6.1.1 ส่วนต่างของการบอกขนาด
รูปที่ 6.1 ส่วนต่าง ๆ ของการบอกขนาด
1. Dimension Line หมายถึง เส้นที่บอกระยะทางหรือมุมที่วัดจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งหรือเรียก ว่าเส้นกำหนดขนาด โดยทั่วไปนิยมใช้หัวลูกศรประกอบด้านหัวและด้านท้าย เส้นบอกขนาดจะเขียนอยู่ระหว่างเส้น ช่วยกำหนดขนาดทั้งสองข้าง
2. Extension Line หมายถึง เส้นที่ลากต่อจากขอบของชิ้นงานออกไปภายนอก หรือ เรียกว่า เส้นช่วยกำหนดขนาด โดยปกติแล้วเส้นช่วยกำหนดขนาดจะลากตั้งฉากกับเส้นบอกขนาด
3. Arrowhead หมายถึง หัวลูกศรที่เขียนอยู่จุดปลายของเส้นกำหนดขนาด หัวลูกศรที่กำหนด ให้ใน AutoCAD มีหลายรูปแบบ และสามารถเปลี่ยนขนาดได้
4. Dimension Text หมายถึง ตัวเลขแสดงขนาดที่แท้จริงของการวัดจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง หรือ เรียกว่า ตัวเลขการบอกขนาด อาจจะมีสัญลักษณ์
5. Leader Line หมายถึง เส้นที่ชี้จากตัวเลขหรือตัวอักษรของการบอกขนาด หรือสัญลักษณ์ ไป ยังวัตถุที่ต้องการบอกขนาด ในบางครั้งจะใช้เส้นชี้ในการเขียนตัวอักษรเพื่อบอกถึงลักษณะของวัตถุ
6.1.2 การกำหนดรูปแบบของการบอกขนาด
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Format >
Dimension Style
Command Line : D
การกำหนดรูปแบบของการบอกขนาด เป็นการกำหนดรายละเอียดในการบอกขนาดให้ตรงตาม มาตรฐานที่ผู้เขียนแบบต้องการ ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้คำสั่ง Dimension Style โดยมีรายละเอียดและ วิธีการดังนี้
รูปที่ 6.2 ส่วนต่าง ๆ ของ Dialog Box ชื่อ Dimension Style Manager
1. ปุ่ม New ใช้สำหรับการตั้งชื่อรูปแบบของการกำหนดขนาด เมื่อคลิกที่ปุ่มนี้ จะปรากฏ Dialog Box ย่อยที่ชื่อ Create New Dimension Style
รูปที่ 6.3 การตั้งชื่อรูปแบบของการกำหนดขนาด
2..Style เป็นบริเวณที่แสดงชื่อของรูปแบบที่สร้างไว้ทั้งหมด เพื่อที่จะดำเนินการจัดการรูปแบบ ที่เลือก เช่น ต้องการลบ Style ที่ชื่อ Chamfer
3. Preview เป็นบริเวณที่แสดงคุณลักษณะของรูปแบบที่เลือก
4. Current Dimension Styles เป็นที่แสดงรูปแบบที่ถูกกำหนดให้นำไปใช้งาน
5. ปุ่ม Override ใช้สำหรับแก้ไขปรับปรุงรูปแบบที่ถูกเลือก แต่จะมีผลกับการบอกขนาดที่บอก ขึ้นใหม่เท่านั้น
6. ปุ่ม Compar ใช้สำหรับเปรียบเทียบคุณสมบัติรูปแบบการบอกขนาด 2 รูปแบบ เช่น รูปแบบ ISO 25 กับ Tolerance
รูปที่ 6.4 การลบรูปแบบ
รูปที่ 6.5 ภาพของรูปแบบ
7. Set Current ใช้สำหรับกำหนดให้รูปแบบที่เลือกถูกนำไปใช้งานต่อไป
8. ปุ่ม Modify ใช้สำหรับปรับปรุงหรือแก้ไขรูปแบบที่เลือก เมื่อคลิกที่ปุ่มนี้จะได้ Dialog Box ที่ชื่อ Modify Dimension Style
รูปที่ 6.7 ส่วนต่าง ๆ ของ Dialog Box ชื่อ Modify Dimension Style
(2) แถบรายการ Symbols and Arrow ใช้สำหรับควบคุมคุณสมบัติของสัญลักษณ์และ หัวลูกศร ซึ่งสามารถกำหนดรายละเอียดโดยการคลิกที่แถบ Symbols and Arrow
รูปที่ 6.12 แถบรายการ Symbols and Arrow
