หัวข้อเรื่อง
4.1 ปัญหาสังคม
4.2 สภาพปัญหาสังคมไทย
4.3 สภาพปัญหาการทุจริต
4.1 ปัญหาสังคม
4.1.1 ความหมายของปัญหาสังคม
ปัญหาสังคมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในสังคมของมนุษย์ เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องประสบพบเห็นเสมอซึ่งความหมายของปัญหาสังคมนั้นมีนักวิชาการและนักสังคมวิทยาได้เสนอไว้ดังนี้
ราบ และ เซลซ์นิค (Rabb and Selznick) กล่าวว่า ปัญหาสังคม คือ ปัญหาที่สัมพันธ์เกี่ยวกับคนส่วนใหญ่ในสังคมในลักษณะที่ขัดต่อระเบียบของสังคม หรือปัญหาสังคมเกี่ยวข้องกับความร้สึกและความต้องการขั้นมูลฐานของสังคม เกิดจากผลของความสัมพันธ์ของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งกระทบกระเทือนต่ออีกกลุ่มหนึ่ง โดยที่สังคมไม่สามารถจะควบคุมบุคคลให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคมได้
สัญญา สัญญาวิวัฒน์ (2542) กล่าวไว้ว่า ปัญหาสังคมในมุมของสังคมวิทยา คือ สถานการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับค่านิยมของคนในสังคมหนึ่ง ซึ่งมีความรู้สึกว่ามีความรุนแรงถึงขั้นจะต้องมีการแก้ไข เมื่อเขารู้ว่าเขามีความสามารถที่จะแก้ไขเรื่องนี้ให้หมดสิ้นไปได้
สัญญา สัญญาวิวัฒน์ (2542) กล่าวไว้ว่า ปัญหาสังคมในมุมของสังคมวิทยา คือ สถานการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับค่านิยมของคนในสังคมหนึ่ง ซึ่งมีความรู้สึกว่ามีความรุนแรงถึงขั้นจะต้องมีการแก้ไข เมื่อเขารู้ว่าเขามีความสามารถที่จะแก้ไขเรื่องนี้ให้หมดสิ้นไปได้
ประยงค์ อ่อนตา (ม.ป.ป.) ได้อธิบายแนวคิดของ พอล บี. ฮอร์ตัน และเยรอลด์ อาร์. เลสลี (Paul B. Horton and Gerald R. Leslie) ว่า ปัญหาสังคมเป็นสภาวการณ์ที่มีผลต่อประชาชนจำนวนมากซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาและมีความรู้สึกว่าสภาวะนั้นสามารถกระทำบางอย่างเพื่อแก้ไขได้โดยกระทำร่วมกันหรือปัญหาสังคมเป็นสภาวะที่กระทบกระเทือนต่อบุคคลจำนวนหนึ่งที่มากพอสมควรในวิธีทางที่ไม่พึงปรารถนาและมีความรู้สึกว่าควรจะมีการกระทำร่วมกันบางอย่าง
ประสาท หลักศิลา (อ้างถึงใน พระทองพจน์ ธีรธมฺโม และคณะ, 2561) กล่าวว่า ปัญหาสังคมเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจะเข้าใจกันหรือเชื่อกันว่าสถานการณ์เช่นนั้นเป็นอันตรายต่อคุณธรรมของปัญหาและต้องการหาทางแก้ไขสถานการณ์นั้นให้ดีขึ้นด้วยการร่วมมือทางสังคม
อำนวยวิทย์ ชูวงษ์ (2515) กล่าวว่า ปัญหาสังคม หมายถึง แบบแผนพฤติกรรมหรือสภาพซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ถือว่าเป็นสิ่งอันไม่พึงปรารถนา ซึ่งต้องมีนโยบาย โครงการแก้ไขและมีบริการที่จำเป็นเพื่อลดปัญหาให้น้อยลง
สรุป “ปัญหาสังคม” หมายถึง สภาวการณ์และพฤติกรรมบางอย่างที่สมาชิกในสังคมเห็นร่วมกันว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และก่อให้เกิดความยุ่งยาก จึงต้องการให้มีการปรับปรุงและแก้ไขปัญหา
4.1.2 ลักษณะของปัญหาสังคม
จากความหมายของปัญหาสังคมสามารถจำแนกลักษณะของปัญหาสังคมได้ ดังนี้
1. เป็นสิ่งที่สมาชิกในสังคมส่วนใหญ่พิจารณาและมีความคิดเห็นร่วมกันว่าเป็นปัญหาหรือสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาและประสงค์ให้มีการแก้ไข เช่น กรณีตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นสภาวการณ์ที่สมาชิกในสังคมมีความเห็นร่วมกันว่าเป็นปัญหา เนื่องจากการที่วัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่ยังไม่มีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบที่เพียงพอในการเลี้ยงดูบุตรให้เติบโตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งปัญหานี้อาจส่งผลกระทบทางด้านสุขภาพกายสุขภาพจิต และผลกระทบในระยะยาวต่อวัยรุ่นทั้งทางด้านการศึกษา ครอบครัว เศรษฐกิจ และส่งผลกระทบต่อสังคม เช่น วัยรุ่นบางคนตัดสินใจทำแท้งเถื่อนซึ่งมีอันตรายถึงชีวิต วัยรุ่นบางคนอาจไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ส่งผล
