วินัยและการรักษาวินัย
คณะนิติกร
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มาตรา ๙๕ วรรคห้า แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
กำหนดว่า "เมื่อมีการกล่าวหาว่า ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใด กระทำผิดวินัยโดยยังไม่มีพยานหลักฐาน ให้ผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการสืบสวน กรณีมีมูลควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากรณี�ไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย จึงยุติเรื่อง �ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย�ให้ดำเนินการทางวินัยทันที"
ราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ผู้บังคับบัญชา
การสืบสวน หมายถึง การแสวงหาข้อเท็จจริง เมื่อมีกรณีสงสัยว่าข้าราชการอาจมีการกระทำผิดวินัย โดยอาจมีมูลเหตุจาก� - มีผู้ร้องเรียน� - สื่อมวลชน สื่อออนไลน์
- ผู้บังคับบัญชาตรวจพบเอง
- ส่วนราชการหรือหน่วยงานแจ้ง เช่น ป.ป.ช. ,ป.ป.ท. ,ส.ต.ง. ,ศูนย์ดำรงธรรม ฯลฯ
�
กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวินัย
การดำเนินการสืบสวน ผู้บังคับบัญชาอาจดำเนินการโดย
๑. ดำเนินการเอง
๒. ให้ผู้ถูกร้องเรียนชี้แจง
๓. มอบหมายให้ผู้อื่น
๔. ตั้งคณะกรรมการสืบสวน
พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ �เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ �ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. ๒๕๖๕
การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากร�ทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรา ๕๓ (๓)� และ (๔) แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ผู้อำนวยการสำนักงาน�เขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา แล้วแต่กรณี
ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากร�ทางการศึกษา (มาตรา ๙๘)
วินัยไม่ร้ายแรง ผู้บังคับบัญชา
(ม.๙๘ วรรคหนึ่ง)
วินัยอย่างร้ายแรง ผู้มีอำนาจตาม มาตรา ๕๓
(ม.๙๘ วรรคสอง)
แผนภูมิการสืบสวน
มีกรณีกล่าวหา
สืบสวนข้อเท็จจริง/พิจารณาเบื้องต้น
มีมูล
ไม่มีมูล
ดำเนินการทางวินัย
ยุติเรื่อง
ร้ายแรง
ไม่ร้ายแรง
สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง
สอบสวนวินัยไม่ร้ายแรง
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 53
ผู้มีอำนาจ/ผู้บังคับบัญชา
มติคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๘๙/๒๔๙๗
ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗
ข้าราชการจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย �หรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับอันตนจะต้องปฏิบัติ�และอยู่ในหน้าที่ของตนมิได้
ข้อกำหนดเรื่องวินัย
วินัยของแต่ละองค์กรอาจแตกต่างกัน
ตามสถานะ และภาระหน้าที่ทางสังคม
ขอบเขตของวินัย
เพียงเท่าที่กฎหมายกำหนด หากกฎหมาย
มิได้กำหนดให้การกระทำใดเป็นความผิดวินัย
จะลงโทษทางวินัยไม่ได้
ข้อกำหนดทางวินัย
สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือ
ข้อห้ามและข้อปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๖
มาตรา ๘๒ – ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
บทบัญญัติมาตราต่าง ๆ
มาตรา ๘๒ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติไว้ในหมวดนี้
โดยเคร่งครัดอยู่เสมอ
: ความหมายของคำว่า “การรักษา” ตามพจนานุกรม
ฉบับราชบัณฑิตสถาน
- ระวัง
- ดูแล
- ป้องกัน
- เยียวยา
การรักษาวินัย ได้แก่
๑. ข้าราชการระวังไม่กระทำผิดวินัย
๒. ผู้เกี่ยวข้องดูแลส่งเสริมและพัฒนาให้ข้าราชการมีวินัย
๓. ผู้เกี่ยวข้องป้องกันมิให้ข้าราชการกระทำผิดวินัย
๔. ผู้เกี่ยวข้องเยียวยาโดยดำเนินการแก่ผู้กระทำผิดวินัย
มาตรา ๘๓ ข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองเช่นว่านั้น
: มาตรานี้กำหนดไว้สอดคล้องกับคุณสมบัติ� ของผู้ที่จะเข้ารับราชการ ตามมาตรา ๓๐
มาตรา ๘๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่รักษาประโยชน์ของทางราชการ �และต้องปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัด
ห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม หาประโยชน์ให้แก่ตนเอง�หรือผู้อื่น
การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริต�ต่อหน้าที่ราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๘๔ (ต่อ)
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาค
และเที่ยงธรรม
๒. ขยันหมั่นเพียร
๓. ดูแลเอาใจใส่รักษาประโยชน์ของทางราชการ
๔. ปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
อย่างเคร่งครัด
มาตรา ๘๔ (ต่อ)
- คำว่า “ซื่อสัตย์” คือประพฤติตรงและจริงใจ, ไม่คิดทรยศ, ไม่คดโกง,
ไม่หลอกลวง
- คำว่า “สุจริต” คือ ความประพฤติชอบตรงไปตรงมา
- คำว่า “เสมอภาค” คือ มีส่วนเท่ากัน, เท่าเทียมกันเสมอหน้ากัน
- คำว่า “เที่ยงธรรม” คือ ตั้งตรงด้วยความเป็นธรรม
- คำว่า “วิริยะ” คือ ความเพียร, ความบากบั่น
- คำว่า “อุตสาหะ” คือ ความบากบั่น ความพยายาม,ความขยัน, ความอดทน
มาตรา ๘๔ (ต่อ)
: วรรคหนึ่ง (ต่อ)
- คำว่า “ขยันมั่นเพียร” = การทำงานอย่างแข็งขัน
ไม่ปล่อยปละละเลยทำหรือประพฤติเป็นปกติสม่ำเสมอ ไม่เกียจค้าน
- คำว่า “ดูแลเอาใจใส่” = ปกปักรักษา , ปกครอง
- คำว่า “จรรยาบรรณวิชาชีพ” ตามประกาศของคุรุสภา
หมายเหตุ มาตรา ๘๔ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
: วรรคสอง
๑. อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตน
๒. หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น
หน้าที่ราชการเกิดจาก
- หน้าที่ตามกฎหมาย
- หน้าที่ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
- หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา
- หน้าที่เกิดจากเอาตัวเองเข้าไปผูกพัน
หมายเหตุ มาตรา ๘๔ วรรคสอง เป็นความผิดวินัย
ไม่ร้ายแรง
: วรรคสาม
๑. มีหน้าที่ราชการที่ต้องปฏิบัติ
๒. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ
๓. เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้
๔. โดยทุจริต
- คำว่า “เพื่อ” มีเจตนาพิเศษในการมุ่งให้เกิดผลต่อการกระทำ
- “โดยทุจริต” มีเจตนาแสวงหาประโยชน์หรือมีเถยจิตเป็นโจร
จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
หมายเหตุ มาตรา ๘๔ วรรคสาม เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มติ ครม. กำหนดให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ
มาตรา ๘๕ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาลโดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเล่อ หรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๘๕ (ต่อ)
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือ
๒. ระเบียบแบบแผน ของราชการ/หน่วยงานการศึกษา หรือ
๓. มติคณะรัฐมนตรี หรือ
๔. นโยบายของรัฐบาล
๕. เกิดความเสียหายแก่ราชการ
หมายเหตุ มาตรา ๘๕ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
มาตรา ๘๕ (ต่อ)
: วรรคสอง
๑. จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ฯลฯ
๒. ประมาทเลินเล่อ หรือ
๓. ขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ
๔. เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
หมายเหตุ ความผิดกรณีประมาท ดูผลที่เกิดร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงจะต่างกับ
ความรับผิดทางละเมิด ซึ่งดูพฤติกรรมไม่ดูผล
มาตรา ๘๖ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการจะเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้นก็ได้ และเมื่อเสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะต้องปฏิบัติตาม
การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัย�อย่างร้ายแรง
มาตรา ๘๖ (ต่อ)
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. คำสั่งของผู้บังคับบัญชา
- สั่งด้วยวาจา หรือสั่งเป็นหนังสือ
๒. สั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย / ระเบียบของทางราชการ
๓. ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง
ข้อสังเกต กรณีที่เห็นว่าราชการจะเสียหายอาจเสนอความเห็นเป็นหนังสือ�ภายใน ๗ วัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวน ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หากไม่มีการยืนยันเป็นหนังสือไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง
หมายเหตุ มาตรา ๘๖ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
: วรรคสอง
๑. ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
๒. สั่งในหน้าที่ราชการ
๓. โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ
๔. เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
หมายเหตุ มาตรา ๘๖ วรรคสอง เป็นความผิดวินัย� อย่างร้ายแรง
มาตรา ๘๗ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องตรง�ต่อเวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียน จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มี เหตุผลอันสมควรมิได้
การละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือการละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์ อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๘๗ (ต่อ)
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. การตรงต่อเวลา
๒. การอุทิศเวลาของตน
๓. ละทิ้ง
๔. ทอดทิ้ง
๕. โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
หมายเหตุ มาตรา ๘๗ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัย
ไม่ร้ายแรง
มาตรา ๘๗ (ต่อ)
: วรรคสอง
๑. การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
๒. การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า ๑๕ วัน โดย ไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ
๓. กรณีตาม ๑ หรือ ๒ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๘๘ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ต้องประพฤติเป็นแบบอย่าง ที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม มีความสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียนและระหว่างข้าราชการด้วยกันหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการ ต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เรียนและประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
การกลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียน หรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัย�อย่างร้ายแรง
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม
๒. มีความสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี
๓. ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียนและระหว่างข้าราชการด้วยกันหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการ
๔. ต้อนรับ ให้ความสะดวก
๕. ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เรียนและประชาชน�ผู้มาติดต่อราชการ
มาตรา ๘๘ (ต่อ)
: วรรคสอง
๑. การกลั่นแกล้ง
๒. ดูหมิ่น เหยียดยาม
๓. กดขี่ หรือข่มเหง
หมายเหตุ (๑) ทั้งผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
(๒) ความผิดตามมาตรา ๘๘ วรรคสอง เป็นความผิด
วินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๘๙ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้อง�ไม่กลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง
การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับ�ความเสียหายอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. ต้องไม่กลั่นแกล้ง
๒. กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง
หมายเหตุ ตามมาตรา ๘๙ วรรคสอง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย�อย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๙๐ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาประโยชน์ อันอาจทำให้เสื่อมเสีย�ความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์นาตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำโดยมี�ความมุ่งหมายจะให้เป็นการซื้อขาย หรือให้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหรือวิทยฐานะใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นการให้หรือได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิประโยชน์อื่น เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบ หรือเสื่อมเสียความเที่ยงธรรม เป็นความผิดวินัย�อย่างร้ายแรง
มาตรา ๙๐ (ต่อ)
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการ
หาประโยชน์
๒. อันอาจทำให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรม หรือ
๓. เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
หมายเหตุ มาตรา ๙๐ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
มาตรา ๙๐ (ต่อ)
: วรรคสอง
๑. การกระทำตามวรรคหนึ่ง มีความมุ่งหมายจะให้เป็นการซื้อขาย หรือได้รับแต่งตั้ง
๒. โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือ
๓. การกระทำอันมีลักษณะเป็น “การให้” หรือ “ได้มาซึ่งทรัพย์สิน
หรือสิทธิประโยชน์อื่น”
๔. เพื่อ ให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบ
หรือ เสื่อมเสียความเที่ยงธรรม
หมายเหตุ มาตรา ๙๐ วรรคสอง เป็นความผิดวินัยร้ายแรง
มาตรา ๙๑ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ต้องไม่คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นโดยมิชอบ �หรือนำเอาผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือจ้าง วาน ใช้ผู้อื่นทำผลงาน�ทางวิชาการ เพื่อไปในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะ หรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น การฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ร่วมดำเนินการคัดลอก หรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทำผลงานทางวิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เพื่อให้ผู้อื่นนำผลงานนั้น�ไปใช้ประโยชน์ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๙๑ (ต่อ)
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นโดยมิชอบ
๒. นำเอา จ้าง วาน ใช้ผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการ
๓. เพื่อไปใช้ในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะ หรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น
มาตรา ๙๑ (ต่อ)
: วรรคสอง
๑. ผู้ร่วมดำเนินการคัดลอก หรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ
๒. ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่
๓. เป็นผู้กระทำผิดวินัยด้วย
หมายเหตุ มาตรา ๙๑ ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสอง เป็นความผิดวินัย
อย่างร้ายแรง
มาตรา ๙๒ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้น ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
องค์ประกอบ :
๑. ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการ หรือ
๒. ดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกัน
๓. ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
หมายเหตุ : ลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น เป็นผู้อำนวยการ
มาตรานี้ห้ามเฉพาะห้างฯ หรือบริษัท ถ้าเป็นร้านค้าไม่ผิดตามมาตรานี้
มาตรา ๙๓ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องวางตน�เป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ และในการปฏิบัติการอื่น�ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน โดยต้องไม่อาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการ�ของตนแสดงการฝักใฝ่ ส่งเสริม เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หรือพรรคการเมืองใด
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมการปกครอง�ในระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งจะต้องไม่ให้การส่งเสริม สนับสนุน หรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการในลักษณะเดียวกัน การดำเนินกาที่ฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๙๓ (ต่อ)
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง
๒. ในการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน
๓. ต้องไม่อาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตน แสดงการฝักใฝ่ ส่งเสริม เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หรือพรรคการเมืองใด
หมายเหตุ มาตรา ๙๓ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
มาตรา ๙๓ (ต่อ)
: วรรคสอง
๑. ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใด ๆ
อันมีลักษณะเป็นการทุจริต ซื้อสิทธิ หรือขายเสียง
๒. การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
๓. ต้องไม่ให้การส่งเสริมสนับสนุนหรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการในลักษณะเดียวกัน
หมายเหตุ มาตรา ๙๓ วรรคสอง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๙๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
การกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก �เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิด�ลหุโทษ หรือกระทำการ อื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง �เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพติดหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด เล่นการพนันเป็นอาจิณ หรือกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๙๔ (ต่อ)
องค์ประกอบ : วรรคหนึ่ง
๑. ต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ มิให้เสื่อมเสีย
๒. โดยไม่กระทำการใด ๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
หมายเหตุ มาตรา ๙๔ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
มาตรา ๙๔ (ต่อ)
: วรรคสอง
๑. กระทำความผิดอาญา
๒. ได้รับโทษจำคุก หรือ
๓. โทษที่หนักกว่าจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
หรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก (เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด
ที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ) หรือ
๔. กระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
อย่างร้ายแรง
หมายเหตุ มาตรา ๙๔ วรรคสอง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๙๔ (ต่อ)
: วรรคสาม
๑. เสพยาเสพติด หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด
๒. เล่นการพนันเป็นอาจิณ
๓. กระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนเองหรือไม่
หมายเหตุ มาตรา ๙๔ วรรคสาม เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา ๙๖ ข้าราชการครูและบุคลากร�ทางการศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามหรือไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติ�ทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัย จักต้องได้รับโทษทางวินัย เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๗
มาตรา ๙๖ (ต่อ) โทษทางวินัยมี ๕ สถาน คือ
๑. ภาคทัณฑ์
๒. ตัดเงินเดือน
๓. ลดเงินเดือน
๔. ปลดออก
๕. ไล่ออก
โทษปลดออกมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ
ให้ออกจากราชการ ไม่ใช่โทษทางวินัย
ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ใช่โทษทางวินัย
มาตรา ๑๐๒ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใด ซึ่งออกจากราชการอันมิใช่เพราะเหตุตาย มีกรณีถูกกล่าวหาเป็นหนังสือก่อนออกจากราชการว่า ขณะรับราชการ�ได้กระทำหรือละเว้นกระทำการใดอันเป็นความผิดวินัย�อย่างร้ายแรง ถ้าเป็นการกล่าวหาต่อผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นหรือต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนหรือตรวจสอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ หรือเป็นการกล่าวหาของผู้บังคับบัญชาของผู้นั้น หรือมีกรณีถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาคดีอาญาก่อนออกจากราชการว่า
ในขณะรับราชการ ได้กระทำความผิดอาญาอันมิใช่�เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทที่ไม่เกี่ยวกับราชการหรือความผิดลหุโทษผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยมีอำนาจดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาดำเนินการทางวินัย และสั่งลงโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้เสมือนว่าผู้นั้นยังมิได้ออกจากราชการ แต่ต้องสั่งลงโทษภายในสามปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจากราชการ
กรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกล่าวหา หรือฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาคดีอาญาหลังจากที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดออกจากราชการแล้ว ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยมีอำนาจดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาดำเนินการทางวินัย และสั่งลงโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้เสมือนว่าผู้นั้นยังมิได้ออกจากราชการ โดยต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจากราชการ และต้องสั่งลงโทษภายในสามปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจากราชการ สำหรับกรณีที่เป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามมาตรา ๙๘ วรรคเจ็ด จะต้องสั่งลงโทษภายในสามปีนับแต่วันที่ผู้นั้นออกจากราชการ
ในกรณีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุด�ให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษ หรือองค์กรพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยหรือองค์กรตรวจสอบรายงานการดำเนินการทางวินัย มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดหรือมีมติให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เพราะเหตุกระบวนการดำเนินการทางวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยดำเนินการทางวินัยให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือมีคำวินิจฉัยถึงที่สุดหรือมีมติ แล้วแต่กรณี
การดำเนินการทางวินัยตามวรรคหนึ่ง �วรรคสอง และวรรคสาม ถ้าผลการสอบสวนพิจารณาปรากฏว่า ผู้นั้นกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง�ก็ให้งดโทษ
ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรา ๑๐๓”