มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม
สำนักงาน ป.ป.ช.
พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
มาตรา 32 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจเสนอมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยการ ในเรื่องดังต่อไปนี้
1) ปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริต การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ�หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
2) จัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเข้มงวด
3) เสนอแนะให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการใดที่เป็นช่องทาง�ให้มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดี�ต่อราชการได้
หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
มาตรการฯ ที่เคยเสนอคณะรัฐมนตรี
ฯลฯ
มาตรการ/ข้อเสนอแนะป้องกันการทุจริต
ความเป็นมา
- ศึกษาพฤติการณ์เรื่องชี้มูล/เรื่องร้องเรียน
- การสำรวจปัญหาจากทุกจังหวัด
- การเชิญหน่วยงานมาให้ข้อมูล
- การประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด/ศึกษาสังเกตการณ์ในพื้นที่
มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
ผลการสำรวจการดำเนินคดีสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ปี 2553 (จำนวน 33 จังหวัด)
ที่ | จังหวัด | จำนวนสิ่งล่วงล้ำ ลำน้ำโดยผิดกฎหมาย (แห่ง) | การดำเนินคดีของหน่วยงานภาครัฐ | ||||
ยังไม่มีการดำเนินการ | อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าพนักงาน | อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ | อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล | คดีถึงที่สุด | |||
1 | ภาคเหนือ | 182 | 179 | 3 |
|
| 0 |
2 | ภาคกลาง | 1,240 | 253 | 33 | 3 | 8 | 941 |
3 | ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ | 57 | 43 | 11 |
|
|
|
4 | ภาคตะวันออก | 621 | 54 | 34 | 7 | 30 | 47 |
5 | ภาคใต้ | 228 | 64 | 17 | 3 | 102 | 42 |
6 | กรุงเทพมหานคร | 332 | 111 | 186 | 17 | 3 | 16 |
รวม | 2,660 | 704 | 284 | 30 | 143 | 1,046 | |
หมายเหตุ : ข้อมูลถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2553
ผลการสำรวจการดำเนินคดีสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ปี 2553 (จำนวน 33 จังหวัด)
จังหวัด | จำนวน สิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎ หมาย (แห่ง) | ประเภทสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎหมาย (แห่ง) | |||||||||
บ้านพักอาศัย/รั้ว/อาคารคอน กรีต | ร้าน อาหาร/ รีสอร์ท การดำเนินธุรกิจกิจกรรมทางน้ำรูปแบบ ต่าง ๆ | เขื่อนป้องกันตลิ่ง/ ฝายกั้นน้ำล้น/ประตู ระบาย น้ำ | วางท่อประปา/การวางสาย ไฟ | สะพาน/ถนนคอนกรีต /ศาลาริมน้ำ | แพ /ทุ่นลอยน้ำ | ทำนาเพาะ ปลูก /สูบน้ำ | ท่าเทียบเรือ | อุปกรณ์�จับปลา/กระชังปลา | การถม ดิน | ||
รวม | 2,660 | 2,092 | 45 | 186 | 9 | 115 | 48 | 25 | 71 | 9 | 51 |
หมายเหตุ : ข้อมูลถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2553
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
มาตรการป้องกัน
การทุจริต
ปัญหาการจัดการสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
- ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่�โดยมิชอบ
- เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น
- รับ/ให้สินบน
- ตัวการ/ผู้ใช้/ผู้สนับสนุน
- ปัญหาด้านการบริหารจัดการ
(การขาดทรัพยากรทางการบริหาร/เครื่องมือ�/อัตรากำลัง/การมอบอำนาจ ฯลฯ )
- ปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย /การตีความกฎหมาย
(การออกคำสั่งทางปกครอง/การดำเนินคดีอาญา�/การตีความกฎหมาย)
- ปัญหาอื่น ๆ (ผู้มีอิทธิพล/การต่อต้านจากประชาชน)
ภาพรวมของข้อเสนอแนะ
ระยะสั้น
ระยะยาว
มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
- การสำรวจ/จัดทำฐานข้อมูล
- การบังคับใช้กฎหมาย
- การดูดทราย
-การควบคุมมลพิษ
- การจัดการแพลอยน้ำ
- การทบทวนภารกิจที่ถ่ายโอน
ให้ อปท.