ให้มีโอกาสในการทำงานไม่มากและอาจมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพและเลี้ยงดูบุตร เป็นต้น
2. เป็นสิ่งที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในสังคม เมื่อค่านิยมหรือการตีความในแบบแผนพฤติกรรมแตกต่างไป เช่น กรณีสามีทำร้ายร่างกายภรรยา ในอดีตคนไทยมีความเชื่อว่าการที่สามีทำร้ายภรรยาเป็นสิทธิ์ อันชอบธรรมของผู้เป็นสามี เพราะเป็นคนทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว จึงมีสิทธิและอำนาจในการอบรมสั่งสอนภรรยา หรือความเชื่อที่ว่าการทำร้ายร่างกายเป็นเรื่องของสามีภรรยาหรือคนภายในครอบครัว คนอื่นไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือให้ความช่วยเหลือ แต่ในปัจจุบันมีความเชื่อว่าทุกคนในสังคมมีสิทธิเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์จะทำร้ายบุคคลอื่นแม้เป็นคนภายในครอบครัว
3. เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบถึงสมาชิกในสังคมส่วนใหญ่ เช่น กรณีเด็กวัยรุ่นขับรถประลองความเร็วบนถนนสาธารณะ ทำให้ส่งเสียงดังรบกวนประชาชนที่อาศัยบริเวณริมถนนและผู้ขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนแต่ถ้าเด็กวัยรุ่นขับรถประลองความเร็วบนสนามแข่งรถย่อมไม่กลายเป็นปัญหา เนื่องจากไม่ได้ทำให้ผู้ใดเดือดร้อน
4. เป็นสิ่งที่เกิดจากการบังคับใช้กฎเกณฑ์ เช่น กรณีปัญหาการไม่ข้ามถนนบนสะพานลอยหรือในทางข้าม ซึ่งเกิดจากการที่ประชาชนไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด
5. เป็นสิ่งที่สมาชิกในสังคมส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าควรมีการแก้ไข ปรับปรุง กระทำการให้ถูกต้อง เช่น กรณีในอดีตปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่ไม่สามารถแก้ไขได้แต่เมื่อมนุษย์สามารถใช้สติปัญญาในการแก้ไขปรับปรุงหรือควบคุมปัญหาเหล่านั้นได้ ส่งผลให้ปัญหาดังกล่าวกลายเป็นปัญหาสังคม เนื่องจากการป้องกันอุทกภัยด้วยการสร้างเขื่อน ส่งผลให้เกิดข้อคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากขึ้น เช่น สร้างเขื่อนที่ไหน ควรสร้างเขื่อนหรือไม่ หรือสร้างแล้วใครได้ผลประโยชน์ ใครเสีย
ประโยชน์ และส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง เป็นต้น
4.1.3 สาเหตุของปัญหาสังคม
สาเหตุหรือปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสังคม มีดังนี้
1. การเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะด้านโครงสร้างและการทำงานของสังคมซึ่งกระทบต่อการดำเนินชีวิต ตลอดจนการปรับตัวของคนในสังคมและสถาบันต่าง ๆ เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป หากไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็จะก่อให้เกิดปัญหาสังคมขึ้น
2. สิ่งแวดล้อมทางสังคม เช่น ภาวะทางครอบครัว การศึกษา ศาสนา เศรษฐกิจ สื่อมวลชนอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตก
3. ความไร้ระเบียบของสังคม เกิดจากการละเมิดไม่ปฏิบัติตามระเบียบสังคมของบุคคลบางกลุ่มทำให้กระทบต่อโครงสร้างของสังคม ก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา
4.1.4 ประเภทของปัญหาสังคม
ปัญหาสังคมสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. ปัญหาสังคมที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น การเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง ก่อให้เกิดปัญหาสังคมที่สำคัญได้แก่ ปัญหาชุมชนแออัด ปัญหาจราจร ปัญหาอุบัติเหตุ ปัญหาการว่างงาน ปัญหาวัยรุ่น ปัญหาผู้สูงอายุ ปัญหามลพิษ และปัญหาประชากร
2. ปัญหาสังคมที่เกิดจากความไม่เป็นระเบียบในสังคม การขาดจิตสำนึก และพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากปกติของสมาชิกในสังคม เช่น ปัญหาการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน ปัญหายาเสพติด ปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาโสเภณี ปัญหาการพนัน ปัญหาโรคเอดส์
