ในการทำแบบจับงานมักจะมีชิ้นส่วนใดส่วนหนึ่งของแบบที่เปิดและปิดได้ เพื่อทำให้การจับงานคล่องตัวยิ่งขึ้น การปิดครอบชิ้นงานแบ่งออกเป็น
1. ฝาปิดครอบชิ้นงานที่มีปลอกนำเจาะติดอยู่ด้วยฝาปิดครอบชนิดนี้จะต้องมีความเที่ยงตรงการเปิดและปิดแต่ละครั้งจะต้องเที่ยงตรงได้ศูนย์มิฉะนั้นช่วงห่างของรูเจาะที่ได้จะไม่ตรงตามขนาด
2. ฝาปิดครอบชิ้นงานที่ทำหน้าที่กดยึดชิ้นงาน โดยกดให้แน่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้การจับชิ้นงานจับได้รวดเร็ว
ตัวอย่างการล๊อกฝาปิดครอบ
การล๊อกฝาปิดครอบด้วยสกรู
การล๊อกฝาปิดครอบด้วยกลอนแบบหมุน
การล๊อกฝาปิดครอบด้วยลูกเบี้ยวร่องโค้ง
การล๊อกฝาปิดครอบด้วยตะขอล๊อก
การล๊อกฝาปิดครอบด้วยตะขอล๊อก
ฝาปิดครอบแบบมีปลอกนำเจาะล๊อกด้วยสกรู
แบบจับงานทุกชนิดบางครั้งจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ปลดชิ้นงานประกอบติดอยู่ด้วย โดยเฉพาะแบบจับชิ้นงานเล็ก ๆ ที่ใช้เวลา machine น้อยเพื่อให้เสียเวลาจับงานน้อยก็จะต้องมีตัวปลดชิ้นงานประกอบด้วย ตัวปลดชิ้นงานแยกออกเป็น 2 ชนิด คือ
6.2.1 การปลดชิ้นงานด้วยแรงสปริง
แบบจับงานขนาดเล็ก ๆ จะใช้สปริงขดเป็นตัวดันเพลากระทุ้งชิ้นงานขณะจับงาน จะต้องใช้แรงกดให้สปริงยุบตัวแล้วจึงจะจับงานให้แน่นเมื่อ machine เสร็จเรียบร้อยจึงคลายแบบจับงานสปริงก็จะดันชิ้นงานขึ้นเอง
การปลดชิ้นงานด้วยแรงสปริง
6.2.2 การปลดชิ้นงานด้วยแรงคน
1. การปลดชิ้นงานด้วยกระเดื่อง (แรงคน) ในบางกรณีแบบจับงานไม่สามารถบรรจุสปริงเข้าไปได้ก็ใช้กระเดื่องแทน
การปลดชิ้นงานด้วยกระเดื่อง
สำหรับชิ้นงานที่มีรูเจาะอยู่แล้วและต้องการเจาะรูเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นอีก วิธีจับก็ใช้สวมกับแกนเพลาเท่านั้นก็เพียงพอการปลดชิ้นงานต้องกดขอบโดยใช้สลัก 2 หรือ 4 ตัว ที่แกนกระทุ้งอาจจะใช้มือหรือเท้าก็ได้
การปลดชิ้นงานที่มีรูเจาะด้วยสลักกระทุ้ง
สำหรับชิ้นงานที่มีรูปทรงไม่เสมอภาค เช่น ชิ้นงานแบบยาวให้ใช้ตัวปลดชิ้นงานแบบกระเดื่องเป็นง่าม
a หมุดกระทุ้งชิ้นงาน b แผ่นกดหมุดกระทุ้งชิ้นงาน
c สปริง d กระเดื่องแบบง่าม
การปลดชิ้นงานที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอด้วยกระเดื่อง
6.2.3 การปลดชิ้นงานโดยใช้สกรู
ชิ้นงานที่มีรูเจาะอยู่แล้วดังรูปสวมลงบนแบบจับงาน ที่มีหลักมารองรับอยู่เมื่อ machine เสร็จหมุนด้ามสลักเกลียวก็จะเคลื่อนที่ขึ้นไปดันชิ้นงานออก ถ้าให้ช่วงชัก H สูงจะต้องทำเป็นเกลียวหลายปาก
การปลดชิ้นงานด้วยสกรู