สำนักงาน ป.ป.ช. �ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด
โครงการเสริมสร้างความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต “ในการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘”
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง
อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
1
สำนักงาน ป.ป.ช. �ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด
พบเจ้าที่ของรัฐทุจริต แจ้ง
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ความเชื่อมโยงแผนระดับชาติสู่เป้าหมายผลลัพธ์ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
11
C P I 2023
(2566)
(Corruption Perceptions Index)
ดัชนีชี้วัดการรับรู้การทุจริต
Integrity and Transparency Assessment: ITA
ITA 2567
15
16
17
18
19
20
21
BF (TI)
n/a
EIU
n/a
GI
n/a
IMD
n/a
PRS
n/a
WJP
n/a
VDEM
n/a
PERC
n/a
WEF
n/a
การขัดกันระหว่างผลประโยชน์
การตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่รัฐ
นโยบายของรัฐบาล
ในการแก้ไขปัญหาการทุจริต
ตัวชี้วัดที่ 1.1 สัดส่วนเด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมที่ยึดมั่น� ความซื่อสัตย์สุจริตต่อเด็กและเยาวชนไทยทั้งหมด
ค่าเป้าหมาย 84% / ผล n/a%
ตัวชี้วัดที่ 1.2 สัดส่วนประชาชนที่มีวัตนธรรม ค่านิยมสุจริต � มีทัศนคติและพฤติกรรมในการต่อต้านการทุจริตฯ � ต่อประชาชนทั้งหมด
ค่าเป้าหมาย 84% / ผล n/a%
ตัวชี้วัดที่ 1.3 สัดส่วนหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณธรรม � และความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ ต่อหน่วยงาน � ภาครัฐทั้งหมด
ค่าเป้าหมาย 100% / ผล n/a%
ตัวชี้วัดที่ 3.1 สัดส่วนกระบวนการดำเนินคดีทุจริต
ที่จำเป็นต้องขอขยายระยะเวลาเกินกว่า
กรอบเวลาปกติที่กฎหมายกำหนด
ต่อกระบวนการดำเนินคดีทุจริตทั้งหมด
ค่าเป้าหมาย ไม่เกิน 20% / ผล n/a%
ตัวชี้วัดที่ 3.2 สัดส่วนคดีอาญาที่หน่วยงานไต่สวนคดีทุจริต
ถูกฟ้องกลับต่อคดีที่ส่งฟ้องทั้งหมด
ค่าเป้าหมาย ไม่เกิน 3% / ผล n/a%
ตัวชี้วัดที่ 2.1 คดีทุจริตในภาพรวมลดลง
ค่าเป้าหมาย -30% / ผล n/a%
ตัวชี้วัดที่ 2.2 คดีทุจริตรายหน่วยงานลดลง
2.2.1 ข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ถูกชี้มูลเรื่องวินัย
(ทุจริต) ลดลง ค่าเป้าหมาย -30% / ผล n/a%
2.2.2 ข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ถูกชี้มูลว่ากระทำ
การทุจริตลดลง ค่าเป้าหมาย -30% / ผล n/a%
ตัวชี้วัดที่ 2.3 คดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่ง� ทางการเมืองลดลง
ค่าเป้าหมาย -40% / ผล n/a%
Education
Prevention
Enforcement
Education
Prevention
Enforcement
Education
Prevention
Enforcement
Education
Prevention
Enforcement
Education
Prevention
Enforcement
ตัวชี้วัดแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ กับ
ความสอดคล้องกับ 3-pronged Approach
แนวทางที่ 1 Education
แนวทางที่ 2 Prevention
แนวทางที่ 3 Enforcement
ความโปร่งใส
ในระบบงบประมาณ
สินบน
CPI Score 55 : n/a
ITA Score 89 : n/a
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
United Nations Convention Against Corruption
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต
UNCAC ได้วางหลักการสำหรับการป้องกันการทุจริตและวิธีการ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวโดยให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในรัฐภาคี โดยรัฐภาคีจะต้องกำหนดนโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตตามแนวทางที่กำหนด
ซึ่งใน “หมวดที่ 2 มาตรการป้องกันการทุจริต (Preventive measures)” ได้ระบุถึงพันธกรณีของรัฐภาคีที่จะต้องจัดทำนโยบายป้องกันการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ การกำหนดมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐและเอกชนตั้งแต่การจัดตั้งองค์กรพิเศษ เพื่อการต่อต้านการทุจริต นโยบายและแนวทาง ปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการส่งเสริมธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม ความโปร่งใสตรวจสอบได้
ในการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ครั้งที่ 14 เมื่อปี พ.ศ. 2549 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ที่ประชุมได้กำหนดให้รัฐสมาชิกต้องส่งเสริมคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความรับผิดรับชอบ ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐของแต่ละประเทศ ภายใต้หลักการ ดังนี้
1. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องเคารพและยึดมั่นในรัฐธรรมนูญหรือหลักกฎหมายของประเทศ กฎหมายต่างๆ รวมถึงบรรทัดฐานทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ใช้อยู่ในประเทศของตน
2. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องใช้ตำแหน่งทางราชการของตนเพื่อประโยชนของส่วนรวมเท่านั้นและต้องไม่ใช้ตำแหน่งเพื่อแสวงหาผลประโยชนให้ตนเองหรือให้ผู้อื่น
Asia – Pacific
Economic Cooperation
Conduct Principles
for Public Officials
3. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องไม่รับของขวัญ หรือความช่วยเหลือ หรือผลประโยชนใดๆ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อแลกเปลี่ยนกับ การปฏิบัติหน้าที่หรือการไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือที่อาจทำให้มีการรบกวนหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ หรือการพิจารณาตัดสินของตน
4. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปกป้องและรักษาเงิน ทรัพย์สิน และบริการต่างๆ ของทางราชการ และจะต้องใช้ทรัพย์สมบัติและบริการของทางราชการเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ของทางราชการเท่านั้น
5. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องเปิดเผยข้อมูลที่ได้มาจากการดำรงตำแหน่งและหน้าที่ทางราชการเพื่อใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจตามบรรทัดฐานความโปร่งใส แต่จะต้องเป็นข้อมูลที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น
