7.1.1 คำส่ง Associative Hatch
ใช้สำหรับเขียนเส้นลายตัดตามที่กำหนดโดยการเลือกลายตัดเลือกขนาดและเลือกมุมของลายตัดจากนั้นเลือกขอบเขตที่จะเขียนเส้นลายตัดซึ่งเลือกได้มากกว่าหนึ่งขอบเขต
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Draw > Hatch > Associative Hatch
Ribbon bar : Home >
รูปที่ 7.1 เลือกบริเวณที่จะเขียนลวดลาย
รูปที่ 7.4 Dialogbox ที่ชื่อ Hatch and Gradient
1. Type and Pattern เป็นกรอบรายการที่ใช้สำหรับเลือกคุณสมบัติของลวดลาย
2. Angle and Scale เป็นกรอบรายการที่ใช้สำหรับกำหนดมุมและขนาดของลวดลาย
3. Boundaries เป็นกรอบรายการที่ใช้สำหรับเลือกขอบเขตที่จะเขียนของลวดลาย
4. Options เป็นกรอบรายการที่ใช้สำหรับเลือก Option ของการเขียนลวดลาย
7.1.2 คำสั่ง User Defined Hatch
ใช้สำหรับเขียนเส้นลายตัดตามที่กำหนดโดยการเลือกลายตัดเลือกขนาดและเลือกมุมของ ลายตัด จากนั้นคลิกบริเวณภายในเลือกที่จะเขียนลายตัดได้เพียงบริเวณเดียว
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Draw > Hatch > User Defined Hatch
เมื่อเรียกคำสั่งแล้วจะได้ Dialogbox
รูปที่ 7.5 Dialogbox ที่ชื่อ Hatch
1..Pattern.Type ใช้สำหรับเลือกรูปแบบของลวดลาย เมื่อคลิกที่ปุ่มนี้แล้วจะได้ Dialogbox ที่ชื่อ Hatch Pattern Palette
2. ตัวอย่างจากการเลือกจากลวดลายจากปุ่ม Pattern
3. Patternใช้ในการเลือกลวดลายอีกช่องทางหนึ่งแต่ไม่สามารถมองเห็นลวดลายได้
4. Scale ขนาดของลวดลายตัวเลขยิ่งมากขนาดของลวดลายยิ่งห่าง
5. Angle มุมของลวดลาย
6. OK ตกลงตามรายละเอียดที่กำหนดเพื่อเขียนลวดลาย เมื่อคลิกแล้วโปรแกรมจะให้เขียนลวดลายโดยคลิกบริเวณที่จะเขียนลวดลาย
รูปที่ 7.7 ลวดลาย
เส้นแสดงแนวตัด (Cutting Plane Line) เป็นเส้นที่เกิดขึ้นบริเวณขอบของระนาบที่สมมุติขึ้น ใช้สำหรับ แสดงสัญลักษณ์ทิศทางการตัดหรือบอกให้ทราบว่าตัดชิ้นงานผ่านตำแหน่งใดซึ่งเส้นนี้จะไปปรากฏอยู่ในภาพฉายด้านที่แสดงแนวตัด ซึ่งสามารถเขียนได้ด้วยคำสั่ง Section Line โดยมีรายละเอียดดังนี้
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Draw > Section line
Ribbon bar : Home >
รูปที่ 7.9 เส้นแนวตัด
รูปที่ 7.10 การเขียนภาพตัดเต็มตามเงื่อนไข
ภาพตัดเต็ม (Full Section) เป็นการเขียนภาพฉายชิ้นงานตามจินตนาการว่ามีการผ่าชิ้นงานออกเป็น 2 ส่วน โดยเป็นการผ่าตลอดชิ้นงาน เพื่อแสดงรายละเอียดภายในของชิ้นงานเต็มหน้า
รูปที่ 7.11 การเขียนภาพตัดเต็ม
การเขียนภาพตัดเต็มนั้นผู้เขียนแบบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1. การตัดต้องผ่าชิ้นงานออกเป็น 2 ซีกและจะต้องตัดให้ตลอดแนว
2..เส้นแสดงแนวตัดให้เขียนด้วยเส้นศูนย์กลางหนักเส้นนี้จะเขียนที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการตัด โดยให้จากห่างจากขอบรูปออกมาเล็กน้อย และให้เขียนหัวลูกศรซึ่งมีความยาว 1.5 เท่า ของหัวลูกศรที่ใช้ในการ บอกขนาดไว้ที่ปลายทั้งสองพร้อมกับให้เขียนตัวอักษรกำกับไว้ที่เส้นแนวตัด เช่น A–A หรือ B–B
