9.1.1 ข้อกำหนดการกำหนดพิกัดความเผื่อลงในแบบ
1.การกำหนดพิกัดความเผื่อของรูคว้านให้เขียนขนาดระบุแล้วตามด้วยพิกัดความเผื่อซึ่งเขียน ด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และเยื้องขึ้นด้านบน
2.การกำหนดพิกัดความเผื่อของเพลา ให้เขียนขนาดระบุแล้วตามด้วยพิกัดความเผื่อ ซึ่งเขียน ด้วยอักษรตัวพิมพ์เล็กและเยื้องลงด้านล่าง
3.การกำหนดพิกัดความเผื่อของงานสวมให้เขียนขนาดระบุแล้วตามด้วยพิกัดความเผื่อของ รูคว้านซึ่งเขียนด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และเยื้องขึ้นด้านบน
4.ขนาดของตัวเลขค่าพิกัดความเผื่อให้มีขนาด 50–70 เปอร์เซ็นต์
5. การเรียงลำดับพิกัดความเผื่อ ให้เขียนค่าพิกัดความเผื่อมากไว้ด้านบนและค่าพิกัดความเผื่อ น้อยไว้ด้านล่าง
6. ตำแหน่งจุดทศนิยมของพิกัดความเผื่อ ให้ระบุจุดทศนิยมของค่าพิกัดความเผื่อด้วยตำแหน่ง ที่เท่ากัน ยกเว้นค่าพิกัดความเผื่อที่เป็นศูนย์ ให้เขียนด้วยเลข 0
7. การกำหนดพิกัดความเผื่อเชิงมุม ให้ใช้กฎเกณฑ์เดียวกับการกำหนดพิกัดความเผื่อเชิงมิติ
9.1.2 หลักเกณฑ์กำหนดความคลาดเคลื่อนลงในแบบงาน
1. การกำหนดพิกัดความเผื่อด้วยสัญลักษณ์ ให้เขียนขนาดระบุและตามด้วยสัญลักษณ์ พิกัด ความเผื่อ หากมีความจำเป็นต้องขยายความค่าพิกัดความเผื่อให้เขียนค่าพิกัดไว้ในวงเล็บ
รูปที่ 9.5 การกำหนดพิกัดความเผื่อด้วยสัญลักษณ์
2. การกำหนดพิกัดความเผื่อด้วยตัวเลข ให้เขียนขนาดระบุและตามด้วยตัวเลขพิกัดความเผื่อ หากตัวเลขพิกัดความเผื่อใดเป็นศูนย์ ให้เขียนเฉพาะเลข 0 ไม่ต้องใส่เครื่องหมาย + หรือ – หน้าพิกัดความเผื่อ
รูปที่ 9.6 การกำหนดพิกัดความเผื่อด้วยตัวเลข
3. การกำหนดพิกัดความเผื่อที่ค่าสมมาตรกัน ให้เขียนขนาดระบุและตามด้วยเครื่องหมาย ± และ ตัวเลขค่าพิกัดความเผื่อโดยให้เขียนเพียงตัวเดียว
รูปที่ 9.7 การกำหนดพิกัดความ
เผื่อที่ค่าสมมาตรกัน
รูปที่ 9.8 การกำหนดพิกัดความเผื่อ
ด้วยขีดจำกัดของขนาด
4. การกำหนดพิกัดความเผื่อด้วยขีดจำกัดของขนาด ให้เขียนขีดจำกัดบนไว้ด้านบน และขีดจำกัด ล่างไว้ด้านล่าง
5. การกำหนดพิกัดความเผื่อด้วยขีดจำกัดของขนาดด้านเดียว ให้เขียนขนาดระบุและตามด้วย ข้อความค่าสูงสุด max หรือค่าต่ำสุด min
รูปที่ 9.9 การกำหนดพิกัดความเผื่อด้วยขีดจำกัดของขนาดข้างเดียว
9.1.3 การกำหนดความคลาดเคลื่อนลงในแบบ
1.สร้างรูปแบบของการบอกขนาดไว้ซึ่งได้กล่าวแล้วในการสร้างรูปแบบของการบอกขนาด จากนั้นนำรูปแบบที่สร้างไว้มาใช้งาน