APEC Conduct Principles for Public Officials
จรรยาบรรณระหว่างประเทศสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ต่อ)
APEC Conduct Principles for Public Officials
จรรยาบรรณระหว่างประเทศสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ต่อ)
6. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ยุติธรรม ไม่ลำเอียง รวมถึงเมื่อปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในทางการเมืองหรือหรือกิจกรรมอื่น ๆ
7. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจจะมีผลให้ตนเองหรือครอบครัวได้รับผลประโยชนทางการเงิน หรือการได้มาซึ่งตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือผลประโยชนทางการเงิน การค้า หรือผลประโยชนอื่นๆในลักษณะเดียวกันที่ขัดแย้ง หรืออาจทำให้เห็นอย่างมีเหตุผลว่าจะขัดแย้งกับหน่วยงาน และ/หรืองานในหน้าที่ของตน
Asia – Pacific
Economic Cooperation
Conduct Principles
for Public Officials
8. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องเคารพและปฏิบัติตามระบบและมาตรการที่ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการรายงานการกระทำคอร์รัปชันต่อผู้มีอำนาจในการดำเนินการ และหากการดำเนินการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รายใด จะต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินการนั้นด้วย
9. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการรายงานต่อผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวของในเรื่องการกระทำต่างๆ นอกเหนือจากการปฏิบัติราชการ เช่น การทำงานจ้างอื่นๆ การลงทุนทางการเงินหรือที่เกี่ยวข้อง สินทรัพย์ ของขวัญของกำนัล หรือสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ
10. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดขึ้นตามกฎหมายหรือตามนโยบายของฝ่ายบริหาร เพื่อว่าหลังจากลาออกจากตำแหน่งราชการแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องไม่รับประโยชนที่ไม่สมควรได้จากการปฏิบัติราชการที่เคยดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนหน้านั้น
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
ระบบคิดฐานสองกับการแก้ปัญหาในสังคม�(ผลกระทบต่อสังคมและการพัฒนาประเทศ)
ปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย
ป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ
พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535
พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2560
ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ ตร.ม.ละ 1,000-20,000 บาท
พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484
ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 5/2559
COI
10 รูปแบบ
1. การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ
2. การทำธุรกิจกับตัวเอง �หรือเป็นคู่สัญญา
3. การทำงานหลังจาก
ออกจากตำแหน่ง
สาธารณะหรือหลังเกษียณ
4. การทำงานพิเศษ
5. การรู้ข้อมูลภายใน
6. การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
7. การนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์�ในทางการเมือง
8. การใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง
9. การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผล
ต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
หรือหน่วยงานของรัฐอื่น
10. รูปแบบอื่น ๆ
1. การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ (Accepting benefits)
ผลประโยชน์ต่าง ๆ ได้แก่ ทรัพย์สิน ของขวัญ การลดราคา การรับความบันเทิง การรับบริการ การรับการฝึกอบรม หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันนี้ และผลจากการรับผลประโยชน์ต่าง ๆ นั้น
ส่งผลต่อการใช้ดุลยพินิจ หรือการปฏิบัติหน้าที่ หรือความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
คดีสินบนที่น่าสนใจ
9. การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือ หน่วยงานของรัฐอื่น (influence)
การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐอาศัยตำแหน่งหน้าที่ ของตนเองเข้าแทรกแซงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยระเบียบ และกฎหมายหรือฝ่าฝืนจริยธรรม
จดหมายน้อย
คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) พิจารณาแล้วมีมติว่า “แม้ไม่ปรากฏชัดว่า นาย ห. ได้มีการมอบหมายให้ นาย ด. เลขาธิการฯ มีหนังสือสองฉบับดังกล่าว แต่พยานหลักฐานก็รับฟังได้ว่า นาย ห. มีส่วนรู้เห็นเป็นใจและรับทราบที่นาย ด. กระทำการดังกล่าว อันเป็นการกระทำผิดวินัย ฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใด ๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ซึ่งถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่สมควร ตามข้อ 5 และข้อ 11 วรรคหนึ่ง ของประกาศ ก.ศป. เรื่อง วินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง ลงวันที่ 19 ธ.ค. 2544
การกระทำของนาย ด. เลขาธิการฯ เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามจริยธรรมข้าราชการฝ่ายศาลปกครองโดยมีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และการกระทำดังกล่าวยังไม่อาจรับฟังได้ว่าได้รับมอบหมายหรือรู้เห็นเป็นใจจากนาย ห. ลงโทษให้ภาคทัณฑ์ แต่นาย ด. ได้ถูกพักงานนาน 2 เดือนแล้ว และไม่ปรากฏความเสียหายในรูปธรรมที่สำนักงานศาลปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จึงให้งดโทษภาคทัณฑ์ แต่ยังให้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2561
หมวด 6 การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล
(3)
รับหรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาอันมีลักษณะผูกขาดตัดตอนจากรัฐ หรือเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญาดังกล่าว
(1)
เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ
(2)
เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
(4)
เป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้าง ในธุรกิจของเอกชน
มาตรา 126 ห้าม เจ้าพนักงานของรัฐทำอะไร ?
