การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ
๓
สาระการเรียนรู้
บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ
บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบและประดิษฐ์มาเพื่อวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดปริมาณขยะและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติจึงไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่มีมากในท้องถิ่นของตนเองหรือวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น การนำวัสดุธรรมชาติมาใช้บรรจุสิ่งต่าง ๆ เช่น การใช้ใบตอง ใบตาล ใบจาก ใบเตย ใบผักตบชวา กะลามะพร้าว หวาย และไม้ไผ่
บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ
คำว่าบรรจุภัณฑ์(Package) ดูเหมือนเป็นคำใหม่สำหรับคนไทย ซึ่งความเป็นจริงคนไทยเป็นนักออกแบบและประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ที่มีความสามารถอย่างยิ่งนับตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน
ขนมครก
ใส่กระทงใบตอง
ขนมตะโก้
ห่อด้วยใบเตย
ขนมจาก
ห่อด้วยใบจาก
ขนมตาล
ห่อด้วยใบตาล
ห่อหมก
ในผลมะพร้าวอ่อน
บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ
โดยแรกเริ่มจะใช้ใบไม้ห่ออย่างง่าย ๆ ต่อมาการเคลื่อนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ในการแลกเปลี่ยนและซื้อขายกันอย่างกว้างขวาง บรรจุภัณฑ์จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จากการห่อด้วยใบไม้จนไปถึงการนำกิ่งหรือเปลือกไม้มาสานทำกระจาด ชะลอม ตะกร้า เพื่อให้บรรจุของได้มากขึ้นและมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น
บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ
เนื่องจากมีการคิดสร้างสรรค์ที่จะพัฒนาบรรจุภัณฑ์
อย่างไม่หยุดยั้ง จึงมีการนำวัสดุอื่น ๆ เข้ามาใช้เพื่อให้มีคุณภาพ
ความสวยงาม ความคงทน หรือเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริม�การขายบรรจุภัณฑ์ที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
๑
๒
๓
บรรจุภัณฑ์ควรมีเอกลักษณ์โดดเด่นและสื่อความหมายได้โดยต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และความรู้ทางศิลปะเกี่ยวกับสี รูปทรง ความสมดุล ผิวสัมผัส และขนาดของ
บรรจุภัณฑ์ควรสะดวกต่อการใช้งานและแข็งแรงทนทาน โดยโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์ต้องสมส่วน มีรูปทรงกะทัดรัดสะดวกต่อการจัดเรียงซ้อนกันและขนส่ง
บรรจุภัณฑ์ควรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ง่าย
ทำลายได้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอย และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
ประเภทบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์เริ่มจากความพยายามของมนุษย์ที่คิดเคลื่อนย้ายสิ่งของต่าง ๆ จากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง จึงคิดหาวิธีและสิ่งต่าง ๆเข้ามาใช้ ทำให้มีการพัฒนารูปแบบทั้งโครงสร้างและด้านกราฟิกมาอย่างต่อเนื่อง หากจะแบ่งประเภทบรรจุภัณฑ์อย่างกว้าง ๆ สามารถแบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ
ประเภทบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หมายถึง เปลือกของผลไม้ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อห่อหุ้มเนื้อผลไม้ ทำหน้าที่ป้องกันรักษา�เนื้อผลไม้ให้มีคุณภาพดี มีทั้งเปลือกที่รับประทานได้และรับประทานไม่ได้
