1 of 24

2 of 24

3 of 24

เนื่องจากรถยนต์สมัยใหม่สามารถเร่งความเร็วได้สูงมากและความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ในการขับเคลื่อนสูง อีกทั้งสภาพการจราจรในเมืองติดขัดมาก ทำให้ต้องมีการใช้น้ำมันเบรกที่มีคุณภาพสูง

4 of 24

8.1.1 ประเภทของน้ำมันเบรก

1. น้ำมันเบรกที่ผลิตจากสารสังเคราะห์ เป็นน้ำมันสังเคราะห์พวกอีเทอร์หรือไกลคอล สามารถทนอุณหภูมิสูงได้ดี ไม่แข็งตัวที่อุณหภูมิต่ำ มีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำและไอน้ำในอากาศได้ดีเป็นพิเศษ แต่เป็นอันตรายต่อสีรถ

2. น้ำมันเบรกที่ผลิตจากน้ำมันแร่ เป็นน้ำมันที่ผลิตเป็นพิเศษสำหรับระบบเบรก โดยเพิ่มสารเคมีพิเศษที่ทำให้มีคุณสมบัติแตกต่างจากน้ำมันธรรมดา ไม่รวมตัวกับน้ำ และไม่เป็นอันตรายต่อสีรถ แต่ไม่ค่อยดีตรงที่มีอุณหภูมิสูงและต่ำมาก

5 of 24

3. น้ำมันเบรกที่ผลิตจากซิลิโคน เป็นน้ำมันที่ผลิตจากซิลิโคนที่สังเคราะห์ขึ้นเป็นพิเศษ ทนความร้อนและอุณหภูมิสูงได้ดีเป็นพิเศษ แม้อุณหภูมิต่ำก็ไม่แข็งตัว ไม่เป็นอันตรายต่อสีรถ ไม่ดูดซับน้ำหรือไอน้ำ มีราคาแพงมาก

8.1.1 ประเภทของน้ำมันเบรก (ต่อ)

6 of 24

 8.1.2 มาตรฐานน้ำมันเบรก

1. SAE, 70R3, J 1702, J 1703

2. US FMVSS (Federal Motor Vehicle Safety Standard) 116, DOT3, DOT4

3. ISO 4925

4. JIS K2233

7 of 24

8.1.3 คุณสมบัติที่ต้องการในน้ำมันเบรก

1. จุดเดือด (Boiling Point) จุดเดือดของน้ำมันเบรกเป็นจุดที่สำคัญที่จะบ่งบอกคุณภาพและประสิทธิภาพของน้ำมันเบรก ซึ่งสถาบันมาตรฐานต่าง ๆ ได้กำหนดมาตรฐานของน้ำมันเบรกไว้ดังนี้

– SAE J 1703 กำหนดให้น้ำมันเบรกมีจุดเดือดสูงกว่า 205 องศาเซลเซียส

– US FMVSS DOT3 กำหนดให้น้ำมันเบรกมีจุดเดือดสูงกว่า 205 องศาเซลเซียส

– US FMVSS DOT4 กำหนดให้น้ำมันเบรกมีจุดเดือดสูงกว่า 230 องศาเซลเซียส

8 of 24

2. ปฏิกิริยาต่อซีลยาง (Rubber Swelling) น้ำมันเบรกที่ดีต้องมีคุณสมบัติไม่ทำปฏิกิริยากับซีลยางและท่อยาง คือไม่ทำให้ซีลยางแข็งตัวหรืออ่อนตัว และที่สำคัญต้องไม่ทำให้ซีลยางเกิดการหดตัวหรือขยายตัวเกินขนาด หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า ซีลบวม

3. การกัดกร่อน (Corrosion) น้ำมันเบรกที่ดีต้องมีคุณสมบัติที่ไม่ทำปฏิกิริยากับโลหะ เช่น เหล็ก ทองแดง ทองเหลือง และอะลูมิเนียม และน้ำมันเบรกต้องมีสารเพิ่มคุณภาพในการป้องกันการกัดกร่อนกับโลหะ

9 of 24

4. การหล่อลื่น (Lubrication) น้ำมันเบรกที่ดีต้องช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนที่เกิดจากการเคลื่อนที่ได้ และช่วยลดแรงเสียดทานอันจะทำให้ชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่เกิดการสึกหรอได้น้อยลง