เจ้าพนักงานของรัฐ
รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือมีราคา/มูลค่ามากกว่าที่กำหนด
รับมาแล้ว โดยมีความจำเป็นเพื่อรักษาไมตรี มิตรภาพ หรือความสัมพันธ์อันดี
แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดต่อหัวหน้าส่วนราชการ/ผู้บริหารสูงสุด ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทรัพย์สิน
เพื่อวินิจฉัยว่า มีเหตุผลความจาเป็น ความเหมาะสม
และสมควรที่จะให้ผู้นั้นรับไว้เป็นสิทธิของตนหรือไม่
กรณีมีคำสั่งว่าไม่สมควรรับไม่สมควรรับ
คืนแก่ผู้ให้ทันที
ไม่สามารถคืนได้
ส่งมอบทรัพย์สิน หรือประโยชน์ให้
เป็นสิทธิของหน่วยงาน
ผล เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นไม่เคยรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ดังกล่าวเลย
การรายงานการรับทรัพย์สินฯ
แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเพื่อให้วินิจฉัยว่า มีเหตุผลความจำเป็น ความเหมาะสม
เจ้าพนักงานของรัฐ
หัวหน้าส่วนราชการ / ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือองค์กรที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นสังกัด
หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า กรรมการหรือผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น
ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน
ส.ส. / ส.ว.
ประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ / ผู้ดำรงตำแหน่งที่ไม่มีผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจถอดถอน
ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา แล้วแต่กรณี
คณะกรรมการ ป.ป.ช.
แบบรายงานการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ฯ
นาย ส. ลาออกจากราชการ เข้าร่วมงานแสดงมุทิตาจิตแด่ผู้ลาออกจากราชการและผู้เกษียณอายุราชการ
ได้รับเข็มกลัดทองคำมีมูลค่าประมาณ 12,000 บาท จากกองทุนสวัสดิการของหน่วยงานตามข้อกำหนดในการมอบของที่ระลึกให้กับผู้ที่ออกจากราชการ
ข้อบังคับคณะกรรมการสวัสดิการภายในสำนักงาน ว่าด้วยการมอบของที่ระลึกให้แก่สมาชิกกรณีออกจากราชการ พ.ศ. 2559 ข้อ 3 (2) ที่ให้อำนาจแก่กองทุนสวัสดิการสามารถมอบของที่ระลึกให้แก่สมาชิกที่ ออกจากราชการซึ่งมีอายุราชการตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ได้ไม่เกินรายละ 15,000 บาท
รับโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ไม่จำเป็นต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินต่อผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน
เข็มกลัดทองคำ จากกองทุนสวัสดิการ
นายก อบต. เรียกรับเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือ โบนัสจาก พนง.- ลูกจ้าง 25 คน
เจ้าหน้าที่การเงินเสนอบันทึกขออนุมัติจ่ายเงินพร้อมเอกสาร เรียกเจ้าหน้าที่ไปพบขอเรียกเงิน ร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่แต่ละคนมีสิทธิได้รับ เจ้าหน้าที่การเงินไปเก็บเสนอมาโดยจำเลยเขียนคำว่า “รอ” และลงชื่อในกระดาษสีเหลืองปิดไว้ที่สมุดเช็ค
เสนอบันทึกอีกครั้ง จำเลยเรียกเจ้าหน้าที่ไปพบให้ไปแจ้งว่าขอเรียกเงินเพิ่มจาก ร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 10 แต่ละคนเกรงว่าอาจมีปัญหาในการทำงานจึงยอมจ่าย จำเลยจึงได้ลงนามในเช็ค จนท.สงสัยเรียกเพิ่มเพราะอะไรเลยไปสอบถาม จำเลยตอบ น้ำมันแพง
พนักงาน-ลูกจ้าง ได้นำเงินสดห่อกระดาษให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรวบรวมไปมอบให้จำเลยหลังเลิกงานขณะจำเลยรออยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าสำนักงาน จำเลยอ้างว่าไม่ได้รับเงินเพราะกลับบ้านตรงเวลาหลังเลิกงานไม่มีการรอรับเงิน
มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 103 วรรคหนึ่ง มาตรา 122 วรรคหนึ่ง
ศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 สั่ง
จำคุก 3 ปี
4 เดือน
คดีหมายเลขดำที่ อท./2402561
เลขแดงที่ 9849/2561
คดีเรียกรับเงินโบนัส
บทกำหนดโทษ
126
กรณีมาตรา 126 วรรค 2 ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐรู้เห็นยินยอม ต้องระวางโทษตาม ม 168 วรรค 2
ถือเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 169
ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 170
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 168
127
128
129
สรุปสาระสำคัญ เรื่อง การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑
66
67
68
69
70
71
72
ลักษณะคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วย กม.