๑
บรรจุภัณฑ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ประเภทบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ปกป้องรักษาผลิตภัณฑ์
เป็นวัสดุที่สร้างจากวัสดุธรรมชาติ และวัสดุสังเคราะห์อื่น ๆ หลากหลายรูปแบบ สีสันสวยงามจึงทำหน้าที่ส่งเสริมการขาย ซึ่งเนื้อหาในหน่วยนี้จะกล่าวถึงการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งแบ่งตามหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ ดังนี้
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒.๑บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรง ทนทานในประเทศไทยนิยมใช้ไม้ กระดาษลูกฟูก ดิน รูปแบบที่พบ เช่น ลัง หีบ เข่ง ตะกร้า ไห
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
กล่องหรือลังกระดาษ ทำมาจากกระดาษลูกฟูกชนิด ๓, ๔, ๕ ชั้นขึ้นไป มีความแข็งแรง ทนทาน รับนํ้าหนัก ทนแรงกระแทก�ได้ดี สามารถใส่ของแห้งได้มาก ตัวบรรจุภัณฑ์มีนํ้าหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก สร้างและ�ขึ้นรูปได้ง่าย รูปแบบพื้นฐานเป็นกล่องสี่เหลี่ยม มีฝาปิดด้านบน
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลังไม้ เข่งไม้ไผ่ ตะกร้าหวาย ล้วนเป็นบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ ทำจากไม้เพื่อใช้บรรจุสินค้าจำนวนมากและสะดวกต่อการขนส่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ
ข้อดี
ข้อเสีย
สามารถใช้บรรจุผักผลไม้ได้เกือบทุกชนิดระ
บายอากาศได้ดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ไม่นิยมใช้บรรจุสินค้าประเภทผักผลไม้เพื่อการส่งออกเนื่องจากโครงสร้างไม่แข็งแรงการจัดเรียงเพื่อการขนส่งทำได้ยาก
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
โอ่ง ไห เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหารเหลวและนํ้าขนาดใหญ่ สำหรับการขนส่งก่อนบรรจุขวดเพื่อจำหน่าย โอ่ง ไห เป็นรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ได้แก่ ดิน ด้วยวิธีการปั้นแล้วนำไปเผาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง จึงเรียกภาชนะที่ปั้นจากดินว่าเครื่องปั้น
ดินเผา (Ceramics)
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒.๒ บรรจุภัณฑ์เพื่อการปกป้องสินค้า เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสโดยตรงกับตัวสินค้า ได้แก่ กระดาษห่อ กล่องที่บรรจุสินค้าก่อนที่จะบรรจุลงในลังหรือตะกร้าเพื่อเคลื่อนย้าย ดังนั้น บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ควรมีรูปร่าง สีสันที่สวยงามแปลกตา ส่วนขนาดขึ้นอยู่กับปริมาตร โดยทั่วไปบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้จะเน้นความสวยงามเป็นสำคัญ เนื่องจากต้องทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคให้ตัดสินใจเลือกใช้สินค้านั้น ๆ
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ใบกล้วยหรือใบตอง เป็นใบไม้ที่มีความเหมาะสมในการทำบรรจุภัณฑ์อาหาร เนื่องจากมีขนาดใหญ่ สีสันสวยงาม หาง่าย มีการนำมาใช้ในการดำรงชีวิตของคนไทย ทั้งเรื่องอาหารการกิน ประเพณี ตลอดจนงานประดิษฐ์ต่าง ๆ จนคุ้นเคย โดยใช้ในรูปแบบต่าง ๆทั้งการห่อ และทำกระทงบรรจุอาหาร
สาระน่ารู้
ใบตอง