3..ทิศทางการชี้ของหัวลูกศรคือทิศทางการมองภาพกล่าวคือหัวลูกศรชี้ไปทิศใดภาพตัดจะไปเขียนอยู่ ตามทิศทางของหัวลูกศรนั้น
4..ที่ภาพตัดให้เขียนข้อความ Section และตามด้วยอักษรที่เขียนกำกับเส้นแนวตัด เช่น เส้นแนวตัดเขียน อักษรกำกับว่า A–A ให้เขียนที่ภาพตัดว่า Section A–A
รูปที่ 7.12 การเขียนภาพตัดครึ่ง
ภาพตัดครึ่ง (Haft Section) เป็นการเขียนภาพฉายชิ้นงานตามจินตนาการว่ามีการผ่าชิ้นงานออกหนึ่งใน 4 ส่วน เพื่อแสดงรายละเอียดทั้งภายนอกและภายในของชิ้นงานในภาพเดียวกัน (ก) ซึ่งต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1.ชิ้นงานที่นำมาเขียนภาพตัดครึ่งควรมีรูปทรงที่สมมาตรกัน (Symmetry) เพราะซีกที่ตัดแสดง รายละเอียดภายในเหมือนกันทั้งสองข้าง
2. เส้นแบ่งครึ่งระหว่างซีกที่ตัดกับซีกที่ไม่ตัด ให้เขียนด้วยเส้นศูนย์กลางเบา เพราะการตัดชิ้นงานเป็นการ ตัดตามจินตนาการเท่านั้น
3.เส้นแสดงแนวตัดให้เขียนด้วยเส้นศูนย์กลางหนัก และให้เขียนเส้นหักมุมด้วยเส้นหนักที่จุดศูนย์กลาง ของชิ้นงาน
4.การเขียนภาพตัดครึ่งหากเขียนภาพฉายให้ชิ้นงานมีลักษณะอยู่ในแนวตั้งให้ซีกที่เขียนแสดงรายละเอียด ภายนอกอยู่ด้านซ้ายและซีกที่แสดงรายละเอียดภายในอยู่ด้านขวามือ
5.การเขียนภาพตัดครึ่งหากเขียนภาพฉายให้ชิ้นงานมีลักษณะอยู่ในแนวนอนให้ซีกที่เขียนแสดง รายละเอียดภายนอกอยู่ด้านบน และซีกที่แสดงรายละเอียดภายในอยู่ด้านล่าง
6. การเขียนภาพตัดครึ่ง ไม่ต้องเขียนเส้นประซีกที่แสดงรายละเอียดภายนอก
7.การบอกขนาดส่วนที่เป็นรูในภาพตัดครึ่งให้เขียนเส้นช่วยกำหนดขนาดข้างที่แสดงรายละเอียดภายในเพียงข้างเดียวและให้เขียนเส้นกำหนดขนาดข้างเดียวกับเส้นช่วยบอกขนาดเพียงข้างเดียวเหมือนกัน โดยให้ลาก เลยเส้นศูนย์ไปเล็กน้อย
รูปที่ 7.13 การเขียนภาพตัดครึ่งตามเงื่อนไข
รูปที่ 7.14 การเขียนภาพตัดหลายแนว
รูปที่ 7.15 การเขียนภาพตัดเลื่อนแนว
การเขียนภาพตัดเลื่อนแนว ผู้เขียนแบบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1. ชิ้นงานที่นำมาเขียนภาพตัดเลื่อนแนวควรมีรายละเอียดแต่ละแนวไม่เหมือนกัน
2. เส้นแนวตัดในตำแหน่งที่หักมุมเพื่อเปลี่ยนแนวการตัดให้เขียนด้วยเส้นศูนย์กลาง
3. ในภาพตัดจะไม่เขียนเส้นขอบของชิ้นงานในตำแหน่งที่หักมุมให้ถือว่าเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนกับภาพตัดเต็ม เพราะเป็นการตัดตามจินตนาการเท่านั้นไม่ใช่ตัดชิ้นงานจริง
รูปที่ 7.17 การเขียนภาพตัดหมุนข้าง
การเขียนภาพตัดหมุนข้าง ผู้เขียนแบบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1. ชิ้นงานที่นำมาเขียนภาพตัดหมุนข้างควรมีลักษณะเป็นก้าน ซี่ล้อ ครีบ หรืออื่น ๆ
2.บริเวณที่เขียนภาพตัดไม่ควรมีรายละเอียดอย่างอื่นและควรมีความยาวพอสมควรเพื่อแสดงภาพตัดได้ อย่างชัดเจน
