ทักษะพื้นฐานและการฝึกหัด
จุดประสงค์การเรียนรู้
การแสดงนาฏศิลป์
หน่วยการเรียนรู้ที่
๘
ศัพท์เฉพาะที่ใช้ในเรื่องท่าทางที่ปฏิบัติ หรือกิริยาอาการต่างๆ ที่ปฏิบัติเกี่ยวกับนาฏศิลป์ เพื่อสื่อความหมายให้เกิด ความเข้าใจตรงกัน หรือศัพท์ที่ใช้ในการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทย
นาฏยศัพท์
นาฏยศัพท์สำหรับการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทยมาตรฐาน
การดัดมือ
การดัดแขน
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
การตั้งวง
(แบ่งออกได้เป็น ๓ ระดับ)
ปฏิบัติได้โดยให้นิ้วทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน ส่วนนิ้วหัวแม่มือหักเข้าหาฝ่ามือ ยกลำแขนขึ้นให้เป็นวงโค้ง ยกแขนใดแขนหนึ่งขึ้นแล้ว งอแขนให้ได้ส่วนโค้ง ส่งลำแขนออกไปข้างลำตัว วงบนของพระจะอยู่ระดับแง่ศีรษะ ส่วนวงบนของนางจะอยู่ระดับหางคิ้ว วงพระจะกันวงกว้างกว่าวงนางเล็กน้อย
ปฏิบัติได้โดยให้นิ้วทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน ส่วนนิ้วหัวแม่มือหักเข้าหาฝ่ามือ ยกลำแขนขึ้นให้เป็นวงโค้ง ปลายนิ้วอยู่ระดับไหล่
ปฏิบัติได้โดยให้นิ้วทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน ส่วนนิ้วหัวแม่มือหักเข้าหาฝ่ามือให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว หรือชายพก แต่วงล่างของพระต้องกันข้อศอกออกไปด้านข้างสะเอว ส่วนวงล่างของนางให้หนีบข้อศอกเข้าหาลำตัว ปลายนิ้วจะอยู่ระดับเอว
ระดับวงบน
ระดับวงกลาง
ระดับวงล่าง
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
การจีบ
(แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ)
จีบหงาย
จีบคว่ำ
การนั่ง
(แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ)
การนั่งแบบพระ
๑
๒
การนั่งแบบนาง
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
การยืน
(แบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ)
การยืนแบบพระ
๑
ปฏิบัติได้โดยยืนตัวตรง ตึงเอว ตึงไหล่ เท้าขวายืนรับน้ำหนัก เท้าซ้ายยืนตึงเข่า วางเท้าซ้ายเหลื่อมเท้าขวาเล็กน้อย มือขวาเท้าสะเอว มือซ้ายแบมือวางฝ่ามือแตะที่หน้าขา กดไหล่และเอียงศีรษะขวา
การยืนแบบนาง
๒
ปฏิบัติได้โดยยืนตัวตรง ตึงเอว ตึงไหล่ เท้าขวายืนรับน้ำหนัก เท้าซ้ายเปิดปลายเท้าออกเล็กน้อย ให้ส้นเท้าซ้ายวางชิดช่วงกลางเท้าขวา ขาเหยียดตึง มือขวาจีบแตะที่เอว มือซ้ายเหยียดแขนตึงแบมือวางฝ่ามือแตะที่หน้าขา กดไหล่ และเอียงศีรษะซ้าย
การยืนเหลื่อมเท้า
๓
ปฏิบัติได้โดยวางเท้าขวาเฉียงออกไปทางด้านขวา แล้วให้ส้นเท้าวางไว้กลางเท้าซ้ายซึ่งยืนรับน้ำหนักอยู่ในลักษณะเฉียงปลายเท้าซ้ายไปด้านซ้าย จากนั้นเปิดปลายเท้าขวาขึ้น
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
การประเท้า
