By Pratchanee P.
2/2015
หน่วยการเรียนรู้
By Pratchanee P.
2/2015
ตัวชี้วัด
ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ และนำไปใช้อ้างอิง (ท ๕.๑ ม. ๓/๔)
สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นในระดับ�ที่ยากยิ่งขึ้น (ท ๕.๑ ม. ๓/๑)
วิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน �(ท ๕.๑ ม. ๓/๒)
สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง �(ท ๕.๑ ม. ๓/๓)
By Pratchanee P.
2/2015
แผนผังสาระการเรียนรู้
บทนำเรื่อง
วรรณคดีศึกษา
บทวิเคราะห์
ความรู้จากวรรณคดี
ความรู้เพิ่มเติม
คัดสรรวรรณกรรมน่าอ่าน
ข้อคิดนำชีวิต
ศัพทานุกรม
เว็บไซต์แนะนำ
บทพากย์เอราวัณ
บทนำเรื่อง
บทพากย์เอราวัณเป็นพระราชนิพนธ์�ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า-นภาลัย เป็นตอนหนึ่งในเรื่องรามเกียรติ์ คือ ตอนอินทรชิตรบ�กับพระราม
เนื้อหากล่าวถึงอินทรชิตโอรสของทศกัณฐ์กับ�นางมณโฑ แปลงกายเป็น พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เพื่อลวงตาฝ่ายข้าศึกคือ
ฝ่ายพระราม
รูปแบบของบทพากย์เอราวัณ�แต่งด้วยคำประพันธ์ ประเภทกาพย์ฉบัง ๑๖ จำนวน ๔๐ บท
ในสมัยรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย�ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทพากย์บางตอน คือ บทพากย์นางลอย
บทพากย์นาคบาศ และบทพากย์เอราวัณ
บทพากย์เอราวัณบรรยายเรื่องตั้งแต่อินทรชิตแปลงกายเป็นพระอินทร์ จนถึงอินทรชิตแผลงศรไปต้องพระลักษมณ์
ที่มาของเรื่อง
พระราชประวัติผู้ทรงพระราชนิพนธ์
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก-มหาราช และสมเด็จพระอมรินทรามาตย์บรมราชินี มีพระนามเดิมว่า ฉิม ทรงพระบรมราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๑๐ ณ เมืองสมุทรสงคราม ในขณะที่พระราชบิดายังทรงดำรงพระยศเป็นหลวงยกกระบัตร เมืองราชบุรี ต่อมาพระราชบิดาได้เข้ามารับราชการสนองพระเดชพระคุณ�ในสมเด็จพระเจ้าตากสินแห่งกรุงธนบุรี จึงได้ย้ายครอบครัวเข้ามาอยู่ ณ บริเวณด้านใต้ของวัดระฆังโฆษิ-ตาราม เมื่อพระชนมายุได้ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก” จึงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ �เจ้าฟ้ากรมหลวงอิสรสุนทร ต่อมาได้รับสถาปนาเป็น กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เมื่อพระชนมายุได้ ๔๒ พรรษา จึงได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๒ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงครองราชสมบัติอยู่จน พ.ศ. ๒๓๖๗ รวมเวลาที่ดำรงสิริราชสมบัตินาน ๑๖ ปี �ทรงพระประชวรด้วยไข้พิษและเสด็จสวรรคต