3.ให้เขียนเฉพาะหน้าตัดของชิ้นงานเฉพาะบริเวณที่ตัดเท่านั้น ไม่ต้องเขียนขอบของชิ้นงานอื่น ๆ ที่มอง เห็นเหมือนภาพตัดเต็ม
4.ให้เขียนภาพตัดหมุนข้างทับภาพฉายได้ โดยใช้เส้นเต็มเบาเขียนภาพตัดและขอบของชิ้นงาน
5.ชิ้นงานที่มีลักษณะเรียวให้ในภาพตัดหมุนข้างทับกับภาพฉายแต่ให้เปิดบริเวณที่ต้องการเขียนภาพด้วย เส้นมือเปล่า โดยขอบของงานเขียนด้วยเส้นเต็มหนา
รูปที่ 7.19 การเขียนภาพตัดเคลื่อนที่
การเขียนภาพตัดเคลื่อนที่ ผู้เขียนแบบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1. ชิ้นงานที่นำมาเขียนภาพตัดเคลื่อนที่ควรมีลักษณะหน้าตัดแตกต่างกันมากในชิ้นงานชิ้นเดียวกัน
2. เส้นแสดงแนวตัดให้เขียนด้วยเส้นศูนย์กลางหนัก เส้นนี้จะเขียนที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการตัด โดยให้จากห่างจากขอบรูปออกมาเล็กน้อย และให้เขียนหัวลูกศรซึ่งมีความยาว 1.5 เท่า ของหัวลูกศรที่ใช้ในการ บอกขนาด ไว้ที่ปลายทั้งสองพร้อมกับให้เขียนตัวอักษรกำกับไว้ที่เส้นแนวตัด เช่น A–A หรือ B–B
3. ที่ภาพตัดให้เขียนข้อความ Section และตามด้วยอักษรที่เขียนกำกับเส้นแนวตัด เช่น เส้นแนวตัดเขียน อักษรกำกับว่า A–A ให้เขียนที่ภาพตัดว่า Section A–A
4. ให้เขียนภาพตัดวางอยู่ในแนวเดียวกับเส้นแนวตัด แต่หากมีความจำเป็นให้วางไว้ตำแหน่งอื่นได้ แต่ต้อง เขียนที่ภาพตัดว่า Section A–A
รูปที่ 7.21 การเขียนภาพตัดหมุนโค้ง
การเขียนภาพตัดหมุนโค้ง ผู้เขียนแบบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1. ชิ้นงานที่ นำมาเขียนภาพตัดหมุนโค้งควรมี ลักษณะเป็นงานประเภทหน้าแปลนพูลเลย์ที่เมื่อเขียนภาพฉายแล้วเส้นศูนย์บางส่วนไม่อยู่ในแนวระนาบ
2.เส้นแสดงแนวตัดให้เขียนตามจินตนาการตัดจริงด้วยเส้นศูนย์กลางหนักเส้นนี้จะเขียนที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการตัด โดยให้ห่างจากขอบรูปออกมาเล็กน้อย และให้เขียนหัวลูกศรซึ่งมีความยาว 1.5 เท่าของ หัวลูกศรที่ใช้ในการบอกขนาด ไว้ที่ปลายทั้งสองพร้อมกับให้เขียนตัวอักษรกำกับไว้ที่เส้นแนวตัด เช่น A–A หรือ B–B
3.ภาพตัดให้เขียนภาพที่จินตนาการว่าหมุนส่วนที่ไม่อยู่ในแนวระนาบหมุนไปอยู่ในแนวระนาบที่ตั้งฉาก กับทิศทางการมอง และเขียนข้อความ Section แล้วตามด้วยอักษรที่เขียนกำกับเส้นแนวตัด เช่น เส้นแนวตัด เขียนอักษรกำกับว่า A–A ให้เขียนที่ภาพตัดว่า Section A–A
รูปที่ 7.23 การเขียนภาพตัดแตกส่วน
การเขียนภาพตัดเฉพาะส่วน ผู้เขียนแบบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1..ชิ้นงานที่นำมาเขียนภาพตัดเฉพาะส่วนควรมีลักษณะที่มีความซับซ้อนเฉพาะที่ แต่ตำแหน่งอื่นไม่มี ความซับซ้อนจึงไม่จำเป็นต้องตัดตลอดความยาวหรือความกว้างของชิ้นงาน
2. เส้นแสดงแนวตัดให้เขียนด้วยเส้นมือเปล่าบนภาพตัด
รูปที่ 7.24 การเขียนภาพตัดแตกส่วนตามเงื่อนไข
