1 of 63

งานเกษตร

หน่วยการเรียนรู้ที่

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

2 of 63

๑. การแปรรูปผลผลิต

ทางการเกษตร

3 of 63

การเกษตร เป็นการปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์

การประมงและการทําป่าไม้ ซึ่งก่อให้เกิดผลผลิต

ที่นํามาใช้บริโภคในชีวิตประจําวันและสามารถนํา ไปจําหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง ครอบครัว

รวมทั้งส่งเป็นสินค้าไปจําหน่ายต่างประเทศได้

4 of 63

การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เป็นการนำผลผลิตจากการเกษตรมาเปลี่ยนแปลงสภาพด้วยวิธีการต่าง ๆ ให้เป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่มีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม ทําให้ได้ผลิตภัณฑ์

ที่มีความหลากหลาย

๑.๑ ความหมายของการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

5 of 63

6 of 63

แป้ง ผลิตภัณฑ์

แปรรูปจากข้าว

นํ้ามัน ผลิตภัณฑ์

แปรรูปจากถั่วเหลือง

7 of 63

ผลไม้อบ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้

เนย ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนม

8 of 63

หมูยอ ผลิตภัณฑ์

แปรรูปจากเนื้อสัตว์

9 of 63

การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีประโยชน์ ดังนี้

๑) ช่วยรักษาผลผลิตทางการเกษตรไว้บริโภคในครัวเรือนได้เป็นเวลานานโดยไม่เน่าเสีย

๒) ช่วยแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน โดยนํามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น

เช่น นําทุเรียนดิบมาทําทุเรียนทอด นำฝรั่งผิวไม่สวยงามมาอบแห้ง

๑.๒ ประโยชน์ของการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

10 of 63

๓) ทําให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีรูปแบบและรสชาติแตกต่างไปจากเดิม ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร เช่น นํามะม่วงสุกมาแปรรูปเป็นมะม่วงกวน นํ้ามะม่วง แยมมะม่วง �ไอศกรีมมะม่วง

๔) ช่วยเพิ่มมูลค่าของผลผลิต เช่น ไก่ยอ ไส้กรอกไก่ ซึ่งจะมีราคาแพงกว่าเนื้อไก่สดที่ยังไม่ได้แปรรูป

11 of 63

๕) ช่วยให้บริโภคสะดวกและง่ายขึ้น เช่น ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ผัก ลูกเดือย นํามาปรุงรสหรือบดผสมกับนํ้าตาล และอัดรวมกันเป็นแท่งรับประทานเป็นอาหารว่าง

๖) ผลิตภัณฑ์แปรรูปสามารถนํามาจําหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้

12 of 63

๗) ช่วยป้องกันปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจํานวนมากและจําหน่ายไม่หมด

๘) ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปแล้วจะมีนํ้าหนักเบา ขนาดเล็ก สามารถบรรจุรวมกันได้ปริมาณมากในการขนส่งเพียงครั้งเดียว

13 of 63

การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรประเภทพืชและสัตว์มีหลายวิธี ดังนี้

๑) ผลิตภัณฑ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

ประเภทพืช

๑.๓ ตัวอย่างการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

14 of 63

มะม่วงกวน

15 of 63

มะม่วงกวน

ส่วนผสม

ส่วนผสม

มะม่วงสุกผลขนาดกลาง

นํ้าตาลทราย

เกลือป่น

๑๕

ผล

ถ้วยตวง

ช้อนชา

หม้อ

พายไม้

ทัพพี

เตา

ถาดแบน

ถ้วยตวง ช้อนตวง

มีด

16 of 63

มะม่วงกวน

วิธีทำ

๑. ล้างมะม่วงให้สะอาด ปอกเปลือก ฝานเอาแต่เนื้อใส่หม้อ

๒. บดเนื้อมะม่วงให้ละเอียด เติมนํ้าตาลทรายและเกลือป่น

๓. ตั้งไฟเคี่ยวจนข้นเหนียว ยกลงแล้วทิ้งไว้สักครู่

๔. ตักมะม่วงกวนใส่ถาดแบน ใช้ทัพพีเกลี่ยมะม่วงให้แบนแล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้นนำมาม้วนเก็บใส่ขวดโหลไว้รับประทาน