73
74
76
นายก อบต. เรียกรับเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือ โบนัสจาก พนง.- ลูกจ้าง 25 คน
เจ้าหน้าที่การเงินเสนอบันทึกขออนุมัติจ่ายเงินพร้อมเอกสาร เรียกเจ้าหน้าที่ไปพบขอเรียกเงิน ร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่แต่ละคนมีสิทธิได้รับ เจ้าหน้าที่การเงินไปเก็บเสนอมาโดยจำเลยเขียนคำว่า “รอ” และลงชื่อในกระดาษสีเหลืองปิดไว้ที่สมุดเช็ค
เสนอบันทึกอีกครั้ง จำเลยเรียกเจ้าหน้าที่ไปพบให้ไปแจ้งว่าขอเรียกเงินเพิ่มจาก ร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 10 แต่ละคนเกรงว่าอาจมีปัญหาในการทำงานจึงยอมจ่าย จำเลยจึงได้ลงนามในเช็ค จนท.สงสัยเรียกเพิ่มเพราะอะไรเลยไปสอบถาม จำเลยตอบ น้ำมันแพง
พนักงาน-ลูกจ้าง ได้นำเงินสดห่อกระดาษให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรวบรวมไปมอบให้จำเลยหลังเลิกงานขณะจำเลยรออยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าสำนักงาน จำเลยอ้างว่าไม่ได้รับเงินเพราะกลับบ้านตรงเวลาหลังเลิกงานไม่มีการรอรับเงิน
มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 103 วรรคหนึ่ง มาตรา 122 วรรคหนึ่ง
ศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 สั่ง
จำคุก 3 ปี
4 เดือน
คดีหมายเลขดำที่ อท./2402561
เลขแดงที่ 9849/2561
คดีเรียกรับเงินโบนัส
78
79
80
81
82
83
84
85
86
87
ปรับฐานคิดแก้ทุจริตด้วยกลยุทธ์
Three-Pronged Approach (3PA)
พัฒนาการของสมอง 3 ส่วน
1. สมองส่วนหลัง (Reptilian) �“สมองตะกวด” – สัญชาตญาณ (500 ล้านปี)
ทำหน้าที่เพื่อการอยู่รอดของชีวิต
2. สมองส่วนกลาง (Mammalian)�“สมองสุนัข” – ศูนย์อารมณ์ (300 ล้านปี)�ทำหน้าที่ด้านอารมณ์ ความจำระยะยาว แรงจูงใจ
เพื่อการอยู่ร่วมกันเป็นฝูง
3. สมองส่วนหน้า (Neocortex)�“สมองมนุษย์” – ศูนย์เหตุผล (100 ล้านปี)�มีสติปัญญา รู้ตน รู้เขา รู้ควบคุมตน มีศีลธรรม
มีน้ำใจ เพื่อการอยู่อย่างมีความหมาย
แนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ
โครงสร้างสมอง | หน้าที่ | ทฤษฎี จิตวิเคราะห์ของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ | ความต้องการของมนุษย์ | ทฤษฎีลำดับขั้น ความต้องการของ อับบราฮัม มาสโลว์ | ปัจจัยเอื้อ ต่อความต้องการ | ไตรสิกขา | วิธีการแก้ไขปัญหา | Three-Pronged Approach (3PA) | กฎหมายที่เกี่ยวข้อง |
1. สมอง ส่วนหลัง (ตะกวด) Reptilian | 1. สัญชาตญาณ ความอยู่รอด | 1. ID | 1. อยู่รอด Existence | 1. ปัจจัยพื้นฐาน 2. ความมั่นคงปลอดภัย | 1. เงิน | 1. ศีล (สีลสิกขา) | 1. ขัดข้อง | 1. Enforcement | - ป.อาญา - พรป.ปปช. - พรบ.ความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ - พรบ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ - พรบ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ - พรบ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ - พรป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง |
2. สมองส่วนกลาง (สุนัข) Mammalian | 2. อารมณ์ | 2. EGO | 2. อยู่ร่วม Relation | 3. ความรัก/ผูกพัน �4. ชื่อเสียง/ภูมิใจตน | 2. เวลา | 2. สมาธิ (จิตตสิกขา) | 2. ป้องกัน | 2. Prevention | - พรป.ปปช. - ม.32, ม.35 มาตรการป้องกันการทุจริตฯ - ม.126 - 129 การขัดกันแห่งผลประโยชน์ - ม.102 - 125 การตรวจสอบทรัพย์สินฯ - พรบ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี |
3. สมอง ส่วนหน้า (มนุษย์) Neocortex | 3. สติปัญญา ศีลธรรม | 3. SUPER EGO | 3. อยู่อย่างมีความหมาย Growth | 5. ความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ | 3. การพัฒนาตนเอง | 3. ปัญญา (ปัญญาสิกขา) | 3. พัฒนา | 3. Education | - พรป.ปปช. - ม.33 ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของการทุจริตและค่านิยมที่เน้นการพึ่งพาระบบอุปถัมภ์ในสังคม |
การทำความเข้าใจเรื่องการทุจริตต่อหน้าที่ การขัดกันแห่งผลประโยชน์ (COI) และจริยธรรมจะต้องใช้สมองส่วนหน้า ดังนั้น การฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์แยกแยะระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม แล้วยึดประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จึงเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นและจะก่อให้เกิดผลหรือการแสดงออกทางพฤติกรรมโดยอัตโนมัติ
แนวคิดในการแก้ไขปัญหา
การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่
ทางโลก ทางธรรม
“ดูกรอานนท์ การที่จะได้ประสบสุขก็เพราะละกิเลสต่างหาก ที่มีความรู้แต่มิได้ละเสียซึ่งกิเลสย่อมไม่เป็นประโยชน์แม้แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แก่ผู้มีความรู้นั้น แม้จะรู้มากแสนพระคัมภีร์หรือมีความรู้หาที่สุดมิได้ก็ตามก็รู้อยู่เปล่าๆ จะเอาประโยชน์อันใดอันหนึ่งไม่ได้ แลจะให้เป็นบุญเป็นกุศล แลได้เสวยความสุขเพราะความรู้นั้นไม่มี เราตถาคตไม่สรรเสริญผู้ที่มีความรู้มากแต่ไม่มีศีล ผู้ที่มีความรู้น้อยแต่เป็นผู้ตั้งอยู่ในศีล เราสรรเสริญแลนับถือผู้นั้นว่าเป็นคนดี ถ้าผู้ใดนับถือผู้มีกิเลสว่าดีกว่าผู้ไม่มีกิเลส บุคคลผู้นั้นชื่อว่าถือศีลเอาต้นเป็นปลาย เอาปลายเป็นต้น เอาสูงเป็นต่ำ เอาต่ำเป็นสูง ถ้าถืออย่างนี้ผิดทางแห่งพระนิพพาน เป็นคนมิจฉาทิฏฐิ”
คิริมานนทสูตร
93
หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ตกอยู่ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย�ในรูปแบบต่างๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติห้ามไว้ และเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นยังได้เข้าไปพิจารณาดำเนินการในกิจการสาธารณะที่เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในกิจการของรัฐเพื่อประโยชน์ของรัฐ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้พิจารณาได้มีผลประโยชน์ส่วนตนเข้าไปแอบแฝงหรือได้นำประโยชน์ส่วนตนเข้าไปมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ซึ่งรวมถึงการนำเอาการมีส่วนได้เสียในรูปแบบต่างๆหรือการมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือการนำความสัมพันธ์ส่วนตนเข้าไปเกี่ยวข้องในการตัดสินใจในการดำเนินการใดๆตามอำนาจหน้าที่ของการดำเนินงานที่เป็นกิจการส่วนรวมของรัฐ
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล�และประโยชน์ส่วนรวม
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับ
ประโยชน์ส่วนรวม
(Conflict of Interest)
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม� คืออะไร
การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อประโยชน์สาธารณะ �มีประโยชน์ส่วนตนเข้ามาแทรกซ้อน โดยการใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการ/ตัดสินใจ/ใช้ดุลยพินิจ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์สาธารณะ
96
“ปัญหาที่สำคัญที่สุดอันก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ของประเทศไทยคือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งเป็นผลมาจากระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นในทุกวงราชการ ระบบอุปถัมภ์เป็นระบบที่มีคน 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือผู้ให้ความอุปถัมภ์ และอีกฝ่ายคือผู้รับความอุปถัมภ์ โดยอาจช่วยเหลือเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ เกิดเป็นหนี้บุญคุณที่ต้องตอบแทน ซึ่งหากพิจารณาแล้ว การช่วยเหลือดูแลกันด้วยอัธยาศัยไมตรีและการตอบแทนบุญคุณด้วยความกตัญญูย่อมถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องสรรเสริญแต่จะต้องตอบแทนโดยใช้ทรัพย์สินของส่วนตัวไม่ใช่การนำผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติไปตอบแทนเพราะทันทีที่นำของส่วนรวมมาต่อรองกันย่อมเกิดเป็นการทุจริตคอร์รัปชันขึ้นแล้ว และประเทศชาติต้องเสียหายเพราะการตอบแทนหนี้บุญคุณนี้มากเหลือเกิน”
ความตอนหนึ่งจากนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี
ที่ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
เกี่ยวข้องกับการทุจริต อย่างไร
98
| | รับของขวัญ/เงินสนับสนุน/เงินบริจาคจากลูกค้าของหน่วยงาน |
| | |
| | มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานต้นสังกัด |
| | |
| | ลาออกจากหน่วยงานเพื่อไปทำงานในหน่วยงานที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน |
| | |
| | ตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจที่แข่งขันหรือรับงานจากหน่วยงานต้นสังกัด |
| | |
| | ใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนเอง |
| | |
| | นำทรัพย์สินของหน่วยงานไปใช้ในงานส่วนตัว |
| | |
| | รมต.อนุมัติโครงการไปลงในพื้นที่ตนเอง, ใช้งบสาธารณะเพื่อหาเสียง |
99
99
ไม่ใช้น้ำประปาหลวงล้างรถส่วนตัว
❷
เอาวัสดุครุภัณฑ์หลวงไปใช้ที่บ้าน
เอารถยนต์หลวงมาใช้ในธุระส่วนตัว
ใช้น้ำประปาหลวงมาล้างรถส่วนตัว
เอาอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์ตที่ทำงาน
เอาโทรศัพท์หลวงมาโทรติดต่อธุระส่วนตัว
ไม่นำอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์ตที่ทำงาน
ไม่นำวัสดุครุภัณฑ์หลวงไปใช้ส่วนตัว
ไม่ใช้โทรศัพท์หลวงในเรื่องส่วนตัว
ไม่รับของขวัญจาก�ผู้มาติดต่อราชการ
❿
ระบบคิด
การป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
1. เป็นคู่สัญญา/มีส่วนได้เสียในสัญญากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหรือกำกับดูแล ฯลฯ
2. เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหรือกำกับดูแล
3. รับสัมปทาน/คงไว้ซึ่งสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ ฯลฯ หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน ฯลฯ
4. เป็นกรรมการ/ที่ปรึกษา/ตัวแทน/พนักงาน/ลูกจ้างในธุรกิจเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดอยู่ ฯลฯ
การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
1. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2. ห้าม รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด 3. จากบุคคล นิติบุคคล
(ใช้บังคับกับผู้พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วยังไม่ถึง 2 ปีด้วย)
1. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากญาติซึ่งให้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตามฐานานุรูป
๒. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติ มีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล แต่ละโอกาสไม่เกินสามพันบาท
3. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่การให้นั้นเป็นการให้ในลักษณะให้กับบุคคลทั่วไป
การกระทำใดที่เข้าข่ายการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
การทำธุรกิจกับตนเองหรือเข้าเป็นคู่สัญญา
การป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