ใบตองกล้วยนํ้าว้านิยมนำมาทำบรรจุภัณฑ์อาหารมากที่สุด เนื่องจากไม่ทำให้กลิ่นและรสชาติของอาหารเปลี่ยนแปลงไป
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
กระบอกไม้ไผ่ ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำหน้าที่เป็นภาชนะหุงต้มและภาชนะบรรจุอาหาร ได้แก่ กระบอกข้าวหลาม ปลาช่อนเผากระ
บอก
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
กะลามะพร้าวอ่อน นำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำหน้าที่เป็นภาชนะบรรจุ และเป็นภาชนะในการรับประทาน ได้แก่ วุ้นในผลมะพร้าวอ่อน ห่อหมกใน
ผลมะพร้าวอ่อน
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ใบจาก นำมาห่อขนมจากก่อนนำไปปิ้ง ย่าง ขนมจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
สาระน่ารู้
จานใบจาก
จานใบจากเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ใส่ได้ทั้งอาหารคาวหวาน ร้อน-เย็น โดยมีคุณสมบัติ คือ ย่อยสลายง่าย มีความทนทานสูง เนื่องจากมีก้านใบจากเป็นตัวเสริมแรงและมีการวางซ้อนกัน ๒ ชั้น ในการอัดด้วยระบบแรงดันความร้อน ทำให้สามารถรองรับนํ้าหนักได้มากถึง๐.๕ กิโลกรัม รวมทั้งสามารถนำกลับมาใช้ซํ้าได้
ประเภทบรรจุภัณฑ์
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ใบเตย นำมาเย็บเป็นกระทงสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ใส่ขนมลืมกลืน ขนมตะโก้ ขนมจะมีกลิ่นหอมจากใบเตย
วัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์
วัสดุธรรมชาติที่นิยมนำมาใช้ทำบรรจุภัณฑ์ต้องมีคุณสมบัติสำคัญ คือ ย่อยสลาย หรือสามารถนำไปเปลี่ยนหรือแปรรูปได้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม วัสดุธรรมชาติที่สามารถนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีมานานและมีราคาถูก ได้มาจากการแปรรูปเยื่อไม้เป็นกระดาษแผ่นบางและหนา ได้แก่
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
วัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์
๑.กระดาษ เป็นวัสดุโครงสร้างที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และยาวนาน เพราะสามารถตัด พับ ม้วนได้ง่าย ทำบรรจุภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ถุง ซอง กล่อง กระดาษที่นำมาใช้เป็นวัสดุโครงสร้าง ได้แก่ กระดาษลูกฟูก กระดาษขาวเทา
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
สาระน่ารู้
กล่องกระดาษลูกฟูก
กล่องกระดาษลูกฟูกเป็นบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย มีคุณลักษณะที่แข็งแรงสามารถออกแบบได้ตามความต้องการ เป็นทั้งบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง และชั้นวางสินค้า ซึ่งความแข็งแรงขึ้นอยู่กับโครงสร้างของลอนกระดาษที่นำมาเป็นวัสดุในการออกแบบและผลิต
๒.กระดาษสา เป็นกระดาษเนื้อบาง ผลิตจากลำต้นปอสา ซึ่งเป็นพืชที่มีมากทางภาคเหนือของประเทศไทย นิยมนำมาทำเป็นวัสดุตกแต่งบรรจุภัณฑ์หรือห่อบรรจุภัณฑ์ เป็นวัสดุที่ตกแต่งให้มีความสวยงามได้หลากหลายรูปแบบ ราคาไม่สูงมาก จึงเป็นที่นิยมของผู้ใช้ที่ใส่ใจการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะย่อยสลายได้ง่าย
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
วัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์
