1 of 195

สำนักงาน ป.ป.ช. �ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด

โครงการเสริมสร้างความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต “ในการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘”

๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง

อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด

1

2 of 195

สำนักงาน ป.ป.ช. �ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด

พบเจ้าที่ของรัฐทุจริต แจ้ง

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด

  • เลขที่ 200 หมู่ที่ 4 บ.กู่ กม.7 ถ.สายร้อยเอ็ด – โพนทอง
  • ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด
  • โทร. 043 513 138 - 9
  • โทรสาร (Fax) 043 513 139
  • สายด่วน 1205 หรือ www.nacc.go.th

2

3 of 195

3

4 of 195

4

5 of 195

5

6 of 195

6

7 of 195

7

8 of 195

8

9 of 195

9

10 of 195

10

11 of 195

ความเชื่อมโยงแผนระดับชาติสู่เป้าหมายผลลัพธ์ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

11

12 of 195

C P I 2023

(2566)

(Corruption Perceptions Index)

ดัชนีชี้วัดการรับรู้การทุจริต

Integrity and Transparency Assessment: ITA

ITA 2567

13 of 195

14 of 195

15 of 195

15

16 of 195

16

17 of 195

17

18 of 195

18

19 of 195

19

20 of 195

20

21 of 195

21

BF (TI)

n/a

EIU

n/a

GI

n/a

IMD

n/a

PRS

n/a

WJP

n/a

VDEM

n/a

PERC

n/a

WEF

n/a

การขัดกันระหว่างผลประโยชน์

การตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่รัฐ

นโยบายของรัฐบาล

ในการแก้ไขปัญหาการทุจริต

ตัวชี้วัดที่ 1.1 สัดส่วนเด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมที่ยึดมั่น� ความซื่อสัตย์สุจริตต่อเด็กและเยาวชนไทยทั้งหมด

ค่าเป้าหมาย 84% / ผล n/a%

ตัวชี้วัดที่ 1.2 สัดส่วนประชาชนที่มีวัตนธรรม ค่านิยมสุจริต � มีทัศนคติและพฤติกรรมในการต่อต้านการทุจริตฯ � ต่อประชาชนทั้งหมด

ค่าเป้าหมาย 84% / ผล n/a%

ตัวชี้วัดที่ 1.3 สัดส่วนหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณธรรม � และความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ ต่อหน่วยงาน � ภาครัฐทั้งหมด

ค่าเป้าหมาย 100% / ผล n/a%

ตัวชี้วัดที่ 3.1 สัดส่วนกระบวนการดำเนินคดีทุจริต

ที่จำเป็นต้องขอขยายระยะเวลาเกินกว่า

กรอบเวลาปกติที่กฎหมายกำหนด

ต่อกระบวนการดำเนินคดีทุจริตทั้งหมด

ค่าเป้าหมาย ไม่เกิน 20% / ผล n/a%

ตัวชี้วัดที่ 3.2 สัดส่วนคดีอาญาที่หน่วยงานไต่สวนคดีทุจริต

ถูกฟ้องกลับต่อคดีที่ส่งฟ้องทั้งหมด

ค่าเป้าหมาย ไม่เกิน 3% / ผล n/a%

ตัวชี้วัดที่ 2.1 คดีทุจริตในภาพรวมลดลง

ค่าเป้าหมาย -30% / ผล n/a%

ตัวชี้วัดที่ 2.2 คดีทุจริตรายหน่วยงานลดลง

2.2.1 ข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ถูกชี้มูลเรื่องวินัย

(ทุจริต) ลดลง ค่าเป้าหมาย -30% / ผล n/a%

2.2.2 ข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ถูกชี้มูลว่ากระทำ

การทุจริตลดลง ค่าเป้าหมาย -30% / ผล n/a%

ตัวชี้วัดที่ 2.3 คดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่ง� ทางการเมืองลดลง

ค่าเป้าหมาย -40% / ผล n/a%

Education

Prevention

Enforcement

Education

Prevention

Enforcement

Education

Prevention

Enforcement

Education

Prevention

Enforcement

Education

Prevention

Enforcement

ตัวชี้วัดแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ กับ

ความสอดคล้องกับ 3-pronged Approach

แนวทางที่ 1 Education

แนวทางที่ 2 Prevention

แนวทางที่ 3 Enforcement

ความโปร่งใส

ในระบบงบประมาณ

สินบน

CPI Score 55 : n/a

ITA Score 89 : n/a

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

22 of 195

United Nations Convention Against Corruption

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต

UNCAC ได้วางหลักการสำหรับการป้องกันการทุจริตและวิธีการ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวโดยให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในรัฐภาคี โดยรัฐภาคีจะต้องกำหนดนโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตตามแนวทางที่กำหนด

ซึ่งใน “หมวดที่ 2 มาตรการป้องกันการทุจริต (Preventive measures)” ได้ระบุถึงพันธกรณีของรัฐภาคีที่จะต้องจัดทำนโยบายป้องกันการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ การกำหนดมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐและเอกชนตั้งแต่การจัดตั้งองค์กรพิเศษ เพื่อการต่อต้านการทุจริต นโยบายและแนวทาง ปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการส่งเสริมธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม ความโปร่งใสตรวจสอบได้

23 of 195

ในการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ครั้งที่ 14 เมื่อปี พ.ศ. 2549 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ที่ประชุมได้กำหนดให้รัฐสมาชิกต้องส่งเสริมคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความรับผิดรับชอบ ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐของแต่ละประเทศ ภายใต้หลักการ ดังนี้

1. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องเคารพและยึดมั่นในรัฐธรรมนูญหรือหลักกฎหมายของประเทศ กฎหมายต่างๆ รวมถึงบรรทัดฐานทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ใช้อยู่ในประเทศของตน

2. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องใช้ตำแหน่งทางราชการของตนเพื่อประโยชนของส่วนรวมเท่านั้นและต้องไม่ใช้ตำแหน่งเพื่อแสวงหาผลประโยชนให้ตนเองหรือให้ผู้อื่น

Asia – Pacific

Economic Cooperation

Conduct Principles

for Public Officials

3. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องไม่รับของขวัญ หรือความช่วยเหลือ หรือผลประโยชนใดๆ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อแลกเปลี่ยนกับ การปฏิบัติหน้าที่หรือการไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือที่อาจทำให้มีการรบกวนหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ หรือการพิจารณาตัดสินของตน

4. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปกป้องและรักษาเงิน ทรัพย์สิน และบริการต่างๆ ของทางราชการ และจะต้องใช้ทรัพย์สมบัติและบริการของทางราชการเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ของทางราชการเท่านั้น

5. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องเปิดเผยข้อมูลที่ได้มาจากการดำรงตำแหน่งและหน้าที่ทางราชการเพื่อใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจตามบรรทัดฐานความโปร่งใส แต่จะต้องเป็นข้อมูลที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น

