1 of 38

สุขภาพจิตในการทำงาน

นพ.ศุภกร ตุลย์ไตรรัตน์

​

2 of 38

คำจำกัดความของปัจจัยเสี่ยงจิตสังคม

  • องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

ให้คำจำกัดความของปัจจัยเสี่ยงจิตสังคม เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมในการทำงานของการทำงาน สภาพขององค์กร และพนักงานหรือคนงานที่พิจารณาถึง ความสามารถในการทำงาน ความต้องการ วัฒนธรรม การพิจารณางานเฉพาะบุคคล ที่ส่งผลต่อการรับรู้และประสบการณ์การทำงานและผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานและความพึงพอใจในการทำงาน

3 of 38

ความเครียด คือ ???

4 of 38

ความเครียด

เป็นได้ทั้ง

1. สภาวะ (state): สภาวะตอบสนองทางจิตใจต่อสังคมและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

2. กระบวนการ (process): กระบวนการที่บ่งถึงพฤติกรรมในการตอบสนอง เช่น การที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น การเป็นตัวของตัวเอง

3. ผล (outcome): ผลของกระบวนการ เป็นสภาพซึ่งเกิดจากการเผชิญหน้ากับตัวก่อความเครียด เช่น หมดไฟ (burnout) โรคซึมเศร้า

​

5 of 38

ปัจจัยต่อความเครียด

ตัวก่อความเครียดในการทำงาน

ปัจจัยส่วนบุคคล

ปัจจัย

ภายนอกงาน

ปัจจัยป้องกัน

6 of 38

ตัวก่อความเครียดในการทำงาน�

1.Job Demands งานที่ต้องการทักษะหรือต้องรับผิดชอบสูง + ไม่สามารถควบคุมงานได้เอง = High-strain work

2.ปัจจัยด้านการจัดองค์กร เช่น ความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหาร, ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน, การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

3.สภาพทางกายภาพ เช่น สภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีสิ่งคุกคาม จะทำให้ไม่มีความสุขในการทำงาน

7 of 38

8 of 38

ปัจจัยส่วนบุคคล

บุคลิกภาพ Personality Type A : มีความมุ่งมั่น ชอบการแข่งขัน

VS

ผู้ที่มีแนวคิดว่าชีวิตขึ้นกับการกระทำของตนเองสามารถทนต่อปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดในที่ทำงานได้ดี

9 of 38

ปัจจัยภายนอกงาน

-ปัญหาครอบครัว

-ปัญหาการเงิน

ในความเป็นจริงคนงานจะนำปัญหาในครอบครัวเป็นอารมณ์เข้ามาทำงานด้วย และในทางกลับกันก็จะนำปัญหาในที่ทำงานหรืองานกลับไปยังครอบครัวด้วย

ถ้าสามารถตัดปัจจัยนอกงานได้ ก็จะทำให้ความทนต่อความเครียดในที่ทำงานมากขึ้น

10 of 38

ปัจจัยป้องกัน (Buffer factor)

1. การที่ได้รับการสนับสนุนทางสังคมทั้งในงานและนอกงาน

2. การตอบสนองหรือการรับมือ ขึ้นกับปัจจัยทางสังคมและจิตใจที่คนนั้นมีเป็นพื้นฐาน นอกจากนี้ยังพบว่าระดับการการศึกษาและรายได้เป็นตัวแปรสำคัญ

3. ปัจจัยด้านการดำเนินชีวิต การดำเนินชีวิตที่ดีประกอบด้วย ความสมบูรณ์ของร่างกาย การออกกำลังกาย การไม่สูบบุหรี่ โภชนาการและนิสัยการกินที่ดี

11 of 38

ผลกระทบของความเครียดจากการทำงาน

1. แบบเฉียบพลัน

​

2. แบบเรื้อรัง�

12 of 38

1. แบบเฉียบพลัน

หัวใจเต้นเร็ว

นอนไม่หลับ

13 of 38

2. แบบเรื้อรัง

โรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคพิษสุราเรื้อรัง

การเจ็บป่วยทางจิต

​

14 of 38

การป้องกันและจัดการความเครียดจากการทำงาน

15 of 38

การจัดการความเครียดมี 3 แบบ คือ

1.แบบปฐมภูมิ- ลดหรือกำจัดปัจจัยตัวก่อความเครียดในงาน

2.แบบทุติยภูมิ- เปลี่ยนวิธีรับรู้หรือตอบสนองต่อตัวก่อความเครียด

3.แบบตติยภูมิ- รักษาผู้ที่มีอาการจากความเครียดแล้ว

​

*การจัดการแบบบูรณาการจะเป็นการผนวก 3 สิ่งนี้เข้าด้วยกัน

16 of 38

1. การจัดการความเครียดแบบปฐมภูมิ

จะมุ่งเน้นไปที่แหล่งที่ทำให้เกิดความเครียดโดย

ใช้รูปแบบ

การจัดการทางจิตสังคม

+

การจัดการโดยเทคนิคทางสังคม

17 of 38

การจัดการทางจิตสังคม

ใช้หลักการ PAR (principles of Participatory Action Research)

