1 of 24

2 of 24

หัวข้อเรื่อง (Topics)

2.1 ความหมายและความสำคัญของสัมพันธภาพ

2.2 คุณลักษณะสำคัญของบุคคลในการสร้างสัมพันธภาพ

2.3 การสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น

2.4 การวางตัวต่อเพศตรงข้าม

3 of 24

หัวข้อเรื่อง (Topics)

2.5 การเลือกคู่ครองในอนาคต

2.6 การแต่งงาน

2.7 การวางแผนครอบครัว

4 of 24

2.1 ความหมายและความสำคัญของสัมพันธภาพ

2.1.1 ความหมายของสัมพันธภาพ

ตามความหมายของสำนักงานราชบัณฑิตยสถาน สัมพันธภาพ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Relationship หมายถึง ความผูกพัน หรือความเกี่ยวข้อง

สัมพันธภาพ (Relationship) หมายถึง กระบวนการนำสัมพันธภาพที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ทำความรู้จักกัน ติดต่อสัมพันธ์สร้างความคุ้นเคยสนิทสนมกัน บุคคลที่สัมพันธภาพกันจะได้รับผลกระทบ ต่อกันและกัน

สัมพันธภาพคือกระบวนการที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

5 of 24

2.1.2 ความสำคัญของสัมพันธภาพ

1. ทำให้บุคคลได้รู้จุดเด่นและจุดด้อยของตนเอง

2. ทำให้รู้และเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล

3. ทำให้เกิดการยอมรับและเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

4. เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำบุคคลไปสู่การพัฒนาเอกลักษณ์ของตนเอง

5. ทำให้เกิดความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายและมีคุณค่า

6. ทำให้มีสุขภาพจิตที่ดี

7. สามารถพัฒนาตนเองให้ไปถึงศักยภาพสูงสุดได้

8. ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว รู้สึกอบอุ่น มีชีวิตชีวา เมื่อเกิดปัญหาสามารถปรึกษากับคนที่ไว้ใจและขอความช่วยเหลือได้

9. ช่วยทำให้รู้สึกเป็นคนสำคัญของใครบางคน

6 of 24

2.2 คุณลักษณะสำคัญของบุคคลในการสร้างสัมพันธภาพ

ในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลให้เป็นสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ต้องอาศัยคุณลักษณะหรือทัศนคติ ของบุคคลที่สำคัญ ดังนี้

1. ความจริงใจ หมายถึง การไม่โกหก หลอกลวง ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เสแสร้ง

2. การยอมรับและให้เกียรติผู้อื่น

3. การรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

2.3 การสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น

วิธีในการสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลต่าง ๆ ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป เพราะแต่ละคนอยู่ในสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปการสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลมีหลักการที่ควรคำนึงถึง ดังนี้

7 of 24

1. ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ เพราะการยิ้มให้คนอื่นหมายถึงการแสดงความยินดีที่ได้พบ

การยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอเป็นวิธีหนึ่งในการสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น

2. ไม่แสดงพฤติกรรมที่จะทำให้คนอื่นต้องรู้สึกอับอาย

3. ควรให้ความสนใจกับคนอื่นในทุก ๆ ด้าน

4. ต้องรู้จักชื่นชมและชมเชยคนอื่นที่เขาประสบความสำเร็จหรือทำความดี

5. ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น

8 of 24

6. ต้องระมัดระวังในเรื่องของการใช้ภาษาในการสื่อสาร

7. ต้องรู้จักให้ความร่วมมือในการทำงานหรือการทำกิจกรรมเป็นทีมให้ประสบความสำเร็จ

8. หากเกิดการโต้แย้งกันในรูปแบบต่าง ๆ ควรปรับวิธีคิดใหม่

9. ควรหัดพิจารณาถึงความรู้สึกนึกคิดของบุคคลอื่นอย่างละเอียด

10. ถ้าต้องการขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ควรหลีกเลี่ยงการออกคำสั่งโดยไม่จำเป็น

11. พยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้

12. รู้จักใช้อารมณ์ขัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศการอยู่ร่วมกันเกิดความสนุกสนาน