๓. ไม้ เป็นพืชธรรมชาติ มีทั้งไม้เนื้ออ่อน และไม้เนื้อแข็ง ไม้ที่นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้ออ่อน ได้แก่ ไม้ลัง (ไม้ฉำฉา) ไม้ไผ่
มีการนำมาใช้ทั้งเป็นวัสดุโครงสร้างและวัสดุตกแต่ง ไม้ไผ่นำมาจักเป็นเส้นแล้วสานเป็นภาชนะต่าง ๆ ส่วนใหญ่ทำเป็นภาชนะบรรจุเพื่อการขนส่ง เช่น เข่ง ลัง ตะกร้า เพราะสามารถปกป้องสินค้าได้ดีกว่ากระดาษ คงทน และรับนํ้าหนักได้มากกว่า
๒
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
วัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์
สาระน่ารู้
ไม้สำหรับบรรจุภัณฑ์
ลังไม้ทำจากไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น ไม้เบญจพรรณ
ไม้สน ไม้ยางพารา ซึ่งไม้ที่ใช้ทำลังไม้จะผ่านการอบ
ความร้อนเพื่อป้องกันแมลง ซึ่งเหมาะสำหรับบรรจุสินค้าเพื่อขนส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ
๒
วัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
๔.ไม้ไผ่ เป็นไม้ป่าธรรมชาติที่มีความผูกพันกับการดำรงชีวิตประจำวันของคนไทยในอดีต นับตั้งแต่การสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ต่าง ๆ ตลอดจนเป็นอาหารของมนุษย์ ไม้ไผ่ที่นิยมใช้ทำเครื่องจักสานมากที่สุด คือ ไผ่สีสุก เป็นไผ่บ้านที่พบเห็นได้ทั่วไป ชอบขึ้นริมนํ้า ชอบแสงสว่างมาก ๆ ปลูกตามบ้านเรือนเป็นกำแพงกันลม คนไทยใช้ประโยชน์จากไผ่หลากหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมอย่างมากจนเป็นสินค้าประจำท้องถิ่น เช่น เครื่องจักสาน เข่ง
๒
วัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
๕.หวาย เป็นพืชธรรมชาติที่ขึ้นในป่า นิยมนำมาใช้ในงานจักสานเป็นเครื่องเรือนและภาชนะบรรจุ ได้แก่ ตะกร้าหวาย ลังหวาย ถาด มีนํ้าหนักเบากว่าไม้ แต่ปัจจุบันหายากและมีราคาค่อนข้างสูงการทำบรรจุภัณฑ์จากหวายต้องอาศัยฝีมือและความชำนาญ นอกจากนั้นต้องดูแลป้องกันมอดกัดแทะ และเชื้อรา จึงไม่เป็นที่นิยม แต่นำมาใช้ในการตกแต่งบ้านเรือนมากกว่า เพราะช่วยให้บ้านมีบรรยากาศเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
๒
วัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์
ย่านลิเภา เป็นไม้เถา จัดเป็นเฟินชนิดหนึ่ง มีมากทางภาคใต้ของไทย ชาวบ้านเรียกว่า
ย่านบองหยอง โดยลอกเฉพาะเปลือกมาจักเป็นเส้นเล็ก ๆ สานหุ้มโครงที่ทำจากไม้ไผ่หรือหวายอีกชั้นหนึ่ง
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
๒
วัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์
กระจูด เป็นพืชนํ้า ลำต้นกลม ข้างในกลวง มีเยื่ออ่อนคั่นเป็นข้อ ๆ ประเทศไทยพบมากบริเวณทะเลสาบสงขลา เขตจังหวัดพัทลุง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนนำมาสานต้องทุบลำต้นให้แบน ตากให้แห้งหรือย้อมสีให้สวยงาม เป็นงานหัตถกรรม จักสานกระจูด
บรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์
ในการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ ก่อนการทำงานจะต้องศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์นั้น ๆการขนส่ง หรือการห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ ความสวยงาม รวมถึงรายละเอียดที่จะต้องพิมพ์ลงบรรจุภัณฑ์ ในหน่วยนี้ได้แสดงรายละเอียดวิธีสร้างบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ได้แก่ กล่องกระดาษลักษณะต่าง ๆ เพื่อเป็นพื้นฐานการฝึกทักษะในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
