Data Center Instrumentation
ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) หรือ ศูนย์ข้อมูล คือ อาคารหรือพื้นที่เฉพาะที่ใช้สำหรับจัดเก็บระบบคอมพิวเตอร์ระบบเครือข่าย (Network), และระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage) ขององค์กรหรือผู้ให้บริการคลาวด์ เพื่อให้ระบบไอที และ แอปพลิเคชันต่างๆ สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด
Data Center ในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก (แบบใช้ลม และแบบใช้ของเหลว) ซึ่งแตกแขนงออกเป็น 4 รูปแบบย่อย โดยแต่ละแบบมีความสามารถในการรองรับความหนาแน่นของกำลังไฟ (Rack Density)
มาตรฐานการแบ่งระดับของ Data Center ที่เป็นที่ยอมรับและใช้งานเป็นหลักทั่วโลกคือ Tier Standard ของสถาบัน Uptime Institute. ระบบนี้จะแบ่งโครงสร้างพื้นฐานออกเป็น 4 ระดับ (Tier I - IV) โดยพิจารณาจากความสามารถในการทำงานต่อเนื่อง (Uptime), การมีระบบสำรอง (Redundancy), และความทนทานต่อความเสียหาย (Fault Tolerance)
ระบบล่มในวันหยุดได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้ายแรง
กระจายลมเย็น เหมาะสำหรับธุรกิจสถาบันการศึกษา หรือองค์กรที่ต้องการความเสถียรในงบประมาณที่จำกัด
วิศวกรสามารถซ่อมแอร์, ถอดเปลี่ยนเซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำรั่ว, หรือบำรุงรักษาตู้ไฟประจำตู้ Rack ได้ทันทีโดยที่เซิร์ฟเวอร์ของ
ลูกค้ายังทำงานได้ตามปกติ 100%
ระบายความร้อนของชิป AI รั่วซึม ระบบจะตัดการทำงานของฝั่งนั้นทิ้ง และสลับไปใช้ฝั่งที่ 2 ทันทีโดยไม่มีอาการสะดุดเหมาะ
สำหรับธนาคารระดับประเทศ, ตลาดหลักทรัพย์, หรือหน่วยงานความมั่นคง
เครื่องมือวัดต่างในห้อง Data Center
เครื่องมือวัด และเซ็นเซอร์ในระบบโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องได้รับการสอบเทียบ (Calibration) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาเสถียรภาพ ป้องกันความเสียหายของเซิร์ฟเวอร์ และคำนวณประสิทธิภาพการใช้ พลังงาน (PUE) ให้ถูกต้อง
มาตรฐาน ASHRAE แนะนำให้ติดตั้ง อย่างน้อย 6 ตัวต่อ 1 ตู้ Rack (ด้านหน้าตู้ 3 ตัว เพื่อวัดลมเย็นขาเข้า และด้านหลังตู้ 3 ตัว เพื่อวัดลมร้อนขาออกที่ระดับ
บน- กลาง-ล่าง)
ตรวจสอบความเสถียร
ดับเพลิง วัดค่า CO2
เช่น กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Camera), ดิจิทัลมัลติมิเตอร์, เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter) และเครื่องวัดความเร็วลม (Anemometer)
จำนวนเครื่องมือวัดที่ต้องการสอบเทียบ