1. เป็นคู่สัญญา/มีส่วนได้เสียในสัญญากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหรือกำกับดูแล ฯลฯ
2. เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหรือกำกับดูแล
3. รับสัมปทาน/คงไว้ซึ่งสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ ฯลฯ หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน ฯลฯ
4. เป็นกรรมการ/ที่ปรึกษา/ตัวแทน/พนักงาน/ลูกจ้างในธุรกิจเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดอยู่ ฯลฯ
การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
1. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2. ห้าม รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด 3. จากบุคคล นิติบุคคล
(ใช้บังคับกับผู้พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วยังไม่ถึง 2 ปีด้วย)
1. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากญาติซึ่งให้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตามฐานานุรูป
๒. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติ มีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล แต่ละโอกาสไม่เกินสามพันบาท
3. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่การให้นั้นเป็นการให้ในลักษณะให้กับบุคคลทั่วไป
ระบบคิด
เอาโทรศัพท์หลวงมาใช้ติดต่อธุระส่วนตัว
เอารถยนต์หลวงมาใช้
ธุระส่วนตัว
เอาวัสดุครุภัณฑ์หลวง
ไปใช้ที่บ้าน
เอาอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์จที่ทำงาน
ใช้น้ำประปาหลวงมาล้างรถส่วนตัว
ไม่รับของขวัญจากผู้มาติดต่อราชการ
ไม่ใช้รถหลวงในเรื่องส่วนตัว
ไม่ใช้โทรศัพท์หลวงโทรธุระส่วนตัว
ไม่นำอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์จที่ทำงาน
ไม่นำวัสดุครุภัณฑ์หลวงไปใช้ที่บ้าน
อนาล็อค ANALOG
ดิจิทัล DIGITAL
104
การเปิดเผยข้อมูลการของหน่วยงานภาครัฐตามแนวทางการป้องกันการทุจริต
การทุจริตคอร์รัปชันที่พบบ่อยในวงราชการของไทยและกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. การเรียกเก็บภาษีคอร์รัปชัน ซึ่งรวมทั้งการเรียกเก็บสินบน/ส่วย/สินน้ำใจ ค่าตอบแทนในการ คุ้มครองธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ หรือกฎเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดไว้ 2. การนำเงินงบประมาณมาเป็นของตนผ่านค่าคอมมิชชัน ในโครงการ เช่น การรับสินบนในการ จัดซื้อ-จัดจ้าง รวมทั้งการเสนอโครงการเพื่อให้ได้งบประมาณไปคอร์รัปชัน โดยโครงการดังกล่าวอาจไม่เกิด ประโยชน์อย่างแท้จริงกับประชาชนหรือส่วนราชการ 3. การรับสินบนในขบวนการหลีกเลี่ยงภาษีหรือการโกงภาษี 4. การจ่ายสินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งการผูกขาดธุรกิจหรือการผูกขาดการประมูลในโครงการ 5. การเล่นพรรคเล่นพวก หรือการดำรงตำแหน่งหลายหน่วยงาน (conflicts of interests) เช่น อธิบดีของกรมหนึ่งไปเป็นกรรมการของบริษัทเอกชนที่ต้องมารับงานหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับกรมๆนั้นทำให้เกิดปัญหาการทับซ้อนหรือการเล่นพรรคเล่นพวก
105
1.Complete: ข้อมูลสาธารณะทั้งหมดต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคง หรือความเป็นส่วนตัว
2Primary: ต้องเปิดเผยข้อมูลขั้นพื้นฐานที่ไม่ใช่ข้อมูลซึ่งผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว ทั้งนี้เพื่อ ป้องกันการบิดเบือนข้อมูลหรือการทำให้เข้าใจผิด
3Timely: ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อรักษาคุณค่าของข้อมูล เพราะหาก ล่าช้าเกินไปอาจไม่ทันการณ์เช่น ข้อมูลก่อนการประมูล หรือข้อมูลก่อนเริ่มโครงการภาครัฐ 4.Accessible: ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างกว้างขวางที่สุดให้แก่ประชาชนได้ทราบ Machine 5.Processable: ต้องเป็นข้อมูลที่มีรูปแบบซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์ ในเชิงอิเล็กทรอนิกส์ได้
6.Non-Discriminatory: เปิดเผยข้อมูลให้กับทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ
7.Non-Proprietary: ข้อมูลที่เปิดเผยต้องอยู่ในรูปแบบที่ไม่ทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
มีความเป็น เจ้าของหรือควบคุมได้แต่เพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว
8.License-Free: ข้อมูลต้องไม่มีข้อห้ามในเรื่องสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือ ข้อจำกัดในเชิงการค้า แต่อาจมีการผ่อนผันได้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความลับทางการค้าหรือความมั่นคง ที่เกี่ยวข้อง
บทกำหนดโทษ
126
กรณีมาตรา 126 วรรค 2 ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐรู้เห็นยินยอม ต้องระวางโทษตาม ม 168 วรรค 2
ถือเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 169
ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 170
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 168
127
128
129
สรุปสาระสำคัญ เรื่อง การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑
108
109
กฏหมายและมาตรการของ ป.ป.ช. ในการต่อต้านการให้สินบนเจ้าพนักงานของรัฐ
มาตรา 176 แห่ง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
-----------------------------------------------------------------
เว็บไซต์ศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับนิติบุคคลในการต่อต้านการให้สินบน (ABAS) สำนักงาน ป.ป.ช.