5. ความสามารถในการผสมกันได้ (Compatibility) น้ำมันเบรกที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและผลิตมาจากฐานเดียวกันต้องสามารถรวมตัวกันได้ดี โดยไม่ทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ในระบบเบรกเสียหาย อันเนื่องมาจากปฏิกิริยาจากการผสมกันของน้ำมันเบรกเหล่านั้น

10 of 24

8.1.4 ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันเบรก

1. ห้ามนำน้ำมันเบรกที่มีมาตรฐานต่างกันหรือผลิตจากฐานที่ต่างชนิดกันมาผสมรวมกัน

2. น้ำมันเบรกพวกอีเทอร์ ไกลคอล มาตรฐาน SAE J 1703 หรือ DOT3 สามารถใช้รวมกันได้

3. ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกทุก 9–12 เดือน หรือเมื่อจุดเดือดของน้ำมันเบรกต่ำกว่าที่มาตรฐาน กำหนดคือ 150 องศาเซลเซียส

4. ห้ามนำน้ำมันเบรกที่ถ่ายออกไปแล้วกลับมาใช้ใหม่

5. ห้ามใช้น้ำมันเบรกแทนน้ำมันหล่อลื่นหรือจาระบี

6. ระวังน้ำมันเบรกถูกสีรถหรือบริเวณที่เคลือบยางเหนียว

7. ระวังอย่าให้น้ำมันเบรกเข้าตาหรือถูกผิวหนัง

11 of 24

จาระบี (Grease) เป็นผลิตภัณฑ์หล่อลื่นชนิดหนึ่ง มีลักษณะกึ่งของแข็งกึ่งของเหลวเหมาะสำหรับใช้หล่อลื่นในที่ที่น้ำมันไม่สามารถหล่อลื่นได้อย่างสมบูรณ์ เช่น แบริ่ง บูช หรือตลับลูกปืนบางชนิด

8.2.1 การผลิตจาระบี

การผลิตจาระบีมีขั้นตอนดังนี้

1. นำไฮดรอกไซด์ของโลหะหรือด่างมาผสมกับไขสัตว์หรือน้ำมันพืชให้เป็นสบู่

2. ผสมน้ำมันพื้นฐานกับสบู่

3. เติมสารเพิ่มคุณภาพต่าง ๆ ตามที่ต้องการ

12 of 24

8.2.2 คุณสมบัติของจาระบีที่ใช้สารชนิดต่าง ๆ

ชนิดของสารที่ใช้

คุณสมบัติของจาระบี

จุดหยด (oF)

สบู่แคลเซียม

สบู่โซเดียม

สบู่อะลูมิเนียม

สบู่แคลเซียมคอมเพล็กซ์

สบู่ลิเทียม

สบู่ลิเทียมคอมเพล็กซ์

คอลลอยด์แดลเคลย์

ทนน้ำ ไม่ทนความร้อน

ทนความร้อน ไม่ทนน้ำ

ทนน้ำ ไม่ทนความร้อน

ทนน้ำและทนความร้อน

ทนน้ำและทนความร้อน

ทนน้ำและทนความร้อนสูง

ทนน้ำและทนความร้อนสูง

200

350 – 400

200

350 – 400

350

380

13 of 24

8.2.3 ประเภทของจาระบี

1. จาระบีที่มีส่วนผสมของสบู่แคลเซียม จาระบีชนิดนี้จะป้องกันน้ำได้ดี นิยมใช้ในงานที่มีอุณหภูมิปกติและบริเวณที่มีความชื้น เช่น ใช้อัดลูกหมากเครื่องล่างของรถยนต์ เป็นต้น

2. จาระบีที่มีส่วนผสมของสบู่โซเดียม เป็นจาระบีชนิดที่ทนความร้อนได้สูง แต่ละลายน้ำได้ มีคุณสมบัติในการป้องกันการผุกร่อนและกันสนิม นิยมใช้กับแบริ่งที่มีความเร็วรอบต่ำ

3. จาระบีที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียม จาระบีชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการจับเกาะ (Adhesive) กับชิ้นงานได้ดีเป็นพิเศษ ไม่ละลายกับน้ำ เหมาะกับงานที่ต้องใช้แรงเหวี่ยงมาก ๆ เช่น เพลาลูกเบี้ยว โซ่

