1 of 34

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิก

2 of 34

  • ประเภทของภาพ
  • ภาพเวกเตอร์
  • ภาพบิตแมป
  • เลเยอร์
  • สี
  • กราฟิกแบบ 3 มิติ

รายละเอียดเนื้อหา

3 of 34

1. สามารถบอกความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิกได้

2. บอกประเภทของภาพได้

3. สามารถอธิบายหลักการทำงานและการแสดงผลของภาพเวกเตอร์ได้

4. สามารถอธิบายความแตกต่างระหว่างภาพเวกเตอร์และภาพบิตแมปได้

5. อธิบายการหน้าที่และการประยุกต์ใช้งานเลเยอร์ได้

6. สามารถบอกหลักการใช้สีในคอมพิวเตอร์ได้

7. สามารถบอกประโยชน์ของคอมพิวเตอร์กราฟิกในงานด้านต่างๆ ได้

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม

Next

Back

กลับสู่หน้าหลัก

4 of 34

ความหมายของกราฟิก

กราฟิก (Graphic) มักเขียนผิดเป็น กราฟิกส์ กราฟฟิกส์ กราฟฟิก คำว่า “กราฟิก” มาจากภาษากรีก ซึ่งหมายถึง การวาดเขียน และการเขียน ต่อมามีผู้ให้ความหมายของคำว่า กราฟิก ไว้หลายประการซึ่งสรุปได้ดังนี้

กราฟิก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้สื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ

กราฟิก (Graphic) หมายถึง ภาพนิ่งที่เก็บอยู่ในรูปแบบดิจิตอลบนระบบคอมพิวเตอร์ โดยกราฟิกถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานมัลติมีเดีย เพราะถูกนำไปใช้งานในหลายรูปแบบ

5 of 34

ประเภทของภาพ

1.ภาพ 2 มิติ (2D Image)

2.ภาพ 3 มิติ (3D Image)

Next

Back

กลับสู่หน้าหลัก

ภาพที่ถูกนำมาใช้งานบนระบบคอมพิวเตอร์เกิดจาก ?

การรวมกันของจุดสีที่เรียกว่า พิกเซล ซึ่งอยู่ในรูปแบบดิจิตอล คุณภาพของการแสดงภาพขึ้นอยู่กับ ความละเอียดของภาพ และประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ เช่น จอภาพ การ์ดจอ และเครื่องพิมพ์ เป็นต้น โดยทั่วไปภาพกราฟิกที่นำมาใช้งานแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

6 of 34

ความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก

คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพโดยใช้เครื่องคอมในการจัดการ ยกตัวอย่างเช่น การทำ Image Retouching ภาพคนแก่ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การสร้างภาพตามจินตนาการและการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อวามหมายได้ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ เป็นต้น

คอมพิวเตอร์กราฟิก(Computer graphic) หมายถึง การใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทั้งด้านซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์เพื่อสร้าง จัดการ หรือแสดงผลลัพธ์ของกราฟิก

7 of 34

ภาพ 2 มิติ(2D GRAPHIC)

  • ภาพที่สร้างและนำมาใช้งานกับคอมพิวเตอร์แบ่งได้ 2 ประเภท
    • ภาพเวกเตอร์ (Vector Graphic)
    • ภาพบิตแมป (Bitmapped Image)

กราฟิกแบบ 2 มิติ เป็นภาพที่พบเห็นโดยทั่วไป เช่น ภาพถ่าย รูปวาด ภาพลายเส้น สัญลักษณ์ กราฟ รวมถึงการ์ตูนต่างๆ ในโทรทัศน์�

8 of 34

ภาพเวกเตอร์ (VECTOR GRAPHIC)

  • ภาพเวกเตอร์แสดงถึงภาพลักษณ์ที่มีโครงสร้างทางเรขาคณิต และสร้างด้วยหลักทางคณิตศาสตร์ จึงต้องจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของคำสั่ง ภาพดูคล้ายกับรูปวาดลายเส้น

ลักษณะการวาดรูปสี่เหลี่ยมด้วยโปรแกรม Photoshop

9 of 34

ภาพเวกเตอร์

  • เป็นภาพที่สร้างด้วยส่วนประกอบของเส้นลักษณะต่างๆ และคุณสมบัติเกี่ยวกับสีของเส้นนั้นๆ สร้างจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เช่น ภาพของคน ก็จะถูกสร้างด้วยจุดของเส้นหลายๆ จุด เป็นลักษณะของโครงร่าง (Outline) และสีของคนก็เกิดจากสีของเส้นโครงร่างนั้นๆ กับพื้นที่ผิวภายในนั่นเอง เมื่อมีการแก้ไขภาพ ก็จะเป็นการแก้ไขคุณสมบัติของเส้น ทำให้ภาพไม่สูญเสียความละเอียด เมื่อมีการขยายภาพนั่นเอง ภาพแบบ Vector ที่หลายๆ ท่านคุ้นเคยก็คือ ภาพ .wmf ซึ่งเป็น clipart ของ Microsoft Office นั่นเอง นอกจากนี้คุณจะสามารถพบภาพฟอร์แมตนี้ได้กับภาพในโปรแกรม AdobeIllustrator หรือ MacromediaFreehand�

10 of 34

ไฟล์ภาพเวกเตอร์หลายรูปแบบ ซึ่งมีนามสกุลแตกต่างกันออกไป เช่น AL, CDR, CGM, CMX, DRW, EPS, PDF, PCT, PIC, PLT และ WMF เป็นต้น ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้สร้าง มักเขียนโครงร่างขึ้นมาก่อน แล้วจึงตกแต่งภาพให้สวยงาม

ลักษณะภาพเวกเตอร์ที่สร้างเป็นแฟ้ม wmf

โครงร่างของภาพเวคเตอร์

ภาพเวคเตอร์ที่ตกแต่งแล้ว

11 of 34

ภาพเวกเตอร์ เป็นไฟล์ขนาดเล็ก สามารถปรับปรุงโครงร่างของภาพได้แม้จะเป็นเส้นบางๆ และสามารถย่อขยายภาพได้โดยไม่สูญเสียคุณภาพ

การขยายภาพเวกเตอร์ เมื่อขยายขนาดจะไม่สูญเสียความคมชัด

12 of 34

ภาพบิตแมป (Bitmapped Image)

  • บิตแมปเป็นภาพที่เกิดจากการประกอบรวมกันของจุดสี หรือพิกเซล ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่เล็กที่สุดที่ใช้แสดงผลบนจอภาพและในการพิมพ์ ภาพบิตแมปสามารถรองรับการแสดงสีได้มากกว่า 16.7 ล้านสี (ความละเอียดที่ 26 บิต) ให้ภาพที่ดูสมจริงกว่าภาพเวกเตอร์
  • วิธีการสร้างภาพแบบบิตแมปที่นิยมกันสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
    • การนำเข้าภาพจากแหล่งข้อมูลต่างๆ
    • การคัดลอก (Copy) ภาพที่แสดงบนจอภาพ
    • นำเข้าภาพถ่ายผ่านทางเครื่องสแกนเนอร์ (Scanner)
    • นำเข้ารูปภาพจากกล้องถ่ายภาพดิจิตอลหรือกล้องวีดีโอดิจิตอล

13 of 34

  • ภาพบิตแมปถ้าภาพมีความละเอียดน้อย เมื่อทำการขยายจะทำให้สูญเสียรายละเอียดของภาพทำให้เกิดเป็นรอยหยัก เรียกว่า “อะไลแอส”(Alias)
  • มีให้เลือกใช้งานหลายชนิด เช่น ไฟล์ที่มีนามสกุล Bmp, Cgm, Gif, Hgl, Jpeg, Pbm, Pcx Pgm, Pnm, Ppm, Psd, Rle, Tga, Tiff และ Wpg เป็นต้น

ภาพบิตแมปเมื่อทำการขยายจะปรากฏกรอบของจุดภาพ

14 of 34

ภาพ 3 มิติ (3D IMAGE)

  • เป็นภาพประเภทหนึ่งของภาพเวกเตอร์ ซึ่งมีลักษณะมุมมองของภาพที่เหมือนจริง อยู่ในรูปทรง 3 มิติ (3D) มีพื้นฐานการสร้างมาจากภาพ 2 มิติ (มีเพียงแกน X และ Y ) โดยเพิ่มความลึกให้กับภาพที่สร้าง (เพิ่มแกน Z)

ภาพโครงร่างพื้นฐานของภาพ 2 มิติและภาพ 3 มิติ

ภาพ 2 มิติ

ภาพ 3 มิติ

15 of 34

ซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในการทำงานด้าน 3 มิติ เช่น AutoCad, 3d Studio Max และ Extreme 3d เป็นต้น

โปรแกรม AutoCAD สำหรับการสร้างภาพสามมิติ

16 of 34

รูปแบบไฟล์ข้อมูลภาพ (IMAGE FILE FORMAT)

  • โปรแกรมสนับสนุนในระบบ Macintosh ส่วนใหญ่จะสามารถนำเข้า (Import) และ ส่งออก (Export) ไฟล์ภาพที่มีนามสกุล Pict ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยบริษัทแอปเปิ้ล ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรม Illustrator หรือ Freehand
  • ส่วนบนระบบ Windows ใช้รูปแบบ Dibs (Device-Independent Bitmaps) ซึ่งบันทึกไฟล์ในรูปแบบ Bmp โดยที่ Dibs นั้นสามารถซ่อนอยู่ในไฟล์ Riff(Resource Interchange File Format) ได้

