืน เน้นการปรับตัวขององค์การ รวมถึง กระบวนการและวิธีในการพัฒนามากขึ้น
กระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
วิธีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
25
12. การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Learning)
13. การเป็นวิทยากรภายใน (Internal Trainer)
14. การศึกษาดูงาน (Site Visit)
15. การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) เ
16. การฝึกงานกับผู้เชี่ยวชาญ (Counterpart)
17. การใช้คู่เทียบ (Benchmarking)
18. การประชุมสัมมนา (Seminar)
19. การให้ทุนการศึกษา (Scholarship)
20. การใช้กรณีศึกษา (Case Study)
21. การแสดงบทบาทสมมุติ (Role Playing)
22. การใช้เหตุการณ์จำลอง (Simulations)
23. การใช้ตัวอย่างพฤติกรรม (Behavior Modeling)
24. การจัดลำดับความสำคัญและการรับมือในงาน (In-Basket Training) การจัดการการไหลของงาน (Work-Flow) ของงานได้
25. การใช้เทคโนโลยีในการฝึกอบรม (Technology Training)
การจัดการผลตอบแทน�REWARDS MANAGEMENT
26
องค์ประกอบของผลตอบแทน
ปัจจัยที่มีผลต่อการจ่ายค่าตอบแทน
31
การจัดการผลการปฏิบัติงาน�(PERFORMANCE MANAGEMENT)
32
การประเมินผลการปฏิบัติงาน (PERFORMANCE APPRAISAL)
33
ด้านผู้ประเมิน ข้อควรระวังด้านผู้ประเมินมี ดังนี้ (กัลยาณี เสนาสุ, 2560 หน้า 242)�
34
35
36
�
37
การจัดการแรงงานสัมพันธ์�(LABOR RELATION MANAGEMENT)
38
กลยุทธ์ขององค์การที่ส่งผลต่อการจัดการทรัพยากรมนุษย์
กลยุทธ์ขององค์การ | กิจกรรมด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ |
- การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในองค์การ | - การฝึกอบรมและการพัฒนาด้านการใช้เทคโนโลยี |
- การขยายกิจการโดยการถือสิทธิ์ยึดครองหรือควบรวม (Merger and Acquisition) | - การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ - การคัดเลือกบุคลากร - การบริหารค่าตอบแทน - การลด/เพิ่มกำลังคน |
- การรับภาระหนี้สิ้นเพิ่มขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยืดครอง - การมุ่งขายสินค้าในตลาดต่างประเทศ | - การโอนย้ายพนักงาน - การจัดกำลังคน - การสรรหาคัดเลือกพนักงานไปปฏิบัติงานที่ต่างประเทศ - การปรับตัวด้านวัฒนธรรม - การฝึกอบรมพนักงาน |
กลยุทธ์ขององค์การ | กิจกรรมด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ |
- การขยายธุรกิจ/ขยายโรงงาน | - การโอนย้ายพนักงาน - การสรรหาคัดเลือกพนักงาน - การฝึกอบรมพนักงาน |
- การใช้กลยุทธ์ทางการแข่นขันด้วยต้นทุนต่ำ | - การจัดการค่าตอบแทน - แรงงานสัมพันธ์ - การฝึกอบรมพนักงาน |
- การรื้อ/ปรับระบบองค์การ | - การปรับตัวด้านวัฒนธรรม - การฝึกอบรมพนักงาน - การเปลี่ยนสานอาชีพ - การจัดการค่าตอบแทน |
OVERCOMING NERVOUSNESS
HR-building strategies
พฤติกรรมมนุษย์ และพฤติกรรมเชิงการเมืองในองค์การ�(HUMAN AND POLITICAL BEHAVIOR IN ORGANIZATION)
41
แนวคิดธรรมชาติของมนุษย์ตามแนวทางของทฤษฎีสังคมวิทยา ซึ่งเน้นไปที่ปฏิสัมพันธ์ที่เป็นการแลกเปลี่ยนและมีรากฐานจากเศรษฐศาสตร์ โดยมีทัศนะดังนี้ (ปราณี รามสูตร และจำรัส ด้วงสุวรรณ, 2555)
1. พฤติกรรมมนุษย์มีแนวโน้มจะแสดงพฤติกรรมที่นำมาซึ่งผลตอบแทน