เป็นกิริยาของเท้าที่เชื่อมต่อจากการยืนเหลื่อมเท้า เช่น หากยืนเหลื่อมเท้าขวาแล้วจะประเท้าขวา ปฏิบัติได้โดยการยกจมูกเท้าขวาขึ้น ย่อเข่าลง แล้วตบจมูกเท้าขวาลงในลักษณะที่ส้นเท้าขวายังวางอยู่กับพื้นพร้อมกับยกเท้าขวาขึ้น จากนั้นเชิดปลายเท้าขวา
หมายเหตุ
จมูกเท้า หมายถึง ก้อนเนื้อบริเวณโคนนิ้ว (ปลายฝ่าเท้า) การจรดเท้าเท้าต้องกระดกปลายนิ้วเท้าทุกครั้ง
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
การยกเท้า
(แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ)
การยกเท้าแบบพระ
การยกเท้าแบบนาง
๑
๒
การยกเท้าแบบพระ
การยกเท้าแบบนาง
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
การก้าวเท้า
(แบ่งออกได้เป็น ๔ ลักษณะ)
การก้าวเท้าแบบพระ
การก้าวเท้าแบบนาง
การก้าวข้างแบบพระ
การก้าวข้างแบบนาง
การก้าวหน้าแบบพระ
การก้าวหน้าแบบนาง
การก้าวข้างแบบพระ
การก้าวข้างแบบนาง
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
การเคลื่อนไหวท่าทางตามแบบนาฏศิลป์ไทย
ท่าทางที่ใช้แทนคำพูด
ท่าเรียก
ท่าปฏิเสธ
: ให้ยกมือขึ้นในลักษณะตั้งวงด้านข้าง แล้วหักข้อมือลง ปาดมือ กรีดนิ้วเข้าหาตัว
: ให้ใช้มือใดมือหนึ่งตั้งขึ้น แล้วหันฝ่ามือออก สั่นข้อมือเล็กน้อย
(จากภาพ) เป็นการแสดงท่าทางที่ใช้แทนคำพูด คือ ท่าเรียกของพระ นาง ยักษ์ ลิง
พระ
นาง
ยักษ์
ลิง
(จากภาพ) เป็นการแสดงท่าปฏิเสธของพระ คือ ท่าเรียกของพระ นาง ยักษ์ ลิง
พระ
นาง
ยักษ์
ลิง
๑
๒
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
ท่าทางที่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกภายใน
ท่ารัก
ปฏิบัติโดยการประสานลำแขน ใช้ฝ่ามือทั้ง ๒ ข้าง วางทาบบริเวณฐานไหล่ หรือบริเวณอก
๑
(จากภาพ) แสดงท่าทางสื่อความหมายว่ารักของ พระ นาง ยักษ์ ลิง
พระ
นาง
ยักษ์
ลิง
ท่าโกรธ
ปฏิบัติโดยการตั้งข้อมือขึ้น ใช้นิ้วฟาดตวัดขึ้นแล้วเก็บนิ้วชี้งอเข้าหาฝ่ามือหรือใช้ฝ่ามือซ้ายถูบริเวณคางใต้ใบหูซ้าย ถูไปถูมาแล้วกระชากลง
๒
(จากภาพ) แสดงท่าทางสื่อความหมายว่าโกรธของ พระ นาง ยักษ์ ลิง
พระ
นาง
ยักษ์
ลิง
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
ท่าขัดเคืองใจ
ปฏิบัติโดยใช้มือซ้ายวางทาบระดับอก มือขวาเท้าเอว
๓
(จากภาพ) แสดงท่าทางสื่อความหมายว่าขัดเคืองใจของ พระ นาง
ยักษ์ ลิง
ท่าร้องไห้
ปฏิบัติโดยใช้มือซ้ายแตะที่หน้าผาก มือขวาจีบที่ชายพก ก้มหน้าพร้อมกับสะดุ้งตัวเล็กน้อยเหมือนกับกำลังสะอึกสะอื้น จากนั้นใช้นิ้วชี้แตะที่ตา
ทั้ง ๒ ข้าง
๔
(จากภาพ) แสดงท่าทางสื่อความหมายว่าร้องไห้ของ พระ นาง ยักษ์
ลิง
* (ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
พระ
นาง
ยักษ์
ลิง
พระ
นาง
ยักษ์
ลิง
การตีบทในการแสดงนาฏศิลป์
การตีบท
การตีบท มีความสำคัญต่อการแสดงละครเป็นอย่างมาก
หม่อมครูต่วน (ศุภลักษณ์) ภัทรนาวิก เนื่องจากหม่อมครูต่วน ภัทรนาวิก แสดงบทบาทของนางศุภลักษณ์ได้ดีมาก ตีบทได้แตก จึงได้ชื่อว่ามีความเป็นเลิศในบทบาทนี้