17 of 34

รูปแบบไฟล์ข้อมูลภาพ (IMAGE FILE FORMAT)

  • Riff เป็นรูปแบบไฟล์ที่รองรับไฟล์ได้หลายชนิดบนระบบ Windows เช่น ไฟล์ภาพบิตแมปชนิดต่างๆ ไฟล์ Midi และรูปแบบตัวอักษร
  • ส่วนใหญ่การบันทึกข้อมูลรูปภาพแบบบิตแมปบนระบบ Windows จะเป็นไฟล์ Dib, Bmp, Pcx และ Tiff แต่มีบางบริษัทสร้างรูปแบบไฟล์ภาพของตัวเองขึ้นมา เช่น บริษัท Adobe สร้างรูปแบบไฟล์ Psd สำหรับโปรแกรม Photoshop และไฟล์ Ai สำหรับโปรแกรม Illustrator

18 of 34

หลักการทำงานและการแสดงผลของภาพคอมพิวเตอร์กราฟิก

ภาพที่เกิดบนจอคอมพิวเตอร์ เกิดจากการทำงานของโหมดสี RGB ซึ่งประกอบด้วยสีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน โดยใช้หลักการยิงประจุไฟฟ้าให้เกิดการเปล่งแสงของสีทั้ง 3 สีมาผสมดันทำให้เกิดเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล ซึ่งภาพที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์มี 2 ประเภท คือ แบบ Raster และแบบ Vector

19 of 34

ความแตกต่างของกราฟิกแบบ 2 มิติ

20 of 34

หลักการใช้สีและแสงในคอมพิวเตอร์

สีที่ใช้ในงานด้านกราฟิกทั่วไปมี 4 ระบบ คือ

1. RGB

2. CMYK

3. HSB

4. LAB

21 of 34

RGB

เป็นระบบสีที่ประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง, สีเขียวและสีน้ำเงิน เมื่อนำมาผสมกันทำให้เกิดสีต่างๆ บนจอคอมพิวเตอร์มากถึง 16.7 ล้านสี ซึ่งใกล้เคียงกับสีที่ตาเรามองเห็นปกติ สีที่ได้จากการผสมสีขึ้นอยู่กับความเข้มของสี โดยถ้าสีมีความเข้มมากเมื่อนำมาผสมกันจะทำให้เกิดเป็นสีขาว จึงเรียกระบบสีนี้ว่าแบบ Additive หรือการผสมสีแบบบวก

22 of 34

CMYK

เป็นระบบสีที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ที่พิมพ์ออกทางกระดาษหรือวัสดุผิวเรียบอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วยสีหลัก 4 สีคือ สีฟ้า,สีม่วงแดง,สีเหลือง,และสีดำ เมื่อนำมาผสมกันจะเกิดสีเป็นสีดำแต่จะไม่ดำสนิทเนื่องจากหมึกพิมพ์มีความไม่บริสุทธิ์ จึงเป็นการผสมสีแบบลด หลักการเกิดสีของระบบนี้ คือ หมึกสีหนึ่งจะดูดกลืนแสงจากสีหนึ่งและสะท้อนกลับออกมาเป็นสีต่าง ๆ

23 of 34

HSB

เป็นระบบสีแบบการมองเห็นของสายตามนุษย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

Hue คือสีต่างๆ ที่สะท้อนออกมาจากวัตถุแล้วเข้าสู่สายตาของเรา

Saturation คือความสดของสี โดยค่าความสดของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100 แต่ถ้ากำหนดที่ 100 สีจะมีความสดมาก

Brightness คือระดับความสว่างของสี โดยค่าความสว่างของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100

24 of 34

LAB

เป็นระบบสีที่ไม่ขึ้นกับอุปกรณ์ใดๆ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

L เป็นการกำหนดความสว่างซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 100 ถ้ากำหนดที่ 0 จะกลายเป็นสีดำ แต่ถ้ากำหนดที่ 100 จะเป็นสีขาว

A เป็นค่าของสีที่ไล่จากสีเขียวไปสีแดง

B เป็นค่าของสีที่ไล่จากสีน้ำเงินไปเหลือง

25 of 34

แฟ้มภาพกราฟิกแบบ Raster และคุณลักษณะของแฟ้มภาพกราฟิก

นามสกุลที่ใช้เก็บแฟ้มภาพกราฟิกแบบ Raster มีหลายนามสกุล เช่น .BMP, .DIB ,.JPG ,.JPEG, .JPE ,.GIF ,.TIFF ,.TIF ,.PCX ,.MSP .PCT, .FPX ,.IMG ,.MAC,.MSP และ .TGA