4.1.5 แนวทางแก้ไขปัญหาสังคม
แนวทางที่ใช้แก้ไขปัญหาสังคมสามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
1. การแก้ไขปัญหาแบบย่อย คือ การแก้ไขปัญหาแบบเฉพาะหน้า ซึ่งจะเห็นผลในทันที เช่นการนำอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า ไปแจกแก่ผู้ประสบภัยพิบัติเพื่อยังชีพ
2. การแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม คือ การแก้ไขปัญหาแบบมีการวางแผนล่วงหน้า ก่อให้เกิดผลที่แน่นอนและยั่งยืน เช่น การแก้ปัญหาการว่างงานด้วยการฝึกอบรมอาชีพ การแก้ปัญหาความยากจนด้วยการส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริม
4.3 สภาพปัญหาการทุจริต
ปัจจุบันสังคมไทยเกิดปัญหาขึ้นหลายปัญหา ปัญหาสำคัญและส่งผลกระทบต่อสังคม เช่น
4.2.1 ปัญหายาเสพติด
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ปัจจุบันประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างรุนแรง มีการลักลอบผลิตยาเสพติดในประเทศ รวมทั้งยังลักลอบนำเข้ายาเสพติดมาจากต่างประเทศ เช่น เฮโรอีน ยาบ้า ยาอี โคเคน แม้จะมีการปราบปรามจากฝ่ายรัฐอย่างเข้มงวดและจริงจังแต่การแพร่ระบาดของยาเสพติดก็ยังไม่ลดลง และมีการพัฒนายาเสพติดให้มีฤทธิ์รุนแรงมากขึ้น กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายใหม่ทั้งในกลุ่มผู้ค้าและผู้เสพยังคงมีสัดส่วนที่สูง โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่มีอายุ 15–19 ปี และอายุต่ำกว่า 15 ปี นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนมีส่วนร่วม มีผลประโยชน์ หรือเกี่ยวข้องกับการค้า
ยาเสพติดด้วย สำหรับยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดในสังคมไทยส่วนใหญ่เป็นยาบ้า ไอซ์ เฮโรอีน ฝิ่น สารระเหย
สาเหตุ การติดยาเสพติดส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากการประสบปัญหาชีวิต ทั้งปัญหาความยากจนปัญหาหนี้สิน ปัญหาการว่างงาน ปัญหาครอบครัว การไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ นอกจากนี้ยังเกิดจากการถูกชักขวน ความอยากรู้อยากลอง การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม การบำบัดอาการเจ็บป่วย และความเชื่อในทางที่ผิด
ผลกระทบ ยาเสพติดเป็นปัญหาที่คุกคามและบ่อนทำลายประเทศชาติ โดยส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อบุคคลและสังคมโดยรวม เช่น ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของผู้เสพ ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมเสียบุคลิกภาพ และสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมขึ้นในสังคม รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดการเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดเป็นจำนวนมาก
แนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อคนในสังคมทุกระดับ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนาน ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันแก้ไขให้หมดไปจากสังคมไทย โดยมีแนวทางดังนี้
1. การปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสม โดยปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายให้ทันสมัย เหมาะสมกับสภาพสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่น เพิ่มบทลงโทษเกี่ยวกับการกระทำผิดในคดียาเสพติดให้รุนแรงขึ้น เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์จะแสวงหาประโยชน์จากยาเสพติดเกิดความเกรงกลัว ปรับเนื้อหาของกฎหมายให้ครอบคลุมถึงการทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. การปรับปรุงมาตรการการรักษากฎหมายให้เข้มงวด จริงจัง และซื่อสัตย์ ยาเสพติดเป็นอาชญากรรมที่มีอิทธิพลและผลประโยชน์มหาศาล การปราบปรามทำได้ยากและประสบปัญหาหลายประการเช่น เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดถูกปองร้าย ถูกอิทธิพลครอบงำทำให้เกิดการทุจริตขึ้น ดังนั้นจึงต้องปลูกจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่มีความรับผิดชอบและเข้มงวดในการรักษากฎหมาย ไม่ปล่อยให้อิทธิพลต่าง ๆ เข้ามาครอบงำการทำหน้าที่ของตน