บทละครอิเหนา
บทละครนอก
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
บทละครรามเกียรติ์
บทพากย์โขน
บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนบางตอน
เนื้อเรื่องย่อตอน ศึกอินทรชิต
รณพักตร์ เป็นโอรสของทศกัณฐ์กับนางมณโฑ รณพักตร์เรียนศิลปวิทยาและบำเพ็ญพรตเพื่อขอพรวิเศษ พระอิศวรประทานศรพรหมาสตร์ และให้มีฤทธิ์วิเศษแปลงกายเป็นพระอินทร์ พระพรหมประทานศรนาคบาศและให้พรว่า ถ้าจะตายให้ตายกลางอากาศ และต้องมีพานแก้วของพระพรหมมารองรับเศียร มิฉะนั้น ถ้าเศียรตกดินจะเป็นไฟไหม้โลก ส่วนพระนารายณ์ประทานศรวิษณุปาณัม
รณพักตร์ท้ารบกับพระอินทร์ แล้วแผลงศรวิษณุปาณัม พระอินทร์ไม่มีทางสู้จึงหนีไป ทศกัณฐ์ทราบข่าวมีความยินดี ถึงกับตั้งชื่อให้โอรสใหม่ว่าอินทรชิต
รบครั้งแรกอินทรชิตต้องศรพลายวาตของพระลักษมณ์เป็นฝ่ายแพ้ ต่อมาไปชุบศรนาคบาศแล้วออกรบอีกครั้ง พระลักษมณ์ต้องศรนาคบาศ แต่ฝ่ายพระรามสามารถแก้พิษศรได้ อินทรชิตจึงไปทำพิธีชุบศรพรหมาสตร์ แล้วแปลงกายเป็นพระอินทร์�ทรงช้างเอราวัณ ศึกครั้งนี้ศรพรหมาสตร์ต้องพระลักษมณ์ หนุมานหายามาแก้ศรพิษได้ ทำให้พระลักษมณ์ฟื้น ต่อมาพระรามสามารถทำลายศรของอินทรชิตได้ อินทรชิต�ออกรบอีกครั้งกับพระลักษมณ์ พระลักษมณ์แผลงศรตัดเศียรอินทรชิต และให้องคตถือพานแก้วของพระพรหมรองรับเศียรของอินทรชิตไว้
เนื้อเรื่องย่อบทพากย์เอราวัณ
กล่าวถึงอินทรชิตแปลงกายเป็นพระอินทร์เพื่อสู้รบกับพระราม พระลักษมณ์ จากนั้นพรรณนาถึงความงดงามของช้างเอราวัณซึ่งเป็นช้างทรงของพระอินทร์ว่ามีสีขาวเผือกมี
๓๓ เศียร แต่ละเศียรมี ๗ งา แต่ละงามีสระบัว ๗ สระ สระบัวแต่ละสระมีกอบัว
๗ กอ กอบัวแต่ละกอมีดอกบัว ๗ ดอก ดอกบัวแต่ละดอกมี ๗ กลีบ แต่ละกลีบมีเทพธิดา ๗ องค์ แต่ละองค์มีบริวาร ๗ นาง ล้วนเนรมิตกายร่ายรำระบำฟ้อนคล้าย�นางฟ้า ที่เศียรช้างมีวิมานแก้วงามราวกับวิมานเวไชยันต์ของพระอินทร์ ตัวช้างประดับ�ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยทองและแก้วนพรัตน์ ควาญช้างชื่อโลทันสารถีของอินทรชิตแปลงกายเป็นเทพบุตร
พระลักษมณ์ทอดพระเนตรเห็นทัพ
พระอินทร์แปลงจึงตรัสถามสุครีพ �สุครีพจึงเตือนให้ระวังตน อินทรชิต�สั่งให้ยักษ์จัดระบำถวาย พระลักษมณ์�ทรงเคลิบเคลิ้มพระวรกาย อินทรชิตจึงแผลงศรพรหมาสตร์ต้องพระลักษมณ์
พรรณนากองทัพของอินทรชิตที่แสดงถึงความมีอำนาจและยิ่งใหญ่ ทัพหน้า คือเทพารักษ์ ทัพหลัง คือ ครุฑ กินนร นาค ปีกขวา คือ คนธรรพ์ ปีกซ้ายคือ วิทยาธร ทหารแปลงกายทุกนายล้วนมีอาวุธยิ่งใหญ่ คือ โตมร ศร พระขรรค์ และคทา
