1 of 32

2 of 32

3 of 32

4 of 32

เพื่อความสะดวกรวดเร็วง่ายต่อการอ่าน และการทำความเข้าใจการทำงานของระบบนิวเมติกส์ในวงการอุตสาหกรรม จึงนิยมใช้สัญลักษณ์แทนอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้

ตารางที่ 4.1 สัญลักษณ์ของวาล์วควบคุมทิศทาง

5 of 32

ตารางที่ 4.1 (ต่อ) สัญลักษณ์ของวาล์วควบคุมทิศทาง

6 of 32

ตารางที่ 4.1 (ต่อ) สัญลักษณ์ของวาล์วควบคุมทิศทาง

7 of 32

ตัวอย่างที่ 4.1

ตำแหน่งปกติเปิด หมายถึง ในตำแหน่งที่วาล์วค้างอยู่ก่อนลมผ่านออกได้ NO (Normally Open)

ตัวอย่างที่ 4.2

ตำแหน่งปกติปิด หมายถึง ในตำแหน่งที่วาล์วค้างอยู่ก่อนลมผ่านออกไม่ได้ NC (Normally Closed)

8 of 32

ตารางที่ 4.2 ตัวอย่างสัญลักษณ์วาล์วควบคุมทิศทาง

9 of 32

ตารางที่ 4.2 (ต่อ) ตัวอย่างสัญลักษณ์วาล์วควบคุมทิศทาง

10 of 32

ตารางที่ 4.2 (ต่อ) ตัวอย่างสัญลักษณ์วาล์วควบคุมทิศทาง

11 of 32

การตั้งชื่อโดยทั่วไปนิยมใช้ 3 แบบ คือ แบบตัวเลข แบบตัวอักษร และแบบตัวย่อ แต่ที่พบเห็นในปัจจุบันจะเป็นแบบตัวเลขกับแบบตัวอักษร

ตารางที่ 4.3 การตั้งชื่อช่องลม

12 of 32

ตารางที่ 4.3 (ต่อ) การตั้งชื่อช่องลม

13 of 32

ตารางที่ 4.3 (ต่อ) การตั้งชื่อช่องลม

14 of 32

ตารางที่ 4.3 (ต่อ) การตั้งชื่อช่องลม

15 of 32

ตัวอย่างการเขียนช่องลมในวาล์วอย่างสมบูรณ์

16 of 32

การบังคับการเลื่อนของวาล์วควบคุมทิศทาง แบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่ การเลื่อนโดยใช้มนุษย์การเลื่อนโดยใช้กลไก การเลื่อนโดยใช้ลม และการเลื่อนโดยใช้ไฟฟ้า

4.4.1 การเลื่อนโดยใช้มนุษย์ (Manual Actuation)

ตารางที่ 4.4 สัญลักษณ์และความหมายการเลื่อนโดยใช้มนุษย์

17 of 32

4.4.2 การเลื่อนโดยใช้กลไก (Mechanical Actuation)

ตารางที่ 4.5 สัญลักษณ์และความหมายการเลื่อนโดยใช้กลไกล

18 of 32

4.4.3 การเลื่อนโดยใช้ลม (Pneumatic Actuation)

ตารางที่ 4.6 สัญลักษณ์และความหมายการเลื่อนโดยใช้ลม

19 of 32

4.4.4 การเลื่อนโดยใช้ไฟฟ้า (Electrical Actuation)

ตารางที่ 4.7 สัญลักษณ์และความหมายการเลื่อนโดยใช้ไฟฟ้า

20 of 32

4.4.5 การเลื่อนโดยใช้ระบบผสม (Combined Actuation)

ตารางที่ 4.8 สัญลักษณ์และความหมายการเลื่อนโดยใช้ระบบผสม

ตำแหน่งของการเลื่อนวาล์วแบ่งตามทิศทางการเคลื่อนที่ไว้ 2 ชนิด คือ

1. การเลื่อนวาล์วไปจากตำแหน่งปกติ (Set or Operate)

2. การเลื่อนวาล์วกลับสู่ตำแหน่งปกติ (Reset or Return)

21 of 32

ตัวอย่างที่ 4.3

22 of 32

23 of 32

โครงสร้างของวาล์วควบคุมทิศทาง วาล์วควบคุมทิศทางแบ่งลักษณะโครงสร้างออกเป็น �2 ประเภท คือ

แบบนั่งบ่า (Poppet Valve)

แบบลูกบอล (Ball Seat Valve)

แบบแผ่นกลม (Dise Seat Valve)

แบบเลื่อน (Slide Valve)

แบบลูกสูบเลื่อน (Piston Slide Valve)

แบบลูกสูบและแผ่นเลื่อน (Piston Flat Slide Valve)

แบบแผ่นหมุน (Plate Slide Valve or Rotary Slide Valve)

4.6.1 วาล์วแบบนั่งบ่า (Poppet valve)

วาล์วชนิดนี้จะใช้สำหรับเปิด–ปิดลมด้วยลูกบอลหรือแผ่นกลม ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการรั่วซึมได้ดีมาก แต่มีข้อเสียคือ ต้องใช้แรงปิด–เปิดมากขึ้น เมื่อความดันลมเพิ่มขึ้น

1. วาล์ว 2/2 แบบนั่งบ่า ชนิด Ball Seat Valve

24 of 32

ตารางที่ 4.9 วาล์ว 2/2 แบบนั่งบ่า ชนิด Ball Seat Valve

25 of 32

2. วาล์ว 3/2 แบบนั่งบ่า ชนิด Disc Seat Valve

ตารางที่ 4.10 วาล์ว 3/2 แบบนั่งบ่า ชนิด Disc Seat Valve

26 of 32

4.6.2 วาล์วแบบเลื่อน Slide Valve

โครงสร้างของวาล์วแบบเลื่อนจะเป็นลูกสูบหลายตอน หรือมีแผ่นเลื่อนร่วมด้วยหรือเป็นแบบแผ่นหมุนเลื่อนไป – มา ภายในวาล์ว

1. วาล์ว 3/2 แบบลูกสูบเลื่อน

ตารางที่ 4.11 วาล์ว 3/2 แบบลูกสูบเลื่อน

27 of 32

2. วาล์ว 5/2 แบบลูกสูบเลื่อน (Piston Slide Valve)

ตารางที่ 4.12 วาล์ว 5/2 แบบลูกสูบเลื่อน

28 of 32

ตารางที่ 4.12 (ต่อ) วาล์ว 5/2 แบบลูกสูบเลื่อน

29 of 32

3. วาล์ว 4/2 แบบแผ่นเลื่อน (Piston Flat Slide Valve)

ตารางที่ 4.13 วาล์ว 4/2 แบบแผ่นเลื่อน

30 of 32

ตารางที่ 4.13 วาล์ว 4/2 แบบแผ่นเลื่อน

31 of 32

4. วาล์ว 4/3 แบบแผ่นหมุน (Plate Slide Valve or Rotary Slide Valve)

ตารางที่ 4.14 วาล์ว 4/3 แบบแผ่นหมุน

32 of 32