ตัวอย่างต้องการกำหนดขนาดความคลาดเคลื่อนรู18มม. ให้รูปแบบความคลาดเคลื่อนเป็นแบบ Deviation พิกัดบน 0.025 มม. และพิกัดล่าง 0.002 มม. ให้ตัวตัวเลขพิกัดความคลาดเคลื่อนอยู่ตำแหน่งกลาง และมีความสูง 70% ของตัวเลขบอกขนาด
รูปที่ 9.10 การบอกขนาดความคลาดเคลื่อน
(1) การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Format > Dimension Style
เมื่อเข้าสู่คำสั่งแล้วจะได้ Dialogbox ชื่อ Dimension Style Manager
(2) สร้างรูปแบบของการบอกขนาดขึ้นมา โดยคลิกที่ปุ่มNew เมื่อคลิกแล้วจะได้ Dialogbox ชื่อ Create New Dimension Style จากนั้นให้ตั้งชื่อในช่อง New Style Name แล้วคลิกที่ปุ่ม Continue
(3) เมื่อคลิกที่ Continueแล้วจะได้Dialogboxที่ชื่อNewDimensionStyle Toleranceให้กำหนดรายละเอียด
(4) นำรูปแบบที่สร้างขึ้นไปใช้งาน โดยเลือกที่รูปแบบ Tolerance แล้วคลิกที่ปุ่ม Set Current ใน Dialog box ที่ชื่อ Dimension Style Manager
(5) บอกขนาดโดยใช้คำสั่ง Power Dimension แล้วกำหนดขนาดในตำแหน่งของรู
2. ใช้คำสั่ง Power Dimension เป็นการบอกขนาดความคลาดเคลื่อนโดยใช้วิธีการแก้ไขรายการกำหนดขนาด หรือใช้คำสั่งอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับตำแหน่งในแบนั้น ๆ ก็ได้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
(1) การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Power Dimension
Ribbon bar : Annotate >
(2) เมื่อเข้าสู่คำสั่งแล้วจะเกิด Ribbon Bar ที่ชื่อ Power Dimension ขึ้น
(3) แก้ไขรายละเอียดการบอกพิกัดความคลาดเคลื่อน
(4) บอกพิกัดความคลาดเคลื่อน ลงในตำแหน่งที่ต้องการ
รูปที่ 9.18 การบอกขนาดความคลาดเคลื่อน
งานสวม คือ การนำชิ้นงานที่เป็นเพลามาประกอบเข้ากับชิ้นงานที่เป็นรูคว้านให้อยู่ในสภาพต่าง ๆ ตาม ลักษณะการใช้งาน สภาพการสวมของงานจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับพิกัดความเผื่อของงานแต่ละชิ้นที่นำมาประกอบ กัน ใช้คำสั่ง Power Dimension เป็นการบอกขนาดความคลาดเคลื่อนโดยใช้วิธีการแก้ไขรายการกำหนดขนาด หรือใช้คำสั่งอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับตำแหน่งในแบนั้น ๆ ก็ได้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Power Dimension
Ribbon bar : Annotate >
2. เมื่อเข้าสู่คำสั่งแล้วจะเกิด Ribbon Bar ที่ชื่อ Power Dimension
3. แก้ไขรายละเอียดการบอกระบบงานสวม
รูปที่ 9.20 เปิดแก้ไขระบบงานสวม