3. การสร้างเจตคติและค่านิยมแก่สังคม โดยการกระตุ้นให้สังคมตระหนักในปัญหา เพื่อที่จะได้ร่วมกันหาวิธีการและลงมือแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้น โดยการให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้แก่ประชาชน เพื่อกระต้น ให้ประชาชนเกิดความกลัวในพิษภัยของยาเสพติด และได้รับข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เช่น การจัดนิทรรศการยาเสพติด การเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด
4. การให้การศึกษา เพื่อสร้างความรู้ บุคลิกภาพ เจตคติ และค่านิยมที่ดี เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านยาเสพติดให้เกิดขึ้นแก่สมาชิกของสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน เช่น การจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติดแก่นักเรียนในโรงเรียน
5. การใช้มาตรการทางชุมชน ที่มีความเหมาะสมกับสภาพของแต่ละชุมชน เช่น การขจัดแหล่งอบายมุข แหล่งมั่วสุม และแหล่งจำหน่ายยาเสพติดในชุมชน การส่งเสริมให้เยาวชนในชุมชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การจัดการให้คำปรึกษาและแนะแนวแก่คนในชุมชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน การพัฒนาเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้แก่คนในชุมชน
6. การลดจำนวนผู้ติดยาเสพติด โดยการค้นหาผู้ติดยาเสพติดแล้วรีบให้การบำบัดรักษา ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพ่อแม่ ญาติ หรือผู้ที่มีความใกล้ชิดกับผู้ติดยาเสพติด
4.2.2 ปัญหาความยากจน
ปัญหาความยากจนเป็นปัญหาที่สั่งสมมานานของสังคมไทย เป็นภาวะที่บุคคลขาดแคลน ไม่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความทุกข์ยากในการดำเนินชีวิต รวมทั้งขาดโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตในอีกหลายด้าน และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศจากการพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นทางด้านเศรษฐกิจ แม้จะทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รายได้ต่อหัวของคนไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์ความยากจนของสังคมไทยมีแนวโน้มลดลง ในช่วง พ.ศ. 2540–2549 ประเทศไทยมีจำนวนคนยากจนอยู่ร้อยละ 10 หรือประมาณกว่า 6 ล้านคน ก่อนที่ใน พ.ศ. 2562 สัดส่วนคนยากจนจะลดลงมาเหลือร้อยละ 6.2 หรือประมาณกว่า 4 ล้านคน แต่ปัญหาความยากจนก็ไม่อาจแก้ไขให้หมดไปจากสังคมไทยได้
สาเหตุ ปัญหาความยากจนในสังคมไทยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น การขาดที่ดินทำกิน ต้นทุนการผลิตแพงขึ้น ทำให้เกิดภาระหนี้สินตามมา การขาดช่องทางจำหน่ายสินค้า จึงต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางในท้องถิ่นส่งผลให้ผลผลิตมีราคาตกต่ำ การขาดการศึกษา การขาดความรู้ความสามารถ ทำให้ขาดการวางแผนและการจัดการที่ดี ขาดความรู้และเทคโนโลยีการผลิต ผลผลิตที่ได้จึงไม่มีคุณภาพและมีปริมาณน้อย การขาดศีลธรรมและคุณธรรม ติดอบายมุขและสิ่งเสพติด การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงปัญหาการว่างงาน การถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง
ผลกระทบ ปัญหาความยากจนก่อให้เกิดผลกระทบหลายประการ เพราะก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างคนจนและคนรวยที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้คนจนเกิดความขาดแคลน ไม่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเกิดความทุกข์ยากในการดำเนินชีวิต รวมถึงการขาดโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตในหลาย ๆ ด้านและส่งผลต่อการพัฒนาในระดับประเทศตามมาในที่สุด
แนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาความยากจนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในสังคมไทย และยังส่งผลต่อการพัฒนาประเทศของไทยด้วย ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันแก้ปัญหานี้ให้ลดน้อยหรือหมดไปจากสังคมไทย โดยมีแนวทางดังนี้
1. ภาครัฐต้องส่งเสริมและพัฒนาด้านการศึกษาและสร้างทักษะอาชีพให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในเด็ก เยาวชน รวมถึงบุคคลที่มีรายได้น้อย
2. รัฐต้องจัดการเรื่องบทรัพยากรธรรมชาติเพื่อสนับสนุนการมีที่ดินทำกินของเกษตรกรรายย่อยโดยดำเนินงานจัดหาที่ดินให้เกษตรกรใช้ทำกิน
3. ประชาชนต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านการประกอบอาชีพรวมทั้งเสริมสร้างทักษะด้านการบริหารจัดการเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น
4. น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมาใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งจะช่วยให้บุคคลสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
5. ประชาชนต้องปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทั้งการพนันและยาเสพติด รู้จักประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ
4.2.3 ปัญหาเด็กและเยาวชน
ปัจจุบันสังคมไทยเกิดปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนหลายประการ เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาด้านพฤติกรรมที่มีความฟังเฟ้อ การแต่งกายไม่เหมาะสม ติดเกม ขาดวินัย ขาดความรับผิดชอบ ไม่รู้จักหน้าที่ของตนเอง ปัญหาด้านการศึกษาที่มีการขาดเรียน หนีเรียน ออกจากระบบการศึกษากลางคัน ไม่มีทุนการศึกษา ปัญหาทางเพศทั้งปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การค้าประเวณี และการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ปัญหาด้านคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งเด็กมีนิสัยก้าวร้าว ขาดความเคารพเชื่อฟัง และไม่ปฏิบัติตามวัฒนธรรมอันดีงาม ปัญหาการใช้เวลาว่างที่หมดไปกับการเล่นเกม ติดเพื่อน มั่วสุมกัน เล่นการพนัน ดื่มสุรา ติดบุหรี่ การก่ออาชญากรรมมีการทะเลาะเบาะแว้ง ยกพวกตีกัน ลักขโมย รวมถึงการข่มขืน
สาเหตุ ที่ทำให้เกิดปัญหาเด็กและเยาวชนในสังคมไทย คือ การพัฒนาของสังคมที่เน้นความเจริญในด้านวัตถุ แต่กลับให้ความสำคัญในด้านจิตใจลดน้อยลง ทำให้เด็กและเยาวชนต้องเผชิญกับสังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งวัฒนธรรมการบริโภคนิยมที่ยึดติดกับสิ่งของราคาแพง ยาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักในสังคมไทย การแพร่หลายของสื่อลามกอนาจารผ่านทางสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตความรุนแรงในครอบครัวซึ่งก่อให้เด็กมีพฤติกรรมรุนแรงตามไปด้วย รวมถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีความรุนแรง ก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ นอกจากนี้ยังเกิดจากการที่เด็กขาดความอบอุ่นเนื่องมาจากพ่อแม่หรือครอบครัวไม่มีเวลาให้ความรักและความอบอุ่นแก่เด็กอย่างเพียงพอ
ผลกระทบ ปัญหาเด็กและเยาวชนก่อให้เกิดผลกระทบหลายประการ เช่น เด็กจะเกิดปัญหาไม่เห็นคุณค่าในตนเอง ติดยาเสพติด ติดเชื้อเอดส์และมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม มีครอบครัวตั้งแต่อายุน้อยซึ่งยังไม่มีความพร้อมด้านวุฒิภาวะทางอารมณ์และความสามารถในการเลี้ยงดูบุตรทำให้มีการทำแท้งและการทอดทิ้งเด็ก รวมทั้งใช้ความรุนแรงในครอบครัวตามมากลายเป็นวงจรของปัญหาที่ไม่สิ้นสุด เด็กบางคนต้องออกหางานทำ นำมาซึ่งปัญหาการใช้แรงงานเด็กอย่างไม่เป็นธรรมและผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ทำให้เด็กถูกละเมิดสิทธิและทำทารุณกรรม
