“CPI สำคัญไฉน ใครก็รู้”
ขอบเขตการบรรยาย
ข้อมูลเกี่ยวกับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)
กรณีตัวอย่างของแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคะแนน CPI
ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการยกระดับคะแนน CPI
การดำเนินการของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคะแนน CPI
ที่มาและความสำคัญเกี่ยวกับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)
ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกให้การยอมรับ และนำมาเปรียบเทียบถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การทุจริตในแต่ละปี เพื่อที่จะวัดระดับความรุนแรงของการคอร์รัปชันในแต่ละประเทศ นอกจากนี้ นักลงทุนหรือนักธุรกิจหลายประเทศมักจะนำดัชนีการรับรู้ การทุจริต (CPI) มาใช้ประกอบการประเมินความน่าสนใจและ การตัดสินใจที่จะลงทุนในแต่ละประเทศ โดยมองว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เป็นต้นทุนหรือเป็นความเสี่ยง (risks) ต่อการเข้ามาประกอบธุรกิจ
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (พ.ศ. 2561 – 2580)
ที่มาและความสำคัญเกี่ยวกับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)
แผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566– 2570) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)
ที่มาและความสำคัญเกี่ยวกับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)
BF (TI)
EIU
GI
IMD
PRS
WJP
VDEM
PERC
WEF
สินบน
การขัดกันระหว่างผลประโยชน์
การตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่รัฐ
นโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทุจริต
ความโปร่งใส
ในระบบงบประมาณ
ตัวชี้วัดที่ 1.1 สัดส่วนเด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมที่ยึดมั่น� ความซื่อสัตย์สุจริตต่อเด็กและเยาวชนไทยทั้งหมด
ตัวชี้วัดที่ 1.2 สัดส่วนประชาชนที่มีวัตนธรรม ค่านิยมสุจริต � มีทัศนคติและพฤติกรรมในการต่อต้านการทุจริตฯ � ต่อประชาชนทั้งหมด
ตัวชี้วัดที่ 1.3 สัดส่วนหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณธรรม � และความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ ต่อหน่วยงาน � ภาครัฐทั้งหมด
ตัวชี้วัดที่ 3.1 สัดส่วนกระบวนการดำเนินคดีทุจริต
ที่จำเป็นต้องขอขยายระยะเวลาเกินกว่า
กรอบเวลาปกติที่กฎหมายกำหนด
ต่อกระบวนการดำเนินคดีทุจริตทั้งหมด
ตัวชี้วัดที่ 3.2 สัดส่วนคดีอาญาที่หน่วยงานไต่สวนคดีทุจริต
ถูกฟ้องกลับต่อคดีที่ส่งฟ้องทั้งหมด
ตัวชี้วัดที่ 2.1 คดีทุจริตในภาพรวมลดลง
ตัวชี้วัดที่ 2.2 คดีทุจริตรายหน่วยงานลดลง
2.2.1 ข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ถูกชี้มูลเรื่องวินัย (ทุจริต) ลดลง
2.2.2 ข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ถูกชี้มูลว่ากระทำ�การทุจริตลดลง
ตัวชี้วัดที่ 2.3 คดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่ง� ทางการเมืองลดลง
Corruption Perceptions Index: CPI
Education
Prevention
Enforcement
Education
Prevention
Enforcement
Education
Prevention
Enforcement
Education
Prevention
Enforcement
Education
Prevention
Enforcement
ตัวชี้วัดแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น (21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และความสอดคล้องกับ Three-pronged Approach
Education
Prevention
Enforcement
การแก้ไขปัญหาการทุจริต
การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ
นโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทุจริต
การขัดกันแห่งผลประโยชน์
สินบน
ประสิทธิภาพการสื่อสาร
การปรับปรุงการทำงาน
การเปิดเผยข้อมูล
การใช้งบประมาณ
การใช้อำนาจ
การใช้ทรัพย์สินของราชการ
ปัญหาการทุจริต
Corruption Perceptions Index : CPI
เครื่องมือ ITA
การใช้งบประมาณ
การปฏิบัติหน้าที่
การป้องกันการทุจริต
ความเชื่อมโยงระหว่าง CPI และ ITA
ข้อมูลหน่วยงานที่ทำการประเมิน
(Transparency International : TI)
พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1933)
แก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน
ข้อมูลจาก :
คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทย
คะแนน CPI ของประเทศไทย ปี 2023
คะแนน CPI ของประเทศไทย ปี 2023
ความรู้เกี่ยวกับดัชนีการรับรู้การทุจริต
(Corruption Perceptions Index : CPI)
แหล่งข้อมูลที่องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI)
ประเมินประเทศไทย
1. องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) ได้ใช้จำนวน 13 แหล่งข้อมูลในการประเมินคะแนน CPI ของแต่ละประเทศทั่วโลก
2. ในแต่ละประเทศจะถูกประเมินด้วยจำนวนแหล่งข้อมูล ที่ไม่เท่ากัน
3. ประเทศไทยถูกประเมินทั้งหมด 9 แหล่งข้อมูล
แหล่งข้อมูลที่องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI)
ประเมินประเทศไทย