การรู้จักใช้อารมณ์ขันจะช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศการอยู่ร่วมกัน

เกิดความสนุกสนานและเป็นวิธีหนึ่งในการสร้างสัมพันธภาพ

9 of 24

2.4 การวางตัวต่อเพศตรงข้าม

วัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังผ่านจากเด็กสู่ความเป็นผู้ใหญ่ จึงมักทำให้ประสบกับปัญหาในการปรับตัวและการวางตัวต่อเพศตรงข้ามซึ่งมีความสำคัญมาก โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ฐานะ ได้แก่

2.4.1 การวางตัวต่อเพศตรงข้ามในฐานะเพื่อน

1. การปฏิบัติตนของฝ่ายชาย

(1) ควรแต่งกายให้สุภาพ สะอาด เรียบร้อย เหมาะสมกับกาลเทศะ

(2) ควรให้เกียรติผู้หญิง ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ ช่วยเหลือเพื่อนผู้หญิงตามสมควร

(3) แสดงกิริยาอาการต่าง ๆ กับเพื่อนผู้หญิงด้วยความสุภาพ มีความองอาจสมความเป็นชาย

(4) ใช้คำพูดที่สุภาพ ไม่แสดงความก้าวร้าว ไม่พูดจาเสียดสี ไม่พูดจาหยาบคาย

(5) แสดงความห่วงใยและให้ความช่วยเหลือเพื่อนผู้หญิงตามสมควรและเหมาะสม

(6) ไม่ให้ความสนิทสนมจนเกินเพื่อน ควรอยู่ในขอบเขต และไม่คลุกคลีกันมากจนเกินไป

10 of 24

2. การปฏิบัติตนของฝ่ายหญิง

(1) ต้องแต่งกายให้สุภาพ สะอาด เรียบร้อย และเหมาะสม

(2) ต้องแสดงกิริยามารยาทที่สุภาพเรียบร้อยให้สมกับเป็นกุลสตรี

(3) ไม่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือเสพสิ่งเสพติด

(4) รู้จักแสดงความขอบคุณด้วยความจริงใจ

(5) ไม่พูดจาหยาบคาย ส่งเสียงดัง

(6) ไม่แสดงกิริยาอาการที่สนิทสนมกับเพื่อนผู้ชายจนเกินขอบเขต

(7) ไม่ควรอยู่ตามลำพังกับเพื่อนผู้ชายสองต่อสองในที่ลับตาคน

การปฏิบัติตนของฝ่ายหญิงต่อเพศตรงข้ามในฐานะเพื่อน

ต้องไม่แสดงกิริยาอาการที่สนิทสนมกับเพื่อนผู้ชายจนเกินขอบเขต

11 of 24

2.4.2 การวางตัวต่อเพศตรงข้ามในฐานะคู่รัก

1. การปฏิบัติตนของฝ่ายชาย

(1) ควรให้เกียรติและไว้วางใจฝ่ายหญิง

(2) ต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ คอยช่วยเหลือฝ่ายหญิง

(3) ปกป้องฝ่ายหญิงเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอันตราย

(4) แสดงความห่วงใยต่อฝ่ายหญิงทั้งในเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิภาพและสุขภาพ

(5) ควรมีเวลาให้ฝ่ายหญิงสำหรับการปรึกษาการดำเนินชีวิตร่วมกันในอนาคต

(6) ควรหาโอกาสไปเยี่ยมพ่อแม่ของฝ่ายหญิง

การปฏิบัติตนของฝ่ายชายต่อเพศตรงข้ามในฐานะคู่รักต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ

คอยช่วยเหลือฝ่ายหญิง

12 of 24

2. การปฏิบัติตนของฝ่ายหญิง

(1) ควรเป็นกำลังใจให้ฝ่ายชายในการต่อสู้อุปสรรคต่าง ๆ

(2) ต้องทำตัวให้เป็นที่ไว้วางใจของฝ่ายชาย

(3) แสดงความมีน้ำใจ โอบอ้อมอารี ช่วยเหลือฝ่ายชาย

(4) รู้จักให้เกียรติฝ่ายชาย

(5) หาโอกาสแนะนำฝ่ายชายให้พ่อแม่ของตนเองรู้จัก

(6) ควรหาโอกาสไปเยี่ยมพ่อแม่ของฝ่ายชาย

2.5 การเลือกคู่ครองในอนาคต

การเลือกคู่ครอง คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของชีวิตสมรส การตัดสินใจเลือกคู่ครองไม่ใช่เป็นเรื่องของดวงหรือ โชคชะตา แต่เป็นเรื่องการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของคนเรา เพราะการวางรากฐาน ที่มั่นคงหรือ การตั้งต้นที่ดีจะทำให้เรามีครอบครัวที่มีความสุข

13 of 24

การเลือกคู่ครอง คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของชีวิตสมรส

ก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานควรคิดอย่างรอบคอบและเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม

หลักในการเลือกคู่ครอง มีดังนี้

1. ควรมีความเข้าใจในเรื่องความรักที่ถูกต้อง

2. ควรพยายามศึกษาทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน

3. ความเข้ากันได้ในเรื่องของนิสัยใจคอ บุคลิกภาพ และวุฒิภาวะ

4. ต้องพิจารณาในเรื่องของการศึกษา อาชีพ เศรษฐกิจ ฐานะทางสังคม

5. ต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องเครือญาติของคู่สมรสด้วย

6. ควรให้ความสำคัญกับความต้องการหรือความคาดหวังจากชีวิตคู่

14 of 24

2.6 การแต่งงาน

การแต่งงาน คือ การที่ชายและหญิงตกลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ช่วยกันสร้างหลักฐานของครอบครัวใหม่ให้มั่นคง และมีบุตรสืบวงศ์ตระกูล

การแต่งงาน คือการที่ชายและหญิงตกลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน

ช่วยกันสร้างหลักฐานของครอบครัวใหม่ให้มั่นคง

15 of 24

2.6.1 เหตุผลที่ดีของการแต่งงาน

1. การแต่งงานจะทำให้เราได้เพื่อนที่ดีที่สุด เป็นเพื่อนคู่คิดที่ช่วยตัดสิน

2. การแต่งงานช่วยทำให้คนเรามีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นบุคคลสำคัญ

3. การแต่งงานมีความหมายชัดเจนว่าคนคนนั้นเป็นที่ต้องการของใครคนหนึ่งแล้ว

4. การแต่งงานเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของครอบครัว เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างครอบครัว

5. การแต่งงานช่วยเพิ่มความสุขและคลายความเหงาได้

6. การแต่งงานสามารถช่วยตอบสนองอารมณ์ทางเพศได้อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

7. การแต่งงานช่วยเสริมสร้างความรัก ความผูกพัน และยืดอายุความรักให้ยาวนานขึ้น

2.6.2 ความพร้อมในการแต่งงาน

สิ่งที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับความพร้อมในการแต่งงาน มีดังนี้

1. สุขภาพ

ก่อนแต่งงานทั้งชายและหญิงควรจะไปปรึกษาแพทย์ เพื่อเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสุขภาพ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การตรวจร่างกายก่อนแต่งงานถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก

16 of 24

ก่อนแต่งงานทั้งชายและหญิงควรจะไปปรึกษาแพทย์

เพื่อเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

2. วุฒิภาวะทางอารมณ์

ก่อนตัดสินใจแต่งงานควรสำรวจตนเองว่ามีความพร้อมหรือไม่ โดยเฉพาะความพร้อมทางด้าน วุฒิภาวะทางอารมณ์ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะความล้มเหลวในชีวิตคู่มักเกิดมาจาก คู่สมรสทั้งสองฝ่ายหรือ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีพัฒนาการทางอารมณ์ไม่เพียงพอ

17 of 24

3. การปรับตัวในชีวิตแต่งงาน

หลังการแต่งงานย่อมต้องมีเรื่องของการปรับตัวในด้านต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้โดยง่าย แต่ต้องอาศัยการกระทำหลาย ๆ อย่างด้วยจิตใจและอารมณ์ที่บรรลุวุฒิภาวะ โดยมีแนวทางในการปรับตัว

