1 of 1

3.วิธีการวิจัย

2.วัตถุประสงค์การวิจัย

วิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง การพัฒนาบทเรียนแบบผสมผสานตามแนวโซเชียลคอนสตรัคติวิสต์โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

นักเรียนในระดับชั้นม.2 เรียนในรายวิชาคอมพิวเตอร์ ขาดแรงจูงใจในการเรียนเนื่องจาก ขาดสื่อการสอนที่ทันสมัย เป็นเหตุให้นักเรียนขาดทักษะความคิดสร้างสรรค์ และขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในชั้นเรียน เนื่องจากกิจกรรมการเรียนการสอนที่ไม่น่าสนใจ

จากเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงได้มีการนำการพัฒนาบทเรียนแบบผสมผสานตามแนวโซเชียลคอนสตรัคติวิสต์โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ มาช่วยในกระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อแก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนการสอน รายวิชาคอมพิวเตอร์สร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ สำหรับนักเรียนในการนำไปใช้ในการดำรงชีวิตและสามารถนำทักษะไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และมีคุณค่าสำหรับประเทศชาติต่อไป

1.ที่มาและความสำคัญ

นางสาวภคอร เฉลยจรรยา

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนปาโมกข์วิทยาภูมิ

1. เพื่อพัฒนาบทเรียนแบบผสมผสานตามแนวโซเชียลคอนสตรัคติวิสต์โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น

3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1.1 ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนปาโมกข์วิทยาภูมิ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง จำนวน 3 ห้อง รวมทั้งสิ้น 96 คน

1.2 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนปาโมกข์วิทยาภูมิ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดย การสุ่มแบบกลุ่ม

(Cluster random sampling) ด้วยวิธีจับฉลากโดยมีหน่วยสุ่มเป็นห้องเรียน

โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม

1.2.1 กลุ่มทดลอง ได้แก่ กลุ่มนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานตามแนวโซเชียลคอนสตรัคติวิสต์โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน

เพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ วิชา คอมพิวเตอร์สร้างสรรค์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 จำนวน 36 คน

1.2.2 กลุ่มควบคุม ได้แก่ กลุ่มนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบปกติ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 จำนวน 35 คน

2. เครื่องมือวิจัย

1) บทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น

2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

3) แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ของทอร์แรนซ์

4) แบบสอบถามความพึงพอใจ

4.ผลการวิจัย

1. บทเรียนแบบผสมผสานตามแนวโซเชียลคอนสตรัคติวิสต์โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์เมกุยแกนส์ โดยพบว่าบทเรียนมีประสิทธิภาพเท่ากับ 1.17 ซึ่งมีค่ามากกว่า 1.00

2. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (X= 4.38, S.D. = 0.31)

5.สรุปผลการวิจัย

1. ผลการหาประสิทธิภาพของบทเรียนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นพบว่า บทเรียนมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 1.17 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ มีค่ามากกว่าเกณฑ์1.00 หมายความว่า นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น พบว่า นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น โดยใช้แบบสอบถามวัดความถึงพอใจ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนอยู่ในระดับมาก

6.ข้อเสนอแนะ

1. ควรฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานเพื่อให้นักเรียนมีทักษะ และความพร้อม

ในการใช้บทเรียนแบบผสมผสาน

2. การกำหนดสถานการณ์ปัญหาควรมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นให้นักเรียน

ได้แสวงหาวิธีในการแก้ปัญหา