1 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)

2 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

2

โลกและสัณฐานของโลก

ธรณีภาค

บรรยากาศภาค

อุทกภาค

ชีวภาค

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อภูมิประเทศ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติ

​

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติ

ลักษณะทางกายภาพและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโลก

3 of 111

  1. โลกและสัณฐานของโลก

โลกเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ หมุนรอบตัวเองและโคจรรอบดวงอาทิตย์ สัณฐานของโลกเป็นทรงกลมรี มีบรรยากาศห่อหุ้ม มีน้ำบนผิวโลก มีความชื้นและแก๊สต่างๆ ในชั้นบรรยากาศรวมทั้งมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

12,714 กิโลเมตร

12,757 กิโลเมตร

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

2

4 of 111

ระบบโลก

ธรณีภาค

บรรยากาศภาค

อุทกภาค

ชีวภาค

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

5 of 111

2. ธรณีภาค

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

6 of 111

  1. ธรณีภาค

2.1 โครงสร้างของโลก

การแบ่งชั้นโครงสร้างภายในโลก แบ่งได้ 2 แบบ ดังนี้

  1. การแบ่งตามองค์ประกอบทางเคมี�แบ่งเป็น 3 ชั้น ได้แก่

ชั้นเปลือกโลก (crust)

ชั้นเนื้อโลก (mantle)

ชั้นแก่นโลก (core)

  1. การแบ่งตามคุณสมบัติเชิงกล�แบ่งเป็น 5 ชั้น ได้แก่

แผ่นธรณีภาค (หินแข็ง) และฐานธรณีภาค คือ

เนื้อโลกตอนบน เนื้อโลกตอนล่าง แก่นโลกชั้นนอก และแก่นโลกชั้นใน

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

7 of 111

  1. ชั้นเปลือกโลก
    • เปลือกโลกประกอบด้วย เปลือกโลกส่วนที่เป็นภาคพื้นทวีป และเปลือกโลกที่อยู่ใต้มหาสมุทรวางตัวอยู่บนชั้นเนื้อโลก
  2. ชั้นเนื้อโลก
    • ชั้นเนื้อโลกมีความหนาประมาณ 2,900 กิโลเมตร ประกอบด้วย หินเหลวและหินหนืด

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

8 of 111

3) ชั้นแก่นโลก

เป็นมวลสารที่มีความร้อนสูง ซึ่งเป็นส่วนในสุดของโลก แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ได้แก่

  • แก่นโลกชั้นใน (inner core)
  • แก่นโลกชั้นนอก (outer core)

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

9 of 111

2.2 กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีภาค

แผ่นธรณีภาค คือ เปลือกโลกและเนื้อโลกตอนบนสุด มีการปรับเปลี่ยนสภาพตลอดเวลา

1) กระบวนการเปลี่ยนแปลงจากแรงภายในโลก (endogenic process)

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

10 of 111

  • กระบวนการภูเขาไฟ เป็นกระบวนการแปรสัณฐานอย่างรวดเร็ว เกิดจากแรงภายในโลกปะทุเอาแมกมาขึ้นมาเป็นลาวา ก่อให้เกิดลักษณะภูมิประเทศใหม่ ๆ เป็นการเพิ่มระดับบนผิวโลกจากการทับถมของลาวา การตกตะกอนทับถมของเถ้าถ่านและฝุ่นภูเขาไฟ

�

ปะทุตามรอยแยก

ภูเขาไฟรูปโล่

กรวยเถ้าธุลีภูเขาไฟ

กรวยภูเขาไฟสลับชั้น

แอ่งภูเขาไฟ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ประเภทภูเขาไฟตามลักษณะการเกิด

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

11 of 111

  • กระบวนการแปรสัณฐานอย่างช้า ๆ เกิดจากการ เคลื่อนตัวของหินหนืดในชั้นเนื้อโลก จนเปลือกโลก�แปรสัณฐานเปลี่ยนไปจากเดิม

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

12 of 111

1. แผ่นธรณีเคลื่อนที่ออกจากกัน เช่น สันเขากลางมหาสมุทร

การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีมี 3 ลักษณะใหญ่ ๆ ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

13 of 111

2. แผ่นธรณีเคลื่อนที่เข้าหากัน

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

14 of 111

  • 3. แผ่นธรณีเคลื่อนที่ผ่านกัน �

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

แผ่นธรณีเคลื่อนที่ผ่านกัน

รอยเลื่อนแซนแอนเดรียส มีความยาวกว่า 1,300 กิโลเมตร

2

15 of 111

  • ชั้นหินคดโค้ง คือ รอยคดโค้งที่ปรากฏในหินเปลือกโลก �เกิดจากความเค้นและความเครียดของเปลือกโลก

ชั้นหินคดโค้งแบบพับผ้า

ไดอะแกรมแสดงชั้นหินคดโค้งแบบพับผ้า

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ไดอะแกรมแสดงชั้นหินคดโค้งรูปประทุนและรูปประทุนหงาย

2

16 of 111

รอยเลื่อน คือ ชั้นหินเมื่อถูกแรงเค้นมากระทําจนแตกหักและเคลื่อนที่ตามระนาบรอยแตก

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

17 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

18 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

19 of 111

  1. เกิดจากการหดตัวเนื่องจากอุณหภูมิลดลง

​

​

​

​

​

  • เกิดจากสิ่งที่เคยกดทับถูกพาออกไป

​

แนวแตก คือ ร่องรอยที่เกิดจากแรงเครียดและแรงเค้นจากกระบวนการภายในโลก ที่กระทําต่อมวลหินขนาดใหญ่

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

20 of 111

2) กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายนอกโลก

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

กระบวนการผุพังอยู่กับที่

กระบวนการเคลื่อนที่ของมวล

กระบวนการกร่อน กระบวนการพัดพาและการทับถม

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

21 of 111

1. กระบวนการผุพังอยู่กับที่

  • การผุพังอยู่กับที่ เป็นการผุพังของหินด้วยลมฟ้าอากาศ ปัจจัยสําคัญ คือ อุณหภูมิ และความชื้นในบรรยากาศ

1.1 กระบวนการผุพังอยู่กับที่ทางฟิสิกส์ การขยายตัวและหดตัวของแร่ประกอบหินที่แตกต่างกันจากอุณหภูมิและความชื้น ทําให้ผิวหน้าหินแตกออก

