1 of 58

วินัยและการรักษาวินัย

คณะนิติกร

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

2 of 58

มาตรา ๙๕ วรรคห้า แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗

กำหนดว่า "เมื่อมีการกล่าวหาว่า ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใด กระทำผิดวินัยโดยยังไม่มีพยานหลักฐาน ให้ผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการสืบสวน กรณีมีมูลควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากรณี�ไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย จึงยุติเรื่อง �ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย�ให้ดำเนินการทางวินัยทันที"

3 of 58

    • นายกรัฐมนตรี (ม.11) พ.ร.บ.ระเบียบบริหาร

ราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

    • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ม.12)
    • เลขาธิการ กพฐ. (ม.30)
    • ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ม.37)
    • ผู้อำนวยการสถานศึกษา (ม.๓๙)

ผู้บังคับบัญชา

4 of 58

การสืบสวน หมายถึง การแสวงหาข้อเท็จจริง เมื่อมีกรณีสงสัยว่าข้าราชการอาจมีการกระทำผิดวินัย โดยอาจมีมูลเหตุจาก� - มีผู้ร้องเรียน� - สื่อมวลชน สื่อออนไลน์

- ผู้บังคับบัญชาตรวจพบเอง

- ส่วนราชการหรือหน่วยงานแจ้ง เช่น ป.ป.ช. ,ป.ป.ท. ,ส.ต.ง. ,ศูนย์ดำรงธรรม ฯลฯ

5 of 58

กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวินัย

  • การสืบสวน
  • การสอบสวน

6 of 58

การดำเนินการสืบสวน ผู้บังคับบัญชาอาจดำเนินการโดย

๑. ดำเนินการเอง

๒. ให้ผู้ถูกร้องเรียนชี้แจง

๓. มอบหมายให้ผู้อื่น

๔. ตั้งคณะกรรมการสืบสวน

7 of 58

พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ �เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ �ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. ๒๕๖๕

การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากร�ทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรา ๕๓ (๓)� และ (๔) แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ผู้อำนวยการสำนักงาน�เขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา แล้วแต่กรณี

8 of 58

ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากร�ทางการศึกษา (มาตรา ๙๘)

วินัยไม่ร้ายแรง ผู้บังคับบัญชา

(ม.๙๘ วรรคหนึ่ง)

วินัยอย่างร้ายแรง ผู้มีอำนาจตาม มาตรา ๕๓

(ม.๙๘ วรรคสอง)

9 of 58

แผนภูมิการสืบสวน

มีกรณีกล่าวหา

สืบสวนข้อเท็จจริง/พิจารณาเบื้องต้น

มีมูล

ไม่มีมูล

ดำเนินการทางวินัย

ยุติเรื่อง

ร้ายแรง

ไม่ร้ายแรง

สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง

สอบสวนวินัยไม่ร้ายแรง

ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 53

ผู้มีอำนาจ/ผู้บังคับบัญชา

10 of 58

มติคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๘๙/๒๔๙๗

ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗

ข้าราชการจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย �หรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับอันตนจะต้องปฏิบัติ�และอยู่ในหน้าที่ของตนมิได้

11 of 58

ข้อกำหนดเรื่องวินัย

วินัยของแต่ละองค์กรอาจแตกต่างกัน

ตามสถานะ และภาระหน้าที่ทางสังคม

12 of 58

ขอบเขตของวินัย

เพียงเท่าที่กฎหมายกำหนด หากกฎหมาย

มิได้กำหนดให้การกระทำใดเป็นความผิดวินัย

จะลงโทษทางวินัยไม่ได้

13 of 58

ข้อกำหนดทางวินัย

สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือ

ข้อห้ามและข้อปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๖

มาตรา ๘๒ – ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗

14 of 58

บทบัญญัติมาตราต่าง ๆ

มาตรา ๘๒ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติไว้ในหมวดนี้

โดยเคร่งครัดอยู่เสมอ

: ความหมายของคำว่า “การรักษา” ตามพจนานุกรม

ฉบับราชบัณฑิตสถาน

- ระวัง

- ดูแล

- ป้องกัน

- เยียวยา

15 of 58

การรักษาวินัย ได้แก่

๑. ข้าราชการระวังไม่กระทำผิดวินัย

๒. ผู้เกี่ยวข้องดูแลส่งเสริมและพัฒนาให้ข้าราชการมีวินัย

๓. ผู้เกี่ยวข้องป้องกันมิให้ข้าราชการกระทำผิดวินัย

๔. ผู้เกี่ยวข้องเยียวยาโดยดำเนินการแก่ผู้กระทำผิดวินัย

16 of 58

มาตรา ๘๓ ข้าราชการครูและบุคลากร

ทางการศึกษาต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองเช่นว่านั้น

: มาตรานี้กำหนดไว้สอดคล้องกับคุณสมบัติ� ของผู้ที่จะเข้ารับราชการ ตามมาตรา ๓๐

17 of 58

มาตรา ๘๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่รักษาประโยชน์ของทางราชการ �และต้องปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัด

ห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม หาประโยชน์ให้แก่ตนเอง�หรือผู้อื่น

การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริต�ต่อหน้าที่ราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

18 of 58

มาตรา ๘๔ (ต่อ)

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาค

และเที่ยงธรรม

๒. ขยันหมั่นเพียร

๓. ดูแลเอาใจใส่รักษาประโยชน์ของทางราชการ

๔. ปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ

อย่างเคร่งครัด

19 of 58

มาตรา ๘๔ (ต่อ)

- คำว่า ซื่อสัตย์ คือประพฤติตรงและจริงใจ, ไม่คิดทรยศ, ไม่คดโกง,

ไม่หลอกลวง

- คำว่า สุจริต คือ ความประพฤติชอบตรงไปตรงมา

- คำว่า เสมอภาค คือ มีส่วนเท่ากัน, เท่าเทียมกันเสมอหน้ากัน

- คำว่า เที่ยงธรรม คือ ตั้งตรงด้วยความเป็นธรรม

- คำว่า วิริยะ คือ ความเพียร, ความบากบั่น

- คำว่า อุตสาหะ คือ ความบากบั่น ความพยายาม,ความขยัน, ความอดทน

20 of 58

มาตรา ๘๔ (ต่อ)

: วรรคหนึ่ง (ต่อ)

- คำว่า ขยันมั่นเพียร = การทำงานอย่างแข็งขัน

ไม่ปล่อยปละละเลยทำหรือประพฤติเป็นปกติสม่ำเสมอ ไม่เกียจค้าน

- คำว่า ดูแลเอาใจใส่ = ปกปักรักษา , ปกครอง

- คำว่า จรรยาบรรณวิชาชีพ” ตามประกาศของคุรุสภา

หมายเหตุ มาตรา ๘๔ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

21 of 58

: วรรคสอง

๑. อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตน

๒. หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

22 of 58

หน้าที่ราชการเกิดจาก

- หน้าที่ตามกฎหมาย

- หน้าที่ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

- หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา

- หน้าที่เกิดจากเอาตัวเองเข้าไปผูกพัน

หมายเหตุ มาตรา ๘๔ วรรคสอง เป็นความผิดวินัย

ไม่ร้ายแรง

23 of 58

: วรรคสาม

๑. มีหน้าที่ราชการที่ต้องปฏิบัติ

๒. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ

๓. เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้

๔. โดยทุจริต

- คำว่า เพื่อ มีเจตนาพิเศษในการมุ่งให้เกิดผลต่อการกระทำ

- “โดยทุจริต” มีเจตนาแสวงหาประโยชน์หรือมีเถยจิตเป็นโจร

จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

หมายเหต มาตรา ๘๔ วรรคสาม เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มติ ครม. กำหนดให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ

24 of 58

มาตรา ๘๕ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาลโดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเล่อ หรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

25 of 58

มาตรา ๘๕ (ต่อ)

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือ

๒. ระเบียบแบบแผน ของราชการ/หน่วยงานการศึกษา หรือ

๓. มติคณะรัฐมนตรี หรือ

๔. นโยบายของรัฐบาล

๕. เกิดความเสียหายแก่ราชการ

หมายเหตุ มาตรา ๘๕ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

26 of 58

มาตรา ๘๕ (ต่อ)

: วรรคสอง

๑. จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ฯลฯ

๒. ประมาทเลินเล่อ หรือ

๓. ขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ

๔. เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

หมายเหตุ ความผิดกรณีประมาท ดูผลที่เกิดร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงจะต่างกับ

ความรับผิดทางละเมิด ซึ่งดูพฤติกรรมไม่ดูผล

27 of 58

มาตรา ๘๖ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการจะเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้นก็ได้ และเมื่อเสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะต้องปฏิบัติตาม

การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัย�อย่างร้ายแรง

28 of 58

มาตรา ๘๖ (ต่อ)

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. คำสั่งของผู้บังคับบัญชา

- สั่งด้วยวาจา หรือสั่งเป็นหนังสือ

๒. สั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย / ระเบียบของทางราชการ

๓. ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง

ข้อสังเกต กรณีที่เห็นว่าราชการจะเสียหายอาจเสนอความเห็นเป็นหนังสือ�ภายใน ๗ วัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวน ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หากไม่มีการยืนยันเป็นหนังสือไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

หมายเหตุ มาตรา ๘๖ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

29 of 58

: วรรคสอง

๑. ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

๒. สั่งในหน้าที่ราชการ

๓. โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ

๔. เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

หมายเหตุ มาตรา ๘๖ วรรคสอง เป็นความผิดวินัย� อย่างร้ายแรง

30 of 58

มาตรา ๘๗ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องตรง�ต่อเวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียน จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มี เหตุผลอันสมควรมิได้

การละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือการละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์ อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

31 of 58

มาตรา ๘๗ (ต่อ)

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. การตรงต่อเวลา

๒. การอุทิศเวลาของตน

๓. ละทิ้ง

๔. ทอดทิ้ง

๕. โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

หมายเหตุ มาตรา ๘๗ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัย

ไม่ร้ายแรง

32 of 58

มาตรา ๘๗ (ต่อ)

: วรรคสอง

๑. การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

๒. การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า ๑๕ วัน โดย ไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

๓. กรณีตาม ๑ หรือ ๒ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

33 of 58

มาตรา ๘๘ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ต้องประพฤติเป็นแบบอย่าง ที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม มีความสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียนและระหว่างข้าราชการด้วยกันหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการ ต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เรียนและประชาชนผู้มาติดต่อราชการ

การกลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียน หรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัย�อย่างร้ายแรง

34 of 58

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม

๒. มีความสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี

๓. ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียนและระหว่างข้าราชการด้วยกันหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการ

๔. ต้อนรับ ให้ความสะดวก

๕. ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เรียนและประชาชน�ผู้มาติดต่อราชการ

35 of 58

มาตรา ๘๘ (ต่อ)

: วรรคสอง

๑. การกลั่นแกล้ง

๒. ดูหมิ่น เหยียดยาม

๓. กดขี่ หรือข่มเหง

หมายเหตุ (๑) ทั้งผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการ

(๒) ความผิดตามมาตรา ๘๘ วรรคสอง เป็นความผิด

วินัยอย่างร้ายแรง

36 of 58

มาตรา ๘๙ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้อง�ไม่กลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง

การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับ�ความเสียหายอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. ต้องไม่กลั่นแกล้ง

๒. กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง

หมายเหตุ ตามมาตรา ๘๙ วรรคสอง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย�อย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

37 of 58

มาตรา ๙๐ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาประโยชน์ อันอาจทำให้เสื่อมเสีย�ความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์นาตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำโดยมี�ความมุ่งหมายจะให้เป็นการซื้อขาย หรือให้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหรือวิทยฐานะใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นการให้หรือได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิประโยชน์อื่น เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบ หรือเสื่อมเสียความเที่ยงธรรม เป็นความผิดวินัย�อย่างร้ายแรง

38 of 58

มาตรา ๙๐ (ต่อ)

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการ

หาประโยชน์

๒. อันอาจทำให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรม หรือ

๓. เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

หมายเหตุ มาตรา ๙๐ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

39 of 58

มาตรา ๙๐ (ต่อ)

: วรรคสอง

๑. การกระทำตามวรรคหนึ่ง มีความมุ่งหมายจะให้เป็นการซื้อขาย หรือได้รับแต่งตั้ง

๒. โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือ

๓. การกระทำอันมีลักษณะเป็น การให้ หรือ ได้มาซึ่งทรัพย์สิน

หรือสิทธิประโยชน์อื่น

๔. เพื่อ ให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบ

หรือ เสื่อมเสียความเที่ยงธรรม

หมายเหตุ มาตรา ๙๐ วรรคสอง เป็นความผิดวินัยร้ายแรง

40 of 58

มาตรา ๙๑ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ต้องไม่คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นโดยมิชอบ �หรือนำเอาผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือจ้าง วาน ใช้ผู้อื่นทำผลงาน�ทางวิชาการ เพื่อไปในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะ หรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น การฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ร่วมดำเนินการคัดลอก หรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทำผลงานทางวิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เพื่อให้ผู้อื่นนำผลงานนั้น�ไปใช้ประโยชน์ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

41 of 58

มาตรา ๙๑ (ต่อ)

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นโดยมิชอบ

๒. นำเอา จ้าง วาน ใช้ผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการ

๓. เพื่อไปใช้ในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะ หรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น

42 of 58

มาตรา ๙๑ (ต่อ)

: วรรคสอง

๑. ผู้ร่วมดำเนินการคัดลอก หรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ

๒. ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่

๓. เป็นผู้กระทำผิดวินัยด้วย

หมายเหตุ มาตรา ๙๑ ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสอง เป็นความผิดวินัย

อย่างร้ายแรง

43 of 58

มาตรา ๙๒ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้น ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

องค์ประกอบ :

๑. ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการ หรือ

๒. ดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกัน

๓. ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

หมายเหตุ : ลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น เป็นผู้อำนวยการ

มาตรานี้ห้ามเฉพาะห้างฯ หรือบริษัท ถ้าเป็นร้านค้าไม่ผิดตามมาตรานี้

44 of 58

มาตรา ๙๓ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องวางตน�เป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ และในการปฏิบัติการอื่น�ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน โดยต้องไม่อาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการ�ของตนแสดงการฝักใฝ่ ส่งเสริม เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หรือพรรคการเมืองใด

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมการปกครอง�ในระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งจะต้องไม่ให้การส่งเสริม สนับสนุน หรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการในลักษณะเดียวกัน การดำเนินกาที่ฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

45 of 58

มาตรา ๙๓ (ต่อ)

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง

๒. ในการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน

๓. ต้องไม่อาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตน แสดงการฝักใฝ่ ส่งเสริม เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หรือพรรคการเมืองใด

หมายเหตุ มาตรา ๙๓ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

46 of 58

มาตรา ๙๓ (ต่อ)

: วรรคสอง

๑. ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใด ๆ

อันมีลักษณะเป็นการทุจริต ซื้อสิทธิ หรือขายเสียง

๒. การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

๓. ต้องไม่ให้การส่งเสริมสนับสนุนหรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการในลักษณะเดียวกัน

หมายเหตุ มาตรา ๙๓ วรรคสอง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

47 of 58

มาตรา ๙๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว

การกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก �เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิด�ลหุโทษ หรือกระทำการ อื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง �เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพติดหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด เล่นการพนันเป็นอาจิณ หรือกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

48 of 58

มาตรา ๙๔ (ต่อ)

องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง

๑. ต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ มิให้เสื่อมเสีย

๒. โดยไม่กระทำการใด ๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว

หมายเหตุ มาตรา ๙๔ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

49 of 58

มาตรา ๙๔ (ต่อ)

: วรรคสอง

๑. กระทำความผิดอาญา

๒. ได้รับโทษจำคุก หรือ

๓. โทษที่หนักกว่าจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

หรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก (เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด

ที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ) หรือ

๔. กระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว

อย่างร้ายแรง

หมายเหตุ มาตรา ๙๔ วรรคสอง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

50 of 58

มาตรา ๙๔ (ต่อ)

: วรรคสาม

๑. เสพยาเสพติด หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด

๒. เล่นการพนันเป็นอาจิณ

๓. กระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนเองหรือไม่

หมายเหตุ มาตรา ๙๔ วรรคสาม เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

51 of 58

มาตรา ๙๖ ข้าราชการครูและบุคลากร�ทางการศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามหรือไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติ�ทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัย จักต้องได้รับโทษทางวินัย เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๗

52 of 58

มาตรา ๙๖ (ต่อ) โทษทางวินัยมี ๕ สถาน คือ

๑. ภาคทัณฑ์

๒. ตัดเงินเดือน

๓. ลดเงินเดือน

๔. ปลดออก

๕. ไล่ออก

โทษปลดออกมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ

ให้ออกจากราชการ ไม่ใช่โทษทางวินัย

ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ใช่โทษทางวินัย

53 of 58

มาตรา ๑๐๒ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใด ซึ่งออกจากราชการอันมิใช่เพราะเหตุตาย มีกรณีถูกกล่าวหาเป็นหนังสือก่อนออกจากราชการว่า ขณะรับราชการ�ได้กระทำหรือละเว้นกระทำการใดอันเป็นความผิดวินัย�อย่างร้ายแรง ถ้าเป็นการกล่าวหาต่อผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นหรือต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนหรือตรวจสอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ หรือเป็นการกล่าวหาของผู้บังคับบัญชาของผู้นั้น หรือมีกรณีถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาคดีอาญาก่อนออกจากราชการว่า

54 of 58

ในขณะรับราชการ ได้กระทำความผิดอาญาอันมิใช่�เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทที่ไม่เกี่ยวกับราชการหรือความผิดลหุโทษผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยมีอำนาจดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาดำเนินการทางวินัย และสั่งลงโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้เสมือนว่าผู้นั้นยังมิได้ออกจากราชการ แต่ต้องสั่งลงโทษภายในสามปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจากราชการ

55 of 58

กรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกล่าวหา หรือฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาคดีอาญาหลังจากที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดออกจากราชการแล้ว ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยมีอำนาจดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาดำเนินการทางวินัย และสั่งลงโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้เสมือนว่าผู้นั้นยังมิได้ออกจากราชการ โดยต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจากราชการ และต้องสั่งลงโทษภายในสามปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจากราชการ สำหรับกรณีที่เป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามมาตรา ๙๘ วรรคเจ็ด จะต้องสั่งลงโทษภายในสามปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจากราชการ

56 of 58

ในกรณีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุด�ให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษ หรือองค์กรพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยหรือองค์กรตรวจสอบรายงานการดำเนินการทางวินัย มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดหรือมีมติให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เพราะเหตุกระบวนการดำเนินการทางวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยดำเนินการทางวินัยให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือมีคำวินิจฉัยถึงที่สุดหรือมีมติ แล้วแต่กรณี

57 of 58

การดำเนินการทางวินัยตามวรรคหนึ่ง �วรรคสอง และวรรคสาม ถ้าผลการสอบสวนพิจารณาปรากฏว่า ผู้นั้นกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง�ก็ให้งดโทษ

ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรา ๑๐๓”

58 of 58