ในการประเมิน 9 แหล่งข้อมูลเป็นการประเมินโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 6 แหล่งข้อมูลและประเมินโดยใช้แบบสอบถามจำนวน 3 แหล่งข้อมูล ดังนี้
ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ
ประเมินโดยแบบสอบถาม
Bertelsmann Stiftung Transformation Index (BF (TI))
จัดเก็บข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญ
ในการวิเคราะห์ 3 ด้าน คือ
1) ด้านการเมือง
2) ด้านเศรษฐกิจ และ
3) ด้านการจัดการของรัฐบาล
1. การดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำการทุจริต
2. ความสำเร็จของรัฐบาลในการจัดการ กับปัญหาคอร์รัปชัน
มีการ
เผยแพร่คะแนนทุก 2 ปี
Economist Intelligence Unit Country Risk Service (EIU)
1. การจัดสรรงบประมาณและการใช้เงินสาธารณะเป็นไปตามขั้นตอนและมีความพร้อมรับผิด
2. รัฐมนตรี/หน่วยงานภาครัฐมีการใช้เงินสาธารณะอย่างไม่เหมาะสม เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
3. มีเงินพิเศษที่สามารถดำเนินการใช้จ่ายอย่างไม่ต้องรับผิดชอบ
4. โดยทั่วไปแล้วมีการใช้ทรัพยากรสาธารณะอย่างไม่ถูกต้อง
5. มีข้าราชการพลเรือนหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายจากรัฐบาลโดยตรง
6. มีหน่วยงานอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณ
7. มีองค์กรตุลาการอิสระที่มีอำนาจในการจัดการกับการใช้อำนาจในทางมิชอบของรัฐบาล/เจ้าหน้าที่ของรัฐ
8. มีธรรมเนียมปฏิบัติในการจ่ายสินบนเพื่อได้สัญญาและได้รับความดีความชอบ
จัดเก็บข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญ
2-3 คน โดยวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับ ความเสี่ยงที่ระบบเศรษฐกิจของประเทศต้องเผชิญ
จัดเก็บข้อมูลประมาณ
เดือนกันยายน
Global Insights Business Conditions and Risk Indicators (GI)
ความเสี่ยงของการที่บุคคลหรือบริษัทจะต้องเผชิญกับการติดสินบนหรือ การคอร์รัปชันในรูปแบบอื่น เพื่อที่จะทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น เช่น เพื่อให้ได้รับสัญญาเพื่อการส่งออก นำเข้า หรือ เพื่อความสะดวกสบายเกี่ยวกับงานด้านเอกสารต่าง ๆ มีมากน้อยเพียงใด
ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ จะทำการประเมินความเสี่ยงของแต่ละประเทศใน 6 ประเด็น ได้แก่ ความเสี่ยงด้านการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย ภาษี การบริหาร และความมั่นคง
The PRS Group International Country Risk Guide (ICRG) (PRS)
“นี่คือการประเมินการคอร์รัปชันในระบบการเมือง ซึ่งรูปแบบของการคอร์รัปชันโดยตรงที่การดำเนินธุรกิจพบบ่อยครั้ง คือ การเรียกร้องเงิน หรือการต้องจ่ายสินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตการนำเข้าและส่งออก การควบคุมการส่งออก การประเมินภาษี การคุ้มครองจากตำรวจ หรือการกู้ยืม ขอให้ท่านช่วยให้คะแนนปัญหาการคอร์รัปชัน ทั้งการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นจริงหรือโอกาสที่จะเกิดการคอร์รัปชันจากระบบอุปถัมภ์ ระบบเครือญาติ การฝากเข้าทำงาน การต่างตอบแทน การระดมทุนที่เป็นความลับและความสัมพันธ์ใกล้ชิด ที่น่าสงสัยระหว่างนักการเมืองกับภาคธุรกิจ”
ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นการจัดอันดับความเสี่ยงของประเทศต่าง ๆ ทั้งความเสี่ยงด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจและด้านการเงิน วิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญ และมีการรายงานผลทุกเดือน ครอบคลุม 140 ประเทศทั่วโลก
World Justice Project Rule of Law Index (WJP)
1. ข้าราชการ (เจ้าหน้าที่) ในสายบริหารไม่ได้ ใช้ทรัพย์สินของทางราชการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
2. ข้าราชการ (เจ้าหน้าที่) ในสายตุลาการไม่ได้ ใช้ทรัพย์สินของทางราชการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
3. ข้าราชการ (เจ้าหน้าที่) ในสายตำรวจและทหารไม่ได้ใช้ทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
4. ข้าราชการ (เจ้าหน้าที่) ในสภานิติบัญญัติ ไม่ได้ ใช้ทรัพย์สินของทางราชการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
ประเมินค่าความโปร่งใสโดยใช้ 8 หลักเกณฑ์ เน้นเรื่องหลักนิติธรรม
WJP ได้เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือน พ.ค.- พ.ย. 2020
Varieties of Democracy Project (VDEM)
1. เจ้าหน้าที่ของรัฐ/ตำรวจ ทหาร และสมาชิกสภานิติบัญญัติ
มีพฤติกรรมเรียกรับสินบน หรือสิ่งของอื่นใด เป็นประจำหรือไม่ หรือตัวแทนเหล่านั้นมีพฤติกรรมขโมย เบียดบังเงินหรืองบประมาณ หรือทรัพยากรภาครัฐ เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อคนในครอบครัวของตนเองบ่อยครั้งเพียงใด
2. ประชาชนหรือภาคธุรกิจ มีการจ่ายเงินพิเศษ (ที่ไม่มีเอกสารการจ่ายเงิน) หรือสินบน
เพื่อเร่งหรือชะลอกระบวนการของฝ่ายตุลาการ ในระดับใด
จัดเก็บโดยผู้เชี่ยวชาญ วัดเกี่ยวกับความหลากหลายของประชาธิปไตย ซึ่งในปี 2016 ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปัจจุบัน มีการวัดในประเทศกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ
IMD World Competitiveness Yearbook (IMD)
มีการติดสินบนและ
การคอร์รัปชันหรือไม่
ประเมินความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และพิจารณาจาก
1. สมรรถนะทางเศรษฐกิจ
2. ประสิทธิภาพของภาครัฐ
3. ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ
4. โครงสร้างพื้นฐาน
สำรวจข้อมูลจากแบบสอบถาม
ประมาณ เดือน ม.ค. -
เม.ย. ของทุกปี
Political and Economic Risk Consultancy (PERC)
คุณจะให้คะแนนปัญหาการคอร์รัปชันในประเทศ ที่คุณกำลังทำงานอยู่ในระดับใด
สำรวจข้อมูลจากนักธุรกิจในท้องถิ่นและนักธุรกิจชาวต่างชาติที่เข้าไปทำธุรกิจในประเทศนั้น ๆ
เก็บรวบรวมข้อมูลประมาณเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม
โดยใช้แบบสอบถาม
World Economic Forum Executive Opinion Survey (WEF)
ในประเทศของคุณ เป็นเรื่องปกติเพียงใด ที่บริษัทจ่ายเงินพิเศษโดยไม่มีเอกสารอ้างอิง หรือจ่ายสินบน
ที่เชื่อมโยงกับเรื่องต่อไปนี้
1) การนำเข้า – ส่งออก
2) สาธารณูปโภค
3) การชำระภาษีประจำปี
4) การทำสัญญาและการออกใบอนุญาต
5) ได้รับการตัดสินใจที่เอื้อประโยชน์จากกระบวนการยุติธรรม”
มุมมองของนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเกี่ยวกับปัจจัยที่เป็นอุปสรรคสูงสุด ในการทำธุรกิจ 5 ด้าน
สำรวจข้อมูลประมาณเดือนมกราคม – มิถุนายนของทุกปีโดยใช้แบบสอบถาม
ตารางสรุปการประเมินคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ทั้ง 9 แหล่งข้อมูล
แหล่งข้อมูล | ประเด็นที่ TI นำมาประเมิน เป็นคะแนน CPI | ผู้ให้ข้อมูล | ช่วงเวลาจัดเก็บข้อมูล |
BF (TI) | 1. การดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริต 2. ความสำเร็จในการจัดการกับปัญหาทุจริต | ประเมินโดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน ไม่เกิน 2 คน | กุมภาพันธ์ 2021- มกราคม 2023 **จัดเก็บข้อมูล 2 ปีครั้ง โดยคะแนนปี 2023 น่าจะเท่ากับคะแนนปี 2024 |
EIU | เช่น การจัดสรรงบประมาณ การใช้ทรัพย์สินเพื่อส่วนตัว การจ่ายสินบนเพื่อได้สัญญา | โดยผู้เชี่ยวชาญ 2-3 คน | จัดเก็บข้อมูลถึงประมาณเดือนกันยายน 2023 |
GI | ความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับการติดสินบน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น | โดยผู้เชี่ยวชาญ | ข้อมูลทั้งปี 2022 |
PRS | การคอร์รัปชันโดยตรงที่การดำเนินธุรกิจ คือ การเรียกร้องเงิน การจ่ายสินบน | โดยผู้เชี่ยวชาญ | กันยายน 2022 – สิงหาคม 2023 |
WJP | เจ้าหน้าที่รัฐสายบริหาร ตุลาการ ทหารตำรวจ สภานิติบัญญัติ ไม่ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ราชการโดยมิชอบ | โดยผู้เชี่ยวชาญ | กุมภาพันธ์ - มิถุนายน 2023 |
VDEM | เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายนิติบัญญัติ ตุลาการ มีพฤติกรรมเรียกรับสินบน หรือสิ่งของอื่นใด หรือมีพฤติกรรมขโมย เบียดบังเงิน | โดยผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคอาเซียน | ข้อมูลทั้งปี 2022 |
IMD | มีการติดสินบนและการคอร์รัปชันหรือไม่ | ใช้แบบสอบถามผู้บริหาร นักลงทุน นักธุรกิจ | กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2023 |
PERC | คุณจะให้คะแนนปัญหาการคอร์รัปชันในประเทศ ที่คุณกำลังทำงานอยู่ในระดับใด | โดยใช้แบบสอบถามผู้บริหาร นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ | มกราคม - มีนาคม 2023 |
WEF | จ่ายเงินพิเศษหรือจ่ายสินบน เช่น การนำเข้า – ส่งออก สาธารณูปโภค การชำระภาษีประจำปี | โดยใช้แบบสอบถามนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ทำธุรกิจในประเทศไทย | เมษายน – สิงหาคม 2023 |
กรณีตัวอย่างของแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กรณีของแหล่งข้อมูล
IMD WORLD COMPETITIVENESS YEARBOOK
เป้าหมายหลัก
วัดความสามารถในการแข่งขันจำนวน 63 ประเทศทั่วโลก
แหล่งข้อมูล
IMD WORLD COMPETITIVENESS YEARBOOK
วิธีการวัด
ตัวอย่างคะแนนในแต่ละด้าน (2566)
ตัวอย่างคะแนนในแต่ละด้าน (2566)
ตัวอย่างคะแนนในแต่ละด้าน (2566)
ตัวอย่างคะแนนในแต่ละด้าน (2566)
อันดับการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน
Government Efficiency
ตัวชี้วัดที่ TI นำมาคำนวนเป็นคะแนน CPI
กรณีของแหล่งข้อมูล
IMD WORLD COMPETITIVENESS YEARBOOK
เป้าหมายหลัก
วัดเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จำนวน 137 ประเทศทั่วโลก
แหล่งข้อมูล
Bertelsmann Stiftung Transformation Index (BF (TI))
แหล่งข้อมูล
Bertelsmann Stiftung Transformation Index (BF (TI))
3/10
รายงานแหล่งข้อมูล
Bertelsmann Stiftung Transformation Index (BF (TI)) 2024
3/10
- ในประเทศไทยมีการดําเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดกฎหมายและใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบโดยแบ่งพรรคพวกมาตลอด
- คณะรัฐประหาร (2557 – 2562) ถูกกล่าวหาว่ากระทําการทุจริต แต่กลับไม่ถูกสอบสวนด้วยศาลที่เป็นกลาง
- พลเอก ประยุทธ์ฯ ถูกตัดสินว่าไม่มีความผิดฐานอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารแม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว
- ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ศาลฎีกาได้พิพากษาตัดสิทธิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐออกจากสิทธิทางการเมืองเนื่องจากการใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนโดยผิดกฎหมาย และในเดือนมกราคม 2566 ศาลฎีกาพิพากษาตัดสินว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยมีความผิดฐานเรียกรับสินบน
- เนื่องจากการขาดนโยบายต่อต้านการทุจริตที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส (ซึ่งครอบคลุมนายทหารระดับสูง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับทหาร) ทําให้พลเมืองไทยไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรม ที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ทหารที่มีอํานาจ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างนักการเมืองที่มีอํานาจได้หลีกเลี่ยงโทษทางอาญาแม้จะมีการสอบสวนโดยคณะกรรมการตรวจสอบอิสระ
แหล่งข้อมูล
Bertelsmann Stiftung Transformation Index (BF (TI))
5/10
รายงานแหล่งข้อมูล
Bertelsmann Stiftung Transformation Index (BF (TI)) 2024
5/10
- องค์กรหลักที่ได้รับมอบหมายต่อต้านการทุจริตของข้าราชการและนักการเมืองระดับสูงคือ คณะกรรมการ ป.ป.ช.
- ในแง่ของประสิทธิภาพ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำงานล่าช้าและสนับสนุนรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาและทหาร
- ในปี 2564 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้จัดตั้งกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในปี 2565 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้จัดตั้งศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ (ศูนย์ CDC)
-ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลทหาร มาตั้งแต่ปี 2549 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีแนวโน้มที่จะพิจารณาคดีเข้าข้างรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
- มีตัวแทน (nominees) ของรัฐบาลทหารที่เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.
- ในปี 2564 คณะกรรมการ ป.ป.ช. วินิจฉัยว่า รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ไม่ได้ทําผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้มีเจตนาแจ้งทรัพย์สิน อัน เป็นเท็จ
กรณีของแหล่งข้อมูล
IMD WORLD COMPETITIVENESS YEARBOOK
เป้าหมายหลัก
วัดเกี่ยวกับหลักนิติธรรม จำนวน 142 ประเทศทั่วโลก
แหล่งข้อมูล
World Justice Project (WJP)
กรณีของแหล่งข้อมูล
IMD WORLD COMPETITIVENESS YEARBOOK
เป้าหมายหลัก
วัดเกี่ยวกับหลักนิติธรรม จำนวน 142 ประเทศทั่วโลก
แหล่งข้อมูล
World Justice Project (WJP)
1. อำนาจของรัฐบาลที่มีขีดจำกัด
2. การปราศจากการคอร์รัปชัน
3. รัฐบาลที่เปิดกว้าง
4. สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
5. ความสงบเรียบร้อยของสังคม
6. การบังคับใช้กฎหมาย
7. กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง และ
8. กระบวนการยุติธรรมทางอาญา
แหล่งข้อมูล
World Justice Project (WJP)
2023
การดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช.
กับการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
1. การจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ระยะที่ 1 - ระยะที่ 3
1.ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคะแนนดัชนี การรับรู้การทุจริต ระยะที่ 1 (ปี พ.ศ. 2560)
2.ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคะแนนดัชนี การรับรู้การทุจริต ระยะที่ 2 (ปี พ.ศ. 2561)
3.ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคะแนนดัชนี การรับรู้การทุจริต ระยะที่ 3 (ปี พ.ศ. 2563)
ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
(Corruption Perceptions Index : CPI) ระยะที่ 3
ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
(Corruption Perceptions Index : CPI) ระยะที่ 3
1. ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี
1.1 ข้อเสนอแนะขององค์กร เพื่อความโปร่งใส่นานาชาติ (TI)
1.
2.
3.
การจัดการเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์
(MANAGE CONFLICTS OF INTEREST)
การควบคุมการใช้จ่ายเงินทางการเมือง
(CONTROL POLITICAL FINANCING)
การเสริมสร้างความโปร่งใสในระบบการเลือกตั้ง
(STRENGTHEN ELECTORAL INTEGRITY)
ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
(Corruption Perceptions Index : CPI) ระยะที่ 3
1. ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี
1.1 ข้อเสนอแนะขององค์กร เพื่อความโปร่งใส่นานาชาติ (TI) (ต่อ)
4.
5.
6.
การควบคุมการโน้มน้าวชักจูง
(REGULATE LOBBYING ACTIVITIES)
การป้องกันการให้สิทธิพิเศษแก่คนบางกลุ่ม
(TACKLE PREFERENTIAL TREATMENT)
การเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน
(EMPOWER CITIZENS)
7.