รวมถึงเกิดกระบวนการล่อลวงและค้าเด็กเพื่อค้าประเวณีที่มีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น จึงมีเด็กขายบริการทางเพศด้วยความสมัครใจและมีอายุน้อยลงจำนวนมากขึ้น ปัญหาเหล่านี้ทำให้สังคมต้องเข้ามาดูแล รัฐต้องหางบประมาณเข้ามารองรับเป็นจำนวนมาก สังคมเกิดความไม่เป็นระเบียบจากปัญหาที่เกิดขึ้นหากไม่มีการดูแลแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
แนวทางในการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน ปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเป็นปัญหาสำคัญและสมควรเร่งแก้ไข โดยมีแนวทางดังนี้
1. ครอบครัวต้องให้ความรักและความอบอุ่นแก่เด็กและยาวชนอย่างเพียงพอ พ่อแม่ต้องพูดคุยและเป็นที่ปรึกษายามลูกเกิดปัญหา คอยดูแลเอาใจใส่และสังเกตพฤติกรรมของลูกอยู่เสมอ รวมทั้งเปิดใจคุยเรื่องเพศกับลูก เพื่อให้คำปรึกษาและชี้แนะในสิ่งที่ถูกที่ควรแก่ลูก
2. ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เช่น จัดสร้างสนามกีฬาภายในชุมชนจัดตั้งชมรมเพื่อสาธารณประโยชน์ของเด็ก ๆ ในชุมชน จัดกิจกรรมดนตรีสำหรับเด็กและเยาวชน จัดให้มีการส่งเสริมอาชีพให้เด็กและเยาวชนไปทำในเวลาว่าง
3. ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชน เช่น โรงเรียนจัดให้มีการเทศนาธรรมแก่นักเรียนเป็นประจำ พ่อแม่พาลูกไปร่วมกิจกรรมทางศาสนา เพื่อกล่อมเกลาจิตใจของเด็กและเยาวชน
4.2.4 ปัญหาสิ่งแวดล้อม
ปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาสำคัญและส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของคนในสังคม สังคมไทยมีปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายประการ โดยปัญหาสำคัญมีดังนี้
1. อากาศเสีย เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นในชุมชนเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร โดยมีสาเหตุมาจากยานพาหนะต่าง ๆ เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก ทำให้สารพิษจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ถูกปล่อยออกสู่อากาศ นอกจากนี้ควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาอากาศเสียซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้
2. น้ำเสีย ในประเทศไทยการตั้งถิ่นฐานของชุมชนมักมีการพัฒนาอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำลำคลองเพื่ออาศัยน้ำในแหล่งน้ำมาใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การคมนาคม รวมถึงการใช้เป็นแหล่งรองรับน้ำเสีย โดยเมื่อคนมีจำนวนมากขึ้นทำให้แหล่งน้ำไม่สามารถรองรับน้ำเสียที่ปล่อยลงไปได้ น้ำจึงเกิดการเน่าเสีย ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และยังทำให้สัตว์น้ำต่าง ๆ ตายลงไป แหล่งอาหารของคนลดน้อยลง
3. ปัญหาขยะมูลฝอย เมื่อประชากรมีจำนวนมากขึ้นและมีการตั้งบ้านเรือนหนาแน่นขึ้น ปริมาณขยะมูลฝอยก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ในชุมชนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะชุมชนเมืองที่มีประชากรอาศัยอย่างหนาแน่น เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต พัทยา มักมีปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าความสามารถของหน่วยงานที่รับผิดชอบกำจัดขยะมูลฝอย ส่งผลกระทบให้ชุมชนขาดความสะอาดไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น น้ำเสีย อากาศเสีย เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และแพร่กระจายของเชื้อโรค
แนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในสังคม มีแนวทางดังนี้