26 of 34

แฟ้มภาพกราฟิกแบบ Vector และคุณลักษณะของแฟ้มภาพกราฟิก

นามสกุลที่ใช้เก็บแฟ้มภาพกราฟิกแบบ Vector มีหลายนามสกุลเช่น .Eos .WMF .CDR .AL .CGM . DRW. PLT .DXF .PEC และ .PGL เป็นต้น ซึ่งลักษณะของแฟ้มภาพจะแตกต่างกันไป

27 of 34

คอมพิวเตอร์กราฟิกกับการประยุกต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆ

1. คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการออกแบบ คอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทกับงานด้านการออกแบบในสาขาต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น งานด้านสถาปัตย์ออกแบบภายในบ้าน การออกแบบรถยนต์ การออกแบบเครื่องจักรกล รวมถึงการออกแบบวงจรไฟฟ้าเล็กทรอนิกส์ซึ่งโปรแกรมที่ใช้จะเป็นโปรแกรม 3 มิติ เพราะสามารถกำหนดสีและแสงเงาได้เหมือนจริงที่สุด

28 of 34

เลเยอร์(Layer)

layer หมายถึง ภาพหรือออปเจกต์ ที่ใช้ในการกำหนดว่าส่วนไหนที่ให้แสดงผลก่อน ส่วนไหนหลัง กล่าวง่ายๆ ก็เหมือนกับการวางกระดาษใสซ้อนๆ กัน วางบนสุดก็เห็นเต็มภาพกระดาษ วางล่างสุด ก็เห็นอยู่เท่าที่ส่วนบนไม่ได้ปิดไป

Layer หมายถึง ชั้น สำหรับในความหมายของ Photoshop ก็หมายถึงชั้นเหมือนกัน เช่น การเปิดไฟล์ภาพ หนึ่งภาพ ก็จะเกิด Layer หนึ่งชั้น ถ้าเราใส่ข้อความลงในภาพก็จะเกิด Layer อีกหนึ่งชั้น แต่ละชั้น สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่ง หรือแก้ไขได้ โดยมีอิสระต่อกัน ดูตัวอย่างการใช้งาน Layer ประกอบด้านล่างนี้

ก่อนทำ

หลังทำ

29 of 34

ความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิก

29

ประเภทของโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก

1. Photo Retouching

โปรแกรมที่เหมาะสำหรับการแก้ไข ตกแต่งภาพ และ ทำเอฟเฟกต์ให้กับภาพ�ที่ได้สร้างขึ้นมาแล้ว ซึ่งอาจจะ มาจากภาพถ่ายจริง ได้แก่ Adobe PhotoShop, Corel Photopaint, PaintShop

30 of 34

ความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิก

30

2. Graphic Illustrator

โปรแกรมสำหรับการออกแบบงานกราฟิก หรืองาน Lay out ซึ่งเป็นงาน�สองมิติ มีการเขียนรูปในลักษณะการเน้น เส้นเน้นรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งไม่�ใช่รูปถ่ายได้แก่ Adobe Illustrator, CorelDraw

31 of 34

ความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิก

31

3. Computer Aided Design

โปรแกรมสำหรับการเขียนภาพที่แสดงออกถึงมิติ ขนาด ที่ ให้ความชัดเจน�ของวัตถุที่ต้องการสร้างขึ้นมา ได้แก่ Auto CAD, Prodesign

32 of 34

ความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิก

32

4. 3D Photo Realistic

โปรแกรมที่สามารถสร้างภาพสามมิติ ที่มีมวลและปริมาตร และมีคุณสมบัติของพื้น�ผิว จนเกิดความสมจริงของแสง และเงา ได้แก่ 3D studio MAX, Auto CAD 3D

33 of 34

ความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิก

33

5. Presentation

โปรแกรมกราฟิก สำหรับช่วยในการนำเสนองาน ใน ลักษณะเป็นสไลค์ประกอบคำ�บรรยาย มีการสร้างภาพ กราฟฟิกที่ดูแล้วเข้าใจง่ายขึ้น เช่น กราฟชนิดต่าง ๆ หรือ�การสร้างแผนผังการจัดองค์กร โปรแกรมประเภทนี้ ส่วนมากใช้ในงานธุรกิจ

34 of 34

ความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิก

34

6. Animation

เป็นโปรแกรมสร้างภาพเคลื่อนไหวตามลำดับ โปรแกรมจะ แสดงภาพเป็นลำดับให้�แลดูเหมือนภาพเคลื่อนไหว โดย อาจมีเทคนิคต่างๆ ประกอบการแสดงภาพเช่น� การซ้อน ภาพ , เลื่อนภาพ, การเลื่อนภาพให้หายไปได้ และ การ แปลงภาพ� รวมถึงมีลักษณะการโต้ตอบกับผู้ใช้ด้วย