1 of 18

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

บทเรียนที่ 5

2 of 18

ความหมายของสมการ

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

สาระการเรียนรู้

สมบัติการเท่ากัน

โจทย์สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

3 of 18

ความหมายของสมการเชิงเส้น

สมการ (Equation) เป็นประโยคสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการเท่ากันของจํานวน โดยใช้เครื่องหมาย = แทน “การเท่ากัน”

เช่น 7 + 2 = 9 เป็นจริง

6 – 3 = 4 เป็นเท็จ

2x – 5 = 3 ไม่่สามารถระบุได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จเพราะขึ้นอยูกับค่าของ x

4 of 18

ความหมายของสมการเชิงเส้น

ตัวแปร (Variable) เป็นตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ใช้แทนจํานวนที่ไม่ทราบค่าหรือต้องการหาค่า นิยมแทนตัวแปรด้วยตัวอักษร x, y หรือ z

5 of 18

ความหมายของสมการเชิงเส้น

6 of 18

ความหมายของสมการเชิงเส้น

คําตอบของสมการ เป็นจํานวนใด ๆ ที่แทนตัวแปรในสมการ แล้วทําให้สมการนั้นเป็นจริง

เช่น 5x + 4 = 14

สมการนี้มี 2 เป็นคําตอบของสมการ เพราะเมื่อแทนค่าตัวแปรด้วย 2 แล้วทําให้สมการเป็นจริง

กล่าวคือ 5(2) + 4 = 14

10 + 4 = 14

14 = 14

7 of 18

ความหมายของสมการเชิงเส้น

การแก้สมการ เป็นการหาค่าของตัวแปรที่ทําให้สมการเป็นจริง โดยทั่วไปนิยมใช้สมบัติการเท่ากันมาใช้ในการแก้สมการ

การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวจะมีเพียงคําตอบเดียวหรือบางสมการอาจไม่มีคําตอบ การแก้สมการในแต่ละครั้งควรทําการตรวจสอบคําตอบทุกครั้ง

8 of 18

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว (Linear Equation) หมายถึง สมการที่มีตัวแปร

หนึ่งตัว และเลขชี้กําลังของตัวแปรเป็นหนึ่ง

รูปทั่วไปของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวที่มี x เป็นตัวแปร คือ

ax + b = 0 เมื่อ a, b เป็นค่าคงตัว โดยที่ a ≠ 0

9 of 18

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

เช่น 3x + 4 = 0

เมื่อเทียบกับรูปทั่วไปของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวจะได้ a = 3 และ b = 4

–5x + 10 = 0

เมื่อเทียบกับรูปทั่วไปของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวจะได้ a = –5 และ b = 10

x – 7 = 0

เมื่อเทียบกับรูปทั่วไปของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวจะได้ a = 1 และ b = –7

การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว นิยมใช้สมบัติการเท่ากันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมบัติการบวก สมบัติการคูณ และสมบัติการแจกแจง

10 of 18

สมบัติการเท่ากัน

1. สมบัติการสมมาตร (Symmetric Property)

เมื่อ a และ b เป็นจํานวนจริงใด ๆ

เช่น ถ้า x = 3 แล้ว 3 = x

ถ้า 7 = 5x + 9 แล้ว 5x + 9 = 7

ถ้า a = b แล้ว b = a

11 of 18

สมบัติการเท่ากัน

เช่น ถ้า x = 7 แล้ว x + (-2) = 7 + (-2)

หรือ x – 2 = 7 – 2

2. สมบัติการบวก (Additive Property)

เมื่อ a, b และ c เป็นจํานวนจริงใด ๆ

ถ้า a = b แล้ว a + c = b + c

ถ้า a = b แล้ว a + (–c) = b + (–c) หรือ a – c = b – c

12 of 18

สมบัติการเท่ากัน

13 of 18

สมบัติการเท่ากัน

4. สมบัติการแจกแจง (Distributive Property)

เมื่อ a, b และ c แทนจํานวนจริงใด ๆ จะได้

เช่น 3(x + 2) = 3x + (3)(2)

= 3x + 6

a(b + c) = ab + ac

14 of 18

สมบัติการเท่ากัน

5. สมบัติการถ่ายทอด (Transitive Property)

เมื่อ a, b และ c เป็นจํานวนจริงใด ๆ

เช่น ถ้า x = 3 + 2 และ 3 + 2 = 5 แล้ว x = 5

ถ้า a = b และ b = c แล้ว a = c

15 of 18

สมบัติการ

เท่ากัน

3.1 การนําสมบัติการเท่ากันไปใช้ในการแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ถ้ามีตัวแปรอยู่ทั้งสองข้างของสมการ ให้ใช้สมบัติการบวกจัดสมการให้อยู่นรูปอย่างง่าย เพื่อให้พจน์ที่มีตัวแปรอยู่คนละด้านกับพจน์ที่ไม่มีตัวแปรในสมการ

16 of 18

โจทย์สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

จากวิธีการแก้สมการดังที่กล่าวมาแล้ว เราสามารถนําไปใช้ในการแก้โจทย์ปัญหาสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยดําเนินการดังนี้

1. อ่านโจทย์อย่างรอบคอบ พิจารณาข้อความในโจทย์ เพื่อค้นหาว่าสิ่งที่โจทย์ต้องการทราบคืออะไร และสิ่งที่โจทย์กําหนดให้คืออะไร

2. หาแนวทางในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะใช้การเขียนรูปประกอบหรือสร้างตาราง หรือแผนภูมิ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ปัญหา จากนั้นกําหนดตัวแปรแทนสิ่งที่โจทย์ต้องการทราบ และสร้างสมการตามเงื่อนไขที่โจทย์กําหนด

3. ดําเนินการแก้สมการจากที่สร้างในข้อที่ 2

4. ตรวจสอบคําตอบ

17 of 18

โจทย์สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

18 of 18

สรุป