1. แนวทางแก้ไขปัญหาอากาศเสีย ทำได้โดยการกำหนดค่ามาตรฐานของควันที่ปล่อยออกจากท่อไอเสียของรถยนต์และควันจากโรงงานอุตสาทกรรมเพื่อควบคุมดูแลไม่ให้รถยนต์และโรงงานปล่อยอากาศเสียเหล่านั้นเกินมาตรฐาน โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบควบคุมจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เข้มงวด และเคร่งครัด ส่วนประชาชนต้องตื่นตัวและเข้าใจในปัญหาที่เกี่ยวกับอากาศเสีย ตลอดจนทราบถึงวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องเช่น ดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพดีไม่ปล่อยควันเสียเกินค่ามาตรฐาน สำหรับโรงงาน
อุตสาหกรรมต้องไม่ปล่อยควันหรืออากาศเสียที่มีค่าเกินมาตรฐาน นอกจากนี้ทุกภาคส่วนยังต้องช่วยกันปลูกและดูแลรักษาต้นไม้เพื่อช่วยดูดขับสารพิษในอากาศ เพื่อให้ปัญหาอากาศเสียบรรเทาเบาบางลง
2. แนวทางการแก้ปัญหาน้ำ ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันโดยการไม่ลักลอบปล่อยสิ่งปฏิกูลทิ้งขยะมูลฝอย หรือปล่อยน้ำทิ้งที่ไม่มีการบำบัดลงในแม่น้ำลำคลอง ภาครัฐต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำในลำน้ำและแหล่งน้ำสาธารณะต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้ประโยชน์ และกำหนดมาตรฐานลักษณะน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมสำหรับควบคุมไม่ให้โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำฟังเกินค่ามาตรฐานโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุมต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดและเป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่วางไว้ นอกจากนี้ประชาชนยังต้องช่วยกันดูแลมีให้บุคคลใดกระทำการที่ทำให้น้ำเน่าเน่าเสีย หากพบต้องรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขในทันที และร่วมกันปลูกจิตสำนึกให้คนในสังคมไทยเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งนำเช่น จัดกิจกรรมรณรงค์ จัดนิทรรศการ หรือจัดทำสื่อเพื่อเพื่อเผยแพร่ตามวิทย โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต หรือตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ
3. แนวทางการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องให้บริการเก็บและกำจัดมูลฝอยให้ทั่วถึงทุกครัวเรือน ประชาชนต้องช่วยกันรักษาความสะอาด เช่น ไม่ทิ้งขยะมูลฝอยลงบนถนน ทางเท้า หรือในแม่น้ำลำคลอง ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดของบ้านเรือน ลดปริมาณขยะมูลฝอยโดยใช้สิ่งของอย่างประหยัด ใช้สินค้าที่มีคุณภาพทนทาน ใช้วัสดุธรรมชาติแทนพลาสติกหรือโฟม นำของเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ แยกขยะทุกครั้งก่อนทิ้ง นอกจากนี้ต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกลดปริมาณขยะมูลฝอยให้เกิดขึ้นแก่คนในสังคมเช่น การรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของการลดขยะ
4.3 สภาพปัญหาการทุจริต
การทุจริต หมายถึง การประพฤติชั่ว ประพฤติไม่ดี ไม่ซื่อตรง โกง คดโกง ฉ้อโกง โดยใช้อุบายหรือเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สามารถเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นไปยังวุฒิสภา เพื่อถอดถอนข้าราชการที่ทุจริตให้พ้นจากตำแหน่งได้
การทุจริตเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างการทุจริตในสังคมไทย เช่น การให้หรือรับสินบน การขู่เข็ญบังคับและให้สิ่งล่อใจ การยอมรับของขวัญ การไม่กระทำตามหน้าที่แบบตรงไปตรงมาแต่ใช้อิทธิพลของพรรคพวกแทน การใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด การทุจริตการเลือกตั้ง การมีผลประโยชน์ทับซ้อน การบริจาคเพื่อช่วยเหลือการรณรงค์ที่ผิดกฎหมาย การคอร์รัปชันในรูปของนโยบาย เช่น การใช้นโยบาย กฎหมาย กฎเกณฑ์และข้อบังคับต่าง ๆอย่างมีอคติ การใช้นโยบายประชานิยมของผู้บริหารประเทศ