APEC Conduct Principles for Public Officials

จรรยาบรรณระหว่างประเทศสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ต่อ)

24 of 195

APEC Conduct Principles for Public Officials

จรรยาบรรณระหว่างประเทศสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ต่อ)

6. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ยุติธรรม ไม่ลำเอียง รวมถึงเมื่อปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในทางการเมืองหรือหรือกิจกรรมอื่น ๆ

7. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจจะมีผลให้ตนเองหรือครอบครัวได้รับผลประโยชนทางการเงิน หรือการได้มาซึ่งตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือผลประโยชนทางการเงิน การค้า หรือผลประโยชนอื่นๆในลักษณะเดียวกันที่ขัดแย้ง หรืออาจทำให้เห็นอย่างมีเหตุผลว่าจะขัดแย้งกับหน่วยงาน และ/หรืองานในหน้าที่ของตน

Asia – Pacific

Economic Cooperation

Conduct Principles

for Public Officials

8. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องเคารพและปฏิบัติตามระบบและมาตรการที่ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการรายงานการกระทำคอร์รัปชันต่อผู้มีอำนาจในการดำเนินการ และหากการดำเนินการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รายใด จะต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินการนั้นด้วย

9. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการรายงานต่อผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวของในเรื่องการกระทำต่างๆ นอกเหนือจากการปฏิบัติราชการ เช่น การทำงานจ้างอื่นๆ การลงทุนทางการเงินหรือที่เกี่ยวข้อง สินทรัพย์ ของขวัญของกำนัล หรือสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ

10. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดขึ้นตามกฎหมายหรือตามนโยบายของฝ่ายบริหาร เพื่อว่าหลังจากลาออกจากตำแหน่งราชการแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องไม่รับประโยชนที่ไม่สมควรได้จากการปฏิบัติราชการที่เคยดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนหน้านั้น

25 of 195

25

26 of 195

26

27 of 195

27

28 of 195

28

29 of 195

29

30 of 195

30

31 of 195

31

32 of 195

32

33 of 195

33

34 of 195

34

35 of 195

35

36 of 195

36

37 of 195

ระบบคิดฐานสองกับการแก้ปัญหาในสังคม�(ผลกระทบต่อสังคมและการพัฒนาประเทศ)

38 of 195

ปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย

ป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ

39 of 195

พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535

  • มาตรา 49 ก่อสร้าง ดัดแปลงอาคาร หรือติดตั้งป้ายโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

40 of 195

พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2560

  • มีผลบังคับใช้เดือน กุมภาพันธ์ 2560
  • ครอบครองสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต

ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ ตร.ม.ละ 1,000-20,000 บาท

41 of 195

พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484

  • มาตรา 54 (30) ยึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 5/2559

  • ให้กรมป่าไม้รับผิดชอบพื้นที่ป่าไม้ที่ทวงคืนได้จำนวน 100,000 ไร่

42 of 195

COI

10 รูปแบบ

1. การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ

2. การทำธุรกิจกับตัวเอง �หรือเป็นคู่สัญญา

3. การทำงานหลังจาก

ออกจากตำแหน่ง

สาธารณะหรือหลังเกษียณ

4. การทำงานพิเศษ

5. การรู้ข้อมูลภายใน

6. การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

7. การนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์�ในทางการเมือง

8. การใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง

9. การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผล

ต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

หรือหน่วยงานของรัฐอื่น

10. รูปแบบอื่น ๆ

43 of 195

1. การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ (Accepting benefits)

ผลประโยชน์ต่าง ๆ ได้แก่ ทรัพย์สิน ของขวัญ การลดราคา การรับความบันเทิง การรับบริการ การรับการฝึกอบรม หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันนี้ และผลจากการรับผลประโยชน์ต่าง ๆ นั้น

ส่งผลต่อการใช้ดุลยพินิจ หรือการปฏิบัติหน้าที่ หรือความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

44 of 195

คดีสินบนที่น่าสนใจ

45 of 195

46 of 195

47 of 195

48 of 195

49 of 195

50 of 195

51 of 195

52 of 195

53 of 195

54 of 195

9. การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือ หน่วยงานของรัฐอื่น (influence)

การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐอาศัยตำแหน่งหน้าที่ ของตนเองเข้าแทรกแซงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยระเบียบ และกฎหมายหรือฝ่าฝืนจริยธรรม

55 of 195

56 of 195

จดหมายน้อย

คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) พิจารณาแล้วมีมติว่า “แม้ไม่ปรากฏชัดว่า นาย ห. ได้มีการมอบหมายให้ นาย ด. เลขาธิการฯ มีหนังสือสองฉบับดังกล่าว แต่พยานหลักฐานก็รับฟังได้ว่า นาย ห. มีส่วนรู้เห็นเป็นใจและรับทราบที่นาย ด. กระทำการดังกล่าว อันเป็นการกระทำผิดวินัย ฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใด ๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ซึ่งถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่สมควร ตามข้อ 5 และข้อ 11 วรรคหนึ่ง ของประกาศ ก.ศป. เรื่อง วินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง ลงวันที่ 19 ธ.ค. 2544

การกระทำของนาย ด. เลขาธิการฯ เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามจริยธรรมข้าราชการฝ่ายศาลปกครองโดยมีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และการกระทำดังกล่าวยังไม่อาจรับฟังได้ว่าได้รับมอบหมายหรือรู้เห็นเป็นใจจากนาย ห. ลงโทษให้ภาคทัณฑ์ แต่นาย ด. ได้ถูกพักงานนาน 2 เดือนแล้ว และไม่ปรากฏความเสียหายในรูปธรรมที่สำนักงานศาลปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จึงให้งดโทษภาคทัณฑ์ แต่ยังให้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์

57 of 195

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยการป้องกัน

และปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. 2561

หมวด 6 การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล

58 of 195

(3)

รับหรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาอันมีลักษณะผูกขาดตัดตอนจากรัฐ หรือเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญาดังกล่าว

(1)

เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ

(2)

เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(4)

เป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้าง ในธุรกิจของเอกชน

มาตรา 126 ห้าม เจ้าพนักงานของรัฐทำอะไร ?

59 of 195

เจ้าพนักงานของรัฐ

รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือมีราคา/มูลค่ามากกว่าที่กำหนด

รับมาแล้ว โดยมีความจำเป็นเพื่อรักษาไมตรี มิตรภาพ หรือความสัมพันธ์อันดี

แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดต่อหัวหน้าส่วนราชการ/ผู้บริหารสูงสุด ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทรัพย์สิน

เพื่อวินิจฉัยว่า มีเหตุผลความจาเป็น ความเหมาะสม

และสมควรที่จะให้ผู้นั้นรับไว้เป็นสิทธิของตนหรือไม่

กรณีมีคำสั่งว่าไม่สมควรรับไม่สมควรรับ

คืนแก่ผู้ให้ทันที

ไม่สามารถคืนได้

ส่งมอบทรัพย์สิน หรือประโยชน์ให้

เป็นสิทธิของหน่วยงาน

ผล เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นไม่เคยรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ดังกล่าวเลย

60 of 195

การรายงานการรับทรัพย์สินฯ

แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเพื่อให้วินิจฉัยว่า มีเหตุผลความจำเป็น ความเหมาะสม

เจ้าพนักงานของรัฐ

หัวหน้าส่วนราชการ / ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือองค์กรที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นสังกัด

หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า กรรมการหรือผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น

ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน

ส.ส. / ส.ว.

ประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ / ผู้ดำรงตำแหน่งที่ไม่มีผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจถอดถอน

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา แล้วแต่กรณี

คณะกรรมการ ป.ป.ช.

61 of 195

แบบรายงานการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ฯ

62 of 195

นาย ส. ลาออกจากราชการ เข้าร่วมงานแสดงมุทิตาจิตแด่ผู้ลาออกจากราชการและผู้เกษียณอายุราชการ

ได้รับเข็มกลัดทองคำมีมูลค่าประมาณ 12,000 บาท จากกองทุนสวัสดิการของหน่วยงานตามข้อกำหนดในการมอบของที่ระลึกให้กับผู้ที่ออกจากราชการ

ข้อบังคับคณะกรรมการสวัสดิการภายในสำนักงาน ว่าด้วยการมอบของที่ระลึกให้แก่สมาชิกกรณีออกจากราชการ พ.ศ. 2559 ข้อ 3 (2) ที่ให้อำนาจแก่กองทุนสวัสดิการสามารถมอบของที่ระลึกให้แก่สมาชิกที่ ออกจากราชการซึ่งมีอายุราชการตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ได้ไม่เกินรายละ 15,000 บาท

รับโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ไม่จำเป็นต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินต่อผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน

เข็มกลัดทองคำ จากกองทุนสวัสดิการ

63 of 195

นายก อบต. เรียกรับเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือ โบนัสจาก พนง.- ลูกจ้าง 25 คน

เจ้าหน้าที่การเงินเสนอบันทึกขออนุมัติจ่ายเงินพร้อมเอกสาร เรียกเจ้าหน้าที่ไปพบขอเรียกเงิน ร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่แต่ละคนมีสิทธิได้รับ เจ้าหน้าที่การเงินไปเก็บเสนอมาโดยจำเลยเขียนคำว่า “รอ” และลงชื่อในกระดาษสีเหลืองปิดไว้ที่สมุดเช็ค

เสนอบันทึกอีกครั้ง จำเลยเรียกเจ้าหน้าที่ไปพบให้ไปแจ้งว่าขอเรียกเงินเพิ่มจาก ร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 10 แต่ละคนเกรงว่าอาจมีปัญหาในการทำงานจึงยอมจ่าย จำเลยจึงได้ลงนามในเช็ค จนท.สงสัยเรียกเพิ่มเพราะอะไรเลยไปสอบถาม จำเลยตอบ น้ำมันแพง

พนักงาน-ลูกจ้าง ได้นำเงินสดห่อกระดาษให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรวบรวมไปมอบให้จำเลยหลังเลิกงานขณะจำเลยรออยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าสำนักงาน จำเลยอ้างว่าไม่ได้รับเงินเพราะกลับบ้านตรงเวลาหลังเลิกงานไม่มีการรอรับเงิน

มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 103 วรรคหนึ่ง มาตรา 122 วรรคหนึ่ง

ศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 สั่ง

จำคุก 3 ปี

4 เดือน

คดีหมายเลขดำที่ อท./2402561

เลขแดงที่ 9849/2561

คดีเรียกรับเงินโบนัส

64 of 195

บทกำหนดโทษ

126

กรณีมาตรา 126 วรรค 2 ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐรู้เห็นยินยอม ต้องระวางโทษตาม ม 168 วรรค 2

ถือเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 169

ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 170

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 168

127

128

129

65 of 195

สรุปสาระสำคัญ เรื่อง การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑

66 of 195

66

67 of 195

67

68 of 195

68

69 of 195

69

70 of 195

70

71 of 195

71

72 of 195

72

73 of 195

ลักษณะคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วย กม.

  • ออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจ (ออกโดยเจ้าหน้าที่อื่น ไม่ได้รับมอบอำนาจ)
  • ออกคำสั่งนอกเหนืออำนาจ (ทำเกินกว่าอำนาจที่กม.ให้ไว้)
  • ไม่ถูกต้องตามกม. (เนื้อหาของคำสั่งขัด/แย้งต่อกม.)
  • ไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญ
  • ไม่สุจริต(การใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว)
  • เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม (ขัดต่อหลักความเสมอภาค)
  • สร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็น(เกินขอบเขตแห่งความจำเป็นที่กม.กำหนด)
  • สร้างภาระเกินสมควร (เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักความได้สัดส่วน)
  • ใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ (เกินกว่าที่วิญญูชนจะรับฟังได้)

73

74 of 195

74

75 of 195

76 of 195

76

77 of 195

นายก อบต. เรียกรับเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือ โบนัสจาก พนง.- ลูกจ้าง 25 คน

เจ้าหน้าที่การเงินเสนอบันทึกขออนุมัติจ่ายเงินพร้อมเอกสาร เรียกเจ้าหน้าที่ไปพบขอเรียกเงิน ร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่แต่ละคนมีสิทธิได้รับ เจ้าหน้าที่การเงินไปเก็บเสนอมาโดยจำเลยเขียนคำว่า “รอ” และลงชื่อในกระดาษสีเหลืองปิดไว้ที่สมุดเช็ค

เสนอบันทึกอีกครั้ง จำเลยเรียกเจ้าหน้าที่ไปพบให้ไปแจ้งว่าขอเรียกเงินเพิ่มจาก ร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 10 แต่ละคนเกรงว่าอาจมีปัญหาในการทำงานจึงยอมจ่าย จำเลยจึงได้ลงนามในเช็ค จนท.สงสัยเรียกเพิ่มเพราะอะไรเลยไปสอบถาม จำเลยตอบ น้ำมันแพง

พนักงาน-ลูกจ้าง ได้นำเงินสดห่อกระดาษให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรวบรวมไปมอบให้จำเลยหลังเลิกงานขณะจำเลยรออยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าสำนักงาน จำเลยอ้างว่าไม่ได้รับเงินเพราะกลับบ้านตรงเวลาหลังเลิกงานไม่มีการรอรับเงิน

มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 103 วรรคหนึ่ง มาตรา 122 วรรคหนึ่ง

ศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 สั่ง

จำคุก 3 ปี

4 เดือน

คดีหมายเลขดำที่ อท./2402561

เลขแดงที่ 9849/2561

คดีเรียกรับเงินโบนัส

78 of 195

78

79 of 195

79

80 of 195

80

81 of 195

81

82 of 195

82

83 of 195

83

84 of 195

84

85 of 195

85

86 of 195

86

87 of 195

87

88 of 195

ปรับฐานคิดแก้ทุจริตด้วยกลยุทธ์

Three-Pronged Approach (3PA)

89 of 195

พัฒนาการของสมอง 3 ส่วน

1. สมองส่วนหลัง (Reptilian) �“สมองตะกวด” – สัญชาตญาณ (500 ล้านปี)

ทำหน้าที่เพื่อการอยู่รอดของชีวิต

2. สมองส่วนกลาง (Mammalian)�“สมองสุนัข” – ศูนย์อารมณ์ (300 ล้านปี)�ทำหน้าที่ด้านอารมณ์ ความจำระยะยาว แรงจูงใจ

เพื่อการอยู่ร่วมกันเป็นฝูง

3. สมองส่วนหน้า (Neocortex)�“สมองมนุษย์” – ศูนย์เหตุผล (100 ล้านปี)�มีสติปัญญา รู้ตน รู้เขา รู้ควบคุมตน มีศีลธรรม

มีน้ำใจ เพื่อการอยู่อย่างมีความหมาย

90 of 195

แนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ

โครงสร้างสมอง

หน้าที่

ทฤษฎี

จิตวิเคราะห์ของ

ซิกมันด์ ฟรอยด์

ความต้องการของมนุษย์

ทฤษฎีลำดับขั้น

ความต้องการของ

อับบราฮัม มาสโลว์

ปัจจัยเอื้อ ต่อความต้องการ

ไตรสิกขา

วิธีการแก้ไขปัญหา

Three-Pronged Approach (3PA)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. สมอง ส่วนหลัง (ตะกวด)

Reptilian

1. สัญชาตญาณ ความอยู่รอด

1. ID

1. อยู่รอด

Existence

1. ปัจจัยพื้นฐาน 2. ความมั่นคงปลอดภัย

1. เงิน

1. ศีล

(สีลสิกขา)

1. ขัดข้อง

1. Enforcement

- ป.อาญา

- พรป.ปปช.

- พรบ.ความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

- พรบ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ

- พรบ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

- พรบ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

- พรป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

2. สมองส่วนกลาง

(สุนัข)

Mammalian

2. อารมณ์

2. EGO

2. อยู่ร่วม

Relation

3. ความรัก/ผูกพัน �4. ชื่อเสียง/ภูมิใจตน

2. เวลา

2. สมาธิ

(จิตตสิกขา)

2. ป้องกัน

2. Prevention

- พรป.ปปช.

- ม.32, ม.35 มาตรการป้องกันการทุจริตฯ

- ม.126 - 129 การขัดกันแห่งผลประโยชน์

- ม.102 - 125 การตรวจสอบทรัพย์สินฯ

- พรบ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี

3. สมอง

ส่วนหน้า (มนุษย์)

Neocortex

3. สติปัญญา ศีลธรรม

3. SUPER EGO

3. อยู่อย่างมีความหมาย Growth

5. ความเป็นมนุษย์สมบูรณ์

3. การพัฒนาตนเอง

3. ปัญญา

(ปัญญาสิกขา)

3. พัฒนา

3. Education

- พรป.ปปช.

- ม.33 ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของการทุจริตและค่านิยมที่เน้นการพึ่งพาระบบอุปถัมภ์ในสังคม

การทำความเข้าใจเรื่องการทุจริตต่อหน้าที่ การขัดกันแห่งผลประโยชน์ (COI) และจริยธรรมจะต้องใช้สมองส่วนหน้า ดังนั้น การฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์แยกแยะระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม แล้วยึดประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จึงเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นและจะก่อให้เกิดผลหรือการแสดงออกทางพฤติกรรมโดยอัตโนมัติ

91 of 195

แนวคิดในการแก้ไขปัญหา

การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่

ทางโลก ทางธรรม

92 of 195

“ดูกรอานนท์ การที่จะได้ประสบสุขก็เพราะละกิเลสต่างหาก ที่มีความรู้แต่มิได้ละเสียซึ่งกิเลสย่อมไม่เป็นประโยชน์แม้แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แก่ผู้มีความรู้นั้น แม้จะรู้มากแสนพระคัมภีร์หรือมีความรู้หาที่สุดมิได้ก็ตามก็รู้อยู่เปล่าๆ จะเอาประโยชน์อันใดอันหนึ่งไม่ได้ แลจะให้เป็นบุญเป็นกุศล แลได้เสวยความสุขเพราะความรู้นั้นไม่มี เราตถาคตไม่สรรเสริญผู้ที่มีความรู้มากแต่ไม่มีศีล ผู้ที่มีความรู้น้อยแต่เป็นผู้ตั้งอยู่ในศีล เราสรรเสริญแลนับถือผู้นั้นว่าเป็นคนดี ถ้าผู้ใดนับถือผู้มีกิเลสว่าดีกว่าผู้ไม่มีกิเลส บุคคลผู้นั้นชื่อว่าถือศีลเอาต้นเป็นปลาย เอาปลายเป็นต้น เอาสูงเป็นต่ำ เอาต่ำเป็นสูง ถ้าถืออย่างนี้ผิดทางแห่งพระนิพพาน เป็นคนมิจฉาทิฏฐิ”

คิริมานนทสูตร

93 of 195

93

หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ตกอยู่ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย�ในรูปแบบต่างๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติห้ามไว้ และเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นยังได้เข้าไปพิจารณาดำเนินการในกิจการสาธารณะที่เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในกิจการของรัฐเพื่อประโยชน์ของรัฐ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้พิจารณาได้มีผลประโยชน์ส่วนตนเข้าไปแอบแฝงหรือได้นำประโยชน์ส่วนตนเข้าไปมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ซึ่งรวมถึงการนำเอาการมีส่วนได้เสียในรูปแบบต่างๆหรือการมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือการนำความสัมพันธ์ส่วนตนเข้าไปเกี่ยวข้องในการตัดสินใจในการดำเนินการใดๆตามอำนาจหน้าที่ของการดำเนินงานที่เป็นกิจการส่วนรวมของรัฐ

การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล�และประโยชน์ส่วนรวม

94 of 195

การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับ

ประโยชน์ส่วนรวม

(Conflict of Interest)

95 of 195

การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม� คืออะไร

การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อประโยชน์สาธารณะ �มีประโยชน์ส่วนตนเข้ามาแทรกซ้อน โดยการใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการ/ตัดสินใจ/ใช้ดุลยพินิจ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์สาธารณะ