2.7 การวางแผนครอบครัว

การวางแผนครอบครัว (Family Planning) หมยถึง กรที่คู่สมรสวงแผนไว้ล่วงหน้เพื่อให้มีกรตั้งครรภ์ ขณะที่มีควมพร้อมทั้งร่งกย จิตใจ และสังคม

18 of 24

การวางแผนครอบครัวเป็นวิธีการที่ช่วยลดการเพิ่มของประชากรได้ดีและถูกต้อง

ตามหลักมนุษยธรรมและศีลธรรม

19 of 24

2.7.1 ประโยชน์ของการวางแผนครอบครัว

1. ช่วยให้คู่สมรสที่เพิ่งแต่งงานได้มีโอกาสปรับตัวเข้าหากันก่อนที่จะมีลูก

2. ช่วยให้ทุกคนในครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดี เนื่องจากพ่อแม่สามารถเลี้ยงดูลูกทุกคนได้

3. ทำให้คู่สมรสสามารถจำกัดขนาดของครอบครัวได้ตามที่ต้องการ

4. ช่วยลดภาระในการเลี้ยงดูของพ่อแม่ เนื่องจากครอบครัวมีจำนวนสมาชิกที่พอเหมาะ

5. ช่วยให้แม่สุขภาพไม่ทรุดโทรม เพราะการเว้นระยะห่างในการมีลูกจะทำให้ร่างกายของแม่ได้พักฟื้น

2.7.2 วิธีการวางแผนครอบครัว

วิธีการคุมกำเนิดที่ใช้ในการวางแผนครอบครัว มีดังนี้

1. การทำหมัน

เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบถาวร เหมาะสำหรับผู้ที่มีบุตรเพียงพอแล้ว สามารถทำได้ทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงการผ่าตัดทำหมันจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับทั้งทางร่างกายและจิตใจ

20 of 24

(1) การทำหมันชาย แพทย์จะผ่าตัดผูกท่อน้ำเชื้ออสุจิ

การทำหมันชาย

21 of 24

(2) การทำหมันหญิง แพทย์จะผ่าตัดหรือผูกท่อรังไข่หรือปีกมดลูก

การทำหมันหญิง

22 of 24

2. การใช้ถุงยางอนามัย

ถุงยางอนามัยมีลักษณะเป็นถุงทำด้วยยางบาง ๆ สามารถยืดได้ มีขนาดพอดี ใช้สวมอวัยวะ สืบพันธุ์ฝ่ายชายในขณะที่จะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูก

ถุงยางอนามัยมีลักษณะเป็นถุงทำด้วยยางบาง ๆ สามารถยืดได้ ใช้สวมอวัยวะสืบพันธุ์ฝ่ายชายในขณะที่จะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูก

23 of 24

3. การกินยาคุมกำเนิด

ยาคุมกำเนิด คือยาเม็ดที่ฝ่ายหญิงใช้กินทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้ตั้งครรภ์ โดยยาคุมกำเนิด จะช่วยควบคุมหรือป้องกันไม่ให้ไข่ตกจากรังไข่

ยาคุมกำเนิด คือยาเม็ดที่ฝ่ายหญิงใช้กินทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้ตั้งครรภ์

โดยยาคุมกำเนิดจะช่วยควบคุมหรือป้องกันไม่ให้ไข่ตกจากรังไข่

24 of 24

4. การใช้ห่วงอนามัย

ห่วงอนามัย คือ เวชภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นขดงอโค้งทำด้วยพลาสติก มีขนาดพอเหมาะสำหรับ ใส่ไว้ในโพรงมดลูก ที่ปลายข้างหนึ่งของห่วงอนามัยจะมีสายไนลอนผูกไว้ การใส่ห่วงอนามัยเป็นการ ช่วยป้องกัน การตั้งครรภ์ที่ได้ผลดี ไม่ยุ่งยาก

ห่วงอนามัย คือเวชภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นขดงอโค้งทำด้วยพลาสติก

ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ที่ได้ผลดี ไม่ยุ่งยาก และเป็นวิธีที่ประหยัด