1 of 36

บทที่ 6�การเขียนผังงาน�(Flow chart)

ขอบคุณสไลด์จาก คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยบูรพา

2 of 36

จุดประสงค์การเรียนรู้

  • เข้าใจการใช้สัญลักษณ์สำหรับการเขียนผังงาน
  • สามารถเขียนผังงานอย่างง่ายได้จากโจทย์ที่กำหนดให้
  • สามารถหาผลลัพธ์จากผังงานที่กำหนดให้ได้

หน้า | 2

3 of 36

หัวข้อเรื่อง

  • ผังงานคืออะไร
  • สัญลักษณ์ของผังงาน
  • ประเภทของผังงาน
  • รูปแบบของผังงาน

หน้า | 3

4 of 36

ผังงานคืออะไร

ผังงาน (Flowchart) เป็นรูปภาพ หรือ สัญลักษณ์ ที่ใช้เขียนแทนขั้นตอนของงานหรือสิ่งที่กำลังอธิบาย ที่อาจประกอบไปด้วยคำอธิบาย ข้อความ หรือคำพูด แบบย่อ ของงานหนึ่งๆ โดยใช้สัญลักษณ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะการนำเสนอขั้นตอนของงานให้เข้าใจตรงกันระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ด้วยคำพูด หรือ ข้อความทำได้ยากกว่า

หน้า | 4

5 of 36

ลักษณะของผังงานที่ดี

  • ใช้สัญลักษณ์ตามที่กำหนดไว้
  • ใช้ลูกศรแสดงทิศทางการไหลของข้อมูลจากบนลงล่าง

หรือ จากซ้ายไปขวา

  • คำอธิบายในภาพควรสั้นกะทัดรัด และ เข้าใจง่าย
  • ทุกแผนภาพต้องมีลูกศรแสดงทิศทางเข้า – ออก
  • ไม่ควรโยงเส้นเชื่อมผังงานที่อยู่ไกลมาก ๆ

ควรใช้สัญลักษณ์จุดเชื่อมต่อแทน

หน้า | 5

6 of 36

สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเขียนผังงาน

สัญลักษณ์ที่ใช้ในผังงาน จะใช้รูปแบบที่เหมือนกันตามมาตรฐานที่สถาบัน ANSI กำหนดเพื่อสื่อความหมายเดียวกัน แม้ว่าจะเห็นผังงานที่ภาษาแตกต่างกัน แต่เมื่อเห็นสัญลักษณ์เหล่านั้นก็สามารถเข้าใจตรงกัน และทำงานตามขั้นตอนที่ระบุไว้ได้

ANSI ย่อมาจาก American National Standards Institute

คือ สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา

หน้า | 6

7 of 36

ตัวอย่างสัญลักษณ์�ที่ใช้ในการเขียนผังงาน

หน้า | 7

8 of 36

Start/Terminator

สัญลักษณ์แทนจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการทำงาน

หน้า | 8

9 of 36

Process

สัญลักษณ์แทนการดำเนินการ / ประมวลผลข้อมูล

เช่น การดำเนินการค่าคงที่ การกำหนดค่าข้อมูลให้กับตัวแปร การคูณ

หน้า | 9

10 of 36

Input/Output

สัญลักษณ์แทนการรับและแสดงข้อมูล

ในกรณีที่ไม่ระบุอุปกรณ์รับข้อมูล อาจรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด แฟ้มข้อมูล หรือแสดงผลข้อมูลทางจอภาพ เครื่องพิมพ์ หรือแฟ้มข้อมูลก็ได้

หน้า | 10

11 of 36

Decision

สัญลักษณ์แทนการเปรียบเทียบเพื่อให้ตัดสินใจเลือก

โดยจะมีเส้นออกจากสัญลักษณ์นี้ เพื่อชี้ไปยังการทำงานตามเงื่อนไขที่เป็นจริง และชี้ไปยังการทำงานตามเงื่อนไขที่เป็นเท็จ