(3) แถบรายการ Text ใช้สำหรับควบคุมคุณสมบัติของตัวเลขกำหนดขนาด ซึ่งสามารถกำหนด รายละเอียดโดยการคลิกที่แถบ Text
รูปที่ 6.15 แถบรายการ Text
(ก) กรอบ Text Appearance ใช้สำหรับกำหนดคุณสมบัติของตัวเลขกำหนดขนาดประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้
(1)Text.styleใช้สำหรับเลือก รูปแบบของตัวเลขบอกขนาดที่สร้างด้วยคำสั่ง Text style (2) Text color ใช้สำหรับกำหนด สีของตัวเลขบอกขนาด
(3) Text height ใช้สำหรับกำหนด ความสูงของตัวเลขบอกขนาด
(4) Fill color ใช้สำหรับเลือกสีที่ระบายทับตัวเลขกำหนดขนาด
(5) Fraction height scale ใช้สำหรับกำหนดสเกลของตัวเลขพิกัดความเผื่อหรือ
ความสูงของเศษส่วน
(6) Draw frame around text ใช้ปุ่มนี้สำหรับเขียนกรอบรอบตัวเลขกำหนดขนาด
รูปที่ 6.16 แสดงกรอบ Text Appearance
(ข) กรอบรายการ Text Placement ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งการจัดวางของตัวเลขกำหนดขนาด ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
รูปที่ 6.17 กรอบรายการ Text Placement
รูปที่ 6.18 กรอบรายการ Text Placement
(1) Vertical ใช้สำหรับควบคุมตัวเลขบอกขนาดตามเส้นกำหนดขนาดที่อยู่ใน แนวตั้ง มีให้เลือกหลายรูปแบบ โดยเลือกรูปแบบได้จากการ Click ที่ Pop Up
(2) Horizontal ใช้สำหรับควบคุม และปรับเปลี่ยนตัวเลขและตัวอักษรบอกขนาด ตามเส้นกำหนดขนาดที่อยู่ในแนวนอน มีให้เลือกหลายรูปแบบ โดยเลือกรูปแบบได้จากการคลิกที่ Pop Up
(3) View Direction ใช้สำหรับควบคุม และปรับเปลี่ยนตัวเลขและตัวอักษรบอก ขนาดตามทิศทางการมอง มีให้เลือกสองรูปแบบ โดยเลือกรูปแบบได้จากการคลิกที่ Pop Up
(4) แถบรายการ Fit ใช้สำหรับควบคุมคุณสมบัติตัวเลขและหัวลูกศรให้อยู่ในรูปแบบที่ต้องการ ซึ่งสามารถเลือกรายละเอียดการควบคุม
รูปที่ 6.37 แถบรายการ Fit
(ก) Fit Options ตัวเลือกในกลุ่มนี้ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งของตัวเลข หัวลูกศร และ เส้นกำหนดขนาด ของการบอกขนาด ให้ได้ตามความประสงค์ของผู้เขียนแบบ
รูปที่ 6.38 กรอบรายการ Fit Option
(1)Either text or the arrows (best fits) เป็นการกำหนดให้โปรแกรมเลือก ตำแหน่งของตัวเลขบอกขนาดและหัวลูกศร
2)Arrowsเป็นการกำหนดให้โปรแกรมเลือกตำแหน่งของหัวลูกศรและตัวเลขบอก ขนาด
(3)Text เป็นการกำหนดให้โปรแกรมเลือกตำแหน่งของตัวเลขหรือตัวอักษรบอก ขนาด
(4)Both text and arrows เป็นการกำหนดให้โปรแกรมจัดการตำแหน่งของ หัวลูกศรและตัวเลขบอกขนาดโดยมีเงื่อนไขว่าหากระยะห่างระหว่างเส้นช่วยกำหนดขนาดไม่สามารถเขียนตัวเลข และหัวลูกศรได
(5) Always keep text between extline เป็นการกำหนดให้โปรแกรมเขียนตัวเลข และตัวอักษรให้อยู่ภายในเส้นกำหนดขนาดตลอด
(6) Suppress arrows if do’t fit inside the extension line เป็นการกำหนดให้ โปรแกรมบังคับไม่ให้ปรากฏหัวลูกศรถ้าไม่มีช่องว่างเพียงพอที่จะเขียนด้านในได้
(ข)Text.Placement.ใช้ตัวเลือกในกลุ่มนี้ในการกำหนดตัวเลขกำหนดขนาดเมื่อมีการ เคลื่อนย้ายตัวเลขกำหนดขนาดไปจากตำแหน่งที่กำหนดให้ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