17 of 63

นํ้าผลไม้บรรจุขวด

18 of 63

ส่วนผสม

ส่วนผสม

ผลไม้ที่มีนํ้ามาก เช่น

ส้ม สับปะรด ๑ กิโลกรัม

นํ้าตาลทราย

เกลือป่น

หม้อเคลือบหรือหม้อสเตนเลส

ทัพพี

ผ้าขาวบาง

เทอร์โมมิเตอร์

ภาชนะบรรจุ เช่น ขวดแก้วทรงสูง

ขวดพลาสติก

นํ้าผลไม้บรรจุขวด

เตา

มีด เขียง

เครื่องคั้นนํ้าผลไม้

19 of 63

วิธีทำ

  1. ล้างผลไม้ให้สะอาด (ส้มผ่าตามขวางไม่ต้องปอกเปลือก เอาแต่เมล็ดออก

ถ้าเป็นสับปะรดให้ปอกเปลือก เฉือนตาออก) คั้นนํ้าผลไม้แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง

๒. นำนํ้าผลไม้ที่ได้ (อาจปรุงรสด้วยนํ้าตาลและเกลือเล็กน้อย)

ต้มที่อุณหภูมิ ๘๐-๙๐ องศาเซลเซียส เป็นเวลา ๑๐ นาที

๓. บรรจุนํ้าผลไม้ในขวดแก้วหรือขวดพลาสติกชนิดที่ใช้บรรจุเครื่องดื่ม

ซึ่งล้างสะอาดและผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยไอนํ้า ๕ นาที จากนั้นปิดฝาให้สนิทและ

ทำให้เย็นทันที จะเก็บไว้ในตู้เย็นได้ ๒-๓ วัน

นํ้าผลไม้บรรจุขวด

20 of 63

แยมสับปะรด

21 of 63

ส่วนผสม

ส่วนผสม

สับปะรดสับละเอียด

นํ้าตาลทราย

นํ้าสะอาด

เกลือป่น

ถ้วยตวง

ถ้วยตวง

ถ้วยตวง

ช้อนชา

มีด เขียง

หม้อเคลือบ

ทัพพี

ขวดแก้วมีฝาปิด

กระชอน

เตา

ถ้วยตวง ช้อนตวง

แยมสับปะรด

 

 

22 of 63

แยมสับปะรด

วิธีทำ

๑. ปอกเปลือกสับปะรดและเฉือนตาออก หั่นเอาแต่เนื้อ นำมาสับหยาบ ๆ แล้วเทใส่หม้อเคลือบ

  1. เติมนํ้าลงในหม้อเคลือบ ยกขึ้นตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวให้นํ้างวดลงและเนื้อสับปะรดเปื่อย

ยกลงจากเตาทิ้งไว้ให้เย็น

๓. เทสับปะรดที่ต้มเปื่อยแล้วลงในกระชอน ครูดให้เนื้อสับปะรดหลุดผ่านกระชอนออกมาให้หมด

แล้วตักส่วนที่ผ่านกระชอนให้ได้ ๒ ถ้วย

๔. เทสับปะรด ๒ ถ้วย นํ้าตาลทราย ๒ ถ้วย และเกลือป่น ช้อนชา ลงในหม้อเคลือบ ยกขึ้น

ตั้งไฟปานกลางเคี่ยวจนงวด ยกลงจากเตาแล้วเทลงในขวดแก้ว ทิ้งให้เย็นแล้วจึงปิดฝาเก็บไว้

รับประทาน (หลังเปิดใช้แล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น)

 

23 of 63

การทําแยมสับปะรด

24 of 63

๒) ผลิตภัณฑ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรประเภทเนื้อสัตว์

ลูกชิ้นปลา

25 of 63

การทําลูกชิ้นปลา

26 of 63

๒. การจัดสวนในภาชนะ

27 of 63

การจัดสวนในภาชนะหรือที่เรียกว่า การจัดสวนถาด เป็นการจัดสวนจําลองขนาดเล็กที่ใช้หลักการออกแบบ

จัดสวนเช่นเดียวกับการจัดสวนขนาดใหญ่ เพียงแต่ใช้พรรณไม้และวัสดุอื่น ๆ ให้มีขนาดเล็กตามขนาดของภาชนะที่ใช้จัดตกแต่ง นิยมนําไปตกแต่งอาคารบ้านเรือน สถานที่ได้อย่างสวยงาม ผู้จัดสวนในภาชนะที่มีความรู้ ทักษะและ ประสบการณ์ สามารถทำเป็นอาชีพได้