หน้า | 11

12 of 36

Connector

สัญลักษณ์แทนจุดเชื่อมของผังงาน

เพื่อทำให้ผังงานดูเข้าใจง่ายขึ้น ในกรณีที่มีทางเลือกของการดำเนินการแล้วกลับมาดำเนินการต่อไปด้วยขั้นตอนเดียวกัน

หน้า | 12

13 of 36

Between-page Connector

สัญลักษณ์แทนจุดเชื่อมของผังงาน �กรณีขึ้นหน้ากระดาษใหม่

หน้า | 13

14 of 36

Predefined Process

สัญลักษณ์แทนการเรียกใช้ฟังก์ชันหรือการทำงานย่อยที่มีการกำหนดไว้แล้ว

หน้า | 14

15 of 36

Flow line/Direction

เส้นแสดงทิศทางของการทำงาน

(แต่ละเส้นต้องมีหัวลูกศรเดียวเท่านั้น)

หน้า | 15

16 of 36

ประเภทของผังงาน

ผังงานสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายประเภทของงาน เช่น

  • การทำผังงานขั้นตอนการทำงานในองค์กร
  • การทำผังงานของระบบเครือข่ายในการสื่อสารดิจิทัล
  • การทำผังงานของขั้นตอนการออกกฎหมาย

แต่ในเนื้อหาวิชานี้ จะเน้นการใช้ผังงานเพื่อการสร้างโปรแกรม

หน้า | 16

17 of 36

ประเภทของผังงาน

  • ผังงานระบบ (System flowchart)
  • ผังงานโปรแกรม (Program flowchart)

หน้า | 17

18 of 36

ผังงานระบบ (System flowchart)

เป็นผังงานที่ใช้มองภาพรวมกว้างๆ ของระบบงานหรือระบบในองค์กรว่า

  • เริ่มต้นทำงานอย่างไร
  • มีข้อมูลอะไรบ้าง
  • มีกระบวนการทำงานหรือขั้นตอนอย่างไร
  • ผลลัพธ์เป็นอย่างไร
  • จนกระทั่งสิ้นสุดการทำงาน

หน้า | 18

ตัวอย่าง

การจัดทำผังการทำงานของฝ่ายการเงิน

19 of 36

ภาระงานให้นักเรียนศึกษาผังงานในระบบที่ตนเองสนใจ พร้อมทั้งอธิบายการทำงาน ในโปรแกรม Canva

หน้า | 19

ตัวอย่าง

การทำงานของระบบประกอบไปด้วยขั้นตอนที่

1 ..........................................

2..........................................

20 of 36

ผังงานโปรแกรม (Program flowchart)

เป็นผังงานที่ใช้แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานตั้งแต่เริ่มต้น รับข้อมูล ประมวลผล แสดงผลลัพธ์ ฯลฯ

ตัวอย่าง

หน้า | 20

21 of 36

รูปแบบของผังงานโปรแกรม

รูปแบบของผังงานโปรแกรม (Program flowchart) มี 3 รูปแบบ ดังนี้

        • ผังงานเรียงลำดับ
        • ผังงานแบบมีเงื่อนไข
        • ผังงานแบบทำซ้ำ

หน้า | 21

22 of 36

1. ผังงานแบบเรียงลำดับ

หน้า | 22

23 of 36

ผังงานแบบเรียงลำดับ

เป็นรูปแบบผังงานที่ง่ายที่สุด ไม่ซับซ้อน และไม่มีการเปรียบเทียบเงื่อนไขใด ๆ โดยแสดงขั้นการทำงานไปตามลำดับตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดการบวนการ

หน้า | 23

เริ่มต้น

สิ้นสุด

การทำงาน 1

การทำงาน 2

การทำงาน 3

24 of 36

หน้า | 24

25 of 36

ตัวอย่างที่ 1.1 การใช้โทรศัพท์บ้าน

  1. ยกหูโทรศัพท์
  2. รอฟังเสียงสัญญาณ
  3. กดเลขหมายปลายทาง
  4. สนทนา
  5. วางสาย