– Beside the dimension line เป็นการบังคับให้ตัวเลขกำหนดขนาดอยู่ด้านข้าง ของเส้นบอกขนาด ดังรูปที่ 6.45 (ก)
– Over the dimension line ,with a leader เป็นการกำหนดตามเงื่อนไขไว้ว่า หากตัวเลขบอกขนาดถูกเคลื่อนย้ายออกไปโปรแกรมจะสร้างเส้นชี้เชื่อมโยงจากเส้นบอกขนาดไปยังตัวเลขกำหนด ขนาด ดังรูปที่ 6.45 (ข)
– Over the dimension line, without a leader เป็นการกำหนดตามเงื่อนไขไว้ ว่าหากตัวเลขบอกขนาดถูกเคลื่อนย้ายออกไปโปรแกรมจะไม่สร้างเส้นชี้เชื่อมโยงจากเส้นบอกขนาดไปยังตัวเลข กำหนดขนาด ดังรูปที่ 6.45 (ค)
รูปที่ 6.45 เขียนตัวเลขได้หรือไม่ได้
(ค) Scale For Dimension Features ใช้ตัวเลือกในกลุ่มนี้ในการกำหนดสเกลของเส้น กำหนดขนาดทั้งหมดในแบบแปลนดังรูปที่ 6.46 ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
– Scale dimension for layout (paper space) เป็นการบังให้เส้นกำหนดขนาด ถูกปรับเข้ากับ Layout ใน Paper Space
– Use overall scale of เป็นการควบคุมสเกลแฟคเตอร์ของส่วนประกอบทั้งหมด ของเส้นกำหนดขนาด โดยคูณด้วยสเกลแฟคเตอร์นี้ ตัวเลือกนี้มีความสำคัญมากซึ่งหากเขียนแบบแล้วปรากฏว่า เส้นกำหนดขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไปให้เพิ่มหรือลดค่าตัวเลือกนี้
รูปที่ 6.46 ตัวเลขบอกขนาด
(ง) Fine Tuning ใช้ตัวเลขในกลุ่มนี้กำหนดตำแหน่งของตัวเลขกำหนดขนาด
– Place text manually หากปรากฏเครื่องหมาย ü หน้าเช็กบ็อกซ์นี้ผู้เขียนแบบ สามารถกำหนดตำแหน่งของตัวเลขบอกขนาดได้ตามความต้องการ
– Draw dim line between ext lines หากปรากฏเครื่องหมาย ü หน้าเช็กบ็อกซ์ โปรแกรมจะสร้างเส้นกำหนดขนาดระหว่างเส้นช่วยกำหนดขนาดให้หากระยะห่างระหว่างเส้นช่วยกำหนดขนาด สามารถเขียนตัวเลขและหัวลูกศรได้
รูปที่ 6.47 การบังคับตัวเลข
(5) แถบรายการ Primary.Units ใช้สำหรับควบคุมคุณสมบัติของตัวเลขกำหนดขนาดที่ ได้จากการวัด และสัญลักษณ์ที่เขียนไว้หน้าหรือหลังของตัวเลขกำหนดขนาด ซึ่งสามารถกำหนดรายละเอียด โดยการคลิกที่แถบ Primary Units
รูปที่ 6.48 แถบรายการ Primary Units
(ก) กรอบรายการ Linear.Dimensions ใช้สำหรับควบคุมคุณสมบัติของตัวเลขกำหนดขนาดที่อยู่เป็น เส้นตรง และสัญลักษณ์ที่เขียนอยู่หน้าหรือหลังของตัวเลข
รูปที่ 6.49 กรอบรายการ Linear Dimensions
(1)Unit.formatเป็นการเลือก รูปแบบหน่วยวัด ซึ่งมีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น Decimal, Scientific, Engineering, Architectural, Fractional, Windows Desktop
(2)Precision เป็นการกำหนด ความละเอียดของตัวเลขบอกขนาดหลังจุดทศนิยม (3)Fraction format เป็นการเลือกรูปแบบของเศษส่วนที่ต้องการให้ปรากฏในตัวเลขกำหนดขนาด ซึ่งตัวเลือกนี่จะใช้ได้กับหน่วยการวัดแบบ Architectural และ Fractional เท่านั้น ซึ่งแต่ละรูปแบบมีรายละเอียดดังนี้
(4)Decimal separator เป็นการเลือกสัญลักษณ์ที่คั่นระหว่างจำนวนเต็มกับจำนวน