96 of 195

96

“ปัญหาที่สำคัญที่สุดอันก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ของประเทศไทยคือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งเป็นผลมาจากระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นในทุกวงราชการ ระบบอุปถัมภ์เป็นระบบที่มีคน 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือผู้ให้ความอุปถัมภ์ และอีกฝ่ายคือผู้รับความอุปถัมภ์ โดยอาจช่วยเหลือเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ เกิดเป็นหนี้บุญคุณที่ต้องตอบแทน ซึ่งหากพิจารณาแล้ว การช่วยเหลือดูแลกันด้วยอัธยาศัยไมตรีและการตอบแทนบุญคุณด้วยความกตัญญูย่อมถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องสรรเสริญแต่จะต้องตอบแทนโดยใช้ทรัพย์สินของส่วนตัวไม่ใช่การนำผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติไปตอบแทนเพราะทันทีที่นำของส่วนรวมมาต่อรองกันย่อมเกิดเป็นการทุจริตคอร์รัปชันขึ้นแล้ว และประเทศชาติต้องเสียหายเพราะการตอบแทนหนี้บุญคุณนี้มากเหลือเกิน”

ความตอนหนึ่งจากนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี

ที่ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ

97 of 195

การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

เกี่ยวข้องกับการทุจริต อย่างไร

98 of 195

98

  • การรับประโยชน์ต่างๆ (Accepting Benefits)

รับของขวัญ/เงินสนับสนุน/เงินบริจาคจากลูกค้าของหน่วยงาน

  • การทำธุรกิจกับตัวเอง (Self-Dealing) หรือเป็น คู่สัญญา (Contracts)

มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานต้นสังกัด

  • การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่สาธารณะ หรือหลังเกษียณ (Post –Employment)

ลาออกจากหน่วยงานเพื่อไปทำงานในหน่วยงานที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน

  • การทำงานพิเศษ (Outside Employment or Moonlighting)

ตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจที่แข่งขันหรือรับงานจากหน่วยงานต้นสังกัด

  • การรู้ข้อมูลภายใน (Inside Information)

ใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนเอง

  • การใช้สมบัติของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ ส่วนตัว (Using Employer, Property for Private advantage)

นำทรัพย์สินของหน่วยงานไปใช้ในงานส่วนตัว

  • การนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง (Pork-Barrrelling)

รมต.อนุมัติโครงการไปลงในพื้นที่ตนเอง, ใช้งบสาธารณะเพื่อหาเสียง

99 of 195

99

99

ไม่ใช้น้ำประปาหลวงล้างรถส่วนตัว

เอาวัสดุครุภัณฑ์หลวงไปใช้ที่บ้าน

เอารถยนต์หลวงมาใช้ในธุระส่วนตัว

ใช้น้ำประปาหลวงมาล้างรถส่วนตัว

เอาอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์ตที่ทำงาน

เอาโทรศัพท์หลวงมาโทรติดต่อธุระส่วนตัว

ไม่นำอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์ตที่ทำงาน

ไม่นำวัสดุครุภัณฑ์หลวงไปใช้ส่วนตัว

ไม่ใช้โทรศัพท์หลวงในเรื่องส่วนตัว

ไม่รับของขวัญจาก�ผู้มาติดต่อราชการ

ระบบคิด

100 of 195

การป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

1. เป็นคู่สัญญา/มีส่วนได้เสียในสัญญากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหรือกำกับดูแล ฯลฯ

2. เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหรือกำกับดูแล

3. รับสัมปทาน/คงไว้ซึ่งสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ ฯลฯ หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน ฯลฯ

4. เป็นกรรมการ/ที่ปรึกษา/ตัวแทน/พนักงาน/ลูกจ้างในธุรกิจเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดอยู่ ฯลฯ

การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

1. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2. ห้าม รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด 3. จากบุคคล นิติบุคคล

(ใช้บังคับกับผู้พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วยังไม่ถึง 2 ปีด้วย)

1. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากญาติซึ่งให้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตามฐานานุรูป

๒. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติ มีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล แต่ละโอกาสไม่เกินสามพันบาท

3. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่การให้นั้นเป็นการให้ในลักษณะให้กับบุคคลทั่วไป

101 of 195

การกระทำใดที่เข้าข่ายการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

การทำธุรกิจกับตนเองหรือเข้าเป็นคู่สัญญา

102 of 195

การป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

1. เป็นคู่สัญญา/มีส่วนได้เสียในสัญญากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหรือกำกับดูแล ฯลฯ

2. เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหรือกำกับดูแล

3. รับสัมปทาน/คงไว้ซึ่งสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ ฯลฯ หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน ฯลฯ

4. เป็นกรรมการ/ที่ปรึกษา/ตัวแทน/พนักงาน/ลูกจ้างในธุรกิจเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดอยู่ ฯลฯ

การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

1. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2. ห้าม รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด 3. จากบุคคล นิติบุคคล

(ใช้บังคับกับผู้พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วยังไม่ถึง 2 ปีด้วย)

1. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากญาติซึ่งให้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตามฐานานุรูป

๒. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติ มีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล แต่ละโอกาสไม่เกินสามพันบาท

3. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่การให้นั้นเป็นการให้ในลักษณะให้กับบุคคลทั่วไป

103 of 195

ระบบคิด

เอาโทรศัพท์หลวงมาใช้ติดต่อธุระส่วนตัว

เอารถยนต์หลวงมาใช้

ธุระส่วนตัว

เอาวัสดุครุภัณฑ์หลวง

ไปใช้ที่บ้าน

เอาอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์จที่ทำงาน

ใช้น้ำประปาหลวงมาล้างรถส่วนตัว

ไม่รับของขวัญจากผู้มาติดต่อราชการ

ไม่ใช้รถหลวงในเรื่องส่วนตัว

ไม่ใช้โทรศัพท์หลวงโทรธุระส่วนตัว

ไม่นำอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์จที่ทำงาน

ไม่นำวัสดุครุภัณฑ์หลวงไปใช้ที่บ้าน

อนาล็อค ANALOG

ดิจิทัล DIGITAL

104 of 195

104

การเปิดเผยข้อมูลการของหน่วยงานภาครัฐตามแนวทางการป้องกันการทุจริต

การทุจริตคอร์รัปชันที่พบบ่อยในวงราชการของไทยและกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. การเรียกเก็บภาษีคอร์รัปชัน ซึ่งรวมทั้งการเรียกเก็บสินบน/ส่วย/สินน้ำใจ ค่าตอบแทนในการ คุ้มครองธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ หรือกฎเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดไว้ 2. การนำเงินงบประมาณมาเป็นของตนผ่านค่าคอมมิชชัน ในโครงการ เช่น การรับสินบนในการ จัดซื้อ-จัดจ้าง รวมทั้งการเสนอโครงการเพื่อให้ได้งบประมาณไปคอร์รัปชัน โดยโครงการดังกล่าวอาจไม่เกิด ประโยชน์อย่างแท้จริงกับประชาชนหรือส่วนราชการ 3. การรับสินบนในขบวนการหลีกเลี่ยงภาษีหรือการโกงภาษี 4. การจ่ายสินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งการผูกขาดธุรกิจหรือการผูกขาดการประมูลในโครงการ 5. การเล่นพรรคเล่นพวก หรือการดำรงตำแหน่งหลายหน่วยงาน (conflicts of interests) เช่น อธิบดีของกรมหนึ่งไปเป็นกรรมการของบริษัทเอกชนที่ต้องมารับงานหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับกรมๆนั้นทำให้เกิดปัญหาการทับซ้อนหรือการเล่นพรรคเล่นพวก

