1 of 35

การเติมลมยางและการสลับยางรถยนต์

2 of 35

3 of 35

4 of 35

5 of 35

6 of 35

7 of 35

8 of 35

9 of 35

10 of 35

11 of 35

12 of 35

13 of 35

14 of 35

15 of 35

เติมลมยางรถยนต์แต่ละประเภท

  • รถยนต์ขนาดเล็ก ควรเติมลมยาง ประมาณ 25-30 PSI 
  • รถยนต์ขนาดกลาง ควรเติมลมยาง ประมาณ 30-35 PSI
  • รถกระบะ (ไม่บรรทุก) ควรเติมลมยาง ประมาณ 35-40 PSI
  • รถตู้ (บรรทุก 7-10 คน) ควรเติมลมยาง ประมาณ 43-55 PSI

16 of 35

17 of 35

18 of 35

19 of 35

20 of 35

อัตราลมยาง มีอยู่ด้วยกันหลายหน่วย �เช่น�bar : บาร์�psi :  ปอนด์ต่อตารางนิ้ว�kg/cm2 : กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร�kPa : กิโลปาสคาล�

21 of 35

ลักษณะการเติมลมยางรถยนต์

22 of 35

23 of 35

กรณีเติมลมยางน้อยเกินไป�

  • เติมลมยางน้อยเกินไป หรือขับไปเรื่อย ๆ จนลมยางเริ่มอ่อนจะส่งผลให้ความเสี่ยงที่ยางจะระเบิดมีมากขึ้น เนื่องจากยางที่อ่อนอาจมีการย้วยหรือผิดรูป ทำให้มีโอกาสเสียดสีกับพื้นถนนได้มากกว่า จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ยางอ่อนมีโอกาสระเบิดมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย

24 of 35

กรณีเติมลมยางมากเกินไป�

  • เติมลมยางมากเกินไป จะทำให้ยางตึงและแข็งกระด้าง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนของยางจะลดลง เสี่ยงต่ออันตรายที่จะทำให้รถเบรกไม่อยู่หรือลื่นไถลได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันฝนตก อีกทั้งการเติมลมยางมากเกินไปอาจทำให้ยางสึกเร็วขึ้นบริเวณกลางดอกยาง ส่งผลต่ออายุการใช้งานที่สั้นลง เพราะฉะนั้นจึงควรเติมลมยางเอาไว้ให้พอดิบพอดีจะปลอดภัยที่สุดครับ

25 of 35

26 of 35

ควรเติมยางรถยนต์บ่อยแค่ไหน?�

  • ควรเติมยางรถยนต์บ่อยแค่ไหน?” นั้น ไม่สามารถระบุระยะเวลาแน่นอนได้ว่าควรต้องเติมบ่อยแค่ไหน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณการขับขี่ของเจ้าของรถยนต์
  • แต่โดยปกติแล้ว แรงดันยางจะลดลงเฉลี่ย 2-3 PSI ใน 1 เดือน เพราะฉะนั้นเจ้าของรถจึงควรทำการตรวจสอบปริมาณของแรงดันยางเฉลี่ยเดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้งหากไม่ได้ทำการขับขี่บ่อย ๆ

27 of 35

28 of 35

29 of 35

30 of 35

ความหมายสัญลักษณ์ที่แก้มยาง

  • จุดเหลือง จะบอกว่าตรงจุดนั้นมีน้ำหนักเบาที่สุด เมื่อเทียบบริเวณอื่นๆ ซึ่งจะเป็นจุดที่ช่วยให้ช่างถ่วงล้อ ทำได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
  • จุดสีแดง คือ บริเวณที่หน้ายางมีค่าความโค้งตามแนวรัศมีมากกว่าบริเวณอื่นๆ เป็นตัวช่วยเมื่อเวลาต้องใส่กระทะล้อจะได้ตรงกับจุดที่กระล้อด้วย
  • เลข 4 หลัก เช่น 2719 ตัวเลขนี้จะบอกสัปดาห์และปีผลิต ของยางเส้นนั้น โดย 2 ตัวแรก จะเป็นสัปดาห์ และสองตัวหลังคือปีคริสตศักราช หรือ ค.ศ.

31 of 35

32 of 35

33 of 35

34 of 35

35 of 35