28 of 63

การจัดสวนในถาด

การจัดสวนในตู้

การจัดสวนในแก้ว

29 of 63

การจัดสวนในภาชนะ เป็นการจัดสวนโดยการย่อส่วนและจําลองธรรมชาติหรือเรื่องราวต่าง ๆ

มาไว้ในภาชนะที่กําหนด เช่น ตู้กระจก ตู้เลี้ยงปลา ขวดปากกว้าง ถาดดินเผาก้นลึก

๒.๑ ความหมายของการจัดสวนในภาชนะ

30 of 63

การจัดสวนในภาชนะหรือการจัดสวนถาด โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่

๑) การจัดสวนในภาชนะแบบชื้นหรือการจัดสวนถาดแบบชื้น

๒) การจัดสวนในภาชนะแบบแห้งหรือการจัดสวนถาดแบบแห้ง

๒.๒ ประเภทของการจัดสวนในภาชนะ

31 of 63

๑) พรรณไม้ที่ใช้จัดสวนในภาชนะ พรรณไม้ที่ใช้จัดสวนในภาชนะ ควรเลือกพรรณไม้จากกลุ่มใด

กลุ่มหนึ่ง ดังนี้

๒.๓ พรรณไม้และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้จัดสวนในภาชนะ

32 of 63

ไผ่ฟิลิปปินส์

หยิกนิโกร

พวงไข่มุก

(๑) ไม้เมืองร้อนหรือไม้ในร่ม

33 of 63

ผกากรอง

หลิว

เฟื่องฟ้าแคระ

(๒) ไม้ดอก

34 of 63

พิทูเนีย

บลูฮาวาย

บานชื่นหนู

(๒) ไม้ดอก

35 of 63

กุหลาบหิน

กระบองเพชรขนาดเล็ก

ซักคิวเลนต์

(๓) ไม้อวบนํ้าหรือไม้ทะเลทราย

36 of 63

แก้วแคระ

(ใบเล็ก)

แก้วแคระ (ใบใหญ่)

มะสัง

(๔) ไม้แคระ

37 of 63

เข็มพิษณุโลก

ตะโก

(๔) ไม้แคระ

38 of 63

๒) วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการจัดสวนในภาชนะ มีดังนี้

(๑) วัสดุที่ใช้จัดสวนในภาชนะ แบ่งเป็น ๓ ประเภท ได้แก่

๑. วัสดุที่ใช้ในการปลูก : อิฐมอญ ทุบเป็นก้อนเล็ก ๆ หรือละเอียด ขี้เถ้าแกลบ และขุยมะพร้าว ช่วยในการระบายนํ้า ดูดซับความชื้น และอุ้มนํ้าไว้สําหรับพรรณไม้

39 of 63

๒. วัสดุที่ใช้ในการตกแต่ง : หินสี กรวด ทรายสี ตอไม้แห้ง แผ่นไม้ รากไม้

ทรายสี

ตุ๊กตาประดับ

ตอไม้แห้ง

40 of 63

๓. วัสดุที่ใช้ในการดูแลรักษา : ปุ๋ย โดยทั่วไปการจัดสวนในภาชนะหรือในถาดไม่จํา เป็นต้องใส่ปุ๋ย เพราะถ้าใส่จะทําให้พรรณไม้โตเร็ว ซึ่งขัดแย้งกับจุดประสงค์ของการจัดสวนในภาชนะที่ต้องการคงรักษาสภาพเดิมของพรรณไม้ที่ใช้จัด หากใช้ปุ๋ย ควรใช้ปุ๋ยนํ้าอินทรีย์หรือปุ๋ยนํ้าหมักชีวภาพผสมนํ้าเล็กน้อย เพื่อให้พรรณไม้สวยสดชื่น