- ตรา กม. เฉพาะเรื่องการถมทะเลหรือชายหาด
- จัดตั้งหน่วยงานกลางในการบังคับคดี
- พิจารณาแก้ไขและเพิ่มอัตราโทษความผิดเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
การบริหารจัดการน้ำ�ทั้งระบบ
- ให้มีคณะกรรมการในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ
- การกำหนดนโยบายแผนงาน/โครงการการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ/
มีส่วนร่วม
- วิเคราะห์ระเบียบกฎหมายในการบริหารทรัพยากรน้ำ
มาตรการระยะสั้น
1. ให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่รับผิดชอบสำรวจและตรวจสอบบ้านเรือนประชาชน�ที่ปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำทั่วประเทศ หากพบว่าเป็นการล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎหมาย �ต้องกำหนดมาตรการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย/การผ่อนผันให้อนุญาตกรณีอยู่มาก่อน พ.ร.บ. การเดินเรือฯ /มีการจัดมาตรการควบคุม/การบุกรุกรายใหม่ต้องแจ้งเตือนให้รื้อถอน
2. ให้กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการสำรวจ จัดทำแผนที่ และรายละเอียดของสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎหมายทั่วประเทศ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เป็นฐานในการวางแผนและแก้ไขปัญหาสิ่งล่วงล้ำลำน้ำอย่างเป็นระบบต่อไป /มีแผนปฏิบัติการ และกรอบระยะเวลาที่แล้วเสร็จ
3. กรมเจ้าท่าและหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับลำน้ำควรจัดทำโครงการสำรวจและตรวจสอบลำน้ำ โดยขอสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อจัดจ้างหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนที่มีขีดความสามารถเพียงพอ /ขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐที่ปฏิบัติงานในพื้นที่และประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
- ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจัง/เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติ/ปล่อยปละ
- ขาดระบบฐานข้อมูลในการบริหารจัดการ/ตรวจสอบ
- อัตรากำลัง/เครื่องมืออุปกรณ์�ไม่เพียงพอ
มาตรการระยะสั้น
4. รัฐบาลควรมีการเจราจาทำความตกลงในระดับรัฐบาลกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีแม่น้ำเป็นพรมแดนระหว่างประเทศ เพื่อมิให้มีการดูดทราย หรือก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำในพื้นที่ที่มีผลกระทบ หรือก่อให้เกิดการพังทลายของตลิ่งในฝั่งของประเทศไทย และควรพิจารณามอบหมาย พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ในการก่อสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันการพังทลายของตลิ่ง หรือก่อสร้างเขื่อนกันน้ำเซาะในพื้นที่�ที่มีความเสี่ยงสูงโดยด่วน รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ และประชาชนที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่อยู่ติดริมแม่น้ำหาแนวทางหรือวิธีการป้องกันการพังทลายของตลิ่งที่ได้ผลดี และให้ลงมือปฏิบัติโดยด่วนต่อไป
- มีการปล่อยปละละเลยให้มีการรุกล้ำลำน้ำในแม่น้ำที่เป็นเส้นแบ่งพรหมแดนของประเทศ เช่น กรณีแม่น้ำโขง จนทำให้แม่น้ำเปลี่ยนเส้นทาง และทำให้เขตดินแดนของประเทศเปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงของประเทศในที่สุด
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
มาตรการระยะสั้น
5. ในการพิจารณาอนุญาตให้มีการดูดทรายในลำน้ำ สมควรให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ว่าราชการจังหวัดศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่รับผิดชอบแล้วแต่กรณี แล้วจัดทำสรุปรายงานผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการดูดทรายในแหล่งนั้นๆ พร้อมเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไข รวมทั้งต้องจัดให้มีการรับฟังความเห็นของราษฎรหรือประชาชนในพื้นที่ด้วย ส่งผลต่อทรัพย์สินและชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร สมควรที่จะอนุญาตหรือไม่อย่างไร
คณะกรรมการพิจารณาอนุญาตดูดทรายส่วนกลาง (กพด.) หรือคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตดูดทราย (อพด.) ได้ศึกษาประกอบการพิจารณาอนุญาต สำหรับการควบคุมในขั้นตอนการดูดทราย สมควรกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบหรือเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด
- การอนุญาตให้ดูดทรายในที่ดินของรัฐประเภทดูดทรายแม่น้ำ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตฯ มุ่งเน้นที่พื้นที่ในการดูดทรายและวิธีการในการดูดทราย โดยการประกอบกิจการดูดทรายในที่ดินของรัฐนี้ต้องมีใบอนุญาตหลายใบ จึงมีหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน
- การอนุญาตให้ประกอบกิจการดูดทรายในลำน้ำมีผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ไม่เป็นกิจการที่กฎหมายบัญญัติให้มีการจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
มาตรการระยะสั้น
6. ให้กรมควบคุมมลพิษ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันกำหนดมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษที่เป็นสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ เพื่อมิให้เป็นสาเหตุในการก่อมลพิษทางน้ำ
เช่น การกำหนดเป็นนโยบายให้มีการสร้างและใช้ระบบการบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนที่ตั้งอยู่ริมลำน้ำ การเข้มงวดในการใช้มาตรการทางด้านกฎหมายเพื่อควบคุมมลพิษจากสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ เป็นต้น รวมถึงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในการการจัดการน้ำเสียอย่างถูกวิธี
- สิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎหมายมีส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ เนื่องจากสิ่งล่วงล้ำลำน้ำเป็นแหล่งกำเนิดมีการระบายน้ำทิ้งโดยไม่มีการบำบัด หรือมีการบำบัดที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการลงสู่แหล่งน้ำ
- รายงานของกรมควบคุมมลพิษเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2553 ได้รายงานว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมส่วนใหญ่มาจากน้ำทิ้งชุมชน รวมทั้งน้ำทิ้งจากกิจกรรมอื่นๆ เช่น ด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ที่ระบายลงสู่แหล่งน้ำโดยไม่มีการบำบัดน้ำเสียก่อน
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
มาตรการระยะสั้น
7. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบลำน้ำหรือแหล่งน้ำ ประเมินศักยภาพของแหล่งน้ำหรือลำน้ำที่ได้อนุญาตหรือจะอนุญาตให้มีแพลอยน้ำ แพคนอยู่ หรือแพที่ใช้บริการนักท่องเที่ยว ในลำน้ำหรือแหล่งน้ำในพื้นที่รับผิดชอบว่า มีขีดความสามารถที่เหมาะสมในการรองรับแพลอยน้ำ แพคนอยู่ หรือแพที่ใช้บริการนักท่องเที่ยวได้จำนวนเท่าใด และให้กำหนดมาตรการที่เข้มข้นเพื่อบังคับมิให้มีการกระทำผิดระเบียบกฎหมาย
เช่น การออกระเบียบหรือข้อกำหนดเรื่องการจดทะเบียน การควบคุมด้านความปลอดภัยทางน้ำ การควบคุมการก่อมลพิษทางน้ำและการจัดระเบียบในด้านต่าง ๆ ของแพลอยน้ำ แพคนอยู่หรือแพที่ใช้บริการนักท่องเที่ยว
- ประชาชนก่อสร้างเรือแพ หรือแพลอยน้ำเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต
- หน่วยงานที่รับผิดชอบลำน้ำไม่สามารถ�ที่จะควบคุมเรือแพเหล่านี้ได้ และมีปัญหาตามมาอีกมากมาย เช่น เสียงดังรบกวนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ ปัญหาเรื่องแพไม่มีความปลอดภัยเท่าที่ควร ปัญหาการปล่อยสิ่งปฏิกูลลงสู่ลำน้ำ
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
มาตรการระยะสั้น
8. ให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ทบทวนภารกิจ �ที่ถ่ายโอนอำนาจให้แก่หน่วยราชการส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น�โดยการศึกษาและปรับปรุงหลักเกณฑ์ ระเบียบ วิธีปฏิบัติ สร้างความรู้ความเข้าใจ�อย่างชัดเจน และให้การสนับสนุน ติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
รวมถึง การส่งเสริมให้หน่วยงานที่รับโอนภารกิจได้มีการเชื่อมโยงบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานหรือองค์กรทุกภาคส่วนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับลำน้ำในพื้นที่ด้วย
- ปัญหาในการอนุญาตให้มีการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำได้เกิดขึ้น โดยมีผู้ร้องเรียนให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารของ อปท. ที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าท่า กรณีกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานทุจริตฯ ในการอนุญาตให้มีการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
-การขาดความรู้/ความเข้าใจเรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตฯ หรือไม่มีความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ อปท. หรือความไม่พร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
มาตรการระยะสั้น
9. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับของกรมเจ้าท่าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ กำชับ ควบคุม ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หากพบว่ามีผู้กระทำความผิดให้ลงโทษอย่างเด็ดขาดทุกราย และให้ถือว่าเป็นความบกพร่องของผู้บังคับบัญชาด้วย
- ปัญหาสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎหมาย มีสาเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบกระทำการทุจริต�ต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการจับกุม ควบคุม ดูแล หรือไม่เข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่
อาจเนื่องมาจากเกรงกลัวผู้มีอิทธิพล�ในพื้นที่ หรือไม่หมั่นตรวจตราหรือปล่อยให้มีการก่อสร้างหรือรุกล้ำลำน้ำหรือพื้นที่�หวงห้าม ซึ่งในบางพื้นที่พบว่าเป็นการรุกล้ำอย่างชัดแจ้งแต่เจ้าหน้าที่ไม่จับกุมหรือไม่เอาใจใส่หรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
มาตรการระยะยาว
10. ในกรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ หรือความจำเป็นอื่น ที่จะต้องนำพื้นที่โดยการถมทะเลหรือที่ดินชายหาดมาใช้ประโยชน์ รัฐต้องเข้ามาควบคุมการถมทะเล โดยตรากฎหมายเฉพาะสำหรับการถมทะเลหรือชายหาด โดยมีการกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ ขั้นตอนอย่างชัดเจน รวมทั้งให้มีหน่วยงานที่ควบคุมเรื่องนี้โดยตรงด้วย
- การตีความกฎหมายกรณีการถมทะเล ตามมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
มาตรการระยะยาว
11. จัดตั้งหน่วยงานกลางในการบังคับคดี เพื่อรับผิดชอบและทำหน้าที่บังคับคดี ในกรณีมีผู้ฝ่าฝืนหรือ มีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ทางปกครองหรือคำสั่งของศาลที่มีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ หรือจัดการอื่นใดเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎหมาย ให้กับทุกกระทรวง ทบวง กรม
โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบหรือมาตรการบังคับให้ผู้กระทำความผิดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดำเนินการไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่เป็นการกระทำโดยเจตนาที่จะให้เกิดความเสียหายเกินสมควรแก่วิสัยและพฤติการณ์
- หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ออกคำสั่งทางปกครองให้รื้อถอนภายในเวลาที่กำหนด หรือกรณีที่มีการดำเนินคดีถึงที่สุดโดยศาลมีคำสั่งบังคับคดีให้ผู้กระทำผิดรื้อถอนออกไป แต่ผู้กระทำผิดไม่ดำเนินการตามคำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งของศาล
- หากเป็นกรณีการถมทะเลหรือล่วงล้ำลำน้ำโดยมิชอบด้วยกฎหมายที่มีเนื้อที่เป็นจำนวนมาก หรือปลูกสร้างอาคารขนาดใหญ่รุกล้ำลำน้ำหรือทะเล หน่วยงานที่รับผิดชอบจะทำการรื้อพื้นดินที่ถมหรือรื้ออาคารออกทั้งหมดจะมีปัญหาในการปฏิบัติเป็นอย่างมาก
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
มาตรการระยะยาว
12. พิจารณาแก้ไขและเพิ่มอัตราโทษของความผิดเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎหมายและให้ถือว่าความผิดเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยผิดกฎหมายเป็นความผิดต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการรื้อถอนหรือแก้ไขให้ถูกต้อง
- ความผิดเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 มีโทษสถานเบาและมีอายุความทางคดีเพียง 1 ปี หรือ 5 ปี ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่นับแต่วันที่มีการก่อสร้างเสร็จ ทำให้ผู้ฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดขาดความเกรงกลัว เนื่องจากมีความคิดว่าแม้จะกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีแล้ว ก็ยังมีความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับ
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สภาพปัญหา
ข้อเสนอแนะ
ผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
- คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 รับทราบผลการพิจารณาตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับเรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 รับทราบเกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอไว้ชั้นหนึ่งก่อน และให้เร่งดำเนินการจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำรายงานผลการพิจารณาฯ ให้ครบถ้วน
- กระทรวงคมนาคมจัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสังกัดเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว โดยที่ประชุมมติให้กรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่มีภารกิจเกี่ยวกับการดูแล รักษา ป้องกันและรับผิดชอบเป็นหน่วยงานหลักเพื่อพิจารณาดำเนินการ และให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อบูรณาการในภาพรวม และจัดทำ �“แผนบูรณาการมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ” เพื่อรวบรวมให้เสนอรายงานให้คณะรัฐมนตรีต่อไป
ผลการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม ที่เสนอคณะรัฐมนตรี
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559
กรมเจ้าท่า ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมได้พิจารณารับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปพิจารณา�ในภาพรวม โดยได้จัดทำ แผนบูรณาการมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ออกเป็น 5 แผนงาน ดังนี้
แผนงานที่ 1 สำรวจจัดทำแผนที่ฐานข้อมูลสิ่งปลูกสร้าง ล่วงล้ำลำแม่น้ำทั่วประเทศ (ตามข้อเสนอแนะข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3) | 1) โครงการสำรวจ จัดทำแผนที่ และรายละเอียดสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำทั่วประเทศ 2) โครงการดำเนินงานสำรวจตรวจสอบการปลูกสร้าง สิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำด้วยการบินสำรวจถ่ายภาพ�ทางอากาศ ทุก 5 ปี นับจากเริ่มโครงการสำรวจ ระยะที่ 1 เริ่มดำเนินงานปีที่ 5 |
ผลการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม ที่เสนอคณะรัฐมนตรี
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559
แผนงานที่ 2 การแก้ไข�สิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำที่ไม่ได้รับอนุญาต (ตามข้อเสนอแนะข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7) | 1) โครงการศึกษาเพื่อออกโฉนดชุมชนให้กับชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่น ในพื้นที่ที่เป็นวิถีชีวิตเฉพาะถิ่น 2) โครงการสำรวจและจัดทำเขตควบคุมสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำของกรมเจ้าท่าในพื้นที่ที่เป็นวิถีชีวิตเฉพาะถิ่นบริเวณทะเลภายในน่านน้ำไทย 3) โครงการจัดระเบียบและพัฒนาชุมชนที่อยู่อาศัยริมแม่น้ำ ลำคลอง บูรณาการร่วมกับหน่วยงาน�ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือจัดหาที่พักอาศัยให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยโดยผิดกฎหมาย 4) โครงการรื้อถอนสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย 5) โครงการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและแนวทางการพิจารณารวมถึงการกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตให้มีการดูดทรายในลำน้ำ เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ให้กับคณะกรรมการ กพด. และคณะอนุกรรมการอพด. ในการพิจารณาอนุญาต 6) โครงการศึกษาขีดความสามารถที่เหมาะสมในการรองรับแพลอยน้ำ แพคนอยู่หรือแพที่ให้บริการนักท่องเที่ยวและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดจากแพ |
กรมเจ้าท่า ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมได้พิจารณารับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปพิจารณา�ในภาพรวม โดยได้จัดทำ แผนบูรณาการมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ออกเป็น 5 แผนงาน ดังนี้
ผลการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม ที่เสนอคณะรัฐมนตรี
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559
แผนงานที่ 3 การป้องกันการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำ�ลำแม่น้ำโดยผิดกฎหมาย (ตามข้อเสนอแนะข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 10)
| 1) ทบทวน ปรับปรุง การมอบอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะ “เจ้าท่า” 2) โครงการจัดอบรม สัมมนา ให้ความรู้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและส่งเสริมให้ อ.ป.ท.ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง 3) บูรณาการร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายกับสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำ�ลำแม่น้ำที่ไม่ได้รับอนุญาต และส่งเสริมให้ อปท. บังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการสร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงโทษของการกระทำผิด 4) ดำเนินการเร่งรัดโครงการปักหลักเขตกำหนดแนวพื้นที่ ที่กรมเจ้าท่าดูแลให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5) ดำเนินการกำหนด เรื่อง สิ่งล่วงล้ำลำน้ำให้อยู่ในแผนงานด้านความมั่นคงของจังหวัด 6) โครงการศึกษาผลกระทบด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม หรือความจำเป็นอื่น�ที่จะต้องนำพื้นที่โดยการถมทะเลหรือที่ดินชายหาดมาใช้ประโยชน์ |