การสาน
การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ด้วยไม้ไผ่ หวาย กก กระจูด และย่านลิเภา มักขึ้นรูปด้วยการสาน
การสาน คือ การนำวัสดุที่เป็นเส้นยาว ๆ กลมหรือแบนมาสอดสลับขึ้นลงให้ขัดกัน โดยวางวัสดุตามยาว เรียกว่า เส้นยืน ส่วนเส้นที่สอดขวาง เรียกว่า เส้นพุ่ง การเว้นจังหวะการขัดกันของเส้นพุ่งและเส้นยืน ทำให้เกิดลวดลายต่าง ๆ ของการสาน ได้แก่
๑
๒
๓
๔
ลายขัด
ลายขดหรือถัก
ลายทแยง
ลายอิสระ
ลายขัด
ลายขัด เป็นลายพื้นฐานที่เก่าแก่ที่สุด เป็นการขัดเป็นรูปมุมฉากของเส้นพุ่ง และเส้นยืน โดยยกเส้นหนึ่งขัดลงเส้นหนึ่งสลับกันไป เรียกว่าลายหนึ่ง ต่อมาได้พัฒนาเป็นเส้นพุ่งมากกว่า ๑ เส้น แต่ยังคงลักษณะการสอดขัดกันเช่นเดิม เรียกว่า ลายสอง ลายสาม
๑
ลายขดหรือถัก
ลายขดหรือถัก เป็นการสานที่ใช้กับวัสดุที่ไม่สามารถคงรูปอยู่ได้ด้วยตนเอง เช่น หวาย ย่านลิเภา ปอ ผักตบชวา วัสดุเหล่านี้ต้องถักเป็นเส้นแล้วขดเป็นวงกระจาย ถักเชื่อมกันเป็นชั้น ๆ หรือสานโดยใช้วัสดุอื่นเป็นโครงก่อน เช่น การสานกระเป๋า กล่อง ตะกร้าหิ้ว การสอดขัดนี้อาจจะทำให้เป็นลวดลายเพื่อความสวยงาม
๒
ลายทแยง
ลายทแยง เป็นการสานที่ไม่มีเส้นพุ่ง
หรือเส้นยืน แต่จะสานขัดกันตามแนวทแยง
เป็นหกเหลี่ยมต่อเชื่อมกันไปเรื่อย ๆ คล้ายรวงผึ้ง มักสานโปร่ง ๆ เช่น เข่ง สุ่ม ชะลอม
๓
ลายอิสระ
ลายอิสระ เป็นการสานที่ไม่มีรูปแบบ
ตายตัว ขึ้นอยู่กับผู้สานจะสร้างสรรค์ตามจินตนาการเป็นการสานที่มีแบบแผน ถ่ายทอดกันในแต่ละท้องถิ่น เช่น การสานของเล่นต่าง ๆ ด้วยใบมะพร้าว ใบลาน
๔
ประโยชน์ของการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากการสาน
อ
๑
๒
๓
๔
๕
๖
ได้บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของครอบครัว
ใช้เวลาว่างใช้เกิดประโยชน์ และฝึกนิสัยให้เป็นคนรอบ
คอบ มีความอดทน
เกิดความคิดสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบใหม่
มีความภาคภูมิใจในตนเองที่สามารถประดิษฐ์บรรจุ
ภัณฑ์ได้
ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
สามารถนำไปจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้
เครื่องมือสำคัญในการจักสาน
มีด ลักษณะสันหนา คม ใบมีดกว้าง ด้ามยาว
๑.๑
มีดโต้ ใช้ผ่าหรือตัดไม้ให้มีขนาดเล็กยาวตามความต้องการ
มีดตอก ตัวมีดสั้นกว่าด้าม ปลายมีดเรียวแหลม ขณะใช้ด้ามมีดจะสอดเข้าไประหว่างลำตัวกับแขน เพื่อให้จักเหลาตอกได้สะดวก มีดชนิดนี้มีสัน
๑
๑.๒
เครื่องมือสำคัญในการจักสาน
เลียด มีลักษณะเป็นแผ่นสังกะสีเจาะรูขนาดต่าง ๆ ใช้สำหรับเกลาไม้ไผ่ ย่านลิเภา หวาย ให้ผิวเรียบ ขนาดเล็กใหญ่ตามความต้องการใช้งาน หากไม่มีอาจใช้กระป๋องหรือฝาโลหะเจาะรูก้นกระป๋องแทนได้ ทำได้โดยการสอดเส้นหวายหรือไม้ไผ่ผ่านรูเพื่อลดความคมและช่วยขูดผิวหวายหรือไผ่ออก ซึ่งเรียกวิธีนี้ว่า “การชักเลียด”
๒
สาระน่ารู้
การชักเลียด
การเหลาเส้นหวายหรือไม้ไผ่โดยวิธีชักเลียดจะทำให้หวายหรือไม้ไผ่มีขนาดเท่ากันตลอดทั้งเส้น ผิวเรียบลื่นสวยงาม และสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว
เครื่องมือสำคัญในการจักสาน
คีมไม้ มีลักษณะเป็นคีมทำจากไม้ขนาดใหญ่กว่าคีมเหล็ก ทำจากไม้เนื้อแข็ง ใช้สำหรับจับปากภาชนะเพื่อเข้าขอบ จะช่วยให้ช่างทำงานได้ง่ายโดยไม่ต้องมีผู้ช่วย
๓
เครื่องมือสำคัญในการจักสาน