เศษของจำนวนเต็ม ตัวเลือกนี้จะใช้ได้กับ หน่วยการวัดแบบ Decimal เท่านั้น
(5) Round off เป็นการกำหนดค่าการปัดเศษตัวเลขหลังทศนิยมให้กับตัวเลขกำหนด
ขนาด เช่น หากป้อนค่า 0.30 ค่าตัวเลขหลังจุดทศนิยมที่ไม่ลงตัวจะถูกปัดเข้าหา 0.30
(6)Prefix เป็นบริเวณที่ใส่สัญลักษณ์หรือตัวอักษรไว้หน้าตัวเลขกำหนดขนาด เช่นต้องการใส่เครื่องเครื่องหมาย ไว้หน้าตัวเลขบอกขนาด 25.3, 23, 20, 17 โดยการป้อน %%C ไว้ในช่อง Prefix
(7)Suffix เป็นการใส่สัญลักษณ์หรือตัวอักษรไว้หลังตัวเลขกำหนดขนาด เช่น ต้องการบอกขนาดเกลียว M16X1
(8) Measurement Scale ใช้สำหรับกำหนดสเกลให้กับตัวเลขกำหนดขนาด
– Scale factor เป็นการกำหนดสเกลให้กับตัวเลขกำหนดขนาดที่ได้จากการ วัด เช่น ในรูปที่ 6.52 ซ้ายมือกำหนดสเกลเท่ากับ 1 ระยะที่เขียนเส้นบอกขนาดเท่ากับ 6 และ 70 แต่ในรูปด้าน ขวามือกำหนดสเกลเท่ากับ 2 ตัวเลขกำหนดขนาดเท่ากับ 12 และ 140 ตามลำดับ
– Apply to layout dimensions only หากปรากฏเครื่องหมายนำหน้าเช็กบ็อกซ์นี้ สเกลจะมีผลกับตัวเลขกำหนดขนาดที่เขียนใน Layout เท่านั้น
(9) Zero Suppression ใช้สำหรับกำหนดคุณสมบัติตัวเลขศูนย์ที่ปรากฏอยู่หน้าและหลังจุดทศนิยม ซึ่งมีตัวเลือกหลายรูปแบบดังนี้
– Leading หากทำเครื่องหมาย นำหน้าเช็กบ็อกซ์นี้ ถ้าค่าหน้าทศนิยมเป็น 0เลข 0 ที่อยู่หน้าจุดทศนิยมจะทำให้ไม่แสดง ซ้ายมือ
– Trailing หากทำเครื่องหมายนำหน้าเช็กบ็อกซ์นี้ ถ้าค่าหลังทศนิยมเป็น 0เลข 0 ศูนย์ที่อยู่หลังจุดทศนิยมจะทำให้ไม่แสดง ขวามือ
(ข) กรอบรายการ Angular Dimension ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบของตัวเลขกำหนด ขนาดที่ได้จากการวัดมุม
รูปที่ 6.54 กรอบรายการ Angular Dimension
(1)Unit format เป็นการกำหนดตัวเลขหน่วยวัดมุมของการกำหนดขนาดมีให้เลือก หลายหน่วยวัด เช่น Decimal Degrees,
(2)Precisionเป็นการกำหนดความละเอียดของตัวเลขบอกขนาดมุมหลังจุดทศนิยม
(3)ZeroSuppressionใช้สำหรับควบคุมคุณสมบัติของเลขศูนย์ซึ่งมีตัวเลือกหลาย
(6) แถบรายการ Altemate Units ใช้สำหรับการกำหนดรูปแบบของหน่วยวัดสำรองของ การบอกขนาด หากต้องการกำหนดรายละเอียดของแถบ
(7) แถบรายการ Tolerances ใช้สำหรับการกำหนดรูปแบบของพิกัดความเผื่อที่เขียนพร้อมกับตัวเลขบอกขนาด
รูปที่ 6.57 กรอบรายการ Tolerances
(ก) กรอบรายการ Tolerance Format ใช้สำหรับกำหนดรายละเอียดของพิกัดความเผื่อ ซึ่งมีหลายส่วนแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังนี้
(1) Method เป็นการกำหนดรูปแบบของพิกัดความเผื่อให้ตรงกับมาตรฐานที่ต้องการ เมื่อคลิกที่ Pop Up Method
รูปที่ 6.58 ค่าพิกัดความเผื่อแบบ Symmetrical
รูปที่ 6.59 ค่าพิกัดความเผื่อแบบ Deviation
(3) Upper Value เป็นการกำหนดค่าพิกัด จะใช้ได้เมื่อเลือกรูปแบบ Symmetrical ในการบอกขนาดค่าพิกัดความเผื่อ
(4) Lower Value เป็นการกำหนดค่าพิกัดล่าง จะใช้ได้เมื่อเลือกรูปแบบ Limits ใน การบอกขนาดพิกัดความเผื่อ