กรมเจ้าท่า ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมได้พิจารณารับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปพิจารณา�ในภาพรวม โดยได้จัดทำ แผนบูรณาการมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ออกเป็น 5 แผนงาน ดังนี้
ผลการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม ที่เสนอคณะรัฐมนตรี
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559
แผนงานที่ 4 การปรับปรุงและแก้ไขกฎหมาย (ตามข้อเสนอแนะข้อ 11 และข้อ 12) | 1) โครงการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำตลอดจนปรับปรุงค่าธรรมเนียมการตรวจและ การอนุญาต และปรับปรุงค่าธรรมเนียมตอบแทนรายปีในการใช้พื้นที่ทางน้ำสาธารณะปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ 2) ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษในคดีอาญาและมาตรการทางปกครองกรณีมีผู้ฝ่าฝืนปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำไม่เป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุญาต) 3) โครงการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำการศึกษาและยกร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพะราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. .... (ทั้งฉบับ) 4) ร่างระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยการควบคุมตรวจสอบและเร่งรัดการดำเนินคดีเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ พ.ศ. .... |
กรมเจ้าท่า ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมได้พิจารณารับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปพิจารณา�ในภาพรวม โดยได้จัดทำ แผนบูรณาการมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ออกเป็น 5 แผนงาน ดังนี้
ผลการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม ที่เสนอคณะรัฐมนตรี
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559
แผนงานที่ 5 การรณรงค์และการประชาสัมพันธ์ (ตามข้อเสนอแนะข้อ 3 | 1) โครงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำและผลกระทบที่เกิดขึ้นโดย การทำเป็นรายการโทรทัศน์เพื่อเผยแพร่ การประชาสัมพันธ์ การแจ้งเบาะแส ความผิดและอัตราโทษ โดยจัดทำประชาสัมพันธ์บทลงโทษในการกระทำความผิดเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ 2) โครงการเครือข่ายอาสาวารี 3) โครงการเยาวชนรักษ์น้ำ |
กรมเจ้าท่า ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมได้พิจารณารับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปพิจารณา�ในภาพรวม โดยได้จัดทำ แผนบูรณาการมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ออกเป็น 5 แผนงาน ดังนี้
z
คณะกรรมการ
ป.ป.ช.
คณะรัฐมนตรี
หน่วยงานรัฐส่วนกลาง
สำนักมาตรการ
เชิงรุกฯ
เสนอมาตรการฯ ตาม ม. 32
แห่ง พ.ร.บ. ป.ป.ช.
มอบหมายให้หน่วยงาน�ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ
ผลักดัน
ติดตามผล
ประเมิน/รายงานผล
หน่วยงานส่วนภูมิภาค/ท้องถิ่น
ป.ป.ช. ภาค/จังหวัด
รายงานผล
การติดตามมาตรการฯ ที่ผ่านมา
ผลการติดตามมาตรการฯ ที่ผ่านมา
คณะอนุกรรมการศึกษาเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐโดยมิชอบ
|
การสำรวจจัดทำแผนที่ฐานข้อมูลสิ่งปลูกสร้าง ล่วงล้ำลำแม่น้ำทั่วประเทศ �
(1) จัดการจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำการสำรวจ จัดทำแผนที่และรายละเอียดของสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำประกอบด้วย 3 ระยะ ดังนี้
- ระยะที่ 1 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ในปี 2561 – 2563 วงเงิน 298.50 ล้านบาท พื้นที่ดำเนินการบริเวณร่องน้ำภายในประเทศ (แม่น้ำ) และบริเวณชายฝั่งทะเลรวมระยะทางดำเนินการ 4,747.71 กิโลเมตร
- ระยะที่ 2 ขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อมาดำเนินการ ในปี 2563 - 2564 วงเงิน 349 ล้านบาท พื้นที่ดำเนินการบริเวณร่องน้ำภายในประเทศ (แม่น้ำและคลอง) บริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณเกาะ และบริเวณทะเลสาบ รวมระยะทางดำเนินการ 7,074.37 กิโลเมตร
- ระยะที่ 3 ในปี 2564 –2566 ขอรับงบประมาณวงเงิน 265 ล้านบาท พื้นที่ดำเนินการบริเวณร่องน้ำภายในประเทศ รวมระยะทางดำเนินการ 5,465.08 กิโลเมตร
ระยะทางรวมประมาณ 4,747.71 กิโลเมตร
โครงการจ้างที่ปรึกษาสำรวจ จัดทำแผนที่และรายละเอียดของสิ่งล่วงล้ำลำน้ำทั่วประเทศ ระยะที่ 1
13 แม่น้ำ : ระยะทางโดยประมาณ 4,329.71 ก.ม.
4 บริเวณชายฝั่งทะล ระยะทางโดยประมาณ 418 ก.ม.