​

​

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

22 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

1.2 กระบวนการผุพังอยู่กับที่ทางเคมี

�

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

23 of 111

1.3 กระบวนการผุพังอยู่กับที่ทางชีวภาพ �เป็นกระบวนการผุพังของหินเปลือกโลกที่เกิดจาก การกระทําของพืชและสัตว์

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

24 of 111

กระบวนการเคลื่อนที่ของมวล

- แผ่นดินถล่ม คือ การเคลื่อนที่ของมวลแผ่นดิน เช่น ดิน หิน และสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินนั้นเลื่อนลงมาตามความลาดชันของพื้นที่

- การเลื่อนไถล คือ การเคลื่อนที่ของมวลเศษหิน เศษดิน ลงมาตามความลาดชัน

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

2. กระบวนการเคลื่อนที่ของมวล

กระบวนการที่เศษดิน เศษหินบนพื้นที่ลาดเขาเคลื่อนที่ตามอิทธิพลแรงโน้มถ่วง�ลงสู่พื้นที่ด้านล่างโดยมีน้ำหรือแรงสั่นสะเทือนกระตุ้น

25 of 111

หินถล่ม (rockslide)

หินและเศษหินที่เกิดถล่มอย่างรวดเร็วลงสู่ที่ต่ำของลาดเขา

การไหลของดิน (solifluction) คือ การเลื่อนไถลของดินอย่างช้า ๆ ลงไปตามลาดเขา

ดินไหล (earth flow)

ดินหรือหินผุที่เลื่อนไถลจากไหล่เขาหรือลาดเขา

ตามแรงดึงดูดของโลก

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

26 of 111

3. กระบวนการกร่อน

กระบวนการกร่อน เป็นกระบวนการปรับระดับพื้นผิวโลกด้วยการกัดเซาะออกไป โดยตัวกระทําสําคัญทางธรรมชาติต่าง ๆ

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

27 of 111

กระบวนการกร่อน

การกร่อนสลาย

การกร่อนครูดถู

การกระทบกระแทกให้แตก

การพัดกราด

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

28 of 111

3.1 กระบวนการกร่อน ที่สำคัญมีดังนี้

    • การกร่อนสลาย
    • การกร่อนครูดถู
    • การกระทบกระแทกให้แตก
    • การพัดกราด

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

29 of 111

3.2 กระบวนการพัดพา ที่สำคัญมีดังนี้�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

  • การพัดพาท้องธาร เป็นการพัดพาโดยน้ำหรือธารน้ำแข็งที่พัดพาตะกอนหิน กรวดทรายขนาดต่าง ๆ ที่มีขนาดหยาบ น้ำหนักมาก เคลื่อนไปตามพื้น
  • การแขวนลอย เป็นการเคลื่อนที่ของตะกอนละเอียดที่แขวนลอยไปกับน้ำได้ในระยะทางไกล ๆ เช่น ตะกอนทรายแป้ง ตะกอนดินเหนียว

2

30 of 111

  • การกลิ้ง เป็นการเคลื่อนที่ด้วยแรงน้ำ ลม คลื่น ธารน้ำแข็ง
  • การเลื่อน เป็นการเคลื่อนแบบเลื่อนไปของตะกอนด้วยตัวการใด ๆ
  • การกระดอน เป็นกระบวนการที่เกิดในทะเลทรายโดยลม

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

31 of 111

3.3 กระบวนการทับถม�ที่สำคัญมีดังนี้

  • การทับถมโดยน้ำ
  • การทับถมโดยลม
  • การทับถมโดยธารน้ำแข็ง
  • การทับถมโดยคลื่น

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

32 of 111

  1. บรรยากาศภาค บรรยากาศ คือ ชั้นอากาศที่ห่อหุ้มโลก มีอุณหภูมิ ความหนาแน่น

ความกดอากาศแตกต่างกันตามระดับความสูง� 3.1 ส่วนประกอบของบรรยากาศ

ส่วนประกอบของบรรยากาศ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

33 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

3.2 ชั้นบรรยากาศ

ชั้นบรรยากาศโลกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

ชั้นโฮโมสเฟียร์ ซึ่งมีการลด-เพิ่มอุณหภูมิตามความสูง คือ ชั้นโทรโพสเฟียร์ สแตรโทสเฟียร์ และเมโซสเฟียร์

ชั้นเฮเทอโรสเฟียร์ เป็นชั้นที่อุณหภูมิเพิ่มตามความสูง คือ ชั้นเทอร์โมสเฟียร์และเอกโซสเฟียร์

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

34 of 111

ชั้นบรรยากาศโลก

  1. โทรโพสเฟียร์ เป็นชั้นที่มีมวลอากาศ ได้แก่ ไอน้ำ หมอก ฝน พายุ และแก๊ส บรรยากาศในชั้นนี้มักปรากฏสภาพอากาศที่รุนแรง เนื่องจากการเปลี่ยนสถานะของน้ำในอากาศ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

35 of 111

�

2) สแตรโทสเฟียร์ บรรยากาศในชั้นนี้สงบ เนื่องจากไม่มีเมฆหรือพายุจึงใช้เพื่อการบิน ในชั้นนี้มีแก๊สโอโซน �อยู่หนาแน่น ช่วยดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลตจาก�ดวงอาทิตย์ไม่ให้มายังพื้นโลกมากเกินไป

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

36 of 111

�

3) เมโซสเฟียร์ เป็นชั้นบรรยากาศที่ช่วยชะลอวัตถุนอกโลกที่ผ่านเข้ามาให้เกิดการเผาไหม้กลายเป็นวัตถุขนาดเล็ก

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

37 of 111

�

4) เทอร์โมสเฟียร์ บรรยากาศในชั้นนี้มีสถานะเป็นประจุไฟฟ้า ซึ่งมีประโยชน์ในการสะท้อนคลื่นวิทยุสําหรับการสื่อสารโทรคมนาคม

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

38 of 111

� 5) เอกโซสเฟียร์ เป็นชั้นบรรยากาศที่เปลี่ยน�จากบรรยากาศของโลกไปเป็นแก๊สที่เบาบาง�เป็นชั้นนอกสุดของบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก และเป็นชั้นที่มีดาวเทียมโคจรในระดับต่ำ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

39 of 111

3.3 พลังงานจากดวงอาทิตย์

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

40 of 111

พลังงานจากดวงอาทิตย์ส่งผลต่ออุณหภูมิของโลก ความกดอากาศของโลก ระบบลมของโลก มวลอากาศของโลก ความชื้นในบรรยากาศ และหยาดน้ำฟ้า ดังนี้

1) กระบวนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก

อุณหภูมิของบรรยากาศ คือ ระดับความร้อนหรือเย็นของอากาศที่บรรยากาศดูดซับ พลังงานความร้อนที่แผ่รังสีคลื่นยาวมาจากผิวโลก

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

41 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ปัจจัยสําคัญที่เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิโลก

ตําแหน่งที่ตั้งตามละติจูด

ระดับความสูง-ต่ำของผิวโลก

ชนิดมวลสารที่พื้นผิวโลกแตกต่างกัน

ฤดูที่แตกต่าง

การผันแปรอุณหภูมิประจําวัน

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

42 of 111

2) ความกดอากาศของโลก

แนวความกดอากาศของโลกมีความสัมพันธ์กับระบบลมประจําของโลก ดังนี้

  • แนวความกดอากาศต่ำ
  • แนวความกดอากาศต่ำถึงขั้วโลก
  • แนวความกดอากาศสูงขั้วโลก
  • แนวความกดอากาศสูงกึ่งเขตร้อน

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

43 of 111

3) ระบบลมประจํา

ลม คือ อากาศที่เคลื่อนที่ไปบนผิวโลก ลมพื้นผิวโลกแบ่งออกได้ ดังนี้

1. เขตลมค้า

2. เขตลมตะวันตก

3. เขตลมตะวันออก

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

44 of 111

4) มวลอากาศของโลก

มวลอากาศ คือ กลุ่มอากาศขนาดใหญ่ที่มีคุณสมบัติทางอุตุนิยมวิทยาเหมือนหรือใกล้เคียงกัน ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น ความกดอากาศ และลักษณะการเคลื่อนตัว มวลอากาศมักมีคุณสมบัติทางอากาศเหมือนกับพื้นผิวที่อากาศนั้นสัมผัสอยู่

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

45 of 111

  • แนวปะทะอากาศ (front) คือ แนวแบ่งเขตระหว่างมวลอากาศ 2 ชนิด มีสมบัติแตกต่างกันอย่างชัดเจน สมบัติมวลอากาศ�ที่แตกต่างกัน คือ ความหนาแน่น อุณหภูมิ ความชื้น ทิศทางลม แนวปะทะอากาศ ได้แก่
    • แนวปะทะอากาศเย็น
    • แนวปะทะอากาศร้อน

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

46 of 111

5) ความชื้นในบรรยากาศและเมฆ

ในบรรยากาศใกล้ผิวโลกมี�ไอน้ำเป็นส่วนผสมอยู่ประมาณ�ร้อยละ 5 ส่วนใหญ่อยู่ในรูป�ของละอองไอน้ำเรียกว่า ความชื้น�ในบรรยากาศ ละอองไอน้ำที่มี�ความหนาแน่นมากๆ จะอยู่ในรูป�ของเมฆชนิดต่าง ๆ เมฆที่อยู่ในบรรยากาศมี 3 ชั้น คือ เมฆชั้นต่ำ �เมฆชั้นกลาง เมฆชั้นสูง และเมฆก่อตัว ในแนวดิ่ง

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ไดอะแกรมระดับเมฆ 3 ชั้น และเมฆก่อตัวในแนวดิ่ง

2

47 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

6) หยาดน้ำฟ้า หมายถึง น้ำในบรรยากาศที่ตกลงมายังพื้นผิวโลก�ในรูปแบบต่าง ๆ ที่สำคัญ คือ

ฝน

ฝนน้ำแข็ง

ลูกเห็บ

หิมะ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

48 of 111

อุทกภาค คือ ส่วนที่เป็นน้ำทั้งหมดบนพื้นผิวโลกที่นอกเหนือไปจากส่วนที่เป็นของแข็งของ เปลือกโลกและส่วนบรรยากาศของโลก

4. อุทกภาค

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

2

49 of 111

4.1 ปริมาณน้ำของโลก น้ำที่อยู่บนพื้นผิวโลกทั้งหมดประกอบด้วย

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

แผนภาพสัดส่วนปริมาณน้ำของโลก

น้ำในมหาสมุทร ร้อยละ 97.21

พืดน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง ร้อยละ 2.14

น้ำใต้ดิน ร้อยละ 0.62

หนอง บึง แม่น้ำ ทะเลสาบ ร้อยละ 0.02

ไอน้ำในบรรยากาศ ร้อยละ 0.01

2

50 of 111

4.2 วัฏจักรของน้ำ

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

51 of 111

4.3 ระบบน้ำจืดบนโลก ส่วนที่เป็นภาคพื้นทวีปมีระบบน้ำจืดอยู่บนผิวดิน �ใต้ดิน และน้ำที่อยู่ในอากาศ

  • แหล่งน้ำจืดผิวดิน คือ ระบบน้ำตามธรรมชาติที่ไหลตามภูมิประเทศที่ต่ำ เช่น ลําห้วย ลําธาร คลอง แม่น้ำ

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

52 of 111

  • แหล่งน้ำจากหิมะและธารน้ำแข็งบนภูเขา �น้ำแข็งที่ละลายในฤดูร้อนจะไหลลงมาตามลําห้วย �ลําธาร และแม่น้ำสายต่าง ๆ
  • ไอน้ำในอากาศ เมฆที่จับตัวกันบริเวณยอดเขาเปลี่ยนเป็นหยดน้ำได้ด้วยการกลั่นตัว

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

53 of 111

4.4 ระบบน้ำใต้ดิน

��

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

54 of 111

4.5 ระบบน้ำเค็ม

  • น้ำเค็มบนพื้นโลก คือ น้ำในทะเลและมหาสมุทร และในทวีปยังมีทะเลสาบน้ำเค็ม เช่น ทะเลเดดซี �ทะเลสาบแคสเปียน ทะเลสาบบัลคัน ทะเลสาบเกรตซอลต์

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

55 of 111

  • น้ำเค็มเกิดจากการละลายของแร่ที่เป็นเกลือจากเปลือกโลก�บนทวีป แล้วไหลมาสะสม �ในทะเลและมหาสมุทร สารละลายในน้ำทะเล

สารละลายในน้ำ

ร้อยละ

คลอไรด์ (Cl-)

54.3%

โซเดียม (Na+)

30.2%

ซัลเฟต (So++)

7.6%

แมกนีเซียม (Mg++)

3.7%

แคลเซียม (Ca++)

1.2%

โปแตสเซียม (K+)

