1 of 21

หน่วยที่ 11

อุปกรณ์ไฟฟ้าระบบปรับอากาศรถยนต์

2 of 21

3 of 21

ระบบไฟฟ้าควบคุมเครื่องปรับอากาศรถยนต์นั้นจะทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์หลัก ๆ 3 อย่างด้วยกัน ดังนี้

1. คอมเพรสเซอร์ เป็นการควบคุมเพื่อให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหรือหยุดการทำงาน

2. มอเตอร์โบลเวอร์ เป็นการควบคุมความเร็วและความแรงของลมเย็นที่จ่ายออกสู่ห้องโดยสารซึ่งจะควบคุมที่สวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์

3. อุณหภูมิภายในห้องโดยสาร เป็นการควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้อยู่ในระดับตามความต้องการของผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารโดยการควบคุมที่ตัวของเทอร์โมสตัต

4 of 21

11.2.1 อุปกรณ์ควบคุมการทำงานทั่วไป อุปกรณ์ควบคุมการทำงานทั่วไปเป็นอุปกรณ์ควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศรถยนต์ที่รถทุก ๆ คันจะต้องมี ซึ่งจะประกอบด้วยอุปกรณ์ดังนี้

1. สวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์ จะทำหน้าที่ ควบคุมความเร็วของมอเตอร์ และยังเป็น สวิตช์ที่ทำหน้าที่เปิด–ปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์อีกด้วย สวิตช์ควบคุมมอเตอร์ โบลเวอร์จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

(1) สวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์แบบปรับความเร็วเป็นช่วง

แสดงสวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์แบบปรับความเร็วเป็นช่วง

แสดงตัวต้านทาน

5 of 21

(2) สวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์แบบปรับความเร็วต่อเนื่อง

แสดงสวิตช์ควบคุมโบลเวอร์แบบปรับความเร็วต่อเนื่อง

2. สวิตช์เทอร์โมสตัต สวิตช์เทอร์โมสตัต ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร ให้อยู่ในระดับที่ต้องการโดยอัตโนมัติ

สวิตช์เทอร์โมสตัตที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศรถยนต์มีอยู่ 3 แบบ คือ

6 of 21

(1) สวิตช์เทอร์โมสตัตแบบการขยายตัวของโลหะสองชนิด

ก. อุณหภูมิปกติ ข. อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ค. อุณหภูมิลดลง

แสดงการโก่งงอของโลหะสองชนิด

7 of 21

(2) สวิตช์เทอร์โสตัตแบบกระเปาะ

แสดงเทอร์โมสตัตแบบกระเปาะ

  (3) สวิตช์เทอร์โมสตัตแบบอิเล็กทรอนิกส์

แสดงเทอร์โมสตัตแบบอิเล็กทรอนิกส์

8 of 21

3. รีเลย์

(1) หน้าที่ของรีเลย์ รีเลย์ ทำหน้าที่ ตัดต่อวงจรไฟฟ้าในระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์ อีกทั้งเป็นการลดกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าไปเลี้ยงอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันความเสียหาย

แสดงรีเลย์

(2) โครงสร้างของรีเลย์ รีเลย์ที่ใช้ในระบบปรับอากาศรถยนต์จะประกอบไปด้วยส่วนประกอบ 2 ส่วนดังนี้ คือ

ก) ขดลวด

ข) คอนแทค

9 of 21

(3) หลักการทำงาน

แสดงหลักการทำงานของรีเลย์

10 of 21

11.2.2 อุปกรณ์ป้องกันความเสียหาย อุปกรณ์ป้องกันความเสียหายเป็นอุปกรณ์ที่ถูกนำมาติดตั้งเพิ่มเติมในระบบปรับอากาศ ซึ่งอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายที่ใช้สำหรับระบบปรับอากาศรถยนต์ มีอยู่ดังนี้ คือ

1. สวิตช์ควบคุมความดัน

แสดงสวิตช์ควบคุมความดัน

แสดงตำแหน่งการติดตั้งสวิตช์ควบคุม

ความดันที่ท่อสารทำความเย็น

11 of 21

แสดงตำแหน่งการติดตั้งสวิตช์ควบคุม

ความดันที่ท่อสารทำความเย็น

แสดงการติดตั้งสวิตช์ควบคุมความดันที่ตัวรีซีฟเวอร์ ดรายเออร์

12 of 21

(1) ชนิดของสวิตช์ควบคุมความดัน สวิตช์ควบคุมความดัน แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

ก) สวิตช์ความดันสูง

แสดงสวิตช์ความดันสูง

13 of 21

ข) สวิตช์ความดันต่ำ

แสดงสวิตช์ความดันต่ำ

14 of 21

ค) สวิตช์ความดันคู่

แสดงสวิตช์ความดันคู่

15 of 21

2. ซุปเปอร์ฮีตสวิตช์ ซุปเปอร์ฮีตสวิตช์เป็นสวิตช์ที่ติดตั้งอยู่ทางด้านความดันสูงของระบบปรับอากาศเช่นเดียวกับสวิตช์ควบคุมความดันเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายแก่คอมเพรสเซอร์ อันเนื่องมาจากสารทำความเย็นในระบบมีน้อยเกินไปซึ่งอาจเกิดจากการรั่ว

แสดงซุปเปอร์ฮีตสวิตช์

16 of 21

3. ปลั๊กหลอมละลาย เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ ป้องกันความเสียหายแก่ ระบบปรับอากาศ ในกรณีที่อุณหภูมิและความดันของสารทำความเย็นในระบบด้านความดันสูงสูงอย่างผิดปกติ

ปลั๊กหลอมละลาย

แสดงปลั๊กหลอมละลาย

17 of 21

12.2.3 อุปกรณ์เพิ่มรอบเดินเบา

1. หน้าที่ของอุปกรณ์เพิ่มรอบเดินเบา อุปกรณ์เพิ่มรอบเดินเบา ทำหน้าที่ เพิ่มรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ กล่าวคือ ในขณะที่สวิตช์เครื่องปรับอากาศปิดอยู่ความเร็วรอบเดินเบาของเครื่องยนต์จะอยู่ในระดับปกติ (ประมาณ 600–700 รอบต่อนาที)

2. ชนิดของอุปกรณ์เพิ่มรอบเดินเบา อุปกรณ์เพิ่มรอบเดินเบาที่ใช้สำหรับเพิ่มรอบเดินเบาของเครื่องยนต์แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้ คือ

(1) ชนิดเพิ่มความเร็วรอบเดินเบาโดยการปรับตำแหน่งลิ้นเร่ง

แสดงลิ้นสวิตช์สุญญากาศ

18 of 21

แสดงส่วนประกอบของ

ลิ้นสวิตช์สุญญากาศ

แสดงตัวปรับตำแหน่งลิ้นเร่ง

19 of 21

ก) หลักการทำงาน

(1.1) ขณะปิดสวิตช์เครื่องปรับอากาศ

แสดงการทำงานของลิ้นสวิตช์สุญญากาศขณะปิดสวิตช์เครื่องปรับอากาศ

20 of 21

(1.2) ขณะเปิดสวิตช์เครื่องปรับอากาศ

การทำงานของลิ้นสวิตช์สุญญากาศขณะเปิดสวิตช์เครื่องปรับอากาศ

21 of 21

(2) ชนิดเพิ่มความเร็วรอบเดินเบาโดยการเปิดช่องทางเพิ่มอากาศ

แสดงการทำงานของลิ้นสวิตช์สุญญากาศ

ของเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบการฉีดเชื้อเพลิงแบบอิเล็กทรอนิกส์