เหล็กหมาด มีลักษณะปลายแหลม แบ่งเป็น ๒ แบบ ได้แก่
๔.๑
เหล็กหมาดปลายหอก เป็นเหล็กแบนปลายแหลมเหมือนหอก ใช้เจาะรูเครื่องจักสานที่ต้องการผูกหวายเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง
๔
เครื่องมือสำคัญในการจักสาน
เหล็กหมาด มีลักษณะปลายแหลม แบ่งเป็น ๒ แบบ ได้แก่
๔
๔.๒
เหล็กหมาดปลายแหลม มีลักษณะเป็นเหล็กกลม ปลายแหลม ด้ามเป็นไม้ นิยมทำจากซี่ล้อรถจักรยาน ก้านร่ม ฝนให้ปลายแหลม
เครื่องปั้นดินเผา
อ
๑
เป็นบรรจุภัณฑ์และภาชนะที่เป็นที่นิยม แต่ไม่เหมาะกับการทำบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งทั่วไปเพราะแตกหักเสียหายง่าย ดังนั้นจึงต้องมีบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่น เช่น ลังไม้รองฟางข้าว หรือเศษกระดาษใส่อีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันการแตก หรือมีกระดาษกั้นเป็นช่อง ๆแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงของไทยนับตั้งแต่สมัยสุโขทัย และสืบเนื่องมาจนปัจจุบันมีดังนี้
อ
อ
อ
เครื่องปั้นดินเผา
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเป็นเครื่องปั้นดินเผา
ของไทยสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งแบ่งออกเป็น
๓ สมัย คือ
๑
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงสมัยต้น เป็นภาชนะดินเผาสีดำ ตกแต่งด้วยลายขูดขีดและลายเชือกทาบ รูปทรงมักเป็นหม้อก้นกลม ปากผายกว้างเชิงสูง
มีทั้งชนิดปลายสอบเข้าและผายออก
เครื่องปั้นดินเผา
๒
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงสมัยกลาง ภาชนะส่วนใหญ่มีเนื้อดินสีขาวนวล ไหล่ลู่ ลำตัวกลมและหักเป็นสัน ก้นภาชนะมีทั้งกลมและแหลม มักไม่มีการตกแต่งลวดลาย แต่บางชิ้นมีการตกแต่งด้วยลายขูดขีด
เครื่องปั้นดินเผา
๓
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงสมัยปลาย
รูปทรงของภาชนะมีทั้งชนิดก้นกลมและชนิดมีเชิงสูง ปลายผาย ขอบปากมีสัน มีการตกแต่งด้วยการเขียนลวดลายสีแดง สีที่ใช้เขียนเรียกว่า “สีดินเทศ”
อ
๑
การเตรียมดิน การเตรียมดินเป็นขั้นตอนแรกของการทำเครื่องปั้นดินเผา เพื่อให้ดินมีคุณสมบัติเหมาะสมมีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนการปั้นเครื่องปั้นดินเผา
๑.
การหมักดิน
คือ การนำดิน เหนียวมาก ๒ ส่วน ดินเหนียวน้อย ๑ ส่วน แยกเศษหินเศษไม้ออก รดนํ้าให้ชุ่ม แล้วนำไปหมักในหลุมขนาด ๑ x ๑ เมตร ลึก ๒๐ เซนติเมตร อย่างน้อย ๑ วันก่อนนำไปนวด
๒.
การนวดดิน
คือ การนำดินเข้า เครื่องนวดดิน ดินจะถูกรีดออกมาเป็นท่อน ๆ เรียกว่า “ล่อ” ซึ่งเป็นตัวกำหนดขนาดของภาชนะที่จะปั้น รดนํ้าพอชุ่ม ห่อด้วยพลาสติก เก็บไว้ ๒ วัน จึงนำมาปั้น
อ
๒
การขึ้นรูป (การปั้น)
การขึ้นรูปหรือการปั้น ต้องใช้
เครื่องมือแป้นหมุน เรียกว่า “พะมอน” โดยมีลูกศิษย์
เป็นคนหมุนพะมอนให้ ช่างปั้นจะไล่รูปทรงสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากล่อที่วางบนพะมอน จนได้รูปทรงและขนาดของภาชนะที่ต้องการ การปั้นและการหมุนต้องสัมพันธ์กัน จึงต้องอาศัยทักษะและความชำนาญของช่างและศิษย์ ขณะปั้นต้องใช้ผ้าชุบนํ้าซับดินตลอดเวลา เพื่อป้องกันดินแห้ง
ขั้นตอนการปั้นเครื่องปั้นดินเผา
อ
๓
การตกแต่ง
การตกแต่งเครื่องปั้นดินเผาในอดีต มีเพียงลายเดียวเรียกว่า ลายตะเกียง ใช้ไม้ขีดลงบนภาชนะขณะที่หมุนพะมอน ปัจจุบันมีการพัฒนาลวดลายมากขึ้น ได้แก่ การขูด การฉลุ และการปั้นแปะ (ใช้นํ้าโคลนของดินชนิดเดียวกัน เรียกว่า “ขี้หวี่” เป็นตัวประสานลาย)