คำสั่ง Break–out line เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเขียนขอบเขตของภาพตัดแตกส่วนโดยเฉพาะ
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Draw > Break–out line
Ribbon bar : Home >
เมื่อเรียกคำสั่งทางใดทางหนึ่งแล้วที่บรรทัดป้อนคำสั่งมีข้อความดังนี้
รูปที่ 7.26 การเขียนภาพตัดย่อ
การเขียนภาพตัดย่อส่วน ผู้เขียนแบบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1.ชิ้นงานที่นำมาเขียนภาพตัดเฉพาะส่วนควรมีลักษณะที่มีความยาวมากๆ และตลอดความยาวมีรายละเอียดเหมือนกัน
2.ชิ้นงานที่เป็นโลหะแผ่น แท่งโลหะ ท่อให้เขียนเส้นแสดงแนวตัดด้วยเส้นมือเปล่า
3.ชิ้นงานที่เป็นเหล็กโครงสร้างเช่น เหล็กฉาก เหล็กตัวยู เหล็กตัวไอ ให้เขียนเส้นแสดงแนวตัดด้วย เส้นศูนย์หนา
รูปที่ 7.27 การเขียนภาพตัดย่อส่วนโลหะแผ่น แท่งโลหะ
4. ชิ้นงานที่เป็นเพลากลมหรือเพลากลวง ให้เขียนเส้นแสดงแนวตัดด้วยเส้นมือเปล่าและเขียนเส้นลายตัด
รูปที่ 7.28 การเขียนภาพตัดย่อส่วนเพลากลวง
รูปที่ 7.29 การเขียนภาพตัดย่อส่วนเพลากลม
5. การบอกขนาดความยาวของชิ้นงานที่ตัดย่อส่วนแล้วให้ขีดเส้นใต้ตัวเลขบอกขนาดด้วย เพราะตัวเลข ที่บอกขนาดลงไปไม่ใช่ความยาวจริงตามมาตราส่วนในแบบงาน
รูปที่ 7.30 การเขียนภาพตัดย่อส่วนตามเงื่อนไข
การเขียนภาพขยายเฉพาะส่วน ผู้เขียนแบบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1.บริเวณที่จะเขียนภาพขยายเฉพาะส่วนในแบบรวมให้เขียนวงกลมล้อมรอบโดยวงกลมนั้นให้เขียนด้วย เส้นเต็มบาง
2. วงกลมที่เขียนล้อมรอบเฉพาส่วนที่ขยาย ให้เขียนตัวอักษรกำกับโดยใช้อักษรตัวท้าย ๆ เช่น X Y หรือ Z และต้องไม่ใช่อักษรที่ใช้ในการบอกแนวการตัด
3..ตัวอักษรที่เขียนกำกับวงกลมให้เขียนด้วยอักษรพิมพ์ใหญ่และมีขนาดความสูง 1.4 เท่าของความสูง ตัวเลขบอกขนาด
4. ภาพที่เขียนขยายเฉพาะส่วนให้เขียนแยกออกไปจากแบบรวม
5. เขียนอักษรกำกับไว้ที่ภาพขยายโดยใช้อักษรตัวเดียวกันและมีขนาดเท่ากันกับที่เขียนไว้ที่วงกลมในแบบรวม
6. เขียนมาตราส่วนไว้หลังตัวอักษรไว้ที่ภาพขยายโดยให้ขนาดความสูงเท่าขนาดตัวอักษรคำสั่ง Detail.View เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเขียนภาพขยายเฉพาะตำแหน่งโดยเฉพาะ
รูปที่ 7.31 การเขียนภาพขยายเฉพาะส่วน
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Draw > Detail…
Ribbon bar : Home >
เมื่อเรียกคำสั่งทางใดทางหนึ่งแล้วที่บรรทัดป้อนคำสั่งมีข้อความดังนี้
Command: _amdetail
Creating a detail
Define the enlargement area for the detail...
Center of circle or [Rectangle/Object]: คลิกที่จุดศูนย์กลางของวงกลม
Specify radius: กำหนดรัศมีของวงกลม
เมื่อกำหนดรัศมีแล้วจะได้ Dialogbox ดังรูปที่ 7.32
1. กำหนดมาตราส่วนในช่องหมายเลข 1
2. กำหนดอักษรใน Detail View
3. กำหนดอักษรกำกับ ในช่อง Detail boundary
รูปที่ 7.32 การเขียนภาพขยายเฉพาะส่วน