1.1%

ประจุอื่น ๆ

1.9%

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

56 of 111

ระบบหมุนเวียน

ของน้ำในมหาสมุทร

​

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

57 of 111

5. ชีวภาค (biosphere)

พื้นที่บริเวณต่าง ๆ ในโลกที่มีสภาพแวดล้อมทางภูมิประเทศ ภูมิอากาศคล้ายคลึงกัน มักมีลักษณะทางชีวนิเวศเหมือนกัน ความสัมพันธ์ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ เป็นระบบการอยู่ร่วมกันอย่างสลับซับซ้อนของสิ่งมีชีวิต เรียกว่า ระบบชีวนิเวศ (biome)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

58 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

59 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

เขตชีวนิเวศ

ลักษณะ

บริเวณที่พบ

1. ป่าฝนเขตร้อน หรือป่าดิบชื้น

(tropical rainforest)

มีความหลากหลายของพืชพรรณ ทั้งชนิด ปริมาณ ขนาด และ ระดับสูง พันธุ์ไม้ที่พบส่วนใหญ่ เป็นไม้วงศ์ยางตะเคียน มีจุลินทรีย์ในดินสูง สัตว์ป่า เช่น เสือ ช้าง ลิง

อยู่ในเขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้นแถบศูนย์สูตรแบบ Af, Am

​

2. ป่าดิบแล้งเขตร้อน

(tropical dryforest)

มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง บางครั้งในเขตป่าดิบชื้นด้าน อับลมจะมีป่าดิบแล้งแทรกอยู่บนไหล่เขา พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น ยางแดง มะค่าโมง สัตว์ป่าเป็นสัตว์�ชนิดเดียวกับป่าฝนเขตร้อน

อยู่ในเขตภูมิอากาศร้อนแห้งแบบ Aw ที่มีฤดูแล้งชัดเจน กระจายอยู่ในเขตร้อนและค่อนไปทางกึ่งเขตร้อนของทุกทวีป

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

60 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

เขตชีวนิเวศ

ลักษณะ

บริเวณที่พบ

3. ป่าผลัดใบ

เขตอบอุ่น

(temperate deciduous forest)

มีพืชพรรณหลากหลายชนิดมี�พันธุ์ไม้ทุกระดับชั้นตั้งแต่ ไม้เตี้ย ไม้พุ่ม ไม้ระดับกลาง และไม้ใหญ่ระดับสูง เช่น สน เมเปิล สัตว์ป่า เช่น กวาง สุนัขจิ้งจอก กระต่าย

แถบยุโรปตะวันตก �ยุโรปกลาง ตะวันออกของอเมริกาเหนือ ตะวันออกของจีน

4. ป่าฝนเขตอบอุ่น

(temperate rainforest)

ลักษณะพืชพรรณเป็นแบบผสม ระหว่างป่าผลัดใบเขตอบอุ่น �กับป่าฝน พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น ยูคาลิปตัส วอลนัท เมเปิล สัตว์ป่า เช่น กระรอก กระต่าย กวาง

อยู่ในเขตภูมิอากาศแบบอบอุ่น แต่ปริมาณ ฝน�สูงกว่า เช่น ทางตะวันออกของทวีปออสเตรเลีย �ทางใต้ของญี่ปุ่น �แหลมฟลอริดา �และทางตะวันออก�ของอเมริกาใต้

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

61 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

เขตชีวนิเวศ

ลักษณะ

บริเวณที่พบ

5.ทุ่งหญ้าสะวันนา

(savanna tropical

grassland)

พืชพรรณเป็นทุ่งหญ้าสลับป่าโปร่ง มีไม้พุ่มและไม้ยืนต้นระดับสูง�แทรกสลับ สัตว์ป่า เช่น สิงโต เสือดาว ฮิปโปโปเตมัส แรด ช้าง

กระจายอยู่ในเขต�กึ่งแห้งแล้งของแอฟริกา คาบสมุทรเดกกัน คาบสมุทรอินโดจีน ประเทศบราซิลและ เวเนซุเอลา

6. ทุ่งหญ้าเขต

อบอุ่น

(temperate grassland)

พืชพรรณส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้า �ไม่มีต้นไม้เหมือนทุ่งหญ้าเขตร้อน พื้นที่ทุ่งหญ้ามักมีดินอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่า เช่น กวาง นก แมลง

ตอนกลางของทวีป�อเมริกาเหนือ ตอนกลางของทวีปเอเชียและออสเตรเลีย

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

62 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

เขตชีวนิเวศ

ลักษณะ

บริเวณที่พบ

7. พืชพรรณแบบ

เมดิเตอร์เรเนียน

หรือป่าแคระ

(chaparral หรือ scrub)

พืชพรรณส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ �พุ่มเตี้ยและมีไม้ยืนต้นแทรกสลับ เช่น ไม้โอ๊ก ไม้มะฮอกกะนี �ไม้มะกอก สัตว์ป่า เช่น กวาง กระต่าย นก

พบบริเวณทะเล�เมดิเตอร์เรเนียนและ�ตอนเหนือของแอฟริกา เขตนี้มีฝนตกในฤดูหนาวและอยู่ไม่ไกลจากทะเล

8. พืชพรรณ

ทะเลทราย

(tropical and

temperate desert)

พืชพรรณที่พบเป็นพืชทนแล้ง เช่น ตะบองเพชร ไม้หนาม ต้นปาล์ม �ไม้พุ่ม ทุ่งหญ้า สัตว์ป่า เช่น งู �แมงป่อง อูฐ แมลงต่าง ๆ

พบบริเวณทะเลทรายที่มีน้ำซึมออกมา เช่น บริเวณ โอเอซิส หรือบริเวณที่มีทางน้ำใต้ดิน

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

63 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

เขตชีวนิเวศ

ลักษณะ

บริเวณที่พบ

9. พืชพรรณ

เขตหนาวหรือป่าไทกา

(boreal rainforest)

พืชพรรณส่วนใหญ่เป็นไม้สน �จึงเรียกป่าสนเขตไทกา สัตว์ป่า เช่น หมี กวาง สุนัขจิ้งจอก

ยุโรปเหนือผ่านรัสเซียจนถึง�ไซบีเรียและคาบสมุทรคัมชัตคา ในทวีปอเมริกาเหนือพบในแคนาดา และบางส่วนในอะแลสกา เกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์และบริเวณ ปลายแหลมของทวีปอเมริกาใต้

10. พืชพรรณ

แบบทุนดรา

(tundra)

ส่วนใหญ่เป็นพืชขนาดเล็ก เช่น มอสส์ ไลเคน หญ้า ไม้พุ่ม �ขนาดเล็ก สัตว์ป่าที่พบในเขต�ขั้วโลก เช่น กวางเรนเดียร์ แมวนํ้า เพนกวิน

อยู่ในเขตภูมิอากาศแบบ ET ที่มีอากาศหนาวเย็นแบบกึ่งขั้วโลกและขั้วโลก ในดินมีชั้นเยือกแข็งของน้ำในดิน

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

64 of 111

1. การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อภูมิประเทศ

1.1 กระบวนการน้ำบนพื้นผิวดินกับลักษณะภูมิประเทศ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

65 of 111

1) ภูมิประเทศที่เกิดจากการกร่อนโดยน้ำที่สําคัญ มีดังนี้

ลําธาร (stream)

ภูมิประเทศที่เป็นเส้นทางน้ำไหล เป็นช่วงหนึ่งของลําน้ำที่ต่อมาจากลําห้วย

แก่ง (rapids)

ภูมิประเทศที่อยู่ในร่องน้ำระดับต่างๆ ส่วนใหญ่เป็น�โขดหินที่แข็งไม่ถูกเซาะได้ง่าย เช่น หินทราย หินอัคนีบางชนิด

​

น้ำตก (waterfall)

ภูมิประเทศที่เกิดจากความต่างระดับในเส้นทางน้ำหรือร่องน้ำ ทําให้สายน้ำไหลตกในแนวตั้งฉากหรือลาดเอียงตามลักษณะทางน้ำที่ต่างระดับกัน

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

66 of 111

โกรกธาร (gorge)

ภูมิประเทศหุบผาลึกชัน มีหน้าผาชันอยู่ทั้งสองฝั่งของหุบ ด้านล่างมักมี ธารน้ำไหล

กุมภลักษณ์ (pothole)

ภูมิประเทศที่เป็นบ่อกลมรูปหม้อ เกิดที่ท้องน้ำ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

67 of 111

2) ภูมิประเทศที่เกิดจากการทับถมโดยน้ำที่สําคัญ�มีดังนี้

เนินตะกอนรูปพัด (alluvial fan)

เป็นเนินตะกอนที่น้ำพัดพามาจากหุบเขา ลาดชัน เมื่อถึงบริเวณที่ราบหรือที่ลาด ลําน้ำจะ�แผ่กว้างกระจายออกเป็นรูปพัด ทําให้ความแรงของน้ำลดลง และทิ้งตะกอนไว้บริเวณปากทางหุบเขา

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

68 of 111

คันดินธรรมชาติ (natural levee)

เป็นภูมิประเทศที่เกิดจากการทับถมของตะกอนลําน้ำที่ทับถมบริเวณริมฝั่งตามความยาว�ของลําน้ำทั้งสองฝั่ง

ที่ราบน้ำท่วมถึง (flood plain)

เป็นภูมิประเทศพื้นที่ราบที่เกิดจากตะกอนแม่น้ำนํามาทับถมเมื่อน้ำหลากและท่วมล้นฝั่ง

ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ (river delta)

ดินดอนบริเวณปากแม่น้ำ เกิดขึ้นจากการที่แม่น้ำและสาขาน้อยใหญ่ที่กระจายออก ตรงปากแม่น้ำพาตะกอนมาทับถม ทําให้เกิดสันดอนกลางน้ำ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

69 of 111

1.2 กระบวนการของน้ำใต้ดินกับลักษณะภูมิประเทศ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

70 of 111

1) ภูมิประเทศที่เกิดจากการกร่อนโดยน้ำใต้ดินที่สําคัญ มีดังนี้

ถ้ำ (cave)

ภูมิประเทศที่เป็นโพรงขนาดใหญ่ ลึกเข้าไปในพื้นดินหรือภูเขา ส่วนใหญ่เกิดในหินปูน

​

หลุมยุบ (sinkhole)

ส่วนใหญ่เกิดจากการละลายของหินที่อยู่ด้านล่าง แล้วถูกน้ำใต้ดินพาตะกอนออกไป พื้นดินด้านบนจึงยุบลงเป็นหลุมใหญ่

คาสต์ (karst topography)

ลักษณะภูมิประเทศในพื้นที่ที่มีหินปูน ที่ถูกชะล้างสลายเนื้อหินออกไปจนเหลือแต่ซาก หินปูนรูปแบบต่าง ๆ มากมาย

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

71 of 111

2) ภูมิประเทศที่เกิดจากการทับถมโดยน้ำใต้ดินที่สําคัญ �มีดังนี้�สิ่งทับถมในถ้ำ

หินย้อย คือ ส่วนที่พอกพูนจากน้ำ คาร์บอเนตที่ย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ แล้วจับตัว

​

หินงอก คือ ส่วนที่พอกพูนจากน้ำ คาร์บอเนตที่รับน้ำหยดลง�มาจากหินย้อย แล้วพอกพูนที่พื้นถ้ำเป็นแท่งเสาหินยื่นขึ้น�จากพื้นถ้ำ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

72 of 111

​

1.3 กระบวนการของคลื่นกับลักษณะภูมิประเทศชายฝั่ง

ชายฝั่งทะเลสามารถจําแนกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ ชายฝั่งยกตัว (emergence coastline) และชายฝั่งจมตัว (submergence coastline) ลักษณะของชายฝั่งจะอยู่ที่ระดับน้ำทะเลกับลักษณะของชายฝั่งประกอบกัน การยกตัวของชายฝั่งเกิดได้จากการที่แผ่นเปลือกโลกยกตัวสูงขึ้นหรือระดับน้ำทะเลลดลง ชายฝั่งจมตัวเกิดได้จากการที่แผ่นเปลือกโลกทรุดตัวหรือระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

73 of 111

​

1) ภูมิประเทศที่เกิดจากการกร่อนโดยคลื่นที่สําคัญ มีดังนี้

หน้าผาชันชายฝั่ง (sea cliff)

เกิดจากคลื่นชายฝั่งทะเลกัดเซาะให้หินชายฝั่งพังทลายลงมาจนเป็นหน้าผา

ซุ้มหินชายฝั่ง (sea arch)

เป็นโพรงหินหัวแหลมทะลุถึงกัน

�

เกาะหินโด่ง (stack)

เป็นเกาะหินโดดที่อยู่ใกล้ชายฝั่งที่มีหน้าผาหินมาก ๆ

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

74 of 111

2) ภูมิประเทศที่เกิดจากการทับถมโดยคลื่นที่สําคัญ มีดังนี้

สันดอน (bar)

เนินที่เกิดจากกระแสน้ำชายฝั่งหรือคลื่นพัดพาตะกอนมาทับถม�

หาด (beach)

เกิดจากการที่คลื่นพัดพาตะกอนไปทับถม หาดที่เป็น�ตะกอนทรายเรียกว่า หาดทราย หาดที่มีก้อนกรวดเรียกว่า หาดหิน หาดที่มีดินโคลนเรียกว่า หาดเลน

ลากูน (lagoon)

แอ่งน้ำเค็มที่มีลักษณะแคบตื้น

ชะวากทะเล (estuary)

ภูมิประเทศชายฝั่งทะเลที่เว้าเป็นช่องเข้าไปยังปากแม่น้ำ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

2

75 of 111

1.4 กระบวนการของลมกับลักษณะภูมิประเทศ

ในเขตทะเลทรายของโลกมีตัวการสําคัญที่ปรับระดับเปลือกโลก คือ ลม ความรุนแรงของลมในทะเลทรายสามารถสร้างและเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศได้หลายรูปแบบ การปรับระดับเปลือกโลกในทะเลทรายมีทั้งการกร่อนและการทับถม

ภูมิประเทศที่เกิดจากการกร่อนโดยลมอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากลมโดยตรง แต่ลมสามารถพัดพา�เม็ดทราย กรวดหินก้อนเล็ก ๆ ให้กลิ้ง ขีดข่วน ขัดสี ขัดเกลาสิ่งขวางกั้นหรือพื้นลานหินให้เป็นร่องรอยและเปลี่ยนรูปร่างได้

ในเขตทะเลทรายจะมีลมพัดแรง บางครั้งเกิดเป็นพายุทราย (sand storm) โดยพายุทรายสามารถหอบทรายและฝุ่นละอองไปได้ไกล และทับถมเกิดเป็นภูมิประเทศแบบต่าง ๆ

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

76 of 111

1) ภูมิประเทศที่เกิดจากการกร่อนโดยลมที่สําคัญ มีดังนี้

เสาหิน (pedestal rock)

เกิดจากกระบวนการพัดกราดของลมในทะเลทราย

ดาดกรวดทะเลทราย (desert pavement)

เกิดจากลมพัดพาเอาเม็ดทรายออกไป

แอ่งลมหอบ (blowout)

ภูมิประเทศถูกลมพัดพาทําให้มีลักษณะพื้นผิวเป็นหลุมเป็นบ่อ

​

ลาดเชิงเขาสึกกร่อน (pediment)

เกิดการเซาะกร่อนโดยลมหรือน้ำในบางเวลา

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

77 of 111

2) ภูมิประเทศที่เกิดจากการทับถมโดยลม

เนินทราย (sand dune)

ภูมิประเทศในทะเลทรายที่เกิดจากการทับถมของตะกอนทรายที่ลมพัดพามา

​

ดินลมหอบ (loess)

ภูมิประเทศที่เกิดจากการทับถมของตะกอนทรายแป้งที่ลมพัดพามาไม่มีลักษณะเป็น�ชั้นไม่จับตัวแข็ง ส่วนใหญ่ถูกพัดพามา�จากทะเลทราย

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

78 of 111

1.5 กระบวนการของธารน้ำแข็งกับลักษณะภูมิประเทศ

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

79 of 111

1) ภูมิประเทศที่เกิดจากการกร่อนโดยธารน้ำแข็งที่สำคัญมีดังนี้

หุบเขาธารน้ำแข็งเซิร์ก (cirque)

สันเขาอาแรต (arête)

ยอดเขาพีระมิด (horn)

แอ่งน้ำบนเขา (tarn)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

80 of 111

2) ภูมิประเทศที่เกิดจากการทับถมโดยธารน้ำแข็งที่สำคัญมีดังนี้

  • เนินเคม (kame)
  • หลุมธารน้ำแข็ง (kettle)
  • ตะกอนธารน้ำแข็งไม่แสดงชั้น (till)
  • ทะเลสาบธารน้ำแข็ง (glacial lake)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

81 of 111

2. การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อภูมิอากาศ

2.1 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

1) การผันแปรของพลังสุริยะ ดวงอาทิตย์เป็นต้นกําเนิดพลังความร้อนที่บรรยากาศโลกได้รับ ดวงอาทิตย์แผ่รังสีคลื่นสั้นผ่านบรรยากาศโลก บรรยากาศดูดซับไว้ส่วนหนึ่ง โลกแผ่รังสีคลื่นยาวให้บรรยากาศโลก บรรยากาศดูดซับไว้ส่วนหนึ่ง อุณหภูมิของบรรยากาศโลกจึงผันแปรไปตามการแผ่รังสี ของดวงอาทิตย์และโลก

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

82 of 111

1) การผันแปรของพลังสุริยะ�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

83 of 111

2) การผันแปรวงโคจรของโลก

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

84 of 111

3) การผันแปรของแก๊สเรือนกระจกในบรรยากาศ �แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สมีเทนเป็นแก๊สเรือนกระจกหลักที่มี�การเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลงตามกระบวนการธรรมชาติอย่างต่อเนื่องเป็นลําดับ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกในอดีต (หรือภูมิอากาศบรรพกาล)

4) การผันแปรจากการปะทุของภูเขาไฟ การปะทุของภูเขาไฟที่รุนแรงในแต่ละครั้งบนโลกได้พ่นเถ้าถ่านฝุ่นละอองภูเขาไฟเข้าไปสู่บรรยากาศและแผ่กว้างไปตามกระแสลม ฝุ่นละอองเหล่านี้ได้บดบังพลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นเวลานาน อันเป็นเหตุให้อุณหภูมิของบรรยากาศโลกลดลง �

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

85 of 111

2.2 ประเภทภูมิอากาศ

การจําแนกเขตภูมิอากาศโลก นิยมใช้เกณฑ์การจําแนกของเคปเพิน (Köppen Climate Classification System) เกณฑ์สําคัญที่ใช้จําแนก ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น และเวลา จําแนกออกเป็น 5 เขตหลักสําคัญ �และเขตย่อย ดังนี้

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

86 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

87 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

88 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

89 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

90 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

91 of 111

3. การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติ

3.1 การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อทรัพยากรดิน

ดิน เป็นมวลรวมของวัตถุขนาดเล็กที่ย่อยสลายจากวัตถุประกอบโลก ดินประกอบด้วย มวลวัตถุที่เป็นอนินทรียสาร อินทรียสาร น้ำและอากาศ ดังนั้น ส่วนผสมในดินเป็นส่วนผสมที่แปรเปลี่ยนไปตามสภาพปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบของดิน เมื่อสภาพปัจจัยในการก่อเกิดดินเปลี่ยนจะทําให้กระบวนการเกิดและสร้างดินปรับเปลี่ยนไปด้วย ปัจจัยสําคัญที่ควบคุมการกําเนิดดิน คือ วัตถุต้นกําเนิดดิน ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ อินทรียวัตถุ และเวลา

1) วัตถุต้นกําเนิดดินที่ส่งผลต่อทรัพยากรดิน

วัตถุต้นกําเนิดดิน คือ หินดินดาน หินทราย หินปูน หินแกรนิต หินบะซอลต์ เมื่อสลายตัวจึงเกิดเป็นดินที่มีลักษณะแตกต่างกัน

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

92 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

93 of 111

2) ภูมิประเทศที่ส่งผลต่อทรัพยากรดิน

  • ที่ราบ มักเป็นที่สะสมของตะกอนอินทรียวัตถุและความชื้น จึงพัฒนาชั้นดินบน คือ ชั้น O และ A �ได้หนา
  • ที่เนิน โคก โนน เป็นภูมิประเทศที่สูง การซึมซาบและการชะล้างของน้ำผิวดินเกิดขึ้นได้ง่าย จึงมีการสะสมอนุภาคละเอียดในชั้นดินล่าง
  • ที่ลาดเชิงเขา มักเป็นดินตื้น มีชั้นดินไม่ครบ หรือมีการสูญเสียหน้าดินได้ง่าย จึงมักจะมีชั้น A และ C
  • ที่สูงภูเขา ดินไม่มีโอกาสพัฒนาชั้นดินมากนัก
  • ที่ราบสูง ถึงแม้จะมีระดับสูง แต่เป็นที่ราบ การพัฒนาของดินจึงเกิดขึ้นได้ ดินมีทุกระดับชั้น

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

94 of 111

3) ภูมิอากาศที่ส่งผลต่อทรัพยากรดิน

  • เขตฝนชุกและอุณหภูมิสูง เช่น เขตร้อน การผุสลายของหินและแร่มีมาก ทําให้มีชั้นวัตถุต้นกําเนิดดินหนาสามารถพัฒนาดินได้มาก
  • ในเขตฝนแล้ง อุณหภูมิสูง คือ เขตแห้งแล้ง การระเหยมีมาก จึงมักมีชั้นเกลือเข้ามาแทรกชั้นอยู่เป็นผลทําให้ดินเค็มได้
  • ในเขตหนาว ความชื้นสูง มักมีชั้นน้ำแข็งอยู่ใต้ดิน เมื่อหน้าร้อนน้ำแข็งละลาย หน้าดินจะถูกพาเคลื่อนที่ไปกับน้ำ ทําให้เกิดการสูญเสียหน้าดิน
  • ในเขตที่มีฤดูแล้งสลับฤดูฝน จะมีการพัฒนาชั้นดานในชั้นดินล่าง โดยเฉพาะบริเวณที่ดอน เช่น มีชั้นดานเหล็ก �ดานดินเหนียว ดานปูน เกิดขึ้นแทรกอยู่ในชั้นดินล่าง

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

95 of 111

4) อินทรียวัตถุที่ส่งผลต่อทรัพยากรดิน

  • อินทรียวัตถุเป็นส่วนประกอบของดิน แต่ละภูมิอากาศจะมีอินทรียวัตถุแตกต่างกัน พื้นที่ที่มีอินทรียวัตถุสูงแต่สูญสลายช้า เช่น ในเขตอบอุ่นจะทําให้ดินอุดมสมบูรณ์ ส่วนสัตว์นั้นจะ�เป็นตัวการช่วยสร้างดิน โดยพวกจุลชีพทั้งหลายและสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด เช่น ไส้เดือน มอด ปลวก มด แมลงบางชนิดจะช่วยผสมคลุกเคล้าดิน ดังนั้นดินที่มีซากอินทรียวัตถุมากน้อยต่างกันจะทําให้ดินต่างกัน

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

96 of 111

5) เวลาที่ส่งผลต่อทรัพยากรดิน

  • ระยะที่ 1 เป็นระยะที่มีวัตถุต้นกําเนิดดิน ซึ่งอาจเป็นวัสดุที่ผุพังอยู่กับที่ หรือเป็นวัสดุที่ถูกพัดพามา คือ ชั้น C
  • ระยะที่ 2 เป็นการพัฒนาชั้นดินบน โดยมีการย่อยสลายของซากพืช ซากสัตว์ ทําให้มีฮิวมัสอยู่มาก ประกอบด้วยอินทรียวัตถุเป็นส่วนใหญ่ และคลุกเคล้าชั้นดินบนเป็นชั้น O
  • ระยะที่ 3 เป็นระยะที่กระบวนการทางดินดําเนินการสร้างชั้นดินล่างด้วยกระบวนการ ชะซึมอนุภาคเข้ามาสะสม�หรือชะล้างออกไป ทําให้ชั้น C บางส่วนเปลี่ยนไปเป็นชั้น B และชั้นดินบนคลุกเคล้าอินทรียวัตถุเป็นชั้น A

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

97 of 111

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

98 of 111

3.2 การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อทรัพยากรน้ำ

1) เกิดน้ำแข็งละลายที่ขั้วโลกและยอดเขา

  • แหล่งน้ำบนผิวโลกที่อยู่ในรูปของธารน้ำแข็งที่ขั้วโลกและยอดเขาสูง เมื่ออุณหภูมิของบรรยากาศสูงขึ้นเป็นผลทําให้�ธารน้ำแข็งละลาย การที่ธารน้ำแข็งละลายเป็นการเปลี่ยนสถานะของน้ำ จากของแข็งเป็นของเหลว และส่วนหนึ่งเมื่อละลายจะไหลเป็นทางน้ำสู่ลําห้วย ลําคลอง และแม่น้ำ แล้วระเหยสู่อากาศไปอยู่ในรูปของไอน้ำและก้อนเมฆ �อีกส่วนหนึ่งไหลลงสู่ทะเล ทําให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

99 of 111

2) เกิดสภาวะฝนตกหนักในบางพื้นที่

  • ผลจากอุณหภูมิของบรรยากาศสูง การระเหยคายน้ำจากพื้นผิวโลกเป็นไปในอัตราที่สูง ทําให้การสะสมไอน้ำในบรรยากาศมีมาก เมื่อไอน้ำสะสมในบรรยากาศมากขึ้น ทําให้เกิดสภาวะฝนตกมากในบางพื้นที่ และเกิดสภาวะแห้งแล้งในบางพื้นที่ เช่น การเกิดสภาวะปรากฏการณ์เอลนิโญ (El Niño) การเกิดปรากฏการณ์ลานีญา �(La Niña)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

100 of 111

3.3 การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลต่อพืชพรรณธรรมชาติ

1) การเปลี่ยนแปลงแทนที่ การเปลี่ยนแปลงแทนที่ที่สําคัญมี 2 ระบบ คือ

1. การเปลี่ยนแปลงแทนที่ขั้นปฐมภูมิ (primary succession)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

101 of 111

2. การเปลี่ยนแปลงแทนที่ขั้นทุติยภูมิ (secondary succession)

�

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

2

102 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

1. ข้อใดสรุปลักษณะของชั้นแก่นโลกได้ถูกต้อง

1. ประกอบไปด้วยชั้นไซอัลและชั้นไซมา เป็นชั้นหินและแร่

2. ประกอบไปด้วยชั้นในและชั้นนอก มีความร้อนและแรงดันสูง

3. ประกอบไปด้วยชั้น A และชั้น B ที่มีการเคลื่อนที่ของมวลน้ำ

4. ประกอบไปด้วยชั้นบนและชั้นล่าง มีแรงดันจากแมกมา

5. ประกอบไปด้วยชั้นเปลือกโลกและชั้นกลางโลก มีของเหลวอยู่ภายใน

2

103 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

2. กระบวนการแปรสัณฐานอย่างช้า ๆ ของโลกมีลักษณะตรงกับข้อใด

1. การตกตะกอนทับถมของเถ้าถ่านและฝุ่นภูเขาไฟ

2. การกระทำจากภายนอกโลกต่อเปลือกโลก

3. การที่แรงภายในโลกปะทุเอาแมกมาขึ้นมาเป็นลาวา

4. การเกิดปฏิกิริยาทางเคมีจากแก๊สที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ

5. การที่เปลือกโลกมีการเคลื่อนที่ชนกันเนื่องจากการเคลื่อนตัวของหินหนืด

2

104 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

3. กระบวนการพัดพาตรงกับข้อใด

1. การกร่อนและพัดพาด้วยแนวลมที่รุนแรง

2. การเคลื่อนที่ของตะกอนละเอียดที่แขวนลอยไปกับน้ำ

3. การพาเอาตัวกลางที่เป็นตะกอนขนาดใหญ่เคลื่อนที่และแตกสลาย

4. การเลื่อนไถลของดินอย่างช้า ๆ ลงไปตามลาดเขา

5. การเคลื่อนที่ของมวลต่าง ๆ ลงมาตามความลาดชัน

2

105 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

4. ชั้นบรรยากาศที่มีสถานะเป็นประจุไฟฟ้าและมีประโยชน์ในการสะท้อนคลื่นวิทยุตรงกับข้อใด

1. โทรโพสเฟียร์

2. เอกโซสเฟียร์

3. เมโซสเฟียร์

4. สแตรโทสเฟียร์

5. เทอร์โมสเฟียร์

2

106 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

5. ความชื้นในบรรยากาศและเมฆสอดคล้องกับข้อใด

1. การเกิดแนวปะทะอากาศเย็นและแนวปะทะอากาศร้อน

2. การเคลื่อนที่ของอากาศไปตามผิวโลกก่อให้เกิดทิศทางลม

3. การแผ่รังสีความร้อนของดวงอาทิตย์มายังพื้นผิวโลก

4. การที่บรรยากาศดูดซับความร้อนและความเย็นจนทำให้เกิดไอน้ำในอากาศ

5. การที่บรรยากาศมีไอน้ำและละอองน้ำที่มีความหนาแน่นมาก ๆ ในอากาศ

​

2

107 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

6. พืชพรรณขนาดเล็ก เช่น มอสส์ ไลเคน สามารถพบได้ในแนวเขตชีวนิเวศแบบใด

1. ป่าไทกา

2. ทุนดรา

3. ป่าเขตร้อน

4. ทุ่งหญ้าสะวันนา

5. เมดิเตอร์เรเนียน

​

2

108 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

7. ภูมิประเทศที่เกิดการทับถมโดยคลื่นจะมีลักษณะสำคัญตามข้อใด

1. อยู่ในพื้นที่ที่มีหินปูนที่ถูกชะล้างสลายเนื้อหินออกไป

2. เกิดบนแผ่นดินซึ่งอาจเป็นที่ราบ ที่ดอน หรือที่สูง

3. เป็นหน้าผาชันชายฝั่งทะเล เกิดจากการกัดเซาะหินชายฝั่ง

4. เนินที่เกิดจากกระแสน้ำชายฝั่งหรือคลื่นที่พัดพาตะกอนมา

5. เกาะหินที่อยู่ใกล้ชายฝั่งโดยคลื่นเซาะจนซุ้มหินชายฝั่งพังทลาย

​

2

109 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

8. การผันแปรของแก๊สเรือนกระจกในบรรยากาศเป็นปัจจัยทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในข้อใด

1. ภูมิประเทศ

2. ทรัพยากรดิน

3. ภูมิอากาศ

4. ทรัพยากรน้ำ

5. พืชพรรณธรรมชาติ

​

2

110 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

9. ข้อใดไม่ใช่วัตถุที่เป็นต้นกำเนิดดิน

1. หินปูน

2. หินทราย

3. หินแกรนิต

4. หินดินแดง

5. หินคาร์บอน

2

111 of 111

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

10. การเปลี่ยนแปลงแทนที่มีลักษณะสำคัญอย่างไร

1. การเกิดยุคน้ำแข็งและยุคน้ำแข็งละลาย

2. การระเหยคายน้ำจากพื้นผิวโลกไปสะสมในบรรยากาศ

3. การพบสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตมาก่อน

4. การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกที่ทำให้เกิดทวีปต่าง ๆ

5. การเกิดภัยธรรมชาติที่ทำให้ลักษณะทางกายภาพของโลกเปลี่ยนไป

​

2