เพิ่มความเข้มแข็งในการตรวจสอบถ่วงดุล
(REINFORCE CHECKS AND BALANCES)
ข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
(Corruption Perceptions Index : CPI) ระยะที่ 3
1. ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี
1.2 ข้อเสนอแนะจากการวิเคราะห์ 9 แหล่งข้อมูล
1.
2.
3.
4.
ประเด็นการตรวจสอบและการลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ
5.
ประเด็นความโปร่งใสในระบบงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง
ประเด็นสินบน
ประเด็นนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทุจริต
ประเด็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
2. การจัดทำโครงการ/กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับ
คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
โครงการประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้
การทุจริต (CPI) ของประเทศไทย
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
กิจกรรม การผลักดันและบูรณาการติดตามการยกระดับคะแนน ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทย 2564
โครงการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยด้วยกลไกสหยุทธ์
((TaC Team) CPI)
ปี 2566
โครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย ปี 2565
โครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index:CPI) ในรูปแบบการจ้างที่ปรึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเชิงลึกในแหล่งข้อมูล CPI ทุกแหล่งข้อมูลที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติใช้ประเมินประเทศไทย และเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทยในรูปแบบการจ้างที่ปรึกษาโดยสถาบันพระปกเกล้าได้รับคัดเลือกให้เป็นที่ปรึกษา
2. ผลการศึกษาและวิเคราะห์เปรียบเทียบดัชนี CPI กับดัชนีหรือเครื่องมือการประเมินความโปร่งใสหรือการทุจริตในระดับสากลอื่น ๆ
CPI เป็นการวัด “การรับรู้” ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อหรือทัศนคติของบุคคลแต่ละคน โดยปัจเจกบุคคลแต่ละคนอาจมีมุมมองที่มีต่อสถานการณ์ การทุจริตในประเทศไทยแตกต่างกัน นอกจากนี้ จากการสืบค้นข้อมูล CPI นั้นเป็นการชี้วัด โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่มีผู้จัดทำขึ้นมาอีกทอดหนึ่ง และมิได้นำข้อมูลทั้งหมดจากแหล่งข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการจัดทำเป็นดัชนีชี้วัด รวมไปถึงแหล่งข้อมูลในการสำรวจนั้นมักจะสำรวจจากมุมมองของภาคธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญเป็นสำคัญ CPI ไม่สามารถสะท้อนสถานการณ์ การทุจริตที่เกิดขึ้นจริงได้ทั้งหมด แต่เป็นการสะท้อนความรู้สึกของผู้คนต่อสถานการณ์การทุจริตในประเทศนั้น ๆ มากกว่า
การสำรวจประสบการณ์จริงหรือ Global Corruption Barometer (GCB) อาจเป็นดัชนีชี้วัด ที่เหมาะสมมากกว่า เนื่องจากหน่วยงานที่พัฒนาเครื่องมือนี้ขึ้นมาและนำมาใช้วัดผลการทุจริต ในประเทศต่าง ๆ นั้นเป็นหน่วยงานเดียวกัน คือ TI โดย TI ได้พัฒนาแบบสำรวจแบบใหม่ขึ้นมา เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของ CPI โดยรวมเอาคำถามที่เป็นการสอบถามความคิดเห็น ทัศนคติ และประสบการณ์จริงมาไว้ในการประเมินเดียวกัน
ข้อจำกัดประการเดียวของ GBC ในขณะนี้คือยังมีจำนวนประเทศที่ทำการสำรวจเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล น้อยกว่า CPI เท่านั้น
2. ผลการศึกษาและวิเคราะห์เปรียบเทียบดัชนี CPI กับดัชนีหรือเครื่องมือการประเมินความโปร่งใสหรือการทุจริตในระดับสากลอื่น ๆ
การพิจารณาออกแบบและพัฒนาดัชนีหรือเครื่องมือชี้วัดการทุจริต โดยองค์กรภายในประเทศจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถนำมาใช้พิจารณาควบคู่กับความพยายามที่จะยกระดับคะแนน CPI เนื่องจากประเด็นในเรื่องของความเป็นมาตรฐานสากลยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ ถึงแม้ว่าการสร้างดัชนีหรือเครื่องมือของไทยขึ้นมาเองต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างการยอมรับภายในประเทศและในระดับนานาชาติ แต่การชี้วัดการทุจริตด้วยเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเองควบคู่ไปกับความพยายามยกระดับค่าคะแนน CPI จะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมได้มากขึ้น กล่าวคือ คะแนนของ CPI จะเป็นตัวเลขทางสถิติของประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยอาจจะนำตัวเลขและข้อเสนอแนะจากรายงานดังกล่าวมาใช้อ้างอิงสำหรับดำเนินการ ในขณะที่ข้อมูลจากเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศ ซึ่งมีความละเอียดและครอบคลุมมากกว่าจะสามารถชี้ให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น
3. ผลการวิเคราะห์กรณีศึกษาประเทศที่มีการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตได้อย่างโดดเด่น
ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๑ เป็นต้นมา คะแนน CPI ของทั้ง ๖ ประเทศ มีพัฒนาการดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่นำไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวกดังกล่าว คือ บริบททางการเมืองภายในประเทศในช่วงเวลานั้น ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าทิศทางของการบริหารประเทศ รวมถึงการกำหนดขอบเขตการดำเนินงานภายในประเทศนั้นมีผลสำคัญเป็นอย่างมาก ในการลดระดับการทุจริตในภาครัฐทั้ง ๖ ประเทศเคยเผชิญกับปัญหาการทุจริตอย่างรุนแรงในช่วงปลายศตวรรษที่ ๒๐ การปฏิรูปการเมือง การออกแบบโครงสร้างเชิงสถาบัน จัดตั้งองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพ และการบัญญัติกฎหมายให้มีความเด็ดขาด ซึ่งสามารถช่วยวางรากฐานการพัฒนาเชิงบวกในการลดระดับการทุจริตภายในสังคมแล้ว การเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมภายหลังการก่อร่างสร้างระบบและโครงสร้างทั้งหลายแล้ว ควบคู่กับการสร้างกลไกระยะยาวที่ช่วยปรับวัฒนธรรมทางการเมืองให้เอื้อและสอดรับต่อวิสัยทัศน์ในการไม่ยอมรับการทุจริตภายในสังคมเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งนี้ โดยสามารถพิจารณาใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาใช้พัฒนากลไกเพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภายในสังคมดังกล่าวไปพร้อมกันด้วย