105 of 195

105

1.Complete: ข้อมูลสาธารณะทั้งหมดต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคง หรือความเป็นส่วนตัว

2Primary: ต้องเปิดเผยข้อมูลขั้นพื้นฐานที่ไม่ใช่ข้อมูลซึ่งผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว ทั้งนี้เพื่อ ป้องกันการบิดเบือนข้อมูลหรือการทำให้เข้าใจผิด

3Timely: ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อรักษาคุณค่าของข้อมูล เพราะหาก ล่าช้าเกินไปอาจไม่ทันการณ์เช่น ข้อมูลก่อนการประมูล หรือข้อมูลก่อนเริ่มโครงการภาครัฐ 4.Accessible: ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างกว้างขวางที่สุดให้แก่ประชาชนได้ทราบ Machine 5.Processable: ต้องเป็นข้อมูลที่มีรูปแบบซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์ ในเชิงอิเล็กทรอนิกส์ได้

6.Non-Discriminatory: เปิดเผยข้อมูลให้กับทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ

7.Non-Proprietary: ข้อมูลที่เปิดเผยต้องอยู่ในรูปแบบที่ไม่ทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง

มีความเป็น เจ้าของหรือควบคุมได้แต่เพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว

8.License-Free: ข้อมูลต้องไม่มีข้อห้ามในเรื่องสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือ ข้อจำกัดในเชิงการค้า แต่อาจมีการผ่อนผันได้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความลับทางการค้าหรือความมั่นคง ที่เกี่ยวข้อง

106 of 195

บทกำหนดโทษ

126

กรณีมาตรา 126 วรรค 2 ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐรู้เห็นยินยอม ต้องระวางโทษตาม ม 168 วรรค 2

ถือเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 169

ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 170

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 168

127

128

129

107 of 195

สรุปสาระสำคัญ เรื่อง การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑

108 of 195

108

109 of 195

109

กฏหมายและมาตรการของ ป.ป.ช. ในการต่อต้านการให้สินบนเจ้าพนักงานของรัฐ

มาตรา 176 แห่ง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

https://youtu.be/nhDdp3y3254

-----------------------------------------------------------------

เว็บไซต์ศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับนิติบุคคลในการต่อต้านการให้สินบน (ABAS) สำนักงาน ป.ป.ช.

https://www.nacc.go.th/abas/

-----------------------------------------------------------------

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง แนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมสำหรับนิติบุคคลในการป้องกันและให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ

https://www.nacc.go.th/.../b7f501d30e20cab0438f69e6765567...

-----------------------------------------------------------------

มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 สิงหาคม 2560 (11. เรื่อง การขับเคลื่อนมาตรการต่อต้านการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐโดยภาคเอกชน)

https://www.ldd.go.th/Web.../PDF/2560/Aug/08082017.pdf...

110 of 195

110

111 of 195

111

112 of 195

112

113 of 195

113

114 of 195

114

115 of 195

115

116 of 195

116

117 of 195

117

118 of 195

118

119 of 195

119

120 of 195

120

121 of 195

121

122 of 195

122

123 of 195

123

124 of 195

124

125 of 195

125

126 of 195

126

127 of 195

127

128 of 195

128

129 of 195

129

130 of 195

130

131 of 195

Good Governance

“หลักธรรมาภิบาล”

132 of 195

132

133 of 195

ประเทศไทยกับ “ธรรมาภิบาล”

1.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542

เกิดขึ้นภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540.ถือเป็นก้าวแรกของการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในประเทศไทย โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2542 ซึ่งมีหลักพื้นฐานของการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี 6 ประการ คือ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักความมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า

2. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 3/1 วรรคแรก

กำหนดหลักการเพื่อมุ่งเน้นให้ส่วนราชการใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ

3. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติราชการและการสั่งการที่ส่วนราชการและข้าราชการจะต้องปฏิบัติราชการ

เพื่อให้เกิดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี อันเป็นการครอบคลุมหลักการของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการใช้บังคับกฎหมาย จึงได้ยกเลิกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542

134 of 195

ประเทศไทยกับ “ธรรมาภิบาล”

4. ข้อเสนอแผนการส่งเสริมและพัฒนาธรรมาภิบาลในภาคราชการเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอย่างยั่งยืน

(GG Framework) โดย สำนักงาน กพร. (มติ ครม. เห็นชอบ เมื่อ 24 เมษายน 2555)

สำนักงาน กพร. ได้ศึกษาเพื่อปรับปรุงหลักธรรมาภิบาล โดยประกอบด้วย 4 หลักการสำคัญ และ 10 หลักการย่อย ดังนี้

2) ค่านิยมประชาธิปไตย ประกอบด้วย

  • หลักภาระรับผิดชอบ/สามารถตรวจสอบได้
  • หลักความเปิดเผย/โปร่งใส
  • หลักนิติธรรม
  • หลักความเสมอภาค

1) การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ประกอบด้วย

  • หลักประสิทธิภาพ
  • หลักประสิทธิผล
  • หลักการตอบสนอง

3) ประชารัฐ ประกอบด้วย

  • หลักการกระจายอำนาจ และหลักการ มีส่วนร่วม / การมุ่งเน้นฉันทามติ

4) ความรับผิดชอบทางการบริหาร ประกอบด้วย

  • หลักคุณธรรม/จริยธรรม

135 of 195

ประเทศไทยกับ “ธรรมาภิบาล”

5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ

  • มาตรา 65 ได้บัญญัติไว้ว่า “รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตาม “หลักธรรมาภิบาล” เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว …”
  • มาตรา 76 ได้บัญญัติไว้ว่า “รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลางส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และงานของรัฐอย่างอื่น ให้เป็นไปตาม “หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” โดยหน่วยงานของรัฐต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทำบริการสาธารณะ และการใช้จ่ายเงินงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน รวมตลอดทั้งพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีทัศนคติเป็นผู้ให้บริการประชาชนให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติและปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ...”