ขั้นตอนการปั้นเครื่องปั้นดินเผา
อ
๕
การเผา
การเผาเครื่องปั้นดินเผา แต่เดิมทำเตาเผาโดยขุดเตาบริเวณจอมปลวก ลึกลงใต้ดินโดยใช้ปากปล่องจอมปลวกเป็นปล่องเตา เรียกเตาชนิดนี้ว่า “เตาทุเรียง” ซึ่งมีหลักฐานค้นพบว่ามีการใช้เตาทุเรียงมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
ขั้นตอนการปั้นเครื่องปั้นดินเผา
อ
๕
๕.๑ ไฟตํ่า หรือระยะรมไฟ หรือลุ่ม เป็นการไล่นํ้าออกจากเครื่องปั้น โดยการจุดไฟท่อนไม้ใหญ่ให้ไฟอ่อน เรียกว่า “สุมขอน” ที่ปากเตา ทิ้งไว้ ๑๒ ชั่วโมง อุณหภูมิประมาณ ๐-๓๐๐ องศาเซนติเกรด
ขั้นตอนการปั้นเครื่องปั้นดินเผา
อ
๕
๕.๒ ไฟกลาง หรือสุมไฟ หรืออุด เป็นการเผาไม้เล็ก ๆ เผาต่อบริเวณปากเตา ควรใส่ฟืนให้เต็มปากเตาอยู่เสมอ หลังจากผ่านการลุ่มมาเป็นอย่างดี สังเกตจากปากเตามีควันสีดำพุ่งออกจากปล่อง มีเปลวไฟเขม่าตามมา ใช้เวลาประมาณ ๖ ชั่วโมง อุณหภูมิประมาณ ๓๐๐-๙๐๐ องศาเซนติเกรด การอุดสำคัญเป็นอย่างมาก
ขั้นตอนการปั้นเครื่องปั้นดินเผา
อ
๕
๕.๓ ไฟใหญ่ หรือเร่งไฟ หรือขึ้นปล่อง เป็นการเผาไม้ภายในเตา ระยะนี้ต้องเร่งไฟแรง ๆเครื่องปั้นดินเผาจะมีสีแดงเป็นมัน สังเกตเปลวไฟสูงจากปล่องประมาณ ๒-๒.๕๐ เมตร อุณหภูมิประมาณ๙๐๐-๑,๓๐๐ องศาเซนติเกรด ประมาณ ๖ ชั่วโมง หลังจากที่ไฟไหม้ท่อนไม้หมดแล้ว ใช้อิฐดิบ
ปัจจุบันการพัฒนาเตาเผาเซรามิกไม่ต้องใช้ฟืนแต่ใช้ไฟฟ้าแทน โดยควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการเผาแต่ละขั้นตอน ทำให้สะดวกและทำได้ตลอดเวลา สามารถสร้างชิ้นงานได้จำนวนมาก
ขั้นตอนการปั้นเครื่องปั้นดินเผา
เตาเผาเซรามิก
เตาไฟฟ้า เป็นเตาที่มีความสะดวกในการเผา ได้ผลแน่นอนและควบคุมอุณหภูมิได้ดี สามารถเผาได้ตั้งแต่อุณหภูมิตํ่าไปจนถึงอุณหภูมิสูง เร่งอุณหภูมิให้ช้าเร็วได้ตามต้องการ เนื่องจากมีสวิตช์อยู่หลายตัวสับเปลี่ยนกัน ในการเผาไม่มีเปลวไฟ ไม่มีควัน เรียกการเผาแบบนี้ว่า การเผาสันดาปสมบูรณ์ (Oxidation Conduction)
๑
เตาเผาเซรามิก
เตาแก๊สเป็นเตาที่นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบดินเผา เพราะมีความสะดวกต่อการใช้งาน ประหยัดเชื้อเพลิง ปลอดภัย เผาได้ในอุณหภูมิสูง และเป็นเตาที่ค่อนข้างสะอาด เตาแก๊สที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมี ๒ ชนิด คือ ชนิดทางเดินลมร้อนขึ้นและชนิดทางเดินลมร้อนลง ซึ่งเตาแก๊สชนิดทางเดินลมร้อนขึ้นจะสามารถเผาได้อุณหภูมิตํ่ากว่าเตาแก๊สชนิดทางเดินลมร้อนลง
๒
สรุป
บรรจุภัณฑ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจัดได้ ๒ ประเภทใหญ่ ๆ คือ บรรจุภัณฑ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ เปลือกของผลไม้ และบรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อใช้ปกป้องรักษาผลิตภัณฑ์โดยแบ่งประเภทตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานเป็น ๒ ชนิด ได้แก่ บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งและบรรจุภัณฑ์เพื่อการปกป้องสินค้า การเลือกวัสดุธรรมชาติเพื่อนำมาเป็นวัสดุโครงสร้างในการทำบรรจุภัณฑ์หรือภาชนะต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย การดูแลรักษา และความคงทนในการใช้ตลอดจนการกำจัดภายหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์