-----------------------------------------------------------------
ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง แนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมสำหรับนิติบุคคลในการป้องกันและให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ
https://www.nacc.go.th/.../b7f501d30e20cab0438f69e6765567...
-----------------------------------------------------------------
มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 สิงหาคม 2560 (11. เรื่อง การขับเคลื่อนมาตรการต่อต้านการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐโดยภาคเอกชน)
110
111
112
113
114
115
116
117
118
119
120
121
122
123
124
125
126
127
128
129
130
Good Governance
“หลักธรรมาภิบาล”
132
ประเทศไทยกับ “ธรรมาภิบาล”
1.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 |
เกิดขึ้นภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540.ถือเป็นก้าวแรกของการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในประเทศไทย โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2542 ซึ่งมีหลักพื้นฐานของการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี 6 ประการ คือ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักความมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า |
2. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 3/1 วรรคแรก |
กำหนดหลักการเพื่อมุ่งเน้นให้ส่วนราชการใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ |
3. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 |
กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติราชการและการสั่งการที่ส่วนราชการและข้าราชการจะต้องปฏิบัติราชการ เพื่อให้เกิดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี อันเป็นการครอบคลุมหลักการของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการใช้บังคับกฎหมาย จึงได้ยกเลิกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 |
ประเทศไทยกับ “ธรรมาภิบาล”
4. ข้อเสนอแผนการส่งเสริมและพัฒนาธรรมาภิบาลในภาคราชการเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอย่างยั่งยืน (GG Framework) โดย สำนักงาน กพร. (มติ ครม. เห็นชอบ เมื่อ 24 เมษายน 2555) |
สำนักงาน กพร. ได้ศึกษาเพื่อปรับปรุงหลักธรรมาภิบาล โดยประกอบด้วย 4 หลักการสำคัญ และ 10 หลักการย่อย ดังนี้ |
2) ค่านิยมประชาธิปไตย ประกอบด้วย
1) การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ประกอบด้วย
3) ประชารัฐ ประกอบด้วย
4) ความรับผิดชอบทางการบริหาร ประกอบด้วย
ประเทศไทยกับ “ธรรมาภิบาล”
5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ |
|
ความหมายของ “ธรรมาภิบาล”
ความหมายของ “ธรรมาภิบาล”
ความหมายของ “ธรรมาภิบาล”
ธรรมะ
ความถูกต้อง ความดีงาม
อภิบาล
การปกครอง การปกปักรักษา
ธรรมาภิบาล
การปกครองที่ยึดถือ
ความถูกต้อง ความดีงาม เป็นหลัก
องค์ประกอบของหลักธรรมาภิบาล
เป้าหมาย หรือประโยชน์ของการปฏิบัติ ตามหลักธรรมาภิบาล
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
141
142
143
จิตพอเพียง
ต้านทุจริต
ฆ
Sufficient
พอเพียง
S
Generosity
ความเอื้ออาทร
G
Knowledge
ความรู้
N
Transparent
โปร่งใส
T
Realize
ตื่นรู้
R
Onward
มุ่งไปข้างหน้า
O
การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักความพอเพียง
ร่วมพัฒนาให้เกิดความเอื้ออาทรต่อกันบนพื้นฐานของจริยธรรมและจิตพอเพียง
พัฒนาองค์ความรู้อย่างสม่ำเสมอ
เพื่อให้เท่าทันต่อสถานการณ์การทุจริต
บุคคลและหน่วยงานปฏิบัติงาน
บนฐานของความโปร่งใส
มีความเข้าใจและตระหนักรู้
ถึงรากเหง้าของปัญหา เข้าใจอย่างถ่องแท้ ในเรื่องปัญหาการทุจริต
ผู้นำมุ่งพัฒนาให้เกิดความเจริญอย่างยั่งยืน
โดยร่วมสร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริตอย่างไม่ย่อท้อ
การประยุกต์หลักความพอเพียงด้วยโมเดล
S T R O N G : จิตพอเพียงต้านทุจริต
145
การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต เป็นการปรับเปลี่ยนสภาพสังคม ให้เกิดภาวะ “ที่ไม่ทนต่อการทุจริต” โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมในทุกช่วงวัย เพื่อสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต และปลูกฝังความพอเพียง มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นพลเมืองดี มีจิตสาธารณะ ผ่านทางสถาบันหรือกลุ่มตัวแทนที่ทำหน้าที่ในการกล่อมเกลาทางสังคม เพื่อให้เด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ เกิดพฤติกรรมที่ละอายต่อการกระทำความผิด การไม่ยอมรับและต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ
146
3. STRONG: จิตพอเพียงต้านทุจริต
ประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ประกอบกับหลักการต่อต้านการทุจริตอื่น ๆ เพื่อสร้างฐานคิดจิตพอเพียงต่อต้านการทุจริตให้เกิดขึ้นเป็นพื้นฐานความคิดของปัจเจกบุคคล โดยประยุกต์หลัก “STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต” มาเป็นแนวทางในการพัฒนาวัฒนธรรมหน่วยงาน
4.พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม
พลเมืองศึกษาเป็นการจัดการศึกษาและประสบการณ์เรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้เป็นพลเมืองดีของประเทศ มีความภูมิใจในความเป็นพลเมืองตนเอง มีสิทธิมีเสียงสนใจต่อส่วนรวม และมีส่วนร่วมในกิจการบ้านเมืองตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย หรือการเรียนรู้เกี่ยวกับรัฐบาล รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระบบการเมือง การปกครอง สิทธิและความรับผิดชอบของพลเมือง ระบบการบริหารจัดการสาธารณะและระบบตุลาการ
147
148
149
150
151
152
153
154
155
156
157
การส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส
6. หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education)
7.ITA การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
8.ปรับปรุง พัฒนาระเบียบ กฎหมาย และการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ
9. การพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ
158
160
อุคคติตัญญู
�วิปจิตัญญู�เนยยะ
�ปทปรมะ
��
161
ผู้ทุจริต คือ อาชญากร
เป็นผู้ทำร้าย ทำลายประโยชน์และความผาสุกของประชาชน สังคม ประเทศชาติ
การทุจริต ถือ เป็นอาชญากรรม ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม
ทรยศ ต่อ ความดีงาม ของความเป็นมนุษย์
เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ มังสา นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา ไป่อ้วน �สองสามสี่นายมากำกับ กันแฮบังทรัพย์สี่ส่วนถ้วนบาทสิ้นเสือตาย ๛
การทำกิจการใดก็ตามหากมีคนเบียดบังผลประโยชน์ หรือโกงกิน คนโกงกินหนึ่งคน ผลงานของก็ย่อมไม่สมบูรณ์ และยิ่งมีคนโกงกินมากกิจการนั้นย่อมไม่สำเร็จ �คดในข้องอในกระดูก
162
การทุจริต
เปรียบเสมือนเชื้อร้าย
ที่กัดกร่อนบ่อนทำลายประชาชน ประเทศชาติไทยเรา
ให้ย่อยยับ พินาศ วอดวาย ! ! !
หากคนในสังคม ไม่สนใจใยดี เพิกเฉย
ไม่ตระหนักถึงโทษ ภัยของทุจริต
ไม่ร่วมมือ รวมพลัง รวมใจ
ต่อสู้ และ ต่อต้านการทุจริต
ฤา สังคมไทยจะล่มสลาย
เมืองไทย เรา จะสิ้น ชาติ ???
163
ความซื่อสัตย์สุจริต
เป็นความอยู่รอดและความสงบสุขของสังคม ประเทศชาติ บ้านเมือง และโลกทั้งมวล
จึงเป็นค่านิยม ทัศนคติ และเป็นวิถีการดำเนินชีวิต ที่มีความหมายและสำคัญยิ่ง
ของมนุษยชาติ เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกันปลูกฝังให้กับลูกหลาน ญาติพี่น้อง
เพื่อนบ้านและทุกคน ในสังคมและทุกคนต้องประพฤติตนอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต
ให้สมดัง โคลงโลกนิติที่ว่า
เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์
เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้ �เสียรู้เร่งดำรง ความสัตย์ ไว้นา�เสียสัตย์อย่าเสียสู้ ชีพม้วย มรณา
164
165
166
167
168
1. การเริ่มต้นจากตัวเองและบุคคลรอบข้าง เพื่อสร้างค่านิยมคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต ใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตและเห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ
การมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
2. มีสำนึกของการเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เช่น รักษาระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย การเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก เป็นต้น
การมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
171
172
สัมมัปปธาน ๔ หรือ ปธาน ๔ คือ�1. สังวรปธาน คือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น
2.ปหานปธานคือเพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว�3. ภาวนาปธาน คือ เพียรทำกุศลธรรม ที่ยังไม่เกิดให้เกิดมี�4. อนุรักขนาปธาน คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ให้ตั้งมั่นและให้เจริญยิ่ง��
173
174
175
176
177
178
179
181
182
183
184
185
186
187
188
189
190
191
192
193
อันไม้จันทร์แม้แห้ง
ก็ไม่ทิ้งกลิ่น
หัสดินจะก้าวลงสู่สงคราม
ก็ไม่ทิ้งลีลา
อ้อยแม้เข้าสู้หีบยนต์
ก็ไม่ทิ้งรสหวาน
บัณฑิตแม้ประสบทุกข์
ก็ไม่ทิ้งธรรม
194
195
ทุจริตคิดโกงชาติ จะพินาจทั้งราษฎร์รัฐประชาชนทุกท่าน ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการทุจริตของประเทศ
ขอขอบคุณ สวัสดี