136 of 195

ความหมายของ “ธรรมาภิบาล”

  • สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ขององค์กรประชาสังคมซึ่งมีส่วนร่วมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ทั้งนี้องค์กรของรัฐจะอาศัยการบริหารจัดการที่ดี เป็นกลไกเกื้อหนุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนให้ยั่งยืน
  • นายอานันท์ ปันยารชุน ได้ให้ความหมายว่า ธรรมาภิบาลเป็นผลลัพธ์ของการจัดการกิจกรรมซึ่งบุคคลและสถาบันทั่วไป ภาครัฐและเอกชนมีผลประโยชน์ร่วมกัน ได้กระทำลงไปหลายทาง มีลักษณะเป็นขบวนการที่เกิดขึ้น อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การผสมผสานผลประโยชน์ที่หลากหลายและขัดแย้งกันได้
  • นายแพทย์ ประเวศวะสี ได้อธิบายว่าการที่สังคมประกอบด้วยภาคสำคัญ ๆ สามภาค คือ ภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เมื่อพิจารณาถึงธรรมาภิบาลก็จะรวมถึงความโปร่งใส ความถูกต้องของสามภาคดังกล่าว ธรรมาภิบาลจึงเป็นเสมือนพลังผลักดันที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชาติ
  • ศาสตราจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิช ได้ให้ความหมายว่า ธรรมาภิบาล คือกลไกของรัฐทั้งการเมืองและการบริหาร มีความแข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ สะอาด โปร่งใส และรับผิดชอบ เป็นการให้ความสำคัญกับภาครัฐและรัฐบาล เป็นด้านหลัก
  • นายธีรยุทธ บุญมี ได้อธิบายว่า ความคิดธรรมรัฐเป็นการมอบอำนาจการเมืองการปกครอง แบบใหม่ที่แข็งที่อตายตัว แต่ให้มีปฏิสัมพันธ์กับภาคประชาชนและให้มีลักษณะแยกย่อยมากขึ้น

137 of 195

ความหมายของ “ธรรมาภิบาล”

  • องค์การสหประชาชาติ - การมีส่วนร่วมของประชาชนในสังคมอย่างเท่าเทียมกัน และมีคำตอบพร้อมเหตุผล ที่สามารถชี้แจงได้ “ธรรมาภิบาล” จึงมีความสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ เพราะเป็นหลักการพื้นฐานในการสร้างความเป็นอยู่ของคนในสังคมทุกประเทศให้มีการพัฒนาที่เท่าเทียมกันและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การดำเนินการนี้ต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อกระจายอำนาจให้เกิดความโปร่งใส
  • ธนาคารโลก - ให้ความหมายว่าเป็นลักษณะและวิถีทางของการใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อจัดการงานของบ้านเมือง โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากรทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเพื่อการพัฒนา การมี “ธรรมาภิบาล” จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ เพราะรัฐบาลสามารถให้บริการที่มีประสิทธิภาพ มีระบบที่ยุติธรรม การทำหน้าที่ของระบบราชการ ฝ่ายนิติบัญญัติและสื่อมวลชนที่มีความโปร่งใส รับผิดชอบและตรวจสอบได้
  • องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) - “ธรรมาภิบาล” เป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมโดยกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างบรรยากาศให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พึ่งตนเองได้และเกิดความยุติธรรมทางสังคม
  • ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB)- มุ่งความสนใจไปที่องค์ประกอบที่ทำให้เกิดการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายที่กำหนดไว้ได้ผล หมายถึงการมีบรรทัดฐานเพื่อให้เกิดความแน่ใจว่ารัฐบาลสามารถสร้างผลงานตามที่สัญญาไว้กับประชาชนได้

138 of 195

ความหมายของ “ธรรมาภิบาล”

ธรรมะ

ความถูกต้อง ความดีงาม

อภิบาล

การปกครอง การปกปักรักษา

ธรรมาภิบาล

การปกครองที่ยึดถือ

ความถูกต้อง ความดีงาม เป็นหลัก

139 of 195

องค์ประกอบของหลักธรรมาภิบาล

140 of 195

เป้าหมาย หรือประโยชน์ของการปฏิบัติ ตามหลักธรรมาภิบาล

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

141 of 195

141

142 of 195

142

143 of 195

143

144 of 195

จิตพอเพียง

ต้านทุจริต

Sufficient

พอเพียง

S

Generosity

ความเอื้ออาทร

G

Knowledge

ความรู้

N

Transparent

โปร่งใส

T

Realize

ตื่นรู้

R

Onward

มุ่งไปข้างหน้า

O

การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักความพอเพียง

ร่วมพัฒนาให้เกิดความเอื้ออาทรต่อกันบนพื้นฐานของจริยธรรมและจิตพอเพียง

พัฒนาองค์ความรู้อย่างสม่ำเสมอ

เพื่อให้เท่าทันต่อสถานการณ์การทุจริต

บุคคลและหน่วยงานปฏิบัติงาน

บนฐานของความโปร่งใส

มีความเข้าใจและตระหนักรู้

ถึงรากเหง้าของปัญหา เข้าใจอย่างถ่องแท้ ในเรื่องปัญหาการทุจริต

ผู้นำมุ่งพัฒนาให้เกิดความเจริญอย่างยั่งยืน

โดยร่วมสร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริตอย่างไม่ย่อท้อ

การประยุกต์หลักความพอเพียงด้วยโมเดล

S T R O N G : จิตพอเพียงต้านทุจริต

145 of 195

145

  1. การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม เน้นการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน โดยปรับเปลี่ยนระบบการคิดของคน ในสังคมแยกแยะให้ได้ว่า “เรื่องใดเป็นประโยชน์ส่วนตน เรื่องใดเป็นประโยชน์ส่วนรวม” โดยนำวิธีคิดแบบฐาน 10 (Analog thinking) และฐาน 2 (Digital thinking) มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างยั่งยืน
  2. ความละอายความไม่ทนต่อการทุจริต

การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต เป็นการปรับเปลี่ยนสภาพสังคม ให้เกิดภาวะ “ที่ไม่ทนต่อการทุจริต” โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมในทุกช่วงวัย เพื่อสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต และปลูกฝังความพอเพียง มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นพลเมืองดี มีจิตสาธารณะ ผ่านทางสถาบันหรือกลุ่มตัวแทนที่ทำหน้าที่ในการกล่อมเกลาทางสังคม เพื่อให้เด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ เกิดพฤติกรรมที่ละอายต่อการกระทำความผิด การไม่ยอมรับและต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ

146 of 195

146

3. STRONG: จิตพอเพียงต้านทุจริต

ประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ประกอบกับหลักการต่อต้านการทุจริตอื่น ๆ เพื่อสร้างฐานคิดจิตพอเพียงต่อต้านการทุจริตให้เกิดขึ้นเป็นพื้นฐานความคิดของปัจเจกบุคคล โดยประยุกต์หลัก “STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต” มาเป็นแนวทางในการพัฒนาวัฒนธรรมหน่วยงาน