2. พฤติกรรมมนุษย์มีแนวโน้มกระทำสิ่งต่างๆ เมื่อประเมินแล้วว่ามีโอกาสเป็นไปได้
3. พฤติกรรมมนุษย์มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นอีกถ้าได้รับรางวัล
4. พฤติกรรมมนุษย์มีแนวโน้มที่จะกระทำในสิ่งที่คนอื่นยอมรับและมีปฏิสัมพันธ์เสมอ
5. พฤติกรรมมนุษย์เกิดจากความต้องการสิ่งที่มีค่า และสิ่งที่ให้คุณค่าจะส่งผลถึงพฤติกรรมที่จะตอบสนองมากหรือน้อยตามไปด้วย
สุขภาวะทางจิตกับการจัดการทรัพยากรมนุษย์
สุขภาวะทางจิต หมายถึง ภาวะจิตใจที่เป็นสุข สามารถปรับตัวแก้ปัญหา สร้างสรรค์ทำงานได้ มีความรู้ สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความมั่นคงทางจิตใจ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ อยู่ในสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ มีความสุข มีความพึงพอใจในชีวิต ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับการที่บุคคลมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถจัดการกับความรู้สึกทั้งทางบวกและทางลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสอดคล้องกับความต้องการและการสำเร็จตามเป้าหมาย มีมุมมองสภาพแวดล้อม สถานการณ์ และประสบการณ์ในแง่ที่ดี
ประกอบไปด้วย 7 ลักษณะได้แก่ ความเติบโตทางจิตใจ ความตั้งมั่นในหน้าที่ การยอมรับในตนเองการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น ความเป็นตัวของตัวเอง ความสามารถในการจัดการสภาพแวดล้อม การมีเป้าหมายในชีวิต และการมีความงอกงามในตน
(ณภัทร วุฒธะพันธ์, 2564ข; ณัฐวุฒิ อรินทร์, 2555; Ryff & Keyes 1995)
พฤติกรรมเชิงการเมืองในองค์การนั้นเป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและการใช้อำนาจ และกิจกรรมทั้งหลายที่บุคคลหรือสมาชิกในองค์การนั้นๆ แสดงออกถึงการแสวงหาการได้รับการสนับสนุน การยอมรับ การได้มาแก่สิ่งต่างๆ ตามที่ตนเองหรือกลุ่มของตนเองต้องการ ซึ่งพฤติกรรมเชิงการเมืองในองค์การสามารถเป็นไปได้ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ
ธร สุนทรายุทธ (2556 หน้า 3) อธิบายว่า พฤติกรรมเชิงการเมืองมีลักษณะ
(2) เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือหน่วยงานตน โดยไม่คำนึงถึงความชอบธรรมที่คนอื่นหรือหน่วยงานอื่นพึงได้รับ
(3) เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจและจงใจใช้เพื่อแสวงหาอำนาจหรือการรักษาอำนาจของตน โดยพฤติกรรมเชิงการเมืองจะมีลักษณะ อาทิ นินทาว่าร้าย ประจบประแจง หลอกลวง โยนความผิด ปกปิดความจริง ใช้อำนาจ หาพรรคพวก วางแผนอุบาย แสวงหาโอกาส ฯลฯ เป็นต้น
พฤติกรรมเชิงการเมืองในองค์การ
ประเภทของพฤติกรรมเชิงการเมืองในองค์การตามทัศนะของ BAUM (1989) �แบ่งออกเป็น 4 ประเภทได้แก่
(2) ลักษณะทางการเมืองที่บุคคลพยายามสะสมทรัพยากรให้ได้มากที่สุด (Politics of Isolation)
(3) ลักษณะทางการเมืองที่ต้องแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ เช่น ตำแหน่ง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และมุ่งเอาชนะคนอื่นๆ มากกว่ามุ่งการสร้างความร่วมมือในองค์การ (Conventional Organizational Politics)
(4) ลักษณะทางการเมืองแบบร่วมมือกัน ประนีประนอม ทั้งๆ ที่ทุกการตัดสินใจอาจไม่ได้นำมาซึ่งความพอใจของทุกคน แต่มีความชอบธรรม
45
THANK YOU