14 of 24

8.2.3 ประเภทของจาระบี (ต่อ)

4. จาระบีที่มีส่วนผสมของแบเรียม เป็นจาระบีที่มีคุณสมบัติหลายอย่าง สามารถทนต่อแรงเฉือนได้ดี ไม่ละลายกับน้ำ และสามารถใช้กับงานที่มีอุณหภูมิสูงถึง 275 องศาฟาเรนไฮต์

5. จาระบีที่มีส่วนผสมของลิเทียม จาระบีชนิดนี้จัดว่าเป็นจาระบีชนิดที่ดีที่สุดสามารถทนแรงเฉือนได้ดี ไม่ละลายกับน้ำ ทนต่อแรงอัด แรงกระแทก ทนต่อแรงกดดันสูง นิยมนำไปใช้หล่อลื่นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องบิน

6. จาระบีที่มีส่วนผสมของสบู่หลายชนิด จาระบีชนิดนี้มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นคือกันน้ำและทนความร้อน โดยราคาถูกกว่าจาระบีชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน แต่คุณภาพจะสู้จาระบีที่ใช้สบู่ชนิดเดียวไม่ได้ เหมาะใช้กับงานที่มีความชื้นไม่มากและอุณหภูมิไม่สูงเกินไป

15 of 24

8.2.3 ประเภทของจาระบี (ต่อ)

7. จาระบีที่ทำจากสบู่คอมเพล็กซ์ จาระบีชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษเช่นเดียวกันกับจาระบีที่มีส่วนผสมของสบู่แคลเซียม แต่จะทนความร้อนและสามารถรับแรงกดได้สูงกว่าจาระบีชนิดผสมสบู่แคลเซียมธรรมดา

8. จาระบีอเนกประสงค์ เป็นจาระบีที่ใช้สบู่เพียงชนิดเดียวเป็นส่วนผสม ราคาถูก �มีคุณสมบัติทนความร้อน ไม่ละลายน้ำ และสามารถรับแรงกดได้สูงเช่นเดียวกับจาระบีชนิดอื่น ๆ เหมาะใช้กับงานหล่อลื่นยานยนต์และงานอุตสาหกรรมทั่วไป

16 of 24

8.2.3 ประเภทของจาระบี (ต่อ)

9. จาระบีชนิดรับแรงกดสูง จาระบีชนิดนี้เหมาะที่จะใช้กับงานหนักที่เครื่องจักรต้องรับแรงกดหรือมีแรงกระแทกสูง จาระบีชนิดนี้มีสารเพิ่มคุณภาพประเภทกำมะถัน ฟอสฟอรัส คลอรีน ตะกั่ว อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน

10. จาระบีที่ไม่มีส่วนผสมของสบู่ จาระบีชนิดนี้จะใช้ส่วนผสมของดินเหนียว ซิลิกาเจล เบนโทน หรือผงถ่านเป็นส่วนประกอบแทนสบู่ จาระบีชนิดนี้มีคุณสมบัติเฉพาะคือ ทนความร้อนได้สูงและป้องกันการรวมตัวกับออกซิเจนในอากาศเมื่อมีความร้อนสูงได้

17 of 24

8.2.4 ความอ่อนแข็งของจาระบี

เบอร์จาระบี

(Consistency Number)

ระยะจมของกรวยทดสอบที่ 25 oC �(ASTM Worked Penetration, 77 oF, 1/10 mm)

000 อ่อนมาก

00

0

1

2

3

4

5

6 แข็ง

445–475

400–430

355–385

310–340

265–295

220–250

175–205

130–160

85–115

18 of 24

8.2.5 จุดหยด ASTM D 566

จุดหยด ASTM D 566 คือ จุดที่จาระบีหมดความเหนียวหรือความคงตัวกลายเป็นของเหลว จุดนี้วัดอุณหภูมิเป็นองศา จุดหยดของจาระบีทำให้ทราบว่าจาระบีนั้นทนความร้อนได้ในอุณหภูมิสูงแค่ไหน จุดหยดนี้จะขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของสบู่หรือสารพิเศษที่ผสมอยู่ในจาระบีนั้น ๆ

19 of 24

8.2.6 การเลือกใช้จาระบี

การเลือกใช้จาระบีจะขึ้นอยู่กับชนิดและความเร็วของชิ้นงานของเครื่องจักรกล อุณหภูมิ ระดับความชื้น วิธีการใช้งานของเครื่องจักรกล และสภาพแวดล้อมของเครื่องจักรนั้น