-คนงานมีส่วนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก โดยให้อำนาจคนงานในการค้นหาตัวก่อความเครียด พัฒนากลยุทธ์ในการจัดการ ทำให้เกิดความร่วมมือในการเก็บข้อมูลกระบวนการทำงาน การแก้ปัญหาปรับปรุงองค์กร ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นที่ต้องการของทุกฝ่าย

18 of 38

การจัดการโดยเทคนิคทางสังคม �

เน้นการเปลี่ยนแปลงทางวัตถุในด้านกระบวนการหรือสิ่งแวดล้อมในการทำงาน

การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเป็นความร่วมมือระหว่างลูกจ้าง นายจ้าง หรือนักวิจัย

ส่วนใหญ่จะเน้น การเปลี่ยนแปลงภาระงาน ตารางการทำงาน และกระบวนการทำงาน

19 of 38

2. การจัดการความเครียดแบบทุติยภูมิ

“Stress Management”

เน้นเทคนิคหรือการออกแบบกระบวนการเพื่อช่วยให้คนงานปรับการ

ตอบสนองต่อสภาพความเครียดหรือจัดการกับอาการที่เกิดจากความเครียด หรือทั้งสองอย่าง โดยปกติการจัดการจะเป็นการมุ่งเน้นด้านบุคคล และมีการใช้เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น

Meditation, progressive muscle relaxation

รูปแบบจะต่างกับการจัดการแบบปฐมภูมิซึ่งจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับแหล่งที่ทำให้เกิดความเครียดในการทำงานเลย

20 of 38

3. การจัดการความเครียดแบบตติยภูมิ

คือการค้นหาและรักษาผู้ที่เจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจโดย

1.การดูแลทางการแพทย์

ในสถานประกอบการขนาดใหญ่หลายแห่งมีแพทย์หรือพยาบาลประจำ การที่แพทย์หรือพยาบาลสามารถค้นหาอาการหรืออาการแสดงของความเครียดหรือโรคจากความเครียดแต่เนิ่น ทำให้

สามารถช่วยเหลือไม่ให้เป็นมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้การส่งเสริมสุขภาพ และเฝ้าระวังด้านสุขภาพ และพฤติกรรมของคนงานได้ด้วย

21 of 38

3. การจัดการความเครียดแบบตติยภูมิ

2.ให้คำปรึกษาและทำจิตบำบัด

การให้คำปรึกษาและการทำจิตบำบัด ในคนงานที่มีปัญหาทางจิตจากการทำงาน โดยใช้เทคนิคการบำบัดทางพฤติกรรมและการเรียนรู้ การให้คำปรึกษาเพื่อสนับสนุน ทำให้อาการลดลงอย่างชัดเจน

22 of 38

Employee Assistance Programs (EAPs)

​

23 of 38

Goal of EAPs

การทำให้ลูกจ้างกลับไปทำงานได้ดีเหมือนเดิม โดย

1.ค้นหาผู้ติดสารเสพติดหรือผู้ที่มีอารมณ์และพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อการทำงาน

2.สร้างแรงจูงใจให้คนเหล่านี้หันมาหาความช่วยเหลือ

3.จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษามาช่วยในช่วงแรกและมีแผนการส่งต่อ

24 of 38

Goal of EAPs

4.ทำให้เป็นแหล่งที่ให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ดีที่สุด

5.ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและนำทางให้ผ่านพ้นช่วงการแก้ไขปัญหา

25 of 38

ระวัง !!!

  • ความรู้สึกของคนงานที่ไปเข้าโครงการ EAP จะเปรียบเสมือนมีความผิดติดตัวเกี่ยวกับ เรื่องสุขภาพจิต และกลัวจะไม่ได้เลื่อนขั้น
  • นอกจากนี้คนงาน อาจจะคิดว่านายจ้างเน้นแต่เรื่องผลผลิตของงาน และมองว่า EAP เป็นเหมือนตัวคัดกรองคน โดยเฉพาะถ้านายจ้างไม่ให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ซึ่งได้แก่ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ และนักสังคมสงเคราะห์ ทำให้ EAP มีผลตรงกันข้ามได้

26 of 38

กลไกทางสรีรวิทยา

27 of 38

กลไก

กลไกโดยตรงคือการความผิดปกติของระบบประสาท

ที่ควบคุมฮอร์โมน ระบบประสาทอัตโนมัติ และระบบภูมิคุ้มกัน

ผลทางอ้อมของความเครียด คือเป็นการเชื่อมความเครียดที่เกิดจากงานและภายนอกงาน เช่น พฤติกรรมเสี่ยงซึ่งทำให้เกิดผลต่อสุขภาพ

​

28 of 38

ดรรชนีชี้วัดสุขภาวะขององค์การอนามัยโลก

29 of 38

กรุณาทำเครื่องหมายสำหรับแต่ละข้อความทั้ง 5 ข้อ ให้ใกล้เคียงที่สุดกับความรู้สึกของท่านในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

30 of 38

การแปลผล

  • ถ้าคะแนนดิบต่ำกว่า 13 หรือ
  • ถ้าผู้ป่วยตอบ 0 ถึง 1 ในหัวข้อใดๆใน 5 หัวข้อนั้น

เป็นข้อบ่งชี้ให้ทำการทดสอบภาวะซึมเศร้าโดยใช้ เกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้า ( ICD-10)

31 of 38

โรคทางจิตเวชที่พบบ่อยในกลุ่มคนงาน

กลุ่มของความเจ็บป่วยทางจิตที่เป็นที่ยอมรับว่ามีผลต่อการทำงานคืออาการเครียดหลังเกิดอุบัติเหตุหรือ post traumatic stress disorder- PTSD

โดยเฉพาะเมื่อมีการสัมผัสเหตุการณ์ที่ถือเป็นความเครียดในชีวิต เช่น อุบัติเหตุถูกเครื่องจักรทับมือหรือนิ้วขาด มีอุบัติเหตุรุนแรงในการทำงาน โดย PTSD จะพบร่วมกับโรคซึมเศร้าได้บ่อยครั้ง

​

32 of 38

โรคทางจิตเวชที่พบบ่อยในกลุ่มคนงาน

โรคซึมเศร้า (Major depressive disorder)

การคัดกรอง

สังเกต ฟัง และถามคำถามเกี่ยวกับอารมณ์ของผู้ป่วย และปัญหาเกี่ยวกับงานและสังคม

เริ่มโดยการถามคำถามผู้ป่วย (PHQ-2)

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณเคยรู้สึก:

1. มีความสนใจหรือความรู้สึกระตือรือร้นที่จะทำงานหรือทำกิจกรรมลดลงหรือไม่?

2. รู้สึกหมดหวังหรือไม่ ?

ถ้าตอบว่า ใช่ ในข้อใดข้อหนึ่ง ให้ตอบใน Patient Health Questionnaire-9 (PHQ-9)

PHQ 9 ต่อ

​

33 of 38

34 of 38

Total Score

Depression Severity

1-4

None

5-9

Mild depression

10-14

Moderate depression

1519

Moderately severe depression

20-27

Severe depression

35 of 38

การส่งต่อเพื่อปรึกษาจิตแพทย์

1. อาการที่สงสัยว่าจะเกิดปัญหาทางจิตเวช

2. เหตุผลที่ต้องปรึกษาจิตแพทย์

36 of 38

1. อาการที่สงสัยว่าเกิดปัญหาทางจิตเวช�

มีพฤติกรรมผิดปกติ

ความไม่มั่นคงทางอารมณ์

ประสบเหตุการณ์ที่สะเทือนอารมณ์เป็นอย่างมาก

การทำตัวเป็นอันตราย

ความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน/หัวหน้างาน

ทำงานผิดพลาดบ่อยโดยหาสาเหตุไม่ได้

37 of 38

2. เหตุผลที่ต้องปรึกษาจิตแพทย์

ความชัดเจนในการวินิจฉัย

การวางแผนการรักษา

การประเมินความเหมาะสมกับงาน

การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพ

การประเมินการคุกคามต่อเพื่อนร่วมงาน

การปรับยาจิตเวช การทำจิตบำบัด

การทำแบบทดสอบทางจิตวิทยา

​

38 of 38

Thank You