พระรามตื่นบรรทม มีการพรรณนาธรรมชาติยามเช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ลมพัดกลิ่นดอกไม้หอมตลบอบอวล �มีฝูงผึ้ง ฝูงนก ฝูงหงส์ �นกดุเหว่า ไก่ขัน
พรรณนาความยิ่งใหญ่ของกองทัพพระราม พระลักษมณ์ ความยิ่งใหญ่เมื่อเคลื่อนขบวน แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น สัตว์ต่าง ๆ ตกใจและวิ่งหนี แม้แต่นกหัสดีลิงค์ที่คาบช้างมาก็ปล่อยให้ช้างหลุดจากปาก
บทวิเคราะห์
๑. คุณค่าด้านเนื้อหา
๑.๑ โครงเรื่อง
เริ่มเรื่องด้วยที่อินทรชิตแปลงกายเป็นพระอินทร์เพื่อออกสู้รบกับพระราม พระลักษมณ์ จากนั้นพรรณนาถึงความงดงามใหญ่โตของช้างเอราวัณ พรรณนากองทัพของอินทรชิต จากนั้นกล่าวถึงพระรามตื่นบรรทม และพรรณนาธรรมชาติบริเวณที่ประทับและความยิ่งใหญ่ของกองทัพพระราม จบลงด้วยฉากที่พระลักษมณ์ทอดพระเนตรเห็นทัพพระอินทร์แปลง ทรงเคลิบเคลิ้ม อินทรชิตจึงแผลงศรพรหมาสตร์ต้องพระลักษมณ์
๑.๒ ตัวละคร
พระราม
พระลักษมณ์
อินทรชิต
ช้างเอราวัณ
บทวิเคราะห์
๑. คุณค่าด้านเนื้อหา
๑.๓ ฉาก
ฉากที่ปรากฏในตอนนี้คือฉากกองทัพของฝ่ายอินทรชิต ฝ่ายพระราม �กวีได้พรรณนาให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของกองทัพทั้งสองฝ่าย �และปรากฏฉากธรรมชาติบริเวณที่ประทับของพระรามในขณะที่พระราม�ตื่นบรรทมด้วย
๑.๔ แก่นเรื่อง
การพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ต้องมีสติ อย่าหลงเชื่ออะไรง่าย ๆ �เพราะความงดงามชวนหลงใหลนั้นมักจะแฝงมากับพิษภัย
บทวิเคราะห์
๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๒.๑ ลักษณะการประพันธ์
อากาศก้องโกลาหล โลกลั่นอึงอล
อำนาจสะท้านธรณี
ศรเต็มไปทั่วราศี ต้ององค์อินทรีย์
พระลักษมณ์ก็กลิ้งกลางพล
O O O O O O O O O O
O O O O O O
O O O O O O O O O O
O O O O O O
กาพย์ฉบัง ๑๖
O
O
O
O
O
O
๑ บท มี ๓ วรรค
บทวิเคราะห์
๒.๒ รสวรรณคดีไทย
บทพรรณนาความงามของสถานที่ ธรรมชาติ หรือชมความงามของตัวละคร
เครื่องประดับเก้าแก้วโกมิน ซองหางกระวิน
สร้อยสายชนักถักทอง
ตาข่ายเพชรรัตน์ร้อยกรอง ผ้าทิพย์ปกตระพอง
ห้อยพู่ทุกหูคชสาร
ผึ้งภู่หมู่คณาเหมหงส์ ร่อนราถาลง
แทรกไซ้ในสร้อยสุมาลี
ดุเหว่าเร้าเร่งพระสุริย์ศรี ไก่ขันปีกตี
กู่ก้องในท้องดงดาน
พรรณนาชมธรรมชาติบริเวณ�ที่ประทับของพระรามและพระลักษมณ์
เสาวรจนี
พรรณนาชมความงามวิมาน�ของพระอินทร์
บทวิเคราะห์
๒.๒ รสวรรณคดีไทย
รสอัศจรรย์ ตื่นเต้น แปลกประหลาด �เป็นรสทางวรรณคดีสันสกฤต
สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหนึ่งเจ็ดงา
ดังเพชรรัตน์รูจี
งาหนึ่งเจ็ดโบกขรณี สระหนึ่งย่อมมี
เจ็ดกออุบลบันดาล
กอหนึ่งเจ็ดดอกดวงมาลย์ ดอกหนึ่งแบ่งบาน
มีกลีบได้เจ็ดกลีบผกา
กลีบหนึ่งมีเทพธิดา เจ็ดองค์โสภา