41 of 63

๑. ช้อนปลูกหรือช้อนเล็ก ๆ

ใช้ตักดิน หิน กรวด ทราย

และขุดหลุมปลูกต้นไม้

(๒) อุปกรณ์ที่ใช้จัดสวนในภาชนะ

42 of 63

(๒) อุปกรณ์ที่ใช้จัดสวนในภาชนะ

๒. อุปกรณ์คีบปลายแหลม

ใช้คีบต้นไม้เล็ก ๆ และวัสดุ

ตกแต่งวางในขวดหรือภาชนะปากแคบ

43 of 63

๓. แปรงขนอ่อน

ใช้ปัดฝุ่นหรือเศษผงออกจากต้นไม้และวัสดุตกแต่งสวนในภาชนะ

(๒) อุปกรณ์ที่ใช้จัดสวนในภาชนะ

44 of 63

(๒) อุปกรณ์ที่ใช้จัดสวนในภาชนะ

๔. กระบอกฉีดน้ำ

ใช้ให้นํ้าต้นไม้ที่ปลูกในภาชนะ

45 of 63

(๒) อุปกรณ์ที่ใช้จัดสวนในภาชนะ

๕. ปืนยิงกาวซิลิโคน

และกาวซิลิโคนชนิดแท่ง

ใช้ยึดติดวัสดุตกแต่งกับภาชนะให้แน่น

46 of 63

(๓) ภาชนะที่ใช้จัดสวนในภาชนะ เช่น ตู้ปลา โหลแก้ว ขวดแก้ว แก้วนํ้า ภาชนะดินเผา กะละมังหรือกาต้มนํ้าที่ไม่ใช้แล้ว กระบะไม้ รางไม้ไผ่ ตอหรือรากไม้ที่ตกแต่งให้ปลูกพืชได้ กระเช้าไม้ ตะกร้าไม้

47 of 63

หลักการเลือกภาชนะที่ใช้จัดสวน มีดังนี้

๑. ภาชนะต้องไม่บดบังความสวยงามของพรรณไม้และวัสดุตกแต่งอื่น ๆ

๒. ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยนําภาชนะที่ไม่ใช้แล้วหรือวัสดุในท้องถิ่นมาดัดแปลงตกแต่งให้สวยงาม

๓. ภาชนะต้องมีขนาดเหมาะสมกับจํานวนและขนาดของพรรณไม้และวัสดุตกแต่งที่จะใช้

48 of 63

โหลแก้ว

แก้วนํ้า

ภาชนะดินเผา

กระเช้าไม้

ตะกร้าไม้

ตู้ปลา

49 of 63

๒.๔ ขั้นตอนการจัดสวนในภาชนะ

การจัดสวนในภาชนะมีขั้นตอน ดังนี้

50 of 63

วางแผนผังออกแบบสวนโดยร่างภาพในกระดาษพร้อมระบุรายละเอียด กำหนดตําแหน่งองค์ประกอบหลักและองค์ประกอบปลีกย่อยรองลงมา

โดยยึดหลักการจัดลําดับจากใหญ่ลงมาเล็ก

51 of 63

52 of 63

เตรียมดิน ภาชนะจัดสวน

พรรณไม้ อุปกรณ์และวัสดุตกแต่ง

วางไว้ข้างตัวเพื่อให้หยิบใช้ได้สะดวก

53 of 63

54 of 63

รองพื้นที่ก้นภาชนะด้วยดินร่วนผสมทรายหยาบ และปุ๋ยคอกในอัตราส่วน ๑ : ๑ : ๑ หรือ

ผสมขุยมะพร้าวปุ๋ยคอกทรายหยาบ และขี้เถ้าแกลบในอัตราส่วน ๑ : ๑ : ๑ : ๑

55 of 63

56 of 63

ปลูกต้นไม้และจัดวางวัสดุ

ตกแต่งตามแผนผังที่ออกแบบไว้

57 of 63

58 of 63

ตกแต่งผิวดินให้เรียบ แล้ว

กลบผิวดินด้วยหินสี กรวด ทราย

59 of 63

60 of 63

ใช้กระบอกฉีดนํ้า พ่นนํ้าเป็น

ฝอย ๆ ให้ทั่ว พอชุ่มชื้น แต่ไม่แฉะ

61 of 63

๒.๕ การดูแลรักษาสวนในภาชนะ

การดูแลรักษาสวนในภาชนะเป็นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่ง เพราะพืชพรรณต่างๆที่จัดรวมไว้ในสวนมีดินนํ้าและ

ปุ๋ยอย่างจํากัด โดยเฉพาะสวนในภาชนะที่นํามาใช้ตกแต่งภายในอาคารสถานที่ ซึ่งจํากัดด้วยแสงแดด อุณหภูมิและความชื้น จึงต้องมีการดูแลรักษาให้มี

ความงดงามอยู่ได้ยาวนานที่สุดตามแนวทางดังนี้

62 of 63

๑) การให้นํ้าแก่พืชที่จัดสวนในภาชนะ

๒) การให้แสง

๓) การให้ปุ๋ย

๔) การป้องกันโรคและแมลง

๕) การตัดแต่งกิ่งก้านและรูปทรง

๖) การเปลี่ยนดิน

63 of 63

๒.๖ การนําสวนในภาชนะไปใช้ประโยชน์สวนในภาชนะที่จัดเสร็จแล้วสามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้

    • ใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการเกษตร
    • ใช้ประดับตกแต่งภายในและภายนอกบ้านหรืออาคารสถานที่ต่าง ๆ
    • มอบเป็นของขวัญของฝากหรือของที่ระลึก
    • นําไปจําหน่ายเพื่อสร้างรายได้