1 of 18

2 of 18

3 of 18

รูปที่ 2.1 Dialog ชื่อ Drawing Units

4 of 18

1. กรอบรายการ Length ใช้ในการเลือกรูปแบบการวัดระยะทางซึ่งมีส่วนย่อยของรูปแบบ 2 ส่วน คือ

(1) Type ใช้สหรับเลือกรูปแบบของการวัดระยะทาง มีตัวเลือก 5 รูปแบบ คือ

(ก) Architectural การวัดเป็น ฟุต นิ้ว เศษของนิ้วเป็นเศษส่วน

(ข) Decimal การวัดเป็นจนวนเต็มเศษของจนวนเต็มเป็นทศนิยม

(ค) Engineering การวัดเป็น ฟุต นิ้ว เศษของนิ้วเป็นทศนิยม

(ง) Fractional การวัดเป็น นิ้ว เศษของนิ้วเป็นเศษส่วน

(จ) Scientific การวัดระยะและทิศทางทางวิทยาศาสตร์

(2).Precision.ใช้สหรับเลือกความละเอียดของหน่วยการวัดระยะทางซึ่งสามารถเลือกได้โดยคลิกที่ Popup List แล้วเลือกจนวนความละเอียดตามที่ต้องการ

5 of 18

2. กรอบรายการ Angleใช้ในการเลือกรูปแบบของการวัดมุมซึ่งมีส่วนย่อย 2 ส่วน คือ

(1) Type ใช้สหรับเลือกรูปแบบของการวัดมุม มีตัวเลือกดังนี้

(ก) Decimal Degrees การวัดเป็นองศาเศษเป็นทศนิยม

(ข) Deg/Min/Sec การวัดเป็น องศา/นาที/วินาที

(2) Precision ใช้สหรับเลือกความละเอียดของการวัดมุม

3. กรอบรายการ Insertion Scale ใช้ในการเลือกหน่วยในการป้อนค่าขณะทการออกแบบและเขียน แบบ เช่น หากเลือกหน่วยเป็น Millimeters ขณะที่เขียนเส้นตรงหากป้อน 1 ระยะจะมีค่าเท่ากับ 1 mm.

4.กรอบรายการSample Output เป็นบริเวณที่แสดงตัวอย่างหน่วยวัดระยะทางและวัดมุมตามที่เลือก เอาไว้

6 of 18

ตารางที่ 2.1 ขนาดของกระดาษเขียนแบบตามมาตรฐาน DIN 476

การเรียกใช้คสั่ง

Main Menu : Format > Drawing Limits

Command Line : Drawing Limits

เมื่อเรียกคสั่งทางใดทางหนึ่งแล้วมีข้อความปรากฏที่บรรทัดป้อนคสั่งความหมายของข้อความและควร จะป้อนค่าอย่างไรได้อธิบายดังกรอบสี่เหลี่ยมด้านล่าง

ตัวอย่าง ต้องการกหนดขอบเขตของการเขียนแบบเท่ากับกระดาษA4วางในแนวตั้ง โดยให้ขอบมุมล่าง ด้านซ้ายอยู่ที่พิกัด 0,0

7 of 18

รูปที่ 2.2 ส่วนต่างของแถบ Snap and Grid

8 of 18

1. Snap On (F9) ใช้สหรับ เปิด/ปิด การกระโดดของ Cursor

2. Grid On (F7) ใช้สหรับ เปิด/ปิด การแสดงระยะจุด

3. กรอบรายการ Snap spacing ใช้สหรับกหนดระยะกระโดดของ Cursor

(1) Snap X spacing ใช้กหนดระยะกระโดดของ Cursor ตามแนวแกน X

(2) Snap Y spacing ใช้กหนดระยะกระโดดของ Cursor ตามแนวแกน Y

4. กรอบรายการ Grid spacing ใช้สหรับกหนดระยะจุด

(1) Grid X spacing ใช้สหรับกหนดระยะจุดในแนวแกน X

(2) Grid Y spacing ใช้สหรับกหนดระยะจุดในแนวแกน Y

5. กรอบรายการ Snap Type ใช้สหรับเลือกรูปแบบของ Snap

6. กรอบรายการ Grid behavior ใช้สหรับบังคับให้ Grid แสดงตามรูปแบบที่เลือก

9 of 18

เครื่องมือค้นหาตแหน่ง หมายถึง เครื่องมือที่ใช้สหรับค้นหาตแหน่งต่าง ๆ ของเส้นตรง วงกลม และ ส่วนโค้ง หรือเรียกว่า Osnap ซึ่งย่อมาจาก Object Snap เช่น ต้องการเขียนเส้นตรงจากจุดศูนย์กลางของวงกลม มายังกึ่งกลางของเส้นตรงทางขวามือ

รูปที่ 2.3 การใช้ Osnap

10 of 18

1. การเรียก Osnap มาใช้ค้นตแหน่งต่างๆ สามารถเรียกใช้ได้ 2 ลักษณะ คือ

(1) การเรียก Osnap มาใช้แบบชั่วคราว หมายถึง การเรียก Osnap ตัวใดมาใช้ จะหาตแหน่งได้เพียง ครั้งเดียว หากต้องการใช้อีกก็ต้องเรียกใหม่ การเรียก Osnap แบบชั่วคราวสามารถทได้โดย กดปุ่ม Shift ที่แป้น Keyboard พร้อมกับกดปุ่มขวามือของเมาส์ เมื่อกดแล้วจะได้ Osnap หากต้องการใช้ Osnap ตัวใด ให้เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ Osnap ตัวนั้น

(2) กำหนดค่าไว้ให้ Osnapค้นหาตำแหน่งต่างๆแบบถาวร หมายถึง การกำหนดค่าให้ Osnapหาตำแหน่งต่างๆ ตลอดเวลาที่อยู่ระหว่างการใช้คำสั่งใดๆ การกำหนดแบบนี้สามารถทำได้ด้วยการใช้คำสั่ง DraftingSettingเมื่อเข้าสู่คำสั่งแล้วให้เลือกแถบรายการ Object Snap หากต้องการให้ Osnap ตัวใดเป็นตัวค้นหาตลอดเวลา ให้ทำเครื่องหมายหน้าเช็กบ็อกซ์นั้น เช่น ต้องการให้ Osnapหาปลายของเส้น (Endpoint) จุดศูนย์กลางของวงกลม (Center) กึ่งกลางของเส้น (Midpoint) ตลอดเวลา เมื่อทำเครื่องหมายแล้วคลิกปุ่ม OKของ DialogBoxชื่อ Drafting Setting

11 of 18

รูปที่ 2.5 แถบรายการ Object Snap

12 of 18

ชั้นภาพในการเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์ คือ Layer ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับการนเอาแผ่นใสหลาย ๆ แผ่น มาวางซ้อนกัน หากเขียนข้อความหรือวาดรูปภาพลงในแผ่นใส แล้วเอามาวางซ้อนกันก็สามารถมองเห็นข้อความ หรือรูปภาพนั้นได้ เช่น แผ่นใสแผ่นที่ 1 เขียนรูปสี่เหลี่ยมไว้ แผ่นใสแผ่นที่ 2 บอกขนาดไว้ แผ่นใสแผ่นที่ 3 เขียน ข้อความว่า “รูปสี่เหลี่ยม” เมื่อทั้งสามแผ่นมาวางซ้อนกันก็จะมองเห็นรูปสี่เหลี่ยมที่มีการบอกขนาดและมีข้อความ “รูปสี่เหลี่ยม”

รูปที่ 2.6 ลักษณะของ Layer

13 of 18

รูปที่ 2.6 (ต่อ) ลักษณะของ Layer

หรับการเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์นั้นจะเป็นการกหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของเส้น ซึ่งประกอบ ด้วยชนิด ความหนา และสี ดังนั้น การกหนดคุณสมบัติต่าง ๆ จะต้องคนึงถึงมาตรฐานของเส้นดังตารางที่2.2ด้านล่าง ทั้งหมดนี้สามารถทได้ด้วยคสั่ง Mechanical Layer Manager โดยมีรายละเอียดและวีธีการสร้าง ดังต่อไปนี้

14 of 18

ตารางที่ 2.2 ลักษณะกลุ่มเส้น และการใช้งานของเส้นตามมาตรฐาน DIN 128

15 of 18

เมื่อเรียกคสั่งทางใดทางหนึ่งแล้วจะได้ Dialog Box ชื่อ Mechanical Layer Manager ซึ่งแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังนี้

รูปที่ 2.7 ส่วนต่าง ๆ ของ Dialog Box ชื่อ Layer Properties Manager

16 of 18

1. ปุ่ม New ใช้สหรับสร้าง Layer ขึ้นใหม่ หากคลิกที่ปุ่มนี้โปรแกรมจะสร้าง Layer ขึ้นมาให้ครั้งละ 1 Layer พร้อมตั้งชื่อ Layer 1, 2, 3 แต่สามารถเปลี่ยนเป็นชื่อเป็นอย่างอื่นได้ โดยการลบชื่อ Layer 1 ออกไป แล้วพิมพ์ชื่อตามที่ต้องการเข้าไป

2. ปุ่ม Delete ใช้สหรับลบ Layer ที่ไม่มีเส้นใด ๆ ซึ่งมีวิธีการ คือ เลือก Layer แล้วคลิกปุ่ม Delete แต่ Layer

3. ปุ่ม Set Current ใช้สหรับนLayer ที่เลือกไปใช้งาน ซึ่งสามารถทได้โดย เลือก Layer ที่ต้องการ แล้วคลิกที่ปุ่ม Current

4. แถบ Status ใช้สหรับบอกสถานะการทงานของ Layer

5. แถบ Name คือ ชื่อของ Layer ที่มีอยู่ใน File แบบงานที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้น

6. แถบ On ใช้สหรับ เปิด/ปิด สถานะของ Layer การเปิด/ปิดเป็นลักษณะบังคับให้เส้นหรือทุกอย่าง ที่สร้างอยู่ใน Layer นั้น ๆ แสดงหรือไม่แสดงให้เห็น การเปิดหรือปิดสามารถทได้โดยคลิกที่รูปดวงไฟของ Layer นั้นหากดวงสีเหลือง หมายถึง สถานะของ Layerเปิดแต่หากดวงสีเทาหมายถึงสถานะ Layer ปิด

17 of 18

7. แถบ Freeze ใช้สหรับ เปิด/ปิด การแช่แข็ง Layer การแช่แข็งมีลักษณะคล้ายกับการเปิด/ปิด คือรูป หรือทุกอย่างที่สร้างอยู่ใน Layer นั้น ๆ จะไม่แสดงให้เห็น การเปิดหรือปิดสามารถทได้โดยคลิกที่รูปดวงอาทิตย์ ของ Layer นั้น หากรูปดวงอาทิตย์สีเหลืองหมายถึงไม่แช่แข็ง แต่ถ้าดวงอาทิตย์เป็นสีเทาหมายถึง Layer ถูกแช่แข็ง

8. แถบ Lock ใช้สหรับล็อกหรือปลดล็อก Layer ลักษณะของการล็อกคือรูปหรือทุกอย่างที่สร้างอยู่ใน Layer นั้น ๆ จะไม่สามารถกระทการใด ๆ กับเส้นที่อยู่ใน Layer นั้นได้ โดยสังเกตได้ หากห่วงแม่กุญแจหมุน ออกดังรูป หมายถึงปลดล็อก แต่ถ้าห่วงกุญแจหมุนเข้าดังรูป หมายถึงล็อก Layer

9. แถบ Color ใช้สหรับกหนดสีให้กับ Layer ที่ถูกเลือก โดยการคลิกบนตลับสีของ Layer เมื่อคลิกจะ ได้ Dialog box ที่ชื่อ Select Color จากนั้นเลือกสีตามที่ต้องการ โดยการคลิกที่สีหรือพิมพ์ชื่อสีใน ช่อง Color แล้วคลิกที่ปุ่ม OK

10. แถบ Linetype ใช้สำหรับกำหนดชนิดของเส้นให้กับ Layer ซึ่งมีวิธีการดังนี้ คลิกบนชื่อของเส้นใน Layer ที่ต้องการเปลี่ยน เมื่อคลิกจะมีหัวลูกศรปรากฏขึ้น จากนั้นให้คลิกที่หัวลูกศรจะปรากฏ Popup list

18 of 18

1. เรียกคำ สั่ง Mechanical.Layer.Managerสามารถทำได้โดย Format/ Mechanical Layer Managerหรือคลิกที่ จะได้ Dialog Box ชื่อ Mechanical Layer Manager

2. ตั้งชื่อ Layer โดย Click ที่ปุ่ม New แล้วพิมพ์ชื่อที่ต้องการตั้งลงไป

3. เปลี่ยนคุณสมบัติให้กับ Layer ซึ่งมีรายละเอียดต้องเปลี่ยนในรายละเอียดดังนี้

(1) เปลี่ยนสีโดย Click ที่ชื่อของสีใน Layer ที่ต้องการเปลี่ยน

(2) เปลี่ยนชนิดของเส้นมีลำดับการเปลี่ยนดังนี้

(ก) คลิกบนชื่อของเส้นใน

(ข) เลือกชนิดของเส้นที่ต้องการเปลี่ยน

(3) เปลี่ยนความหนาของเส้นมีลำดับขั้นดังนี้

(ก) คลิกบนข้อความ Default ใน Layer ที่ต้องการเปลี่ยน เมื่อคลิกจะมีหัวลูกศรปรากฏขึ้นดังรูป จากนั้นให้คลิกที่หัวลูกศรจะปรากฏ Popup list

(ข) เลือกความหนาของเส้นที่ต้องการที่ต้องการเปลี่ยน

(4) นำ Layer ที่ต้องการไปใช้งาน โดยคลิกที่ชื่อของ Layer