รายงานผลการดำเนินการตามคำสั่ง คสช. ที่ ๓๒/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒
ผลการพิจารณาผ่านสามารถแยกตามประเภทได้ ดังนี้
ลำดับ | ประเภท | จำนวน |
1 | ท่าเทียบเรือ | 3,627 |
2 | สะพานปรับระดับและโป๊ะเทียบเรือ | 726 |
3 | สะพานข้ามแม่น้ำหรือสะพานข้ามคลอง | 1,586 |
4 | ท่อหรือสายเคเบิล | 400 |
5 | เขื่อนกันน้ำเซาะ | 2,540 |
6 | คานเรือ | 107 |
7 | โรงสูบน้ำ | 355 |
8 | กระชังเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ | 10,476 |
9 | ท่าเทียบเรือชนิดทางลาดในแม่น้ำโขง | 73 |
10 | ปะการังเทียม | 6 |
11 | ท่อลอด | 174 |
12 | แพสูบน้ำ | 420 |
13 | เขื่อนกันทรายกันคลื่น | 67 |
14 | ฝายน้ำล้น | 288 |
15 | สะพานทางเดิน | 1,613 |
16 | อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้สําหรับวิถีชุมชนดั้งเดิม การประกอบอาชีพในภาค การเกษตร และศาสนสถาน | 13,320 |
17 | สิ่งปลูกสร้างสําหรับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ที่สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ | 2,837 |
18 | อื่นๆ | 22,953 |
รวม | 61,568 | |
การแก้ไขกฎหมาย
การดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมไม่ให้มีการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือปลูกสร้างไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต เพื่อไม่ให้มีการปลูกสร้างเพิ่มเติมจึงได้มีการตราพระราชบัญญัติ�การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2560 โดยแก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษ�ให้มีความเหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ทางน้ำสาธารณะที่เพิ่มมากขึ้น
ระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยการดำเนินคดีเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ พ.ศ. 2560
ข้อ ๒๕ การบังคับให้มีการรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ�ตามมาตรา ๑๑๘ ทวิ วรรคสอง�แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ �แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ�การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ �ให้อธิบดีกรมเจ้าท่าแต่งตั้งคณะทำงานชุดหนึ่ง�ประกอบด้วย สำนักกฎหมาย สำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำ �กองวิศวกรรม กองคลัง และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค�และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาในพื้นที่รับผิดชอบ
- คำสั่งกรมเจ้าท่า ที่ 615/2561 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อบังคับ�ให้มีการรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลให้รื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ เพื่อกำหนดนโยบายและจัดทำแผนการรื้อถอนหรือแก้ไข�สิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลให้รื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ��
- โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ � � (๑) กำหนดนโยบายและจัดทำแผนจัดการรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำเพื่อให้�เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้รื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ� (๒) จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนจัดการรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำเสนอต่ออธิบดีกรมเจ้าท่าเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ� (๓) จัดหากำลังคน สถานที่ เครื่องมือ วัสดุ ยานพาหนะ และสิ่งอื่นที่จำเป็นต่อการรื้อถอน�หรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ� (๔) เบิกจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อทดรองจ่ายสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ�รื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำตามระเบียบกระทรวงการคลัง� (๕) จัดทำคำขอตั้งงบประมาณสำหรับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการตามกฎหมาย�ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
- โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ (ต่อ)�� (๖) ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานของรัฐอื่นเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกำลังคน สถานที่�เครื่องมือ วัสดุ ยานพาหนะ และสิ่งอื่นที่จำเป็นต่อการรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ� (๗) ควบคุมกำกับ และเร่งรัดติดตามการรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำเพื่อให้เป็นไปตาม�คำพิพากษาหรือคำสั่งให้รื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ� (๘) ติดตามและประเมินผลการรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำก่อนรายงานให้�อธิบดีกรมเจ้าท่าและศาลทราบตามลำดับ� (๙) เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และแถลงข่าวตามที่อธิบดีกรมเจ้าท่ามอบหมาย� (๑๐) รวบรวมค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งล่วงล้ำลำน้ำทั้งหมดเพื่อใช้สิทธิเรียกร้อง�ในทางแพ่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งล่วงล้ำลำน้ำนั้นเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายดังกล่าว� (๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่อธิบดีกรมเจ้าท่ามอบหมาย�
ปัญหาและอุปสรรค
8) พื้นที่บริเวณที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำที่ต้องรื้อถอน มีข้อจำกัดในการเข้าถึง
(9) บริเวณที่สิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่มีความแตกต่างกัน
(10) การเข้าพื้นที่เพื่อรื้อถอนถูกต่อต้านจากชุมชนในพื้นที่
ปัญหาและอุปสรรค
(11) เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินการ รื้อถอน
ซึ่งอาจมีแนวทางแก้ไขโดยการใช้วิธีจ้างเหมา
(12) ระยะเวลาการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำมีความแตกต่างกัน
(13) ประชาชนขาดความเข้าใจข้อกฎหมาย
(14) ปัญหาขาดงบประมาณในการดำเนินการรื้อถอน
แนวทางการแก้ไขของกรมเจ้าท่า
(1) จัดสรรกำลังพลให้เพียงพอ เพื่อเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
(2) จัดตั้งงบประมาณสำหรับดำเนินการสิ่งล่วงล้ำลำน้ำในระยะต่อไป
(3) ขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ร่วมประชาสัมพันธ์
(4) ทำการสำรวจพื้นที่สิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำที่ต้องรื้อถอน
(5) ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่
(6) ศึกษาข้อมูลระยะเวลารื้อถอน รวมถึงงบประมาณที่ชัดเจน
(7) จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบขั้นตอนการขออนุญาต สิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ข้อกฎหมายและบทลงโทษ
จบการนำเสนอ
แนวทางบูรณาการทำงานบังคับใช้กฎหมาย และการติดตามมาตรการฯ
- มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับบุกรุกและการใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าไม้โดยมิชอบ (อยู่ระหว่างการเสนอคณะกรรมการ
ป.ป.ช./รับฟังความเห็นหน่วยงาน)
- มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการขุดดิน ถมดิน และดูดทราย (ดำเนินการในระยะต่อไป)
ประเด็นปัญหาสำคัญที่ค้นพบ (กรณีที่ดินป่าไม้)
1) ประเด็นระบบฐานข้อมูลการครอบครองที่ดิน (รัฐ-เอกชน)
2) ประเด็นการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐ (one map)
3) ประเด็นการผ่อนผัน/การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน/ประชาชน (หลักเกณฑ์/การตรวจสอบ)
4) ประเด็นการป้องกันและปราบปรามการบุกรุก (การบังคับใช้กฎหมาย/การบูรณาการหน่วยงาน/การระดมสรรพกำลัง)
5) ประเด็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์
6) ประเด็นทัศนคติ/จิตสำนึก/ความรู้/ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน
คณะอนุกรรมการศึกษาเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐโดยมิชอบ
แนวทางบูรณาการทำงานบังคับใช้กฎหมาย และการติดตามมาตรการฯ
ประเด็นปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ
1) ประเด็นระบบฐานข้อมูลการครอบครองที่ดิน (รัฐ-เอกชน)
2) ประเด็นการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐ (one map)
(เร่งรัดในการดำเนินการ/ที่แล้วเสร็จควรนำมาใช้/เปิดเผยให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงได้)
3) ประเด็นการผ่อนผัน/การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน/ประชาชน (หลักเกณฑ์/การตรวจสอบ)
4) ประเด็นการป้องกันและปราบปรามการบุกรุก (การบังคับใช้กฎหมาย/การบูรณาการหน่วยงาน/การระดมสรรพกำลัง) (เพิ่มการบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ /พิจาณาให้นายอำเภอ ผู้ว่าจังหวัด /จัดทำแผนบูรณาการปฏิบัติการของจังหวัดฯ โดยให้หน่วยงานความมั่นคงเป็นหลัก/ กำหนดตัวชี้วัดของผู้ว่า จำนวนพื้นที่ที่ถูกบุกรุก)
5) ประเด็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต
6) ประเด็นทัศนคติ/จิตสำนึก/ความรู้/ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน
(บูรณาการเครือข่ายของภาคส่วนอื่น ๆ เช่น ทสม. อสม. รสทป. เด็กและเยาวชนเป็นต้น)
คณะอนุกรรมการศึกษาเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐโดยมิชอบ
พื้นที่สาธารณะประโยชน์
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304
นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ตาม พรบ. ลักษณะการปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457
พื้นที่ป่า
ตาม. พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484
กรมป่าไม้
พื้นที่ทรัพยากร
ทางทะเลและชายฝั่ง
ตาม พรบ. ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
พื้นที่ ตาม พรบ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย
พ.ศ. 2456 มาตรา 117
กรมเจ้าท่า