หน้า | 25

เริ่มต้น

สิ้นสุด

ยกหูโทรศัพท์

ฟังเสียงสัญญาณ

วางสาย

กดหมายเลข

สนทนา

26 of 36

ตัวอย่างที่ 1.2 คำนวณพื้นที่สี่เหลี่ยม

  1. รับค่าความยาวด้าน
  2. คำนวณตามสูตร

พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส = ด้าน x ด้าน

  1. แสดงผลลัพธ์

หน้า | 26

เริ่มต้น

สิ้นสุด

รับค่า

ความยาวด้าน

เท่ากับ 2

คำนวณ

พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส

2 x 2

แสดงผล

พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส

เท่ากับ 4

27 of 36

2. ผังงานแบบมีเงื่อนไข

หน้า | 27

28 of 36

ผังงานแบบมีเงื่อนไข

  • เป็นรูปแบบที่มีการสร้างเงื่อนไขเพื่อเลือกทำงานในขั้นต่อไป
  • โดยใช้เงื่อนไขการตัดสินใจเพียง 2 ทางเลือก เช่น

- จริง หรือ เท็จ

- ใช่ หรือ ไม่ใช่

- ถูก หรือ ผิด

หน้า | 28

เท็จ

เงื่อนไข

คำสั่ง

จริง

29 of 36

ตัวอย่างที่ 2.1 เลือกเข้าห้องน้ำ

เพศ หญิง ใช่หรือไม่

    • ใช่ เข้าห้องน้ำหญิง
    • ไม่ใช่ เข้าห้องน้ำชาย

หน้า | 29

เริ่มต้น

สิ้นสุด

ห้องน้ำหญิง

ห้องน้ำชาย

เพศ “หญิง” ใช่หรือไม่

ใช่

ไม่ใช่

30 of 36

ตัวอย่างที่ 2.2 สอบตกหรือไม่

ผลการสอบ

    • สอบไม่ผ่าน ต้องสอบซ่อม ก่อนจบการทำงาน
    • สอบผ่าน จบการทำงาน

หน้า | 30

เริ่มต้น

สิ้นสุด

สอบซ่อม

ผลการสอบ

ไม่ผ่าน

ผ่าน

31 of 36

3. ผังงานแบบทำซ้ำ

หน้า | 31

32 of 36

ผังงานแบบทำซ้ำ

  • เป็นรูปแบบที่มีการกระทำกระบวนการหนึ่งหลายครั้ง
  • โดยมีเงื่อนไขในการควบคุม
  • จะแตกต่างกับรูปแบบมีเงื่อนไขตรงที่เงื่อนไขจะถูกทดสอบจนกว่าจะเป็นเท็จถึงจะหยุดการทำซ้ำ

หน้า | 32

เท็จ

เงื่อนไข

คำสั่ง

จริง

33 of 36

ตัวอย่างที่ 3 วิ่งครบหรือยัง

วิ่งรอบสนามครบ 10 รอบ

    • จริง

หยุดวิ่ง (สิ้นสุด)

    • เท็จ

วิ่งต่อ และนับรอบเพิ่ม

หน้า | 33

เท็จ

วิ่งครบ

10 รอบ

วิ่งต่อ และนับรอบเพิ่ม

จริง

เริ่มต้น

สิ้นสุด

34 of 36

ประโยชน์ของผังงาน

  • ช่วยในการลำดับขั้นตอนการทำงาน
  • ช่วยในการสื่อสารกับผู้อื่น ทำให้สามารถเข้าใจงานได้ง่าย และรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ช่วยสื่อความหมายด้วยภาพที่ทำให้สื่อความหมายได้ชัดเจนขึ้น จึงทำให้เข้าใจได้ดีกว่าตัวอักษรหรือคำพูดเพียงอย่างเดียว
  • ช่วยในการตรวจสอบและการแก้ไข ทำให้มองเห็นจุดผิดพลาดที่ต้องแก้ไขได้ง่ายขึ้น

หน้า | 34

35 of 36

แหล่งอ้างอิง

  • ผังงานและความหมายของผังงาน

จาก : http://www.slideshare.net/9inglobin/ss-43468731

  • ตัวอย่าง Scratch

จาก : https://scratch.mit.edu

หน้า | 35

36 of 36

หน้า | 36

คำถาม ?