๔. ผลการวิเคราะห์ฉากทัศน์ (scenario analysis) เพื่อศึกษาและพยากรณ์คะแนน CPI ของประเทศไทยใน ๑๐ ปีข้างหน้า
ฉากทัศน์ที่ ๑: ค่า CPI ขึ้นลงคงที่แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
- รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการรักษา ความมุ่งมั่นในการสร้างความตระหนักถึง CPI ต่อไป
- ทำให้การประเมิน ITA มีความจริงจังต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมากยิ่งขึ้น
- ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมให้ใกล้ชิดและเป็นระบบยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักรู้ในวงกว้างเกี่ยวกับความมุ่งมั่นตั้งใจที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
- ต้องช่วยกันรักษาระบอบประชาธิปไตยและ การทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
๔. ผลการวิเคราะห์ฉากทัศน์ (scenario analysis) เพื่อศึกษาและพยากรณ์คะแนน CPI ของประเทศไทยใน ๑๐ ปีข้างหน้า
ฉากทัศน์ที่ ๒: ค่า CPI เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ดำเนินการตามแนวทางในฉากทัศน์ที่ ๑ และเพิ่มการดำเนินการอื่น ๆ ดังนี้
- คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องสามารถแสดงบทบาทในด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ
- องค์กรอิสระและองค์กรฝ่ายตุลาการต่าง ๆ ต้องสามารถแสดงบทบาทตามอำนาจหน้าที่ของตนจนเป็นที่เชื่อมั่น และยอมรับของประชาชน
- รัฐบาล สำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือกันสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะโดยอาศัยเครื่องมือออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ
๔. ผลการวิเคราะห์ฉากทัศน์ (scenario analysis) เพื่อศึกษาและพยากรณ์คะแนน CPI ของประเทศไทยใน ๑๐ ปีข้างหน้า
ฉากทัศน์ที่ ๓: ค่า CPI เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
- ดำเนินการตามแนวทางในฉากทัศน์ที่ ๑ และฉากทัศน์ที่ ๒ โดยเพิ่มเติมการดำเนินการอื่น ๆ ดังนี้
- การปฏิรูปทางการเมืองขนานใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับออกแบบเชิงสถาบัน
- พรรคการเมืองต่าง ๆ จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิรูปการเมืองที่การป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการปฏิรูปด้วย
- การทำให้ผลของการบังคับใช้มาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่พัฒนาขึ้นมานี้ สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างเป็นที่ประจักษ์
- การทำให้สื่อมวลชนมีความเป็นอิสระ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงไปตรงมา และปราศจากแรงกดดันจากการเมือง
๕. แผนการดำเนินงานระยะสั้น (ระยะ ๕ ปี) ในการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ของประเทศไทย
กลยุทธ์ที่ ๑ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประกอบด้วย ๓ กลยุทธ์ย่อย ได้แก่
กลยุทธ์ย่อยที่ ๑.๑ ปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ให้มีสัดส่วนที่สมดุลกันระหว่างผู้แทนรัฐบาล ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม
กลยุทธ์ย่อยที่ ๑.๒ สนับสนุนให้มีการก่อตั้งและดำเนินการเครือข่ายคณะทำงานต่อต้านการทุจริตระดับท้องถิ่นในทุกจังหวัด โดยกำหนดให้มีสัดส่วนของผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม อย่างสมดุลและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
กลยุทธ์ย่อยที่ ๑.๓ สนับสนุนให้มีอาสาสมัครต่อต้านการทุจริตกระจายไปตามชุมชนและองค์กรต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยประสานเชื่อมโยงกับอาสาสมัครที่หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ได้มีการสนับสนุนและมอบหมายภารกิจอื่น ๆ อยู่แล้ว
๕. แผนการดำเนินงานระยะสั้น (ระยะ ๕ ปี) ในการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ของประเทศไทย
กลยุทธ์ที่ ๒ จัดทำระบบ Thailand Anti-corruption Portal เพื่อเป็นแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์กลาง เพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่เป็นสาธารณะและครบวงจร ตั้งแต่ (๑) การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน (๒) การรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียน และ (๓) การสร้างความรู้เท่าทันการต่อต้านการทุจริต ประกอบด้วย ๓ กลยุทธ์ย่อย ได้แก่
กลยุทธ์ย่อยที่ ๒.๑ พัฒนาระบบการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินออนไลน์ (Online Declaration System: ODS)
กลยุทธ์ย่อยที่ ๒.๒ นำแนวคิดศาลอิเล็กทรอนิกส์ (electronic court หรือ e-court) มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับการทำงานด้านการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนผ่านการพัฒนา (๑) ระบบรับเรื่องร้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (electronic filing system) (๒) ระบบบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองพยาน (electronic case management and whistleblower protection system) และ (๓) ระบบรายงานและติดตามประเมินผลอิเล็กทรอนิกส์ (electronic reporting and tracking system)