สาเหตุ ของการทุจริตในสังคมไทย เช่น พฤติกรรมส่วนตัวของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีความโลภ เห็นแก่ได้ ขาดอุดมการณ์และจิตสำนึก เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง เจ้าหน้าที่รัฐมีรายได้น้อย ไม่พอค่าใช้จ่าย ค่านิยมของสังคมที่ยกย่องคนมั่งมี ให้ความสำคัญกับวัตถุ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐแสวงหาประโยชน์อันมิชอบ การรวมกลุ่มระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง ทำให้มีการจัดสรรผลประโยชน์ระหว่างกันอย่างลงตัวในโครงการต่าง ๆของรัฐ ระบบการบริหารงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐขาดประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐมีอำนาจตัดสินให้คุณให้โทษได้มาก ถือเป็นการผูกขาดอำนาจ กฎหมายหลายฉบับมีช่องโหว่ บางฉบับไม่ชัดเจน อาจทำให้เกิดการทุจริตได้ และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเป็นไปอย่างไม่จริงจัง ส่งผลให้ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันได้ ถึงแม้จะมีองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐหลายองค์กรก็ตาม
ผลกระทบ การทุจริตในสังคมไทยส่งผลกระทบในหลาย ๆ ภาคส่วน เช่น ทำให้สังคมไม่เจริญก้าวหน้าและพัฒนาเท่าที่ควร เนื่องจากมีการใช้งบประมาณและทรัพยากรในโครงการต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสม บางส่วนได้ตกไปเป็นของบุคคลบางกลุ่ม ไม่ใช่ประชาชนโดยรวม ทำให้การบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากประชาชนขาดศรัทธา ไม่เคารพกฎหมาย และยึดถืออำนาจและเงินเป็นสำคัญ และทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจเนื่องจากทำให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่อยากเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชัน
แนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริต ถือเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายรัฐ ประชาสังคม และประชาชนโดยมีแนวทางดังนี้
1. กำหนดโทษของการกระทำการทุจริตให้รุนแรงขึ้น ทั้งในส่วนของผู้ให้และผู้รับ และควรมีการกำหนดห้ามมิให้บุคคลที่ถูกลงโทษในคดีเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน เข้ามามีส่วนจัดสรรผลประโยชน์จากภาครัฐอีกต่อไป
2. สร้างเครือข่ายในการต่อต้านการทุจริต ภาครัฐควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อขจัดปัญหาคอร์รัปชันขึ้น เพื่อประสานความร่วมมือกันในการติดตามตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง
3. การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร องค์การของรัฐต้องดำเนินงานด้วยความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเพื่อให้เกิดการตรวจการสอบ และหากมีข้อมูลใดที่ไม่เปิดเผยจะต้องมีเหตุผลสนับสนุนการปกปิดที่เพียงพอ
4. การสร้างค่านิยมที่ถูกต้อง โดยการสร้างค่านิยมให้คนไทยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าการช่วยเหลือพวกพ้องในการทำผิดกฎหมาย หรือสร้างค่านิยมให้คนไทยสร้างความสำเร็จในชีวิตด้วยความซื่อสัตย์และความเพียรมากกว่าการใช้วิธีการทุจริตหรือการคดโกง
5. เชิดชูบุคคลที่ทำความดีและมีความซื่อสัตย์ โดยอาจให้เป็นบุคคลต้นแบบของสังคม โดยเริ่มจากที่โรงเรียน สถานที่ทำงาน รวมถึงหน่วยงานของรัฐ หากสังคมไทยเต็มไปด้วยบุคคลต้นแบบแห่งความซื่อสัตย์และการทำความดี และมีการสนับสนุนยกย่องแล้ว คนในสังคมต่างก็อยากจะปฏิบัติตนดีและมีความซื่อสัตย์การเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาสังคมทำให้เรารู้และเข้าใจว่าในสังคมเกิดปัญหาใดขึ้นบ้าง อะไรเป็นสาเหตุของปัญหา เพื่อที่เราจะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหาดังกล่าวซึ่งเป็นอุปสรรคในการพัฒนาสังคมไทยให้ลดน้อยลงหรือหมดสิ้นไปในที่สุด
thank you
for watching