1. ชนิดของจาระบี เกี่ยวข้องกับงานต่าง ๆ ต่อไปนี้

(1) ต้องการทนความร้อนปานกลาง

(2) ต้องการทนน้ำ ความชื้น

(3) ต้องการทนทั้งความร้อนและน้ำ

(4) ต้องการทนต่อแรงกดสูงหรือแรงกระแทก

(5) ต้องการการเกาะติดดี

20 of 24

8.2.6 การเลือกใช้จาระบี (ต่อ)

2. เบอร์จาระบี มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานและวิธีการอัดจาระบี ดังนี้

(1) กระปุกเฟืองเกียร์หมุนเร็ว ควรใช้จาระบีอ่อน ๆ เบอร์ 0 หรือเบอร์ 1

(2) ปืนอัดจาระบี ถ้วยอัดจาระบี หรือแพ็กจาระบีด้วยมือ อาจใช้จาระบีเบอร์ 2 เบอร์ 3 หรือเบอร์ 4

(3) แบริ่งธรรมดาหมุนช้า โหลดสูง ๆ อาจใช้เบอร์ 4 หรือเบอร์ 5

(4) การอัดจาระบีแบบอัตโนมัติ (Centralized System) อาจใช้เบอร์ 0 หรือเบอร์ 1 เพื่อให้จาระบีไหลอัดได้เร็ว

21 of 24

8.2.6 การเลือกใช้จาระบี (ต่อ)

3. วิธีการอัดจาระบี แบ่งเป็นวิธีต่าง ๆ ได้ดังนี้

(1) ด้วยมือ (Hand Pack) เช่น การแพ็กจาระบีลูกปืน เมื่อแพ็กจาระบีเต็มตลับลูกปืนแล้ว ในการประกอบเข้าไปพร้อมกับฝาปิดหัวท้ายควรมีที่ว่างให้กับจาระบี

(2) ถ้วยอัดจาระบี (Grease Cup) ควรปรับอัตราการอัดให้เหมาะสมกับงาน

(3) ปืนอัดจาระบี (Grease Gun) ถ้ามีสภาพดีจะสามารถอัดจาระบีเข้าได้ง่ายและไม่ล้นทะลักออกมามาก และสภาพของหัวอัดจาระบีที่แบริ่ง ถ้าเกิดการอุดตันจะอัดจาระบีเข้าไม่ได้

(4) แบบอัตโนมัติ

22 of 24

4. อัตราการอัดจาระบี ควรปรับอัตราการอัดจาระบีให้เหมาะสมกับสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้

(1) ความร้อน

(2) เสียงดัง

(3) น้ำชะล้างหรือซีลเพลาชำรุด

8.2.6 การเลือกใช้จาระบี (ต่อ)

23 of 24

8.2.6 การเลือกใช้จาระบี (ต่อ)

5. การใช้ชนิด เบอร์ และยี่ห้อจาระบีต่างกัน

(1) ไม่ควรใช้จาระบีต่างชนิดปนกัน เพราะสารเพิ่มคุณภาพในจาระบีต่างชนิดกันอาจทำปฏิกิริยากันทำให้เกิดการเสียหายได้

(2) ใช้ต่างเบอร์แต่ชนิดเดียวกันได้

(3) การใช้จาระบีต่างยี่ห้อปนกัน หากเป็นประเภทสบู่เช่นเดียวกันสามารถทำได้

24 of 24

8.2.7 จาระบีจากปิโตรเลียม

จาระบีชนิดนี้ส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบจากกาก (Residuum) ที่เหลือจากการกลั่นน้ำมันดิบ ซึ่งได้แก่พวกแอสฟัลติกแมทีเรียล (Asphaltic Material) ซึ่งมีแรงเกาะติดกันดีมาก จึงนิยมนำไปใช้กับงานประเภทเกียร์เปิดที่รับภาระสูง ๆ และพวกลวดสลิง สารที่จะนำไปใช้เติมเพื่อเพิ่มคุณภาพของจาระบีนี้ ได้แก่ พวกใยหิน แกรไฟต์ และพวกไขมันบางชนิด บางครั้งอาจนำไปรวมกับจาระบีชนิดอื่น ๆ