4.พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม

พลเมืองศึกษาเป็นการจัดการศึกษาและประสบการณ์เรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้เป็นพลเมืองดีของประเทศ มีความภูมิใจในความเป็นพลเมืองตนเอง มีสิทธิมีเสียงสนใจต่อส่วนรวม และมีส่วนร่วมในกิจการบ้านเมืองตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย หรือการเรียนรู้เกี่ยวกับรัฐบาล รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระบบการเมือง การปกครอง สิทธิและความรับผิดชอบของพลเมือง ระบบการบริหารจัดการสาธารณะและระบบตุลาการ

147 of 195

147

148 of 195

148

149 of 195

149

150 of 195

150

151 of 195

151

152 of 195

152

153 of 195

153

154 of 195

154

155 of 195

155

156 of 195

156

157 of 195

157

158 of 195

การส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส

  1. ศีล 5 (เว้นจากการประพฤติผิด)
  2. ธรรม 5 (การทำความดี)
  3. หิริ โอตตัปปะ(ละอายความชั่ว กลัวบาป) (เทวธรรม)
  4. วินัย จรรยาบรรณ จริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  5. หลักธรรมาภิบาล (Goodgovernance)
  6. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง/โมเดล strongจิตพอเพียง

6. หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education)

7.ITA การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน

8.ปรับปรุง พัฒนาระเบียบ กฎหมาย และการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ

9. การพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ

158

159 of 195

  • การส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
  • การสร้างความตระหนักรู้ ภัยอันตราย หายนะของการทุจริต
  • การปลูกฝังจิตสำนึก สร้างความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต
  • การส่งเสริมขวัญ กำลังใจ ความเลื่อมใสศรัทธา ภาคภูมิใจในสถานะ ตำแหน่ง หน้าที่ และการเพิ่มรายได้และสวัสดิการที่เพียงพอมั่นคง แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • การส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรมของการอาศัยอยู่ร่วมกันในสังคม
  • การสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในองค์กร
  • การกำหนดมาตรการ แนวทางในการป้องกันการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ (เช่น การใช้อำนาจ ดุลยพินิจในการสั่ง อนุมัติ อนุญาต หรือกำหนดมาตรการ แนวทาง วิธีการในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การประมูลป้ายทะเบียนรถ การป้องกัน การฝากเด็กเข้าเรียน (แป๊ะเจี๊ยะ) รถบบรรทุกน้ำหนักเกิด จัดซื้อฯลฯ
  • ออกกฎหมาย ระเบียบ ข้อปฏิบัติ ข้อพึงระวัง ข้อห้าม บทลงโทษ ผู้ทุจริต ที่รุนแรง เด็ดขาด และบังคับใช้ได้อย่างรวดเร็ว

160 of 195

160

อุคคติตัญญู

วิปจิตัญญูเนยยะ

ปทปรมะ

161 of 195

��

161

162 of 195

ผู้ทุจริต คือ อาชญากร

เป็นผู้ทำร้าย ทำลายประโยชน์และความผาสุกของประชาชน สังคม ประเทศชาติ

การทุจริต ถือ เป็นอาชญากรรม ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม

ทรยศ ต่อ ความดีงาม ของความเป็นมนุษย์

 เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ  มังสา  นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา ไป่อ้วน  �สองสามสี่นายมากำกับ กันแฮบังทรัพย์สี่ส่วนถ้วนบาทสิ้นเสือตาย ๛ 

การทำกิจการใดก็ตามหากมีคนเบียดบังผลประโยชน์ หรือโกงกิน คนโกงกินหนึ่งคน ผลงานของก็ย่อมไม่สมบูรณ์ และยิ่งมีคนโกงกินมากกิจการนั้นย่อมไม่สำเร็จ �คดในข้องอในกระดูก 

162

163 of 195

การทุจริต

เปรียบเสมือนเชื้อร้าย

ที่กัดกร่อนบ่อนทำลายประชาชน ประเทศชาติไทยเรา

ให้ย่อยยับ พินาศ วอดวาย ! ! !

หากคนในสังคม ไม่สนใจใยดี เพิกเฉย

ไม่ตระหนักถึงโทษ ภัยของทุจริต

ไม่ร่วมมือ รวมพลัง รวมใจ

ต่อสู้ และ ต่อต้านการทุจริต

ฤา สังคมไทยจะล่มสลาย

เมืองไทย เรา จะสิ้น ชาติ ???

163

164 of 195

ความซื่อสัตย์สุจริต

เป็นความอยู่รอดและความสงบสุขของสังคม ประเทศชาติ บ้านเมือง และโลกทั้งมวล

จึงเป็นค่านิยม ทัศนคติ และเป็นวิถีการดำเนินชีวิต ที่มีความหมายและสำคัญยิ่ง

ของมนุษยชาติ เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกันปลูกฝังให้กับลูกหลาน ญาติพี่น้อง

เพื่อนบ้านและทุกคน ในสังคมและทุกคนต้องประพฤติตนอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต

ให้สมดัง โคลงโลกนิติที่ว่า

เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์

เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้ �เสียรู้เร่งดำรง ความสัตย์ ไว้นา�เสียสัตย์อย่าเสียสู้ ชีพม้วย มรณา

164

165 of 195

165

166 of 195

166

167 of 195

167

168 of 195

168

169 of 195

1. การเริ่มต้นจากตัวเองและบุคคลรอบข้าง เพื่อสร้างค่านิยมคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต ใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตและเห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ

การมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

170 of 195

2. มีสำนึกของการเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เช่น รักษาระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย การเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก เป็นต้น

การมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

171 of 195

171

172 of 195

172

สัมมัปปธาน ๔ หรือ ปธาน ๔ คือ1. สังวรปธาน คือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น

2.ปหานปธานคือเพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว3. ภาวนาปธาน คือ เพียรทำกุศลธรรม ที่ยังไม่เกิดให้เกิดมี�4. อนุรักขนาปธาน คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ให้ตั้งมั่นและให้เจริญยิ่ง��

173 of 195

173

174 of 195

174

175 of 195

175

176 of 195

176

177 of 195

177

178 of 195

178

179 of 195

179

180 of 195

181 of 195

181

182 of 195

182

183 of 195

183

184 of 195

184

185 of 195

185

186 of 195

186

187 of 195

187

188 of 195

188

189 of 195

189

190 of 195

190

191 of 195

191

192 of 195

192

193 of 195

193

194 of 195

อันไม้จันทร์แม้แห้ง

ก็ไม่ทิ้งกลิ่น

หัสดินจะก้าวลงสู่สงคราม

ก็ไม่ทิ้งลีลา

อ้อยแม้เข้าสู้หีบยนต์

ก็ไม่ทิ้งรสหวาน

บัณฑิตแม้ประสบทุกข์

ก็ไม่ทิ้งธรรม

194

195 of 195

195

ทุจริตคิดโกงชาติ จะพินาจทั้งราษฎร์รัฐประชาชนทุกท่าน ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการทุจริตของประเทศ

ขอขอบคุณ สวัสดี