(5) Scaling for height เป็นการกำหนดสเกลความสูงของตัวเลขในช่อง Upper Value และ Lower Value ซึ่งเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์กับความสูงของตัวเลขกำหนดขนาด
(6) Vertical position เป็นการจัดตำแหน่งตัวเลขพิกัดความเผื่อให้อยู่ในตำแหน่ง ใดๆของตัวเลขบอกขนาด ซึ่งสามารถเลือกได้ 3 แบบ คือ Bottom, Middle, Top
รูปที่ 6.62 ตัวเลขพิกัดความเผื่อในตำแหน่งต่าง ๆ
(ข)Alternate Unit Tolerance ใช้สำหรับกำหนดรายละเอียดของพิกัดความเผื่อสำรองซึ่งสามารถใช้ได้กับการเลือกกับการบอกขนาดสำรองแบบ Display alternate และ unitsเท่านั้นซึ่งมี รายละเอียด ดังต่อไปนี้
(1) Precision เป็นการกำหนดความละเอียดของพิกัดความเผื่อสำรอง
(2) Zero Suppression ใช้ตัวเลขในกลุ่มนี้ในการระงับเลขศูนย์ของพิกัดความเผื่อสำรองเมื่อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบของการกำหนดขนาด และเลือกรูปแบบตามที่ ต้องการเรียบร้อยแล้วให้ Click ที่ปุ่ม OK
6.2.1 Horizontal
ตัวอย่าง ต้องการบอกขนาด 14 มีวิธีการและลำดับขั้นการบอกขนาดดังนี้
รูปที่ 6.63 การบอกขนาดแบบ Horizontal
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Horizontal
Ribbon bar : Annotate >
6.2.2 Vertical
ตัวอย่าง ต้องการบอกขนาด 14 มีวิธีการและลำดับขั้นการบอกขนาดดังนี้
รูปที่ 6.64 การบอกขนาดแบบ Vertical
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Vertical
Ribbon bar : Annotate >
6.2.3 Aligned
ตัวอย่าง ต้องการบอกขนาด 45 มีวิธีการและลำดับขั้นการบอกขนาดดังนี้
รูปที่ 6.65 การบอกขนาดแบบ Aligned
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Aligned
Ribbon bar : Annotate >
6.2.4 Angular
ตัวอย่าง ต้องการบอกขนาดมุม 130 มีวิธีการและลำดับขั้นการบอกขนาดดังนี้
รูปที่ 6.66 การบอกขนาดแบบ Angular
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Angular
Ribbon bar : Annotate >
6.2.5 Radius
ตัวอย่าง ต้องการบอกขนาดส่วนโค้งรัศมี 21 มม. มีวิธีการและลำดับขั้นการบอก
ขนาดดังนี้
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Radius
Ribbon bar : Annotate >
รูปที่ 6.67 การบอกขนาดแบบ Radius
6.2.6 Diameter
รูปที่ 6.68 การบอกขนาดแบบ Diameter
ตัวอย่าง ต้องการบอกขนาดวงกลม21มม.มีวิธีการและลำดับขั้นการบอกขนาด ดังนี้
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Diameter
Ribbon bar : Annotate >
Command Line :
6.2.7 Baseline
ตัวอย่าง ต้องการบอกความสูง 40 มม. และ 56 มม. ให้เส้นช่วยกำหนดขนาดเส้นแรกอ้างจาก ตำแหน่ง A เหมือนกับขนาด 14 มม.
รูปที่ 6.69 การบอกขนาดแบบ Baseline
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Baseline
Ribbon bar : Annotate >
Command Line :
6.2.8 Chain
ตัวอย่าง ต้องการบอกระยะ 38 มม. และ 38 มม. ให้เส้นกำหนดขนาดทุกเส้นต่อไปเป็นแนวเดียว กับขนาด 14 มม.
รูปที่ 6.70 การบอกขนาดแบบ Chain
การเรียกใช้คำสั่ง
Main Menu : Annotate > Chain
Ribbon bar : Annotate >