แน่งน้อยลำเพานงพาล
อัทภุตรส
ความน่าพิศวงใจของผู้อ่าน�ในฉากที่พรรณนาความยิ่งใหญ่�ของช้างเอราวัณ
บทวิเคราะห์
๒.๓ ศิลปะการประพันธ์
๑) ใช้ถ้อยคำสั้น ๆ � แต่ได้ความหมายดี
๒) ใช้อุปมาทำให้� เห็นภาพหลายตอน
๓) มีการใช้อติพจน์
สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหนึ่งเจ็ดงา
ดังเพชรรัตน์รูจี
ช้างนิรมิตฤทธิแรงแข็งขัน เผือกผ่องผิวพรรณ
สีสังข์สะอาดโอฬาร์
เสียงพลโห่ร้องเอาชัย เลื่อนลั่นสนั่นใน
พิภพเพียงทำลาย
ไม้ไหล้ยูงยางกลางดง แหลกลู่ล้มลง
ละเอียดด้วยฤทธิโยธี
บทวิเคราะห์
๒.๓ ศิลปะการประพันธ์
๔) ใช้บุคคลวัต
๕) ใช้ภาษาให้เกิด � จินตนาการใน� หลายตอน
สัตภัณฑ์บรรพตทั้งหลาย อ่อนเอียงเพียงปลาย
ประนอมประนมชมชัย
ผึ้งภู่หมู่คณาเหมหงส์ ร่อนราถาลง
แทรกไซ้ในสร้อยสุมาลี
ดุเหว่าเร้าเร่งพระสุริย์ศรี ไก่ขันปีกตี
กู่ก้องในท้องดงดาน
บทวิเคราะห์
๓. คุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม
๓.๒ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อในเรื่องเทวดา นางฟ้า พระอินทร์ � ที่มีอยู่ในวิถีชีวิตของคน ในสังคมนั้น ๆ
๓.๓ สะท้อนให้เห็นสังคมในสมัยก่อนว่าใช้อาวุธต่าง ๆ ในการรบ
๓.๔ สะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางไปรบสมัยก่อนว่ามีแตรสังข์� กลองประโคม
อึงอินทเภรีตีระงม แตรสังข์เสียงประสม
ประสานเสนาะในไพร
๓.๑ สะท้อนให้เห็นถึงสังคมในสมัยอยุธยาว่ามีการแสดงมหรสพประเภทหนังใหญ่ � และโขน แม้ต่อมาในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ก็ยังมีการเล่นโขน
ล้วนถืออาวุธเกรียงไกร โตมรศรชัย
พระขรรค์คทาถ้วนตน
อินทรชิตบิดเบือนกายิน เหมือนองค์อมรินทร์
ทรงคชเอราวัณ
บทพากย์นางลอย �บทพากย์เอราวัณ
๑. ได้รับความรู้เกี่ยวกับลักษณะ � ของช้างเอราวัณตามจินตนาการ � ของกวี ที่ทำให้ช้างสวยงาม � ยิ่งใหญ่ และมหัศจรรย์
๒. ได้รับความรู้เกี่ยวกับ � ส่วนประกอบของราชรถ � ว่ามี ดุม วง เพลา กำ กง
ความรู้จากวรรณคดี
ดุม
กำ
กง
ข้อคิดนำชีวิต
๑. ควรเป็นคนดีมีคุณธรรมอย่างพระราม พระลักษมณ์ แม้แต่เทวดาก็สรรเสริญ � ยกย่องคนดี
๒. เมื่อมีอำนาจวาสนาหรือมีฤทธิ์มีเดชอย่างอินทรชิตก็ไม่ควรเหิมเกริมใช้อำนาจ � ในการสู้รบ หรือทำลายผู้อื่น เพราะเหนือฟ้าย่อมมีฟ้า
๓. ธรรมะย่อมชนะอธรรม แม้อินทรชิตจะชนะในการรบครั้งนี้ แต่ถ้าอ่านเรื่องต่อไป � จะเห็นว่า ในที่สุดอินทรชิตก็ถูกพระลักษมณ์แผลงศรตัดเศียร
๔. ควรฝึกฝนตนให้มีจินตนาการที่สร้างสรรค์อาจทำให้เกิดศิลปะสวยงามหรือ� ทำให้โลกมีสุนทรียภาพ เกิดความงดงามขึ้นทางจิตใจอันละเอียดอ่อนได้
๕. อย่าประมาทหรือลุ่มหลงอาจทำให้ชีวิตผิดพลาดได้