กลยุทธ์ย่อยที่ ๒.๓ เสริมสร้างความรู้เท่าทันการต่อต้านการทุจริต (anti-corruption literacy)
๕. แผนการดำเนินงานระยะสั้น (ระยะ ๕ ปี) ในการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ของประเทศไทย
กลยุทธ์ที่ ๓ สร้างสภาพแวดล้อมของการบริหารงานภาครัฐที่เอื้อต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยการบัญญัติหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการต่อต้าน การทุจริต และมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวดและเป็นธรรม ประกอบด้วย ๓ กลยุทธ์ย่อย ได้แก่
กลยุทธ์ย่อยที่ ๓.๑ ผลักดันร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. .... ที่มีการริเริ่มดำเนินการไว้แล้วให้มีการประกาศและบังคับใช้
กลยุทธ์ย่อยที่ ๓.๒ ประเมินผลสัมฤทธิ์เพื่อนำไปสู่การจัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
กลยุทธ์ย่อยที่ ๓.๓ ประเมินผลสัมฤทธิ์เพื่อนำไปสู่การจัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘
๖.ข้อเสนอแนะการกำหนดยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในการสร้างการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคะแนน CPI ของประเทศไทย
1. รัฐบาลและภาคการเมืองต้องแสดงบทบาทนำโดยเริ่มต้นจากการยอมรับว่าภายในประเทศนั้นมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นจริง และแสดงออกเพื่อให้สาธารณชนเห็นอย่างชัดแจ้งว่ารัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวว่าเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องแก้ไขให้ได้
2. การกำหนดเป้าหมายของยุทธศาสตร์เพื่อต่อต้านการทุจริตของประเทศไทยไม่ควรกำหนดเป้าหมายที่มุ่งยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรนำค่าคะแนนจากดัชนีหรือเครื่องมือการประเมินความโปร่งใสหรือการทุจริตในระดับสากลอื่น ๆ มากำหนดเป็นเป้าหมายความสำเร็จด้วย
3. นอกเหนือจากการนำค่าคะแนนจากดัชนีหรือเครื่องมือการประเมินความโปร่งใสหรือการทุจริตในระดับสากลอื่น ๆ มากำหนดเป็นเป้าหมายความสำเร็จในการต่อต้านการทุจริตแล้ว ประเทศไทยควรมีการพัฒนาดัชนีชี้วัดการรับรู้การทุจริตที่เป็นที่ยอมรับและสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย และกำหนดให้เกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จในเรื่องดังกล่าวของประเทศไทยเองด้วย
4. การดำเนินการใด ๆ ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตต้องมุ่งเน้นทำให้เกิด
(๑) การสร้างพื้นที่ในการเข้าไปมีส่วนร่วมของภาคประชาชน (๒) การเพิ่มโอกาสให้ประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนสามารถเข้าถึงข้อมูลของรัฐได้อย่างสะดวก และ (๓) การใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล
5. ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันรักษาระบอบประชาธิปไตยและการทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น อย่างสม่ำเสมอในช่วง ๑๐ ปีข้างหน้า เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่เอื้อต่อการทำให้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสามารถถูกนำไปบังคับใช้ได้อย่างต่อเนื่อง
สรุปผลการศึกษาโครงการวิจัย
เรื่อง “การจ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐของบรรษัทข้ามชาติ
และนักลงทุนที่ประกอบธุรกิจและลงทุนในประเทศไทย”
สำนักวิจัยและบริการวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้จัดทำโครงการวิจัย เรื่อง “การจ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐของบรรษัทข้ามชาติ และนักลงทุนที่ประกอบธุรกิจและลงทุนในประเทศไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และการรับรู้การเรียกรับและการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐของบรรษัทข้ามชาติ นักธุรกิจต่างชาติและนักลงทุนชาวไทยที่ลงทุนและประกอบธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงศึกษาแนวทาง มาตรการ และการดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขและป้องกันการเรียกรับและการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐของบรรษัทข้ามชาติและนักลงทุนที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย
การดำเนินการของหน่วยงานอื่น
ที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ในภาครัฐ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ในภาครัฐ
คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตภายใต้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติกำหนดกรอบแนวทางการขับเคลื่อนมาตรการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) 4 กลุ่ม ได้แก่
1. ด้านการป้องกันการติดสินบน
2. ด้านการตรวจสอบการใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ
3. ด้านการใช้งบประมาณและทรัพยากรภาครัฐอย่างคุ้มค่า
4. ด้านประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาการทุจริต
การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เช่น สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
การสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน การพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ การจัดทำช่องทางร้องเรียนหรือระบบการแจ้งเบาะแสที่เหมาะสม
การดำเนินงานด้านการปรามปรามการทุจริต เช่น บริหารจัดการคดีโดยจัดทำระบบฐานข้อมูลการจัดเก็บมติคณะกรรมการ ป.ป.ท. ที่วินิจฉัยชี้มูลการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาและนำข้อมูลลงในระบบฐานข้อมูล และกำกับ ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ผลการดำเนินการตาม พ.ร.บ. อำนวยความสะดวก ฯ
การจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน โดยมีการจัดทำคู่มือ สำหรับประชาชน จำนวน 3,769 คู่มือ การลดระยะเวลา 63 หน่วยงาน 505 ใบอนุญาต 358 งานบริการ จดแจ้งออนไลน์ 107 งานบริการ การชำระค่าธรรมเนียมแทนการต่ออายุ 31 ใบอนุญาต เผยแพร่ช่องทางในการปฏิบัติงานในหลายช่องทาง เช่น สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลได้จัดทำเว็บไซต์ www.info.go.th |
การลดระยะเวลาในการอนุมัติ อนุญาตของทางราชการ ซึ่งมีการกำหนดระยะเวลาที่เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น โดยการ กำหนดระยะเวลาให้มีความชัดเจน ซึ่งคู่มือประชาชน สามารถลดระยะเวลาในการดำเนินการอนุมัติ อนุญาตได้ |
การลดสำเนาเอกสาร โดยลดเอกสาร 1,212 รายการ จาก 58 หน่วยงาน 530 ใบอนุญาต การจัดทำแบบฟอร์มเอกสารราชการ 2 ภาษา ลดภาระ การจ้างแปล คำนวณเป็นค่าใช้จ่ายได้ ประมาณ 43 ล้านบาท/ปี | การจัดเก็บค่าธรรมเนียมแทนการอนุญาต หมายความว่า กระบวนการอนุมัติ อนุญาตที่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ไม่จำเป็นต้องมีการขอใบอนุญาตแล้ว เมื่อมีการจ่าย ค่าธรรมเนียมให้ถือว่าเป็นการอนุญาตเลย โดยปัจจุบันมี จำนวน 31 ใบอนุญาต |
การจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน
การลดระยะเวลาในการอนุมัติ
การจัดเก็บค่าธรรมเนียมแทนการอนุญาต
การลดสำเนาเอกสาร
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ทิศทางการพัฒนาการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในระยะต่อไป
ข้อมูลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ รับฟังความคิดเห็น เพื่อผลักดันการพัฒนามาตรการ และข้อเสนอแนะที่ลดโอกาสการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจในการให้บริการประชาชน และการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต
ปัญหา อุปสรรคในการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
1. การประเมินคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเป็นผู้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องจำนวน 13 แหล่งข้อมูล โดยวัดเรื่องสินบน ซึ่งเป็นการวัดในประเด็นที่กว้าง สำหรับประเทศไทยถูกวัด 9 แหล่งข้อมูล ซึ่งในแต่ละแหล่งข้อมูลมีวิธีการประเมินที่แตกต่างกันออกไป เช่น การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ การประเมินโดยบริษัทให้คำปรึกษาการทำแบบสอบถาม
2. การประเมินคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ส่วนมากเป็นการให้คะแนนโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีถึง 6 แหล่งข้อมูล ส่วนแหล่งข้อมูลที่ประเมินโดยสอบถาม นักธุรกิจและประชาชนทั่วไปมีจำนวน 3 แหล่งข้อมูล ซึ่งการสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับผู้เชี่ยวชาญ ที่เป็นผู้ประเมินประเทศไทยเพียงไม่กี่คนสรุปได้ว่า วิธีการประเมินคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ
3. การประเมินคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะรัฐบาล ต้องเห็นความสำคัญในการยกคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต โดยการสร้างภาพลักษณ์ และแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง และประสานความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
4. สถานการณ์การทุจริตในประเทศไทยในปัจจุบัน ยังมีความรุนแรง ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศอันจะนำไปสู่การประเมินคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
5. การยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต เป็นสิ่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. พยายามผลักดันมานาน โดยการมีข้อเสนอแนะ ต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตให้เป็นไปตามเป้าหมายนั้น ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริต ซึ่งจะผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นแต่พบว่า รัฐบาลที่เป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตไม่ได้มี ความจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย จึงไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย
ปัญหา อุปสรรคในการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
6. แหล่งข้อมูล WJP แหล่งข้อมูล VDEM เป็นการประเมินพฤติกรรมขององค์อำนาจ เช่น รัฐบาล ตุลาการ และสมาชิกสภานิติบัญญัติ ซึ่งยากในการจัดทำแผนงาน โครงการ ในการยกระดับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงดังกล่าว
7. การจัดทำแนวทางการยกระดับในแหล่งข้อมูลต่างๆ เป็นเรื่องยากในการกำหนดขอบเขตการดำเนินการ ว่าจะยกระดับ ทั้งแหล่งข้อมูล หรือยกระดับเฉพาะประเด้นที่ TI นำมาคำนวณเป็นคะแนน CPI
8. แผน ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้กำหนดค่าคะแนน CPI เป็นเป้าหมายที่สูงเกินกว่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว สาธารณชนที่เกี่ยวข้อง แทบไม่รู้จัก CPI
**ในมุมมองของผู้บรรยาย
CPI
Score
ประเทศไทยไม่ควรกำหนดคะแนน CPI เป็นเป้าหมาย แต่สิ่งที่ควรทำ คือการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ
การป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ จะส่งต่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน
และความเจริญของประเทศซึ่งจะมีประโยชน์มากกว่าเป้าหมาย
ค่าคะแนน CPI
ในการวัดภาพลักษณ์การทุจริต ประเทศไทยอาจสร้างและพัฒนาตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ
ในส่วนของคะแนน CPI เมื่อสถานการณ์การทุจริตของประเทศไทยขึ้นแล้วคะแนนก็จะดีขึ้นเอง