(1) เปิดระบบงานสวม โดยคลิกที่ปุ่ม Fit
(2) กำหนดรายละเอียดงานสวมของเพลาและรูคว้านโดยคลิกที่ Symbol เลือก Fits Dialog Box จะได้ Dialog Box ที่ชื่อ Fit
รูปที่ 9.21 Dialog Box ที่ชื่อ Fits
(3) เลือกรูปแบบของระบบงานสวมที่ Representation
(4) บอกขนาดระบบงานสวมลงในตำแหน่งที่ต้องการ
รูปที่ 9.22 การบอกขนาดระบบงานสวม
9.3.1 สัญลักษณ์กำหนดคุณสมบัติของผิวงาน
9.3.2 การระบุสัญลักษณ์คุณภาพผิวลงในแบบงาน
1. สัญลักษณ์และข้อกำหนดของความหยาบผิวงานจะต้องเขียนให้อ่านได้สะดวกจากด้านล่างหรือ ด้านขวามือของแบบ (ก) ถ้าไม่อาจแสดงสัญลักษณ์ติดกับผิวงานในแบบได้ให้ใช้เส้นชี้โดยให้เขียน ลูกศรที่ปลายเส้นนั้นให้ชนกับผิวงานที่จะระบุสัญลักษณ์ สัญลักษณ์หรือหัวลูกศรให้ชี้จากด้านนอกของแบบงาน มาสู่เส้นผิวงานหรือเส้นที่ต่อจากเส้นผิวงาน
รูปที่ 9.23 การเขียนสัญลักษณ์ให้อ่านได้สะดวก
2. การกำหนดสัญลักษณ์ผิวงานจะทำได้เพียงครั้งเดียวในพื้นผิวเดียวกัน และควรระบุไว้ในภาพ ที่บอกขนาดหรือตำแหน่งของผิวงานนั้น
รูปที่ 9.24 การเขียนสัญลักษณ์ได้เพียงครั้งเดียว
3. การกำหนดสัญลักษณ์ที่มีความหยาบผิวงานเท่ากันทั้งชิ้น ให้เขียนสัญลักษณ์แสดงความหยาบ ละเอียดพร้อมคำว่า “ทั้งหมด” หรือ “All over” ไว้ใกล้กับแบบงาน หรือใกล้กับตารางรายการ แบบ หรือเขียนสัญลักษณ์ไว้หลังหมายเลขแบบงานนั้น (Part Number)
รูปที่ 9.25 การเขียนสัญลักษณ์ที่มีความหยาบเท่ากันทั้งชิ้น
4. การกำหนดสัญลักษณ์ที่มีความหยาบผิวงานต่างกันหลายค่า ให้เขียนสัญลักษณ์แสดงความ หยาบละเอียดที่ตำแหน่งของผิวมากที่สุดไว้นอกชิ้นงานหรือหลังหมายเลขแบบงาน ส่วนความหยาบอื่นให้เขียน “เว้นแต่จะระบุเป็นอย่างอื่น” หรือ “except.where.otherwise stated”หรือสัญลักษณ์พื้นฐานอยู่ในวงเล็บ หรือสัญลักษณ์ของความหยาบละเอียดเฉพาะแห่งของผิวงานอยู่ในวงเล็บ และนำค่าความหยาบละเอียดนั้นไป เขียนไว้ในแบบงานด้วย
รูปที่ 9.26 การเขียนสัญลักษณ์ที่มีความหยาบต่างกันหลายผิว
5. การกำหนดสัญลักษณ์ที่มีความหยาบผิวงานต่างกันหลายค่าหรือในกรณีที่มีพื้นที่จำกัด อาจระบุ สัญลักษณ์ และข้อกำหนดอย่างย่อแทนได้ แล้วขยายความหยาบละเอียดของผิวงานไว้ใกล้กับแบบงาน หรือใกล้ กับตารางรายการแบบ
รูปที่ 9.27 การเขียนสัญลักษณ์ที่มีความหยาบที่มีพื้นที่จำกัด
9.3.3 การกำหนดสัญลักษณ์ผิวงานลงในแบบงาน
ตัวอย่าง ต้องการกำหนดสัญลักษณ์ผิวงานลงในแบบงาน โดยต้องให้ผิวที่ต้องการเป็นผิวเจียระไน มีความหยาบของผิว 6.3 ไมครอน และให้ทิศทางรอยหยาบตั้งฉากกับแกนของชิ้นงาน
รูปที่ 9.28 การกำหนดสัญลักษณ์ผิวงานลงในแบบงาน
1. การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Symbol > Surface Texture
Ribbon bar : Annotate >
2. กำหนดผิวจะใส่เครื่องหมาย เมื่อมีข้อความ Select object to attach or [Library]: ตอบ คลิกบนเส้นที่จะใส่เครื่องหมาย
3. กำหนดตำแหน่งที่จะใส่เครื่องหมาย เมื่อมีข้อความ Specify start point or [surFace]: ตอบ คลิกตรงตำแหน่งที่จะใส่เครื่องหมาย
4. โปรแกรมถามให้สร้างเส้นชี้หรือไม่ เมื่อมีข้อความ Specify next point or [Symbol/startPoint] <Symbol>: ตอบ กด Enter หากไม่สร้างเส้นชี้
5. กำหนดทิศทางของเครื่องหมาย เมื่อมีข้อความ Select side: ตอบ คลิกด้านบนของเส้นที่ใส่ เครื่องหมาย เมื่อกำหนดทิศทางของเครื่องหมายแล้วจะได้ Dialog box ที่ชื่อ Surface Texture
6. เอาเนื้อวัสดุออกด้วยเครื่องมือกล ใส่เครื่องหมายหน้า Material removal required
7. ใส่ค่าความหยาบของผิว 6.3 ไมครอน ในช่อง A’
8. ใส่กระบวนการผลิต Grinding ในช่อง B
9. ใส่ทิศทางรอบหยาบในช่อง D และ ตกลงตามรายละเอียดที่ใส่ คลิกที่ปุ่ม OK
รูปที่ 9.29 Dialogbox ที่ชื่อ Surface Texture
9.4.1 ภาพสัญลักษณ์สำหรับงานเชื่อมและบัดกร
9.4.2 การกำหนดสัญลักษณ์สำหรับงานเชื่อมและบัดกรีลงในแบบงาน
ตัวอย่าง ต้องการกำหนดสัญลักษณ์งานเชื่อมลงในแบบงาน โดยให้เป็นเชื่อมแบบ Fillet มีขนาด แนวเชื่อม 3 มม. การเชื่อมรอบชิ้นงาน
รูปที่ 9.30 การกำหนดสัญลักษณ์งานเชื่อมลงในแบบงาน
1. การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Symbol > Welding
Ribbon bar : Annotate >
2. กำหนดผิวที่จะใส่เครื่องหมาย เมื่อมีข้อความ Select object to attach or [Library]: ตอบ คลิกบนเส้นที่จะใส่เครื่องหมาย
3. กำหนดจุดเริ่มของใส่เครื่องหมาย เมื่อมีข้อความ Specify start point: ตอบ คลิกตรงตำแหน่ง เริ่มต้นของเครื่องหมาย
4. กำหนดตำแหน่งต่อไปของเครื่องหมาย เมื่อมีข้อความ Specify next point or [startPoint]: ตอบ คลิกตรงตำแหน่งต่อไปของเครื่องหมาย
5. โปรแกรมถามให้สร้างเส้นชี้หรือไม่ เมื่อมีข้อความ Specify next point or <Symbol>: ตอบ กด Enter หากไม่สร้างเส้นชี้ เมื่อกด Enter แล้วจะได้ Dialog box ที่ชื่อ Surface Texture
รูปที่ 9.31 การกำหนดสัญลักษณ์งานเชื่อมลงในแบบงาน
6. ใส่ขนาดของแนวเชื่อม 3 ในช่อง
7. เลือกรูปแบบของแนวเชื่อม
8.เมื่อกำหนดรายละเอียดเรียนร้อยแล้วคลิกที่ปุ่ม OK