1 of 35

หน่วยที่ 10�ทฤษฎีนอร์ตัน

2 of 35

14.1 ทฤษฎีนอร์ตัน

การหาค่าสมการ หรือค่าตัวแปรในวงจรไฟฟ้าที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนค่าความต้านทานตัวใดตัวหนึ่งในวงจรมากกว่าหนึ่งค่า สามารถหาค่าได้ด้วยวิธีทฤษฎีเทวินิน

นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ชื่ออี แอล นอร์ตัน (E.L. Norton) ได้ตั้งทฤษฎีเพื่อใช้แก้ ปัญหาการหาค่าต่างๆ ในวงจรไฟฟ้าที่มีความซับซ้อน ทฤษฎีนอร์ตันกล่าวไว้ดังนี้ “วงจรไฟฟ้าแบบเชิงเส้นใดๆ สามารถยุบรวมวงจรไฟฟ้าใหม่ ให้อยู่ในรูปวงจรสมมูลนอร์ตัน (Norton’s Equivalent Circuit) ประกอบด้วย แหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าสมมูล (Equivalent Current Source) ต่อขนานกับตัวต้านทานสมมูล มีขั้วต่อออกมาใช้งาน 2 ขั้ว” วงจรสมมูลนอร์ตัน แสดงดังรูปที่ 14.1 และรูปที่ 14.2

3 of 35

จากรูปที่ 14.1 แสดงวงจรสมมูลนอร์ตันขณะไม่มีภาระ รูปที่ 14.1 (ก) ภายในกรอบรูปสี่เหลี่ยมเป็นวงจรไฟฟ้าจริงประกอบด้วยแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้า และตัวต้านทานต่อร่วมกันในวงจรที่มีความซับซ้อน มีขั้วต่อออกเอาต์พุตที่จุด A, B รูปที่ 14.1 (ข) ใช้ทฤษฎีนอร์ตัน ยุบรวมวงจรให้เหลือเพียงแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าสมมูลนอร์ตัน (IN) ต่อขนานกับค่าความต้านทานสมมูลนอร์ตัน (RN) มีขั้วต่อออกเอาต์พุตที่จุด

A, B

4 of 35

จากรูปที่ 14.2 แสดงวงจรสมมูลนอร์ตันขณะมีภาระ โดยต่อเพิ่มภาระ RL ปรับเปลี่ยนค่าได้เข้าไปที่จุด A, B เมื่อเขียนวงจรออกมาในรูปวงจรสมมูลแสดงดังรูปที่ 14.2 (ข) จะได้ภาระ RL ต่อขนานร่วมกับความต้านทานสมมูลนอร์ตัน (RN) ช่วยทำให้การคำนวณหาค่าต่างๆ ในวงจรทำได้ง่ายขึ้น

5 of 35

14.2 ขั้นตอนการหาวงจรสมมูลนอร์ตัน

ในการหาค่าแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าสมมูลนอร์ตัน (IN) และความต้านทานสมมูลนอร์ตัน (RN) ของวงจรไฟฟ้า สามารถทำได้โดยใช้ทฤษฎีนอร์ตันเข้าช่วย มีขั้นตอนการหาค่าดังนี้

1. ปลดภาระของวงจรไฟฟ้าที่ต้องการหาค่าวงจรสมมูลนอร์ตันออก ให้เหลือขั้วเอาต์พุต 2 ขั้ว เช่น ขั้วเอาต์พุต A, B ตัวอย่างวงจรไฟฟ้าที่ปลดภาระออก แสดงดังรูปที่ 14.3

6 of 35

7 of 35

2. หาค่าแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าสมมูลนอร์ตัน (IN) คือ การหาค่ากระแสไฟฟ้าไหลผ่านที่ขั้ว A, B ที่ปลดภาระออกแล้ว และลัดวงจรที่ขั้ว A, B ถึงกัน ใช้วิธีหาค่ากระแสไฟฟ้าด้วยกฎของโอห์ม หรือกฎเคอร์ชอฟฟ์ แสดงดังรูปที่ 14.4

จากรูปที่ 14.4 การหาค่ากระแสไฟฟ้าสมมูลนอร์ตัน (IN) ในวงจรไฟฟ้าที่จุด

A, B การหาค่าทำได้ ดังนี้

8 of 35

3. หาค่าความต้านทานสมมูลนอร์ตัน (RN) คือ การหาค่าความต้านทานผลรวมทั้งหมดของวงจรไฟฟ้าที่มองเข้าไปจากขั้ว A, B แสดงดังรูปที่ 14.5

จากรูปที่ 14.5 การหาค่าความต้านทานสมมูลนอร์ตัน (RN) ในวงจรไฟฟ้า

ที่จุด A, B คือ ความต้านทานผลรวมที่จุด A, B โดยมี (R1 + R3) // R2 หาค่าได้ดังนี้

9 of 35

5. นำภาระที่ปลดออกในขณะหาค่าวงจรสมมูลนอร์ตัน ต่อเข้าตามเดิมที่จุด A, B แสดงดังรูปที่ 14.6

4. นำค่าแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าสมมูลนอร์ตัน (IN) และค่าความต้านทานสมมูลนอร์ตัน (RN) ไปเขียนวงจรแทนวงจรเดิม โดยต้องมีขั้วไฟฟ้าจ่ายออกที่จุด A, B เหมือนเดิม

10 of 35

จากรูปที่ 14.6 วงจรสมมูลนอร์ตันนำไปใช้คำนวณหาค่ากระแสไฟฟ้าไหลผ่านภาระ และแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมภาระ หาค่าได้ดังนี้

11 of 35

14.3 การคำนวณใช้ทฤษฎีนอร์ตัน

ตัวอย่างที่ 14.1 จากรูปที่ 14.7 จงเขียนวงจรสมมูลนอร์ตัน โดยพิจารณาที่ขั้ว A, B และหาค่ากระแสไฟฟ้าไหลผ่านภาระ RL

12 of 35

วิธีทำ

1. วงจรตามรูปที่ 14.7 ทำการปลดตัวต้านทานภาระ RL ออกจากวงจร ลัดวงจรที่ขั้ว A, B ถึงกัน เขียนวงจรใหม่ได้ดังรูปที่ 14.8

13 of 35

14 of 35

15 of 35

16 of 35

17 of 35

18 of 35

19 of 35

20 of 35

21 of 35

22 of 35

23 of 35

24 of 35

25 of 35

26 of 35

27 of 35

14.4 ความสัมพันธ์ของทฤษฎีเทวินินและทฤษฎีนอร์

วงจรสมมูลเทวินินและวงจรสมมูลนอร์ตัน จะมีส่วนที่คล้ายกันทั้งลักษณะวงจรที่ได้ และวิธีการคำนวณหาค่า ความสัมพันธ์ของทฤษฎีทั้งสองเกี่ยวข้องกัน การเปรียบเทียบวงจรสมมูลเทวินินและวงจรสมมูลนอร์ตัน แสดงดังรูปที่ 14.19

28 of 35

29 of 35

30 of 35

31 of 35

32